ปัจจุบันสื่อกราฟิกเพื่อการนำเสนอมีหลากหลายรูปแบบ อินโฟกราฟิกได้กลายเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้เพราะลักษณะเด่นของสื่ออินโฟกราฟิก ที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม  สะดุดตา และสามารถดึงดูดความน่าสนใจแก่ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการได้เรียนจะมีเทคนิคหรือเกล็ดความรู้ที่น่าสนใจมาฝากคะคำว่า “กราฟิก” มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ Graphikos กับ GrapheinGraphikos หมายถึง การเขียนภาพทั้งที่เป็นภาพสีและภาพขาวดำGraphein หมายถึง การเขียนตัวหนังสือและการใช้เส้นในการสื่อสาร ภาพอินโฟกราฟิกที่ดีประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลัก ดังนี้1.Simplicity หรือความเรียบง่ายดูง่ายไม่ซับซ้อนไม่ควรมีจุดเน้นการใช้สีหรือมีรายละเอียดของภาพและตัวหนังสือที่มากเกินไป2.Interestedness หรือความน่าสนใจ การนำเสนอภาพอินโฟกราฟิก ควรเป็นเรื่องที่น่าสนใจหรือกำลังเป็นกระแสในปัจจุบันไม่เพียงแต่เรื่องที่น่าสนใจเท่านั้นการตั้งชื่อหัวเรื่อง3.Beauty หรือความสวยงามเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันเพราะความสวยงามของภาพจะเป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดคนที่พบเห็นให้อยากอ่านอยากเข้ามาดูเนื้อหาที่ปรากฏในภาพนอกจากนี้ความสวยงามยังสามารถเพิ่มการจดจำได้อีกด้วย ข้อควรระวังต่างๆ ในการออกแบบอินโฟกราฟิก 1. ข้อมูลไม่ควรเยอะจนเกินไป ควรที่จะแบ่งสัดส่วนของตัวหนังสือให้น้อยกว่าภาพ2. ข้อมูลนำเสนอไม่ควรซับซ้อน อย่างเช่น การใช้กราฟ หรือรูปภาพแทนข้อมูลต่างๆ จะทำให้ผู้ชมนั้นสามารถเข้าใจได้ดีมากกว่า3. อย่าใช้สีและตัวเลขมากเกินไป จะทำให้ประสิทธิภาพของงานเราน้อยลงตามไปด้วย หรืออาจจะเลือกใช้สีที่เป็นกระแสของช่วงนั้นจะส่งผลได้ดีกว่า เช่น กระแสของโทนสีเอิร์ธโทนกำลังมาแรง4. อย่าทำให้น่าเบื่อ การสร้าง Infographics ส่วนมากจะให้ความรู้ ประโยชน์ และความชัดเจน5. อย่าเน้นที่การออกแบบ Infographics ไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องการออกแบบให้สวยงามเพียงอย่างเดียว ควรเน้นเรื่องของการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องด้วย การออกแบบอย่างสวยงามจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าหากคุณมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 6.Read More →

ความสำคัญของการนำเสนอ การนำเสนอมีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานทุกประเภทเลย เพราะช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินงานใช้ในการพัฒนางาน ตลอดจน เผยแพร่ความก้าวหน้าของงาน ต่อผู้บังคับบัญชาและบุคคลผู้ที่สนใจเรามาดูลักษณะสำคัญของการนำเสนอกัน การเสนอเป็นเรื่องของการติดต่อสื่อสารค่ะเกี่ยวข้องกับงานที่ทั้ง 2 ฝ่ายเกี่ยวข้องมีเป้าหมายให้ผู้รับฟังการนำเสนอเห็นด้วย สนับสนุนและเพื่อผลสำเร็จของผู้นำเสนอ พึงระลึกไว้ว่าผู้รับฟัง คือ คนสำคัญ ดังนั้น การนำเสนอจึงควรคำนึงถึงผู้รับสารเป็นสำคัญในส่วนของลักษณะการนำเสนอที่ดีมี 4 ประการดังนี้            1. มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน            2. มีรูปแบบการนำเสนอเหมาะสม            3. มีเนื้อหาสาระดี            4. มีข้อเสนอที่ดีองค์ประกอบของการนำเสนอ องค์ประกอบที่ดีของการนำเสนอมี 4 ประการดังนี้            ก. ผู้นำเสนอ (Presenter)             ข. เนื้อหา (Content)            ค. สื่อ (Media) ง. ผู้ฟัง (Audience)ผู้นำเสนอ  คือ ผู้ที่สามารถนำความรู้ความคิดของตนถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจน รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองได้และเป็นผู้แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ สิ่งสำคัญค่ะที่ผู้นำเสนอควรคำนึงถึงมี 3 ข้อ   Read More →

หลายคนคงเคยถ่าย VDO ด้วยกล้องถ่ายรูปไม่ว่าจะเป็นชนิด dslr หรือ mirrorless ซึ่งกล้องทั้ง 2 แบบก็มีฟังค์ชั่นที่คล้ายกัน แต่ว่ามือใหม่ทั้งหลายที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องการตั้งค่า speed shutter หรือ ค่ารูรับแสง (F-Stop) รวมทั้งค่า ISO นั้นจะต้องตั้งอย่างไรวันนี้เรามาดูกัน 1. PAL กับ NTSC คำว่า PAL กับ NTSC เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างใช่มั้ยครับ อธิบายสั้น ๆ ว่าเป็นมาตราฐานระบบสัญญาณภาพที่ใช้กันทั่วโลกซึ่งมันก็จะมีให้เลือกหลัก ๆ สองอันนี้แหละในกล้องของเราก็สามารถเลือกได้ว่าจะบันทึกวิดีโอในระบบไหน ซึ่งในประเทศไทยจะใช้ระบบ PAL ซึ่งข้อแตกต่างของสองอันนี้คือ PAL จะเป็นแบบ 50Hz ส่วน NTSC นั้น 60Hz ซึ่งกล้องจะปรับการตั้งค่าเฟรมเรตวิดีโอให้สัมพันกับระบบที่คุณเลือกใช้ด้วยนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนเราอ่านสเปคกล้องเค้าบอกว่าถ่ายวิดีโอได้ 1080p 60fps แต่ตอนซื้อมาใช้มันตั้งได้แค่ 50fps เองเพราะกล้องซื้อในบ้านเรามันถูกตั้งไว้ที่ระบบ PAL(แต่บางรุ่นก็จะมี 60fpsRead More →

การจัดการความรู้

การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล หรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กร สามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถเชิงแข่งขันสูงสุด การจัดการความรู้ คือเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ (1) การบรรลุเป้าหมายของงาน (2) การบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาคน (3) การบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (4) การบรรลุเป้หมายของการเป็นชุมชน หมู่คณะ ที่มีความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน — นพ.วิจารย์ พาณิช ประเภทขององค์ความรู้ ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (tacit knowledge) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (explicit knowledge) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (tacit knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่นRead More →

จากการศึกษาบทเรียนออนไลน์ ThaiMOOC รายวิชา PSU: PSU008 การออกแบบการนำเสนองานอย่างสร้างสรรค์และทันสมัย | Creative and Modern Presentation Design สรุปได้ดังนี้ เทคนิคการออกแบบการนำเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ การเลือกใช้ Background การเลือก Template หรือการจัดวาง layout ในการนำเสนอการใช้ background หรือ template ถือเป็นประการแรกๆ ในการวางแผนการออกแบบ presentation ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมหรือการวาง layout ของงาน โดยให้เริ่มต้นจากการออกแบบสไลด์นำเสนอโดยการสร้างพื้นที่ว่าง หรือหน้าสไลด์เปล่าขึ้นมาแล้วออกแบบสไลด์นำเสนอให้ดูเรียบง่าย ดูสะอาดตา หรือมีความแปลกใหม่ หรือเลือกการออกแบบที่เข้ากับ Trend อย่างเช่นในปัจจุบัน ก็จะให้ความสนใจกับงานออกแบบที่เป็น Flat Design ซึ่งเน้นเป็นงานแบนราบ ลดองค์ประกอบที่เป็นมิติ เน้นไปที่ Content มากกว่า จะทำให้งานออกแบบมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การกำหนดบรรทัดหรือข้อความในการนำเสนอ ไม่ควรมีตัวอักษรที่มากเกินไป ผู้นำเสนอจึงควรเลือกเฉพาะหัวข้อที่ต้องการนำเสนอ หรือข้อความสำคัญ ดังนั้นสไลด์ที่ดีในแต่ละหน้าจึงไม่ควรมีเนื้อหาที่กระจุกเกินไปหรือRead More →

จากการศึกษาบทเรียนออนไลน์ ThaiMOOC รายวิชา PSU: PSU009 ศิลปกรรมท้องถิ่นชายแดนใต้ | Southern Folk Art สรุปเนื้อหาได้ดังนี้ 1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นชายแดนใต้ ภูมิปัญญาเป็นวัฒนธรรม เป็นความรู้ที่สะสมจากการปฏิบัติจริงในห้องทดลองของสังคม เป็นความรู้ดั้งเดิมที่ถูกค้นพบ มีการทดลองใช้ แก้ไขดัดแปลง จนเป็นองค์ความรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตและถ่ายทอดสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาไทยเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่คนไทยทุกคนควรรู้ ควรศึกษา ปรับปรุงละพัฒนาใช้เพื่ออนาคตแห่งการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การการศึกษา การนับถือศาสนาของเผ่าชนที่อาศัยในประเทศไทย สมัยโบราณวิวัฒนาการมาจากความกลัวปรากฏการณ์ของธรรมชาติ เช่น ฟ้าร้อง ความมืด ความสว่าง ความร้อน ความหนาว ฝนตก ฯลฯ ปรากฏการณ์ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีพของมนุษย์ และเชื่อว่าธรรมชาติมีอำนาจลึกลับเหนือมนุษย์ สามารถบันดาลความสุข ความทุกข์แก่มนุษย์ได้ จึงพยายามหาวิธีการเอาใจอำนาจลึกลับของธรรมชาติด้วยการ เซ่นไหว้ บวงสรวง บูชา ซึ่งปรากฏในงานจิตกรรมของมนุษย์ในยุคหิน ซึ่งเป็นความเชื่อในอำนาจลึกลับและจิตวิญญาณหรือเรียกว่านับถือผีและเทพปกรนัมโดยจำแนกได้ดังนี้ เทวดา อารักษ์ ผีบรรพบุรุษ ผีวีรบุรุษ ผีร้าย คตินับถือผีนี้ ยังคงฝังลึกจิตใจของชาวไทย แม้นว่าสมัยต่อมาจะได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ คติการนับถือผีก็ยังคงอยู่ โดยผสมผสานกับลัทธิศาสนาที่เผยแพร่เข้ามา เช่น ศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม 2. ศิลปกรรมท้องถิ่นชายแดนใต้ เครื่องแต่งกายมลายู เสื้อผ้าของทั้งมุสลิมชาย และมุสลิมหญิง ต้องสะอาด ประณีต เรียบร้อย ดูสวยงามเหมาะสมกับบุคลิกภาพ โดยการดำรงตนสมถะหรือการเคร่งครัดในศาสนา ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใส่เสื้อผ้าเก่าแลดูซอมซ่อ เพื่อให้บุคคลอื่นเห็นว่าไม่ใส่ใจใยดีต่อโลก แต่ควรแต่งกายให้เหมาะสมด้วยสีสันและลวดลาย โดยหลักการศาสนาอิสลาม เสื้อผ้าที่มีลวดลายเป็นรูปสัตว์ หรือรูปมนุษย์ ต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และสำหรับมุสลิมชายนั้น มีข้อห้ามในการสวมผ้าไหม และสิ่งทอที่ประกอบหรือประดับด้วยทองคำแท้ ชนิดของว่าวมลายู ได้แก่ 1. ว่าวบูหลัน (Wau Bulan) หรือว่าวดวงจันทร์  2. ว่าวกูจิง (Wau Kucing) หรือว่าวแมว 3. ว่าวจาลาบูดี (Wau Jalabudi) หรือว่าวเกี่ยวกับเพศหญิง 4. ว่าวมือรัก (Wau Merak) หรือว่าวนกยูง ว่าวทั้ง 4 ชนิดนี้จะอยู่ในว่าวตระกูลเดียวกัน แต่ส่วนท้ายจะมีลักษณะต่างกันไปตามชื่อของตัวว่าว ส่วนท้ายของว่าวจะมีลักษณะเฉพาะ แต่ทั้งนี้ว่าวบูหลันจะมีลักษณะแตกต่างจากว่าวอื่น และมีรูปทรงที่เด่นชัดกว่า ว่าวบูหลันจึงเป็นที่นิยมเล่นมากกว่าว่าวอื่น แต่ความงามของตระกูลว่าวจำพวกนี้ก็ยังคงซึ่งถึงลวดลายที่บรรจงลงบนตัวว่าว เรือกอและ หมายถึง เรือประมงที่ใช้กันแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้  มีลักษณะเป็นเรือยาวที่ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำส่วนหัวและส่วนท้ายสูงจากลำเรือ   มีการทาสีแล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาด เป็นลายไทยและลายอื่นๆ เรือกอและประเภทปาตะกือระ (ท้ายตัด) หมายถึง เรือประมงที่มีลักษณะเหมือนเรือกอและแบบดั้งเดิมเกือบทุกประการ แต่มีท้ายตัดเพื่อวางเครื่องยนต์สำหรับขับเคลื่อนลวดลาย หมายถึง ลวดลายตกแต่งที่เป็นลายประดิษฐ์ ได้แก่ ลวดลายพรรณไม้แบบเถาเลื้อย อิทธิพลศิลปะอิสลาม ลวดลายเถาเลื้อย ลวดลายหน้ากระดาน ลวดลายประจำยามฯลฯอิทธิพลศิลปะไทยจิตรกรรม หมายถึง ภาพที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยประสบการณ์ทาวสุนทรีภาพ และความชำนาญ โดยใช้สีชนิดต่างๆ เป็นสื่อในการแสดงออก ได้แก่ภาพสัตว์ในจินตนาการประเพณี ศาสนา วรรณคดีศิลปะการแสดง สัตว์หิมพานต์ สัตว์ในจินตนาการของจีน ภาพสัตว์น้ำ ภาพทิวทัศน์ ฯลฯ 3. ดนตรีและการแสดงท้องถิ่นชายแดนใต้ หนังตะลุง คือ ศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่น อย่างหนึ่งของภาคใต้ เป็นมหรสพที่นิยมแพร่หลายอย่างยิ่ง มาเป็นเวลานาน นักวิชาการเชื่อว่ามหรสพการแสดงเงา ประเภทหนังตะลุงนี้ เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของมนุษยชาติ เคยปรากฏแพร่หลายทั้งในแถบประเทศยุโรปและเอเชีย ในแถบเอเชียการแสดงหนังตะลุงได้แพร่หลายเข้าสู่เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศอินโดนีเซีย (ชวา) เขมร พม่า มาเลเซีย และประเทศไทย ลิเกฮูลู เป็นการละเล่นพื้นบ้านแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับความนิยมมากของชาวไทยมุสลิม มักจะใช้แสดงในงานมาแกปูโละ งานสุหนัด งานเมาลิด งานฮารีรายอแล้ว คำว่า “ลิเก” หรือ”ดิเกร์”เป็นศัพท์เปอร์เซีย  “ฮูลู หมายถึง คนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เช่น อยู่เชิงเขา อยู่ห่างทะเล นี่คือฮูลู เพราะฉะนั้นลิเกฮูลูจึงเป็นการละเล่นของคนที่อยู่ห่างไกล  การแสดงปัณจักสิลัต ได้รับอิทธิพลจากชาวมุสลิมที่เข้ามาจากอินโดนีเซีย และมาเลเซีย การเล่นสิละซึ่งเป็นศิลปะชั้นเชิงการต่อสู้ด้วยอาวุธมือเปล่าเป็น และได้กลายมาเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นจนทุกวันนี้ในระยะเริ่มแรกลักษณะการเล่นยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนแต่เป็นการละเล่นเพื่อประลองความสามารถกัน ในสมัยก่อนชาวมุสลิมส่วนมากที่ความสามารถในการต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรือมีการใช้อาวุธต่อสู้ด้วย คือ กริช เพื่อไว้ป้องกันตัวจากการศึกสงครามเมื่อหมดศึกสงคราม สิละจึงกลายเป็นการละเล่นที่มีการประชันขันแข่ง จนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย  4. สถาปัตยกรรมท้องถิ่นชายแดนใต้Read More →

จากการศึกษาบทเรียนออนไลน์ ThaiMOOC รายวิชา NIDA: NIDA001 การสร้างสรรค์เนื้อหาด้วยข้อมูล (Data) เพื่อเพิ่มคุณค่าขององค์กร | Content Creation in Digital Organization สรุปได้ดังนี้ • ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีปริมาณมหาศาล มีความหลากหลายของข้อมูลสูง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีคุณค่าต่อการนำไปใช้ประโยชน์ โดยข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นั้นจะถูกนำมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้อมูล และสามารถใช้ประโยชน์ในการดำเนินการด้านการตลาดดิจิทัลขององค์กรได้ โดยความสำคัญของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการพัฒนาประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัลนั้น เมื่อข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมตัวกันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดความสามารถในการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ทางการตลาด ช่วยให้สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และจะช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และเรียลไทม์ สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ส่งมอบคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างรูปแบบการส่งเสริมการตลาดที่เจาะจงสอดคล้องกับความต้องการและดึงดูดลูกค้าเป้าหมายได้ โดยที่กระบวนการทำงานของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับการพัฒนาประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัล ประกอบด้วย 4Read More →

ซึ่งจากการเรียนรู้ในรายวิชาไมโครซอฟท์ เอ็กซ์เซลล์ Microsoft Excel (โปรแกรมการคำนวณ) จึงขอแนะนำความรู้ในบางส่วนของหัวข้อ Manage Tables and Table Data = จัดการตารางและข้อมูลตารางการทำข้อมูล ในเรื่องของการ Create Charts มาเป็นตัวอย่างที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการจะสร้างแผนภูมิ เพื่อดูผลลัพธ์ของข้อมูลแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากแม้คุณจะไม่เก่งเรื่อง Microsoft Excel ก็สามารถทำได้คะ มาเรียนรู้กันเลยนะคะ การสร้างแผนภูมิด้วย Microsoft Excel เตรียมข้อมูลที่ต้องการสร้างแผนภูมิ (ข้อมูลตัวอย่าง) 2. คลิกที่เมนู Insert ที่เมนูด้านบนสุด 3. จะเห็นว่ามีตัวอย่างของแผนภูมิในรูปแบบต่างๆ  อยู่ด้านขวามือ 4. ให้ทำการคลิกคลุมข้อมูลที่เราอยากจะสร้างแผนภูมิ 5. เสร็จแล้วให้คลิกไปที่คอลัมน์แผนภูมิที่เราต้องการ 6. ระบบจะสร้างแผนภูมิให้ตามที่เราต้องการ 7. เราสามารถเปลี่ยนเป็นแผนภูมิในรูปแบบต่าง ๆ ที่เราต้องการได้ตามความเหมาะสม 8. หากเราจะเพิ่มข้อมูลหรือเปลี่ยนข้อมูลในอีก sheet ตัวอย่างเช่น จะเอาข้อมูลRead More →

แนวคิดเกี่ยวกับสื่อเสียง สื่อเสียงประกอบด้วยสื่อและเสียงซึ่งเป็นตัวการทำให้กำเนิดเสียงถ้าไม่มีตัวกลางก็ไม่มีเสียงเสียงเกิดจากการสั่นตัวกลางทำไห้เกิดความถี่ย่านต่างๆระหว่าง 20 hz- 20 khz ส่วนเสียงจะเป็นอะไร มีความหมายอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของสอมมนุษย์ผู้นั้นว่าบันทึกและจำแนกเสียงไว้ในสมองอย่างไร เสียงเกิดจากการสั่งสะเทือนของเครื่องกำเนิดเสียง เสียงเคลื่อนที่ด้วยสื่อที่เป็นตัวกลางความเร็วของการเคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาแน่นความยืดหยุ่น อุณหภูมิตัวกลางโดยทั้งไปเสียงเดินทางผ่านอากาศที่อุุณหภูมิ 20 องศาจะมีความเร็ว 340 เมตร/วินาทีเสียงจะเคลื่นที่ความเร็วเท่าไหร่ได้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับชนิดและสื่อกลางที่จะพาเครื่องที่ไปยังจุดหมาย ด้วยการค้นพบเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถผลิตคลื่นวิทยุเมื่อใช้คลื่นวิทยุเป็นสื่อพาเสียงไปได้ความเร็วของคลื่นสนามแม่เหล็กด้วยการผสมคลื่นเสียงกับคลื่นวิทยุด้วยกระบวนการที่เรียกว่า การปรุงคลื่นการ (Modulation) ด้วยการส่งเสียงออกไปด้วยเครื่องส่งวิทยุหรือเรียกว่าสถานีวิทยุกระจายเสียงรูปคลื่นที่ผสมกับความถี่เสียงแบบ AM แล้วมีการเปลี่ยนแปลงตามขนาดความสูงของคลื่นตามขนาดความสูงของคลื่นเสียง ระบบบันทึกเสียง แบ่งตามรูปแบบของสัญญาณการบันทึกเสียงในแบบสัญญาณดิจิตอลบันทำเสียงได้ง่ายและมีความสะดวก โดยเฉพาะการเผยแพร่เสียงในรูปแบบ Mp3 ผ่านเครืออข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น ผู้สามารถเข้าฟังได้ในเวปไซด์ที่ให้บริการ หลักการของงานวิทยุกระจายเสียงมีอยูา 3 ประการคือ 1 ให้ข่าวสาร ความรู้ และบทความ 2 ให้การศึกษา 3 ให้ความบันเทิง ปัจจุบันสถานีวิทยุมีหลายแห่งส่วนมากจะมีเอกชนไปเช่าเวลาการออกอากาศต่างๆ โดยหวังผลประโยชน์ส่วนตน นักจักรายการจะมีอิสระในการดำเนินรายการมากและไม่มีรูปแบบแน่นอนจะมุ่นเน้นไปทางบันเทิงและโฆษณาเป็นส่วนใหญ่ตามการเวลาเพื่อผลจากผู้จ้างให้มาทำการโฆษณาบ่อยครั้งที่พบว่ารายการที่ออกมานั้นส่อไปในทางที่ไม่ถูกต้องตามวัฒธรรมประเพณีของไทย ทั้งยังเป็นปัญหาของสังคมอีกด้วย การบันทึกเสียงเพื่อการศึกษา เป็นการแปลงสัญญาณเป็นคลื่นเสียงเป็นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในระบบอนาล๊อกหรือระบบดิจิตอลที่เสนอเนื้อหาสาระและประสบการณ์เป็นสัญยาณในรูปแบบอื่นแล้วเก็บลงในวัสดุบันทึกสามารถเล่นกลับเป็นคลื่นเสียงให้ผู้เรียนศึกษาได้ รูปแบบการเปลี่ยนคลื่นเสียง เมื่อเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงมาประทบกับวัตถุบางๆทำไห้เกิดการสั่นสะเทือนมนุษณ์ก็คิดวิธีการบันทึกเสียงขึ้น รูปแบบการเปลี่ยนคลื่นเสียงมี 3 รูปแบบคือ 1Read More →

        ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ผู้ผลิตประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานมากมายหลายรูปแบบ  หลายยี่ห้อ  แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ การทำงานและราคา ซึ่งหลักการพิจารณาเลือกใช้เครื่องใช้สำนักงานมีดังนี้        1.  ความจำเป็นในการใช้เครื่องใช้สำนักงาน  โดยพิจารณาว่าหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องใช้สำนักงานประเภทใด เพราะเหตุใด จึงจำเป็นต้องใช้ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เครื่องใช้สำนักงานประเภทนั้น ๆ         2.  ลักษณะงาน  คือการพิจารณาความเหมาะสมกับลักษณะการทำงานที่นำเครื่องใช้สำนักงานมาใช้ว่ามีประสิทธิภาต่อการทำงานมากน้อยเพียงใด เช่น ได้ผลงานมากขึ้น สะดวก รวดเร็ว และประหยัด มีความก้าวหน้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา        3.  ความต้องการของบุคลากร  การเปลี่ยนแปลงการทำงานภายในองค์กรจากการใช้แรงงานคนมาเป็นการใช้เครื่องจักรนั้น ย่อมก่อให้เกิดปัญหา คือ การลดจำนวนพนักงานลงทำให้เกิดการว่างงานซึ่งกระทบต่อความรู้สึกของบุคลากร  เพื่อให้ปัญหา  ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนพนักงานและการใช้เครื่องใช้สำนักงานหมดไป ผู้บริหารจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่ามี  ความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เกิดความประหยัดค่าใช้จ่าย มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในงาน ขณะเดียวกันจะต้อง  ไม่เกิดความขัดแย้ง นอกจากนั้นควรคำนึงถึงปัญหาการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องใช้สำนักงานประเภทต่าง ๆ และชี้แจงให้เห็นประโยชน์ของเครื่องใช้นั้นRead More →

คือ ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออาจเรียกว่า “โปรแกรม” ก็ได้ ซึ่งหมายถึงคำสั่งหรือชุดคำสั่ง สามารถใช้เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เราต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรก็เขียนเป็นคำสั่งที่จะต้องสั่งเป็นขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนต้องทำอย่างละเอียดและครบถ้วนก็จะเรียกว่า นักเขียนโปรแกรม (Programmer) สำหรับการเขียนโปรแกรมดังกล่าวใช้ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ หรือหมายถึง ภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนขึ้นมาก็จะนำไปใช้ในงานเฉพาะอย่าง เช่น โปรแกรมสต็อกสินค้าคงคลัง โปรแกรมคำนวณภาษี โปรแกรมคิดเงินเดือนพนักงาน เป็นต้น  ฮาร์ดแวร์ที่เป็นคอมพิวเตอร์พื้นฐานที่เกี่ยวกับระบบสารสนเทศ เรียกว่า CBIS (Computer-Based    Information System) ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ  1. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)  2. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่นำมาจัดการกับงานประยุกต์ต่าง ๆ มี 2 ประเภทคือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ใช้กับงานโดยทั่วไป (General-Purpose Application Software) ส่วนใหญ่ใช้งานด้านการประมวลผลคำRead More →

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไรระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หมายถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อถึงกันซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกันได้ อุปกรณ์เครือข่ายเหล่านี้ใช้ระบบกฎที่เรียกว่าโปรโตคอลการสื่อสาร เพื่อส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์จริงหรือโดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย เราลองมาตอบคำถามทั่วไปที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์กัน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรโหนดและลิงก์เป็นบล็อกการสร้างพื้นฐานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โหนดเครือข่ายอาจเป็นอุปกรณ์สื่อสารข้อมูล (DCE) เช่น โมเด็ม ฮับ หรือสวิตช์ หรืออุปกรณ์ปลายทางข้อมูล (DTE) เช่น คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป ลิงก์คือการส่งข้อมูลสื่อที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 โหนด ลิงก์เป็นได้ทั้งแบบผ่านอุปกรณ์จริง เช่น สายเคเบิลหรือสายใยแก้วนำแสง หรือแบบที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้อย่างเครือข่ายไร้สาย ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้ โหนดต่างๆ จะเป็นไปตามชุดกฎเกณฑ์หรือโปรโตคอลที่กำหนดวิธีการส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านลิงก์ สถาปัตยกรรมเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะกำหนดการออกแบบองค์ประกอบจริงและเชิงตรรกะเหล่านี้ โดยให้ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับองค์ประกอบจริงของเครือข่าย องค์กรการทำงาน โปรโตคอล และขั้นตอนต่างๆ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่อะไร เครือข่ายคอมพิวเตอร์ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปลายทศวรรษ 1950 เพื่อใช้ในการทหารและกระทรวงกลาโหม แต่เดิมใช้เพื่อส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ และมีการใช้งานเชิงพาณิชย์และวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างจำกัด และการถือกำเนิดของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับองค์กรต่างๆ โซลูชันเครือข่ายยุคใหม่ไม่ได้มีแค่การเชื่อมต่อแล้ว แต่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและความสำเร็จของธุรกิจในปัจจุบันด้วย ความสามารถของเครือข่ายพื้นฐานนั้นสามารถตั้งโปรแกรมได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติและปลอดภัย เครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัยใหม่สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้ ทำงานแบบเสมือน โครงสร้างพื้นฐานจริงของเครือข่ายพื้นฐานสามารถแบ่งสัดส่วนตามตรรกะเพื่อสร้างเครือข่าย “ซ้อนทับ” ได้หลายเครือข่าย ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบซ้อนทับ โหนดต่างๆ จะถูกเชื่อมโยงแบบเสมือนจริง และสามารถส่งข้อมูลระหว่างโหนดทั้งสองผ่านอุปกรณ์จริงได้หลากหลายวิธี ตัวอย่างเช่นRead More →

เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy)         ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทักษะความสามารถสำหรับการรู้ดิจิทัลนั้น สามารถแบ่งเป็น 4 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ ใช้ (Use) หมายถึง ความคล่องแคล่วทางเทคนิคที่จำเป็นในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ทักษะและความสามารถที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “ใช้” ครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคขั้นพื้นฐาน คือ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ (Word processor) เว็บเบราว์เซอร์ (Web browser) อีเมล และเครื่องมือสื่อสารอื่นๆRead More →