เขียนคอนเทนต์แบบไหน? ให้โดนใจในยุคดิจิทัล

  ในปัจจุบันมีการพูดถึงคอนเทนต์ หรือ Content กันมากขึ้น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ทุกประเภท และยังเป็นเทรนด์ในตอนนี้ว่าถ้าอยากทำการตลาด อยากเพิ่มยอดขาย อยากสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ต้องรีบทำคอนเทนต์ ซึ่งทุกวันนี้ใคร ๆ ก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้ หากคุณเป็นมือใหม่ที่อยากจะเรียนรู้การทำคอนเทนต์ อยากรู้ว่าคอนเทนต์คืออะไร? คอนเทนต์มีแบบไหนบ้าง? มีประโยชน์อย่างไร? และจะเขียนคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจ ในบทความนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับคอนเทนต์ (Content) รวมถึงสรุปสิ่งที่ต้องรู้และทำความเข้าใจ ประเภทคอนเทนต์แบบต่าง ๆ ไว้ให้แล้ว

    ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ถึงไปถึงการเขียนคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจในยุคดิจิทัล ไปทำความรู้จักกับคำว่า “คอนเทนต์ ” กันก่อนนะคะ

Content หรือ คอนเทนต์ คือ การสื่อสารข้อมูลไปหาผู้รับสารโดยใช้สื่อรูปแบบต่างๆ โดยคอนเท้นต์ไม่จำเป็นจะต้องเป็นรูปแบบข้อความ สามารถเป็นได้หลายรูปแบบ เช่น Video, Image, Infographic, Sound การสื่อสารข้อมูลผ่านคอนเทนต์ที่ดี ต้องถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ผู้รับฟัง ประเภทของเนื้อหา และ ช่องทางการสื่อสาร

ประเภทของคอนเทนต์มีอะไรบ้าง

1. Topical Content หรือคอนเทนต์ที่เป็นกระแส ณ ขณะนั้น เกี่ยวข้องกับสิ่งใหม่ๆ ข่าวสารต่างๆ หรือเรื่องเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีล่าสุด เทรนด์ล่าสุด หรือสิ่งที่คนกำลังพูดถึงเป็นอย่างมากในช่วงขณะนั้น ข้อดีของการทำคอนเทนต์แบบ Topical คือ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการทำไม่นานมากนัก เพราะแทบไม่ต้องหาข้อมูลใดๆ มาประกอบให้มากมาย เนื่องจากว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่มีความซับซ้อนน้อย ต้องการความรวดเร็วมากกว่ารายละเอียดเป็นหลัก ข้อเสีย “กระแสมีขึ้น ก็ย่อมมีลง” แน่นอนว่าอะไรที่เป็นกระแส เดียวแปบเดียวก็จะผ่านไป 

2. Evergreen Content หรือคอนเทนต์ที่ไม่มีวันหมดอายุ คือ การเขียนคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีการค้นหาอยู่ตลอดเวลา” หรือเราจะนับว่าเป็นคอนเทนต์ที่มีความสดอยู่ตลอดเวลา โดยเราสามารถยกเรื่องใกล้ตัวมาเขียนได้อย่างมากมาย รวมถึงความรู้ทั่วๆ ไปก็สามารถแปลงให้มาเป็น Evergreen Content ได้ด้วยเช่นกัน ข้อดี คือความที่เป็นคอนเทนต์ไม่มีวันหมดอายุ และมีความสดใหม่ เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับสายทำ SEO เพราะจะช่วยดึง Traffic ให้เข้าเว็บเราได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม และเป็นการทำคอนเทนต์ที่ยั่งยืนอย่างดียิ่งสำหรับกลุ่มสายเว็บไซต์ หรือการเขียนบล็อกต่างๆ ด้วยเช่นกัน ข้อเสีย คือ การผลิต Everygreen Content แต่ละชิ้นใช้เวลาค่อนข้างนาน ต้องรวบรวมข้อมูลให้ถูกต้องและเรียบเรียงออกมาเป็นเนื้อหาที่มีความยาวมากกว่า Topical Content พอสมควร นอกจากนี้การทำช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่สามารถเห็นผลเรียก Traffic คนเข้าใช้งานแพลตฟอร์มได้มากเท่ากับคอนเทนต์แบบกระแส

รูปแบบการนำเสนอของคอนเทนต์ในปัจจุบัน หลักๆ ที่ใช้กันอยู่ก็จะมี 4 แบบด้วยกันคือ

1. Content แบบ Entertain เป็นคอนเทนต์ที่คนนิยมทำกันมากหลายๆ เพจ ไม่เพียงแม่แต่เพจขายของ แต่ก็ยังมีในระดับธุรกิจใหญ่ๆ ที่ก็ทำคอนเทนต์ประเภทนี้เหมือนกัน ตัวอย่างคอนเทนต์แบบเอ็นเตอร์เทน เช่น ทำคลิปแกล้งคน การเล่าเรื่องราวน่ารักของสัตว์เลี้ยง ภาพมีมประกอบเนื้อหา เป็นต้น

2. เขียน Content แบบ Convince การทำคอนเทนต์แบบโน้มน้าวใจ เป็นการทำโฆษณาหรือสื่อสารเนื้อหาให้ผู้ที่ได้อ่าน ได้เห็น เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมและคล้อยตามไปด้วย เช่น โฆษณาขายสินค้าจำพวกครีม สินค้าสายมูเตลูต่างๆ

3. เขียน Content แบบ Inspire คอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ สำหรับคอนเทนต์แบบนี้ก็ถือว่าดีไม่น้อยเพราะว่าได้ส่วนร่วมค่อนข้างมาก เพราะทำให้ผู้อ่านได้แง่คิดดีๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับตนเอง และรู้สึกมีแรงผลักดันในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นนั่นเอง

4. ทำ Content แบบ Educate ป็นคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เป็นหลักทั้งหมด อย่างคอนเทนต์ของเว็บ Marketing In Secret เองก็เน้นเป็น Hub ที่จะรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับตลาดออนไลน์ให้ผู้คนได้อ่านกันแบบฟรีๆ และนำไปประยุกต์ใช้ คอนเทนต์แบบนี้ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลารวบรวมพอสมควร และยังเป็นการมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้อ่านของเราได้อีกด้วย

แล้วจะเขียน Content แบบไหนดีล่ะ ? 

1. กำหนดเป้าหมาย ค้นหาข้อมูล และวางแผนรูปแบบ Content สิ่งแรกก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียน Content นั้น ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน จะได้สื่อสาร Content ได้ออกมาชัดเจนและตรงประเด็น และตรงกลุ่มเป้าหมาย หลังจากนั้นรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้ และเข้าใจในรายละเอียดของเนื้อหาหรือสารที่ต้องการจะสื่ออกไปให้ครบ เพื่อที่จะได้สามารถเขียน Content ที่น่าสนใจออกมาได้อย่างครบถ้วน และวางแผนว่าจะเขียน Content ออกมาในรูปแบบไหน วางพล็อตไว้เพื่อที่จะเขียนให้ได้ตรงตามประเด็นที่วางไว้

2. รู้จักกลุ่มเป้าหมาย จะต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ หรือคนที่จะเข้ามาอ่านบทความของนั้นเป็นใคร มีความต้องการอะไร มีปัญหาอะไร ทั้งนี้เพื่อที่จะได้เลือกใช้ลักษณะการเขียนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และหากเข้าใจกลุ่มลูกค้าของได้มากเท่าไหร่ Content ที่เขียนออกก็จะยิ่งตอบโจทย์มากเท่านั้น

3. กำหนดหัวข้อ Content ให้น่าสนใจ การกำหนดหัวข้อหรือตั้งหัวข้อของ Content นั้น เป็นจุดแรกที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้ามาที่ Content จึงเป็นส่วนที่สำคัญมาก ดังนั้นควรที่จะตั้งให้สะดุดตา สร้างความน่าสนใจ หรือให้ความรู้สึกอยากลองเข้ามาอ่านว่ามันเป็นอย่างไร โดยใช้คำหรือภาษาที่เข้าใจได้ง่ายและชัดเจน ตรงประเด็น

4. เขียนเนื้อหาให้ตรงประเด็น เนื้อหาใน Content นั้นควรจะสอดคล้องจากหัวข้อ เพื่อที่ผู้อ่านจะรู้สึกต่อเนื่องไม่สะดุด โดยจัดกระบวนการเรื่องราวให้เป็นลำดับ นำเสนอเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา ถ่ายทอดเรื่องราวตามจริง คมชัดตรงประเด็น มีสาระน่าอ่าน มีใจความสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจ ไม่ใช้ศัพท์ที่ยากจนเกินไป เลือกใช้สำนวนชวนอ่านและภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม อาจเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลทางสถิติหากจำเป็น ซึ่งจะทำให้งานเขียนสามารถดึงดูดผู้อ่านให้มีความอินและคล้อยตามไปกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อ

ช่องทางการสื่อสาร

สำหรับช่องทางอย่างโซเชียลมีเดียหลักๆ ที่นิยมใช้กัน เช่น Facebook Line Twitter Instagram Youtube Tiktok แต่ละช่องทางนั้นพฤติกรรมของผู้ใช้งานก็แตกต่างกันไปอีก ดังนั้นการเลือกช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญ ที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและแพลตฟอร์มที่เราจะสื่อสารด้วยเช่นกัน

สรุป

คอนเทนต์ คือ สิ่งที่เราต้องการสื่อสารกับลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการส่งมอบประสบการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ด้วยการเขียนบทความ วิดีโอ รูปภาพ ไปยังกลุ่มคนนั้นๆ ถ้าอยากให้คอนเทนต์ปังๆ โดนใจ ก็ต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป Content Creator ต้องทำความเข้าใจ ศึกษา หาข้อมูล และทำการบ้านให้มากยิ่งขึ้น เพื่องานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง : https://stepstraining.co/content/5-checklist-for-content-marketer

: https://kingcopywriting.com/how-to-create-great-content/

: https://www.marykabin.ac.th/content/3992

Comments

comments