Home

หนมปะดา

หนมปะดา : รสชาติที่คงอยู่ เมนูคู่เมืองคอน

” หนมปะดา ” แป้งทําจากกล้วยนํ้าว้าผสมแป้งห่อไส้ เจาะรูตรงกลาง แต่บางที่ก็แอบไม่มีรู ทอดในน้ำมัน ส่วนประกอบหลักแบ่งเป็น แป้ง ไส้ และการทอ

หนมปะดา : รสชาติที่คงอยู่ เมนูคู่เมืองคอน อ่านต่อ

ขนมกวนขาว  ขนมพื้นบ้านแสนธรรมดา ของจังหวัดนครศรีธรรมราช

ขนมกวนขาวมีมา ขนมพื้นธรรมดาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล มีลักษณะนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น คล่องคอชื่นใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

ขนมกวนขาว  ขนมพื้นบ้านแสนธรรมดา ของจังหวัดนครศรีธรรมราช อ่านต่อ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับเมืองนครศรีธรรมราช

ความเกี่ยวโยงกันระหว่างเมืองนครศรีธรรมราช กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดูจะเป็นเรื่องที่เหมาะเจาะลงตัว จนบางครั้งดูเป็นเรื่องบังเอิญที่ลงตัว แต่ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผล เริ่มด้วยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยดํารงตําแหน่งพระยาตาก (สิน) ได้ มีความเกี่ยวข้องกับภูมิภาคครบทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ นับตั้งแต่กําเนิดขึ้นในภาคกลาง แล้วไปเป็นพระยาตากที่ภาคเหนือ ต่อมาไปตั้งชุมชุมเจ้าตากที่ภาคตะวันออก แล้วไปรบชนะข้าศึกที่มาจากภาคตะวันตก และสุดท้ายได้กลับมาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่ภาคใต้ และในภาคใต้นี่เอง ชะตาได้กําหนดให้พระองค์มาพบกับความสงบสุขในบั้นปลาย ชีวิตที่เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกัน ที่เมืองนี้ มีพระมหากษัตริย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับ พระองค์ ได้สร้างเมืองไว้รอต้อนรับพระองค์ถึง 300 ปี ก่อนหน้าที่ พระองค์จะเสด็จมาถึง เรื่องนี้คงไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลได้ นอกจากการอธิบายด้วยความศรัทธาที่มีต่อ อดีตพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ที่ทรงคุณูปการต่อเมืองนครศรีธรรมราชอย่างใหญ่หลวง จุดเริ่มต้นของความเกี่ยวโยงกันระหว่างเมืองนครศรีธรรมราช กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เริ่มขึ้น เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา แก่พม่าครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ขณะนั้นตําแหน่งเจ้าพระยา ซึ่งเป็นปลัด นครศรีธรรมราชว่างอยู่ หลวงสิทธิ นายเวรมหาดเล็ก (หนู) ซึ่งเป็นปลัด เมืองทําหน้าที่รักษาการแทนอยู่ ครั้งทราบข่าวว่า เสียกรุงแก่พม่าแล้ว ไม่มีเจ้านายปกครองบ้านเมือง จึงตั้งตัวเป็นเจ้าผู้ครองนครศรีธรรมราช

บทความนี้ อยู่ในชุด ตามรอยพระเจ้าตากที่เมืองนคร

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับเมืองนครศรีธรรมราช อ่านต่อ

พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม

พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม ที่อยู่ : หมู่ที่ 3 ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร) เนื้อที่ : มีเนื้อที่ทั้งหมด 35 ไร่  นิกาย : มหานิกาย ประเภทวัด : วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2360 ประวัติวัด วัดเขาขุนพนม ชื่อเดิมคือ “วัดคุมพนม ตามหลักฐาน วัดสร้าง (ผูกพัทธสีมา) เมื่อปี พ.ศ.  2330 ที่ตั้งของวัดมีทั้งส่วนที่ตั้งอยู่บนพื้นราบ และส่วนที่ตั้งอยู่ในถ้ำบนเขาขุนพนม ดังนั้น  หากใช้คำว่า “วัดเขาขุนพนม” ก็จะกินความรวมไปถึงถ้ำบนเขาขุนพนม หรือเวลาใช้คำว่า “เขาขุนพนม” ก็จะหมายความถึงส่วนที่เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนพื้นราบด้วย เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คือ ในบริเวณเขาขุนพนม (ศานติ โบดินันท์, 2561,

บทความนี้ อยู่ในชุด ตามรอยพระเจ้าตากที่เมืองนคร

พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม อ่านต่อ

น้ำตกอ้ายเขียว : เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เดินสบายตามสวนหินเลียบลำธาร

น้ําตกอ้ายเขียว มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ แบบเดินสบายตามสวนหินเลียบลำธารน้ำตก และสองข้างทางเต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากธรรมชาติ อันน่าตื่นตา เช่น เรื่องราวของกูดพร้าว เฟินโบราณ หรือหลากหลายพืชจิ๋วยุคสร้างโลก พืชเวหานักป่ายปีนตัวยง การปรับตัวของพืชสังคมชีวิตในป่าดิบชื้นและป่าต้นน้ํา

บทความนี้ อยู่ในชุด อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

น้ำตกอ้ายเขียว : เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เดินสบายตามสวนหินเลียบลำธาร อ่านต่อ

โบราณสถานโมคลาน

จากหลักฐานที่พบทั้งเทวสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ สระน้ำโบราณ ในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกายในแดนนี้มาก่อน ต่อมาด้วยอิทธิพลของพุทธศาสนาที่ได้เข้ามาแพร่หลายและรุ่งเรืองในแถบนี้ ทำให้ชุมขนโมคลานเปลี่ยนมารับนับถือพุทธศาสนาไปด้วย สันนิษฐานว่าในช่วงแรกน่าจะเป็นพุทธศาสนานิกายเถรวาทหรือลัทธิหินยาน ซึ่งกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในแถบนี้ หลังจากนั้นราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๐๐ สมัยอาณาจักรสุโขทัย (วัดโมคลาน https://th.wikipedia.org/wiki/วัดโมคลาน) โบราณสถานหรือแหล่งโบราณคดี แต่เดิมเป็น ศาสนสถาน ประจำชุมชนหรือหมู่บ้าน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำลำคลองตามธรรมชาติ จากการสำรวจแหล่งโบราณคดีในเขตอำเภอสิชล-ท่าศาลา ปรากฏว่าชุมชนโบราณมักตั้งถิ่นฐานไม่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติเท่าใดนัก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ชุมชนโบราณที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 มักเป็นกลุ่มชุมชนนับถือศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 18 หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชุมชนผู้นับถือศาสนาพุทธมหายานได้พบเป็นจำนวนมากขึ้นและยังพบว่าโบราณสถานบางแห่งได้ถูกรื้อถอนเปลี่ยนแปลงเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นพุทธสถาน เช่น วัดโมคลาน (หลักฐานทางโบราณคดีของพราหมณ์ในนครศรีธรรมราช http://xn--k3cvjh4b2b3m.com/th-TH/ประเภทของพราหมณ์/2-พราหมณ์พิธี/42-หลักฐานทางโบราณคดีของพราหมณ์ในนครศรีธรรมราช.html?tmpl=component&print=1) โมคลาน ประวัติศาสตร์การสร้างเมือง ความเชื่อมโยงกับเจ้าชายโมคคัลลานะแห่งอาณาจักรสิงหล  ชื่อบ้าน นามเมือง “โมคลาน” ศาสตราจารย์ ส. ประนะวิธาน นักประวัติศาสตร์ศรีลังกา ได้ค้นคว้าหลักฐานจากศิลาจารึก และบันทึกในศรีลังกาโบราณ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมืองตามพรลิงค์ในยุคโบราณ และ อาณาจักรสิงหล เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๑ “เจ้าชายโมคคัลลานะ” พระราชโอรสของ “พระเจ้าธาตุเสนา” แห่ง

โบราณสถานโมคลาน อ่านต่อ

Scroll to Top