จากการศึกษาบทเรียนออนไลน์ ThaiMOOC รายวิชา PSU: PSU009 ศิลปกรรมท้องถิ่นชายแดนใต้ | Southern Folk Art สรุปเนื้อหาได้ดังนี้ 1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นชายแดนใต้ ภูมิปัญญาเป็นวัฒนธรรม เป็นความรู้ที่สะสมจากการปฏิบัติจริงในห้องทดลองของสังคม เป็นความรู้ดั้งเดิมที่ถูกค้นพบ มีการทดลองใช้ แก้ไขดัดแปลง จนเป็นองค์ความรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตและถ่ายทอดสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาไทยเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่คนไทยทุกคนควรรู้ ควรศึกษา ปรับปรุงละพัฒนาใช้เพื่ออนาคตแห่งการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การการศึกษา การนับถือศาสนาของเผ่าชนที่อาศัยในประเทศไทย สมัยโบราณวิวัฒนาการมาจากความกลัวปรากฏการณ์ของธรรมชาติ เช่น ฟ้าร้อง ความมืด ความสว่าง ความร้อน ความหนาว ฝนตก ฯลฯ ปรากฏการณ์ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีพของมนุษย์ และเชื่อว่าธรรมชาติมีอำนาจลึกลับเหนือมนุษย์ สามารถบันดาลความสุข ความทุกข์แก่มนุษย์ได้ จึงพยายามหาวิธีการเอาใจอำนาจลึกลับของธรรมชาติด้วยการ เซ่นไหว้ บวงสรวง บูชา ซึ่งปรากฏในงานจิตกรรมของมนุษย์ในยุคหิน ซึ่งเป็นความเชื่อในอำนาจลึกลับและจิตวิญญาณหรือเรียกว่านับถือผีและเทพปกรนัมโดยจำแนกได้ดังนี้ เทวดา อารักษ์ ผีบรรพบุรุษ ผีวีรบุรุษ ผีร้าย คตินับถือผีนี้ ยังคงฝังลึกจิตใจของชาวไทย แม้นว่าสมัยต่อมาจะได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ คติการนับถือผีก็ยังคงอยู่ โดยผสมผสานกับลัทธิศาสนาที่เผยแพร่เข้ามา เช่น ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม 2. ศิลปกรรมท้องถิ่นชายแดนใต้ เครื่องแต่งกายมลายู เสื้อผ้าของทั้งมุสลิมชาย และมุสลิมหญิง ต้องสะอาด ประณีต เรียบร้อย ดูสวยงามเหมาะสมกับบุคลิกภาพ โดยการดำรงตนสมถะหรือการเคร่งครัดในศาสนา ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใส่เสื้อผ้าเก่าแลดูซอมซ่อ เพื่อให้บุคคลอื่นเห็นว่าไม่ใส่ใจใยดีต่อโลก แต่ควรแต่งกายให้เหมาะสมด้วยสีสันและลวดลาย โดยหลักการศาสนาอิสลาม เสื้อผ้าที่มีลวดลายเป็นรูปสัตว์ หรือรูปมนุษย์ ต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และสำหรับมุสลิมชายนั้น มีข้อห้ามในการสวมผ้าไหม และสิ่งทอที่ประกอบหรือประดับด้วยทองคำแท้ชนิดของว่าวมลายู ได้แก่ 1. ว่าวบูหลัน (Wau Bulan) หรือว่าวดวงจันทร์ 2. ว่าวกูจิง (Wau…