Categories: Uncategorized

ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลในการทำงาน

ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลในการทำงาน คือ ความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน โดยใช้คำพูดและไม่ใช้คำพูด

© การรับฟังผู้อื่น และ การจูงใจผู้อื่น

    ฟัง คือ การรับรู้ความหมายจากสิ่งที่ได้ยินเป็นการรับรู้ทางหู การฟังที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องใช้ความตั้งใจมีสติรู้ตัว ขณะที่ฟังฉันรู้สึกอย่างไร คิดอะไร คาดหวังอะไร ต้องการอะไร และฟังโดยไม่ตัดสินจากประสบการณ์ตนเอง หากองค์การใดมีบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสาร คือ สื่อสารได้ตรงกับสิ่งที่ตนเองต้องการสื่อ ควบคุม อารมณ์ได้ดี มีความสามารถในการสื่อสาร ก็จะทำให้การประชุม การอภิปรายนั้น โดยสามารถหาข้อสรุปได้ และทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน ตรงข้ามกันหากองค์การใด มีการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม หรือการ สื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจนำมาซึ่งความไม่เข้าใจ ความขัดแย้ง จนกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

การจูงใจ ประกอบด้วย ความต้องการ แรงขับ และสิ่งล่อใจ ความต้องการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ความต้องการภายนอก และความต้องการภายใน ความต้องการ จะเกิดขึ้นจากภาวะของการขาดแคลน หรือการไม่ มี เช่น ต้องการเงินเพราะไม่มีเงิน ต้องการการพักผ่อน เนื่องจาก ไม่มีเวลาพักผ่อน ความต้องการนี้อาจจะเป็น ความต้องการทางร่างกาย หรือจิตใจก็ได้และเมื่อเกิดความขาดแคลน ก็จะเกิดภาวะตึงเครียดโดย ภาวะตึงเครียด นี้จะกลายเป็นแรงขับหรือเป็นตัวก าหนดทิศทางเพื่อไปสู่เป้าหมายคือ การลดภาวะความตึงเครียดนั้น และเรียกสิ่ง นั้นว่า แรงขับ และ สุดท้ายคือ สิ่งล่อใจ จะเป็นตัวกระตุ้นหรือเป็นตัวล่อให้แต่ละบุคคลแสดงพฤติกรรมตามที่ คาดหวังหรือที่ต้องการ

ดังนั้น หัวใจสำคัญคือ เมื่ออยากจะจูงใจใคร เราต้องรู้นะครับว่า บุคคลนั้นต้องการอะไร

การให้ข้อมูลย้อนกลับ หรือ feedback ในการทำงาน การให้ข้อมูลย้อนกลับ เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงาน แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบ และมองการให้ข้อมูลย้อนกลับ เชิงลบ โดยความเป็นจริง การให้ข้อมูลย้อนกลับ คือ การสะท้อนข้อมูล สะท้อน สิ่งที่เกิดขึ้นในการทำงานเพื่อให้แต่ละบุคคล หรือกลุ่มงานทราบเกี่ยวกับการทำงานที่ผ่านมา  เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลย้อนกลับ คือ การพัฒนา ปรับปรุง หรือเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และเพื่อทำให้งานดีขึ้น การให้ข้อมูลย้อนกลับ คือ การสะท้อนถึงพฤติกรรม กระบวนการในการทำงาน และเรื่องอื่นๆ ซึ่งอาจจะสะท้อนด้วยข้อมูล

การจัดการความคิดที่ทำให้เกิดปัญหาอารมณ์ และความเครียดที่มากเกินไป  

เทคนิคการปรับความคิด โดยสรุปอย่างเข้าใจง่าย

1. การตั้งคำถาม โดยใช้ทักษะการถามเพื่อทดสอบความมีเหตุผลของกระบวนการคิดว่า ไม่ใช่เป็น ความคิดที่ทำให้เกิดทุกข์หรือทำให้เกิดความเครียดมากเกินไป

2. สำรวจความคิดอัตโนมัติ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ ความคิดอัตโนมัติ ผลที่เกิดขึ้น และการตอบสนองที่ มักจะใช้และทำให้เกิดความเครียด

3. การหันเหความสนใจ การฝึกหันเหความสนใจหรือการพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดความสุข อาจช่วยให้สามารถหยุดความคิดทางลบได้

4. การพิจารณาข้อดีข้อเสียของการเลือกที่จะคงความคิดทางลบนั้นไว้ และให้ทำตามความคิดใหม่ที่เกิดขึ้น เมื่อความคิดใหม่นั้นเป็นความคิดที่ดี

5. ชี้ให้เห็นมุมมองของปัญหาว่า ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งแต่มาจากหลากหลายปัจจัย และให้พยายามคิดแบบเป็นกลาง ไม่สุดขั้วไป ด้านใดด้านหนึ่ง

6. ฝึกการแปลการรับรู้ใหม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเปลี่ยนมุมมองของการรับรู้ได้ จะช่วยให้เกิด ความคิดเกี่ยวกับตนเองในทางที่ดีและเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

การกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม

ลักษณะของคนที่กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม จะต้องรู้ถึง พฤติกรรม อารมณ์ ความคิด ความ ต้องการของตนเอง และต้องมีทักษะต่างๆ ร่วมด้วย เช่น ทักษะการฟัง การสร้างแรงจูงใจ การให้ข้อมูลย้อนกลับ การเสริมกำลังใจ การจัดการอารมณ์ และความเครียด เพื่อให้แสดงออกได้เหมาะสมเพิ่มขึ้น ซึ่ง มีดังต่อไปนี้

©การยอมรับการชมเชย หมายถึง การยอมรับส่วนที่ดี หรือส่วนที่ผู้อื่นกล่าวถึงในด้านที่ดี

©การแสดงออกทางสีหน้าที่เหมาะสม คือ การรับรู้อารมณ์ของตนเองอย่างจริงใจ และแสดงอารมณ์ สอดคล้องกับการแสดงออก

©การแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ คือ การแสดงการปฏิเสธได้อย่างสุภาพ และไม่ได้ทำให้คนอื่นรู้สึกแย่

©การขอร้องให้แสดงความกระจ่าง คือ การร้องขอให้ผู้อื่นอธิบายข้อมูลบางอย่างเพิ่ม หรือการบอก กล่าวให้ผู้อื่นได้ขยายความเพื่อเข้าใจ และ

©การถามถึงเหตุผล เช่น เมื่อบุคคลอื่นได้บอกข้อมูลบางอย่าง หรือ อธิบายบางอย่าง สามารถสอบถามเหตุผล หรือที่มาของข้อมูลต่างๆ ได้

©การพูดเพื่อรักษาสิทธิ คือ การแสดงออกด้วยการบอกถึงสิทธิของตนเอง เช่น เมื่อถูกร้องขอให้ทำบางอย่างที่อาจจะไม่ใช่หน้าที่ตนเอง หรือเมื่อถูกเอาเปรียบ หรือรู้สึกไม่ยุติธรรม

©การสามารถแสดงออกถึงความ ต้องการ มุมมองของตนเอง การแสดงความไม่เห็นด้วย เป็นการแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง หรือแสดงความคิดเห็นใน ประเด็นที่ตนเองเห็นต่างจากผู้อื่น

©การแสดงความมั่นคง คือ การแสดงออกถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือเป็นการแสดงจุดยืนของตนเอง เช่น เมื่อคิดเห็นต่างจากคนอื่น หรือผลสรุปในการประชุมต่างจากความคิดเห็นตนเอง ก็สามารถนิ่ง และยอมรับความ คิดเห็นนั้นได้ และ หลีกเลี่ยงที่จะต้องแสดงเหตุผลในทุกๆ ความเห็น คือ การรู้จักยับยั้งชั่งใจ รับฟังความคิดเห็น ผู้อื่น และเคารพสิทธิของผู้อื่น และเคารพสิทธิของตนเอง โดยให้โอกาสตนเอง และผู้อื่นได้แสดงความคิดอย่าง เหมาะสม โดยไม่จ าเป็นจะต้องแสดงออกทุกความคิดเห็น

ที่มา : เนื้อหารายวิชาทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลในการทำงาน / Interpersonal Communication Skills in Workplace

Views: 161

Comments

comments

You May Also Like