ระบบตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ (Automatic Speed Enforcement System) จะทำหน้าที่คอยตรวจจับความเร็วของรถที่วิ่งเกินกำหนด (สามารถกำหนดค่าความเร็วของรถได้) ในพื้นที่ที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับไว้ ● สามารถตรวจจับได้ในระยะ 120 เมตร จากตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์● ตรวจจับพร้อมกันได้ถึง 4 เลน● ตรวจจับความเร็วรถสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง● ใช้หลักการของ Doppler Radar ที่มีความแม่นยำสูง● สามารถแยกประเภทรถได้ถึง 3 ประเภท● สามารถตรวจจับและถ่ายภาพได้แม้ในช่วงเวลากลางคืน● บันทึกภาพรถ, ป้ายทะเบียน, ความเร็ว, วันเวลาที่กระทำผิด ตรวจสอบย้อนหลังได้● ส่งสัญญาณและข้อมูลที่ได้ไปยังศูนย์ควบคุมกลาง ง่ายต่อการควบคุมและจัดการ● มีโปรแกรมวิเคราะห์จับภาพป้ายทะเบียนเพื่อเป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการออกใบสั่ง● มีโปรแกรมจัดการเพื่อออกใบสั่ง ได้แบบ Real Time และย้อนหลังได้, ใบสั่งจัดเก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี● รองรับการเชื่อมต่อกับกรมการขนส่ง เพื่อใช้สืบค้นหาข้อมูลเจ้าของรถ ระบบตรวจจับความเร็วอัตโนมัติในปัจจุบันมีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ 1.ระบบตรวจจับความเร็วติดตั้งแบบถาวรเป็นระบบกล้องตรวจจับความเร็วยานพาหนะRead More →

แผนที่ฉบับแรกมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

แผนที่เป็นสิ่งแรกที่เราถามหาเมื่อมาเยือนถิ่นวลัยลักษณ์แลนด์แดน 9,000 ไร่ ในครั้งแรก และสตั๊นท์กับความกว้างใหญ่ของพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อให้ไปให้ถึงจุดหมาย ถึงแม้ตามผังแม่บทการสร้างเมืองมหาวิทยาลัยจะแบ่งพื้นที่เป็นกลุ่มอาคารการเรียน กลุ่มอาคารวิชาการ กลุ่มที่พักอาศัยนักศึกษา บุคลากร ก็ตาม เพราะว่ารูปร่างลักษณะอาคารจะเหมือนกันหมด ถ้ามาครั้งแรกโดยไม่มีเจ้าถิ่นแนะนำ ก็จะต้องใช้แผนที่ในการเดินทาง ว่าอาคารใดอยู่ตรงไหน  ในช่วงเปิดการเรียนการสอน พ.ศ. 2541 การใช้แผนที่ Google map ยังเข้าถึงยาก เพื่อให้คู่มือในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงได้มีการมอบหมายให้บุคลากรที่ชำนาญในงาน Artwork สร้างแผนที่ฉบับภาพวาดขึ้นมา ซึ่งคุณธีรวัฒน์ ศรีบุญเอียด นักเทคโนโลยีการศึกษาประจำศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ได้สรรค์สร้างขึ้นเป็นภาพวาดแผนที่มุม Bird eye view โดยการเดินสำรวจพื้นที่ทุกตารางเมตรด้วยตนเอง จนออกมาเป็นแผนที่ฉบับแรกที่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ก่อนจะพัฒนาขึ้นเป็นแผนที่ฉบับกราฟิกคอมพิวเตอร์อย่างทุกวันนี้ ปัจจุบันผู้สร้างแผนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ฉบับแรกได้ครบอายุการทำงานในเดือนตุลาคม 2565 จึงได้ผลงานฉบับ Master piece เป็นสตอรี่หนึ่งแห่ง 30 ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Visits: 10Santat Sarakบรรณารักษ์Read More →

รับร้องเฟรชชี่รุ่นแรก'41

รับน้องเฟรชชี่รุ่นแรก’41 เฟรชชี่ Freshy หรือ นักศึกษาใหม่รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ นักศึกษารหัสที่ขึ้นต้นด้วย เลขพ.ศ. ตัว คือ ปีการศึกษา 2541 หรือเรียกกันว่า ประดู่ช่อแรก แล้วมีรุ่นพี่ที่ไหนมารับน้องใหม่กัน? ช่วงปีนั้นอดีตรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คือ นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ผู้บุกเบิกและร่วมก่อตั้ง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคุณนิรันดร์ จินดานาค เป็นหัวหน้าส่วนกิจการนักศึกษา เป็นทีมผู้บริหารดูแลรับผิดชอบนักศึกษาใหม่ ได้ร่วมกำหนดลักษณะกิจกรรมรับน้องที่แตกต่างกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศ โดยกำหนดให้เป็นลักษณะ “กลุ่มสัมพันธ์” เป็นการรับน้องมิติใหม่ เพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้ปรับตัวกับชีวิตที่เติบโตขึ้นในเมืองมหาวิทยาลัย โดยกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นรุ่นพี่ (เฟรชชี่เรียกว่าพี่บุค ย่อมาจากพี่บุคลากร) ดำเนินการต้อนรับเฟรชชี่ รหัส 41 ด้วยความอบอุ่นเหมือนเป็นพี่น้อง เพราะฉะนั้นนักศึกษารุ่นแรกกับพนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะรู้จักสนิทสนมใกล้ชิดกันมาก มีอะไรก็ปรึกษาสอบถามหารือตักเตือนสั่งสอนกันอย่างสะดวกใจ ไม่มีบรรยากาศรับน้องแบบ SOTUS จนมีความรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง หรืออึดอัด ซึ่งนับว่าเป็นรูปแบบการรับน้องที่สร้างสรรค์ นักศึกษาใหม่มีความสบายใจ และถ่ายทอดกิจกรรมรับน้องประดู่ช่อใหม่  ด้วยความอบอุ่นสืบต่อกันมา จนปัจจุบัน ครบรอบสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วันที่ 29 มีนาคม 2566Read More →

วังผีเสื้อ@โรงอาหารสี่

วังผีเสื้อ@โรงอาหารสี่ วังผีเสื้อ อ่านแล้วไม่ใช่สถานที่ในยุทธภพนิยายจีนกำลังภายใน ที่มาชื่อนี้เป็นทั้งชื่อกลุ่มนักศึกษาชายรุ่นแรกๆ ของมวล. ที่กล้าแสดงออก ร่าเริง และยังมีที่มาคือเป็นกลุ่มนักศึกษาที่เคยบำเพ็ญประโยชน์ขุดลอกคลองระบายน้ำด้านหลังอาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา เพื่อให้น้ำไหลได้ดีขึ้น เพราะมักจะมีวัชพืชผักตบลอยแพกีดขวางเส้นทางน้ำ คลองระบายน้ำที่ไหลผ่านหลังศูนย์บรรณสารฯ และโรงอาหารสี่จึงมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าวังผีเสื้อไปด้วย โรงอาหารสี่เป็นโรงอาหารที่อยู่ใกล้ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ทำให้ผู้ใช้บริการห้องสมุดเดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกันด้วย Covered way  ต่อไปนักศึกษาใหม่ก็คงไม่เห็นชื่อโรงอาหารสี่ในตำนานของนักศึกษาและบุคลากรรุ่นแรกๆ อีกต่อไป เพราะกำลังปรับปรุงอาคารเป็นสตูดิโอของหลักสูตรนิเทศศาสตร์รองรับจำนวนนักศึกษาที่ต้องใช้งานเพิ่มขึ้น เลยบันทึกข้อมูลและภาพในอดีตของโรงอาหารสี่ที่มีคลองระบายน้ำไหลผ่านในเส้นทางที่แปรเปลี่ยนไป ไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากโรงอาหารสี่อยู่ในพื้นที่กลุ่มอาคารปฏิบัติงานของบุคลากร เลยเป็นแหล่งพักรับประทานอาหารเช้าและกลางวัน รวมกับนักศึกษาที่เรียนอาคารวิชาการใกล้ๆ ด้วย เลยเป็นโรงอาหารในความทรงจำของนักศึกษาและบุคลากรรุ่นแรกจวบจนถึงปี 2566 ที่จะกลายเป็นอาคารปฏิบัติการตรงข้ามตึกสหกิจศึกษาและใกล้ตึกเรียนรวม 6 (ST) นอกจากเป็นแหล่งพักทานข้าวแล้ว โรงอาหารสี่ในอดีตยังเป็นสถานที่จัดเลี้ยงอาหารสำหรับการประชุมสัมมนาต่างๆ และสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์รื่นเริง ซึ่งต่อไปก็คงไม่มีอีกแล้ว บางครั้งเมื่อเข้าไปอ่านการ Check in สถานที่ก็จะปรากฎชื่อจุด Check in ฮาๆ เช่น ที่ทานข้าวของนักศึกษาวิศวะ นักศึกษาแพทย์สุดหล่อ อีกด้วย   ความคิดเห็น เขียนความคิดเห็น… Visits: 10SantatRead More →

กว่าจะมาเป็น Virtual ID

กว่าจะมาเป็นระบบ Virtual ID การยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา สมาชิกทุกประเภทจะต้องยื่นบัตรแสดงตัวตนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการเป็นสมาชิกสถานภาพปัจจุบัน จึงจะสามารถยืมหนังสือ ตำราเรียนต่างๆ ได้นักศึกษาทราบไหมว่า ก่อนจะมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะพัฒนามาใช้ระบบ Smart Library ระบบห้องสมุดอัตโนมัติของรุ่นพี่เป็นอย่างไร?เมื่อพ้นยุคการแสดงตัวตนด้วยบัตรนักศึกษาเมื่อยืมคืนหนังสือกับเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ยืมคืนแล้ว ได้ปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงตัวตนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ เมื่อเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ นักศึกษาใหม่ต้องมาลงทะเบียนบันทึกลายนิ้วมือและถ่ายภาพลงในฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ บันทึกการเข้า ออกศูนย์บรรณสารฯ ด้วยการ Scan ลายนิ้วมือ ดังในภาพเก่าที่นำมาแสดงให้เห็น ซึ่งใช้เวลาในการบันทึกข้อมูลสมาชิกใหม่ เป็นอันมาก ดังนั้นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงได้พัฒนาระบบ Smart card จากระบบอ่านข้อมูลจากแถบ Barcode มาเป็นระบบฝังชิพข้อมูล และเป็นระบบ RFID (Radio Frequency Identify) ในปัจจุบัน ทำให้สมาชิกห้องสมุดไม่ต้องต่อคิวรอใช้บริการยาวเหมือนในอดีต และมีภาพโปรไฟล์สวยหล่อปรากฎระบบคุณภาพดีกว่าระบบเก่า Visits: 6Santat Sarakบรรณารักษ์Read More →

มหาลัยไร้รั้วแต่ล้อมรอบไปด้วยวัด

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจจะเป็นสถาบันการศึกษาแห่งเดียวที่ไม่มีรั้วกั้นเขตแดนดังเช่นมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติพื้นที่สำหรับจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครอบคลุมพื้นที่หลายตำบล คือ ตำบลหัวตะพาน ตำบลไทยบุรี ตำบลท่าศาลา ตำบลโพธิ์ทอง จึงมีเส้นทางออกจากพื้นที่ 9,000 ไร่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้หลายเส้นทาง แต่พื้นที่จะมีรอยเชื่อมต่อกับวัดหลายวัดประจำตำบล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ด้านข้างจะติดกับลำคลอง คือ คลองเกียบ กับคลองท่าสูง จึงใช้ลำคลองเป็นรั้วกั้นพื้นที่จากชุมชนมหาวิทยาลัย เรามานับเส้นทางออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งพื้นที่หมู่บ้านเหล่านั้นกลายเป็นรั้วให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์โดยปริยาย มาเริ่มนับจากทิศตะวันออก คือ ด้านหน้ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งหันหน้าบ้านสู่อ่าวไทย จะตัดออกไปสู่ถนนทางหลวง 401 ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลท่าศาลา ถนนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะมีเส้นทางออกไปยังวัดนางตรา และหากเป็นด้านข้างมหาวิทยาลัย จะเป็นเส้นทางออกวัดแส็งแรง วัดบนถนน วัดคลองดิน นับเป็นอีก 2 เส้นทาง ทางออกตรงสามแยกสนามกีฬาตุมปัง คือ เส้นทางไปสู่วัดโคกเหล็ก ทางออกประตูหลังมหาวิทยาลัยคือชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา ในพื้นที่ตำบลไทยบุรี และด้านหลังกลุ่มบ้านพักบุคลากรวลัยนิวาสจะมีทางออกผ่านคลองเกียบไปสู่วัดเก่าแก่คือวัดสโมสร นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเล็กๆ ข้างศูนย์กีฬาผ่านพื้นที่เกษตรชาวบ้านออกสู่วัดพระอาสน์ได้อีกด้วย นับว่าเป็นพื้นที่ Unseen ก็ว่าได้ เพราะล้อมรอบด้วยวัด ซึ่งนี่ยังไม่ได้นับวัดตุมปังร้างซึ่งขึ้นทะเบียนโบราณสถานตุมปังไปแล้ว อีกทั้งยังมีวัดจันทร์ร้างที่โบราณเคยอยู่มุมหนึ่งของพื้นที่เป็นสระน้ำสวนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในปัจจุบัน บันทึกเรื่องราวน่าทึ่งนี้ไว้ให้เข้ากับบรรยากาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์Read More →

ใครไม่หลงสิแปลก?

มีใครมาอยู่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แรกๆ ไม่หลงบ้าง คุณเก่งมาก! เนื่องจากอาณาจักรวลัยลักษณ์แลนด์แดน 9,000 ไร่ มีพื้นที่กว้างไกล และมีการแบ่งโซนอาคารตาม Function การปฏิบัติงานและการเรียนการสอน ในระยะที่ห่างกันออกไป จึงไม่แปลกที่คนมาเรียนหรือปฏิบัติงานจะงงมึน ต่อให้มีป้ายบอกทางชัดเจนแล้วก็ตาม หากยังไม่ทำความคุ้นเคยกับลักษณะทางกายภาพแต่พออยู่ๆ ไป จำผังการแบ่งโซนต่างๆ ของกลุ่มอาคารได้ก็ไม่ยากเลยที่จะเข้าถึงจุดหมาย เช่น กลุ่มอาคารเรียนรวม จะอยู่หลังอาคารไทยบุรี ถนนจะเป็นวงกลม 2 วงกลม โพสต์นี้จะเล่าเรื่องการหลงห้องสอบของนักศึกษาใหม่ซึ่งได้เกิดขึ้นประจำทุกปี ก่อนเปิดเทอม จะมีการสอบวัดระดับนักศึกษาเพื่อแยกกลุ่มจัดตารางสอน ทีนี้อาคารเรียนรวม 1,3,5,7 จะมีลักษณะพิเศษ คือชั้น 3 จะเป็นห้องรวมอยู่แยกกัน 2 ปีกของตึก มีบันไดขึ้นลงแยกกันต่างหาก มองลงมาจะเห็นโถงชั้น 2 ตัวอย่าง มักจะมีนักศึกษาเป็นจำนวนมากที่สับสนระหว่างห้องสอบที่ 5310 กับ 5301 ทั้งขึ้นบันไดผิดฝั่ง จำเลขห้องสลับกัน เลยไปเข้าห้องสอบผิด ถ้ามีเวลาเหลือมากก็ไม่เป็นไร แต่พอเวลาจวนเจียนก็ต้องวิ่งลงมาชั้น 2 ก่อน แล้วไปขึ้นชั้นRead More →

WU Library ไม่ใช่ WU Book Center

ทุกปีจะพบว่านักศึกษาใหม่จะหลงไป WU Book Center เมื่อต้องการจะไปห้องสมุดมหาวิทยาลัย เพราะชื่อหน่วยงานมีคำว่า “Book” อยู่ ซึ่ง WU Book Center เป็นชื่อร้านหนังสือ จำหน่ายเครื่องแบบนักศึกษา หนังสือตำราเรียน เครื่องเขียน และหนังสือทั่วไป รวมทั้งของใช้จำเป็นในการเรียนมหาวิทยาลัย นับเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ เพราะชื่อห้องสมุดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่ได้มีชื่อขึ้นต้นว่าห้องสมุดเหมือนห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีชื่อเป็นทางการว่า “ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา” หรือ The Center for Library resources and Education Media มีชื่อย่อหน่วยงานภาษาไทยว่า ศบส. ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า CLM มีอาคารแยกออกมาจากอาคารอื่นๆ เนื่องจากเป็นแหล่งบริการทรัพยากรสารสนเทศ ยังให้บริการผลิตสื่อการเรียนการสอนทุกรูปแบบ และให้บริการโสตทัศนูปกรณ์สนับสนุนการเรียนการสอน ตามที่อาจารย์นักศึกษาได้รับบริการตามห้องเรียนทุกอาคาร อีกไม่นานจะมีการปรับปรุงอาคาร นักศึกษาใหม่รหัสใหม่ปีหน้าอาจจะต้องไปใช้บริการ ณ อาคารอื่น คอยติดตามข่าวการย้ายหน่วยงานเร็วๆ นี้ Visits: 6Santat Sarakบรรณารักษ์Read More →