วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร
| ที่ตั้ง : | ถนนท่าโพธิ์ ต. ท่าวัง อ. เมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช 80000 |
| ประเภท : | พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร |
| สังกัด : | ธรรมยุตินิกาย |
| วันตั้งวัด : | พ.ศ. 2327 |
| วันรับวิสุงคามสีมา : | พ.ศ. 2327 |
| สิ่งสำคัญ : | พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย |
| เจ้าอาวาส : | พระราชญาณมุนี วิ. (จรัล โอภาโส) |
| โทรศัพท์ : | 075341404 |
| เว็บไซต์ : | https://www.finearts |
| แผนที่ : | https://maps.app.goo.gl/rAjza6SfsP3GCqcA7 |
วัดท่าโพธิ์วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีความเป็นมาเริ่มต้นในยุคกรุงศรีอยุธยา ก่อนได้รกร้างไปหลายร้อยปี จนได้มีการบูรณะพลิกฟื้นกลับมาเป็นวัดอีกครั้ง
จากการค้นคว้าและเขียนประวัติความเป็นมาของวัดท่าโพธิ์วรวิหาร โดย ครูน้อม อุปรมัย อดีตสมาชิกผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช 4 สมัย ได้กล่าวประวัติของวัดท่าโพธิ์ไว้ ในหนังสือที่ระลึกของวัดท่าโพธิ์ไว้ ว่า แต่เดิมแล้ววัดท่าโพธิ์นั้นตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ โดยปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปยุคโบราณองค์ใหญ่ ที่มีการสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระประธานของพระอุโบสถ ความเป็นมาเริ่มต้นของวัดท่าโพธิ์ สันนิษฐานว่า ได้สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในราวปี พ.ศ. 2027 ซึ่งชื่อของวัด มาจากภูมิประเทศของวัด ที่ตั้งอยู่ใกล้กับท่าน้ำ และมีต้นโพธิ์เป็นจุดสังเกต
วัดท่าโพธิ์ ได้เจริญสืบความเป็นวัดอยู่ราว 144 ปี ใน พ.ศ. 2171 รัชสมัยของสมเด็จพระอาทิตย์วงศ์ วัดท่าโพธิ์ถูกทำลายจากการรุกรานของกองทัพจากนครรัฐยะโฮร์ ในสงครามการรุกรานเมืองนครศรีธรรมราชครั้งนั้น วัดท่าโพธิ์ถูกเผาเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟูกลับคืนสภาพได้เลย ผู้คนจึงเรียกวัดท่าโพธิ์แห่งนั้นว่า วัดท่าโพธิ์เก่า และถึงแม้ว่าท่าโพธิ์ถึงวัดจะร้าง แต่ก็ยังคงชื่ออยู่ในฐานะท่าที่ใช้ในการสัญจรไปยังตัวเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นสายน้ำที่เชื่อมต่อไปยังคลองท่าเรียน ที่สามารถพายเรือขึ้นไปยังคลองท่าดี ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวเหนือบนลานสกาได้
ต่อมาในยุคสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งตั้งให้หลวงสิทธินายเวร (หนู) ขึ้นเป็นพระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าประเทศราชเสมอด้วยเมืองเชียงใหม่ ทางด้านเจ้าพัฒน์ เชื้อพระวงศ์บ้านพลูหลวงที่หลบหนีลี้ภัยมายังนครศรีธรรมราช ได้สมรสกับ ท่านหญิงนวล ธิดาคนโตของ พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) โดยในยุคประเทศราช พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ได้แต่งตั้งเจ้าพัฒน์ขึ้นเป็นอุปราช เรียกกันว่า อุปราชพัฒน์ ซึ่งอุปราชพัฒน์ได้ทำการตั้งวังขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของท่าโพธิ์ ต่อมาเมื่อถึงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครศรีธรรมราชถูกลดฐานะเป็นเมืองในระดับเจ้าพระยามหานครตามเดิม และทางราชสำนัก ได้แต่งตั้งให้ เจ้าพัฒน์ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชถัดจาก พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู)
เมื่อเจ้าพัฒน์ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแล้ว จำต้องสละวังที่อยู่เดิมเพื่อไปอาศัยยังวังเจ้าเมือง (ปัจจุบันวังเจ้าเมือง อยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช) เจ้าพระยานครฯ (พัฒน์) จึงได้ถวายพื้นที่วังของตนเพื่อสร้างเป็นวัด เรียกกันว่า “ วัดท่าโพธิ์ใหม่ ” ซึ่งวัดท่าโพธิ์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในวัดที่อุปถัมภ์โดย สกุล ณ นคร ในตลอดการดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองของเจ้าพระยานครฯ (พัฒน์) ได้ทำการสร้างวัดท่าโพธิ์แห่งนี้ จนกระทั่งเจ้าพระ ยานครฯ (พัฒน์) ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2358 เจ้าพระยานครฯ (น้อย) เจ้าเมืองนครท่านถัดมา จึงได้นำอัฐฐิของเจ้าพระยานครฯ ( พัฒน์ ) มาบรรจุในเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังพระประธาน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงผู้สร้างวัด
วัดท่าโพธิ์ เท่าที่มีการสืบทราบ มีรายชื่ออดีตเจ้าอาวาสดังต่อไปนี้ คือ
1. พระครูกาเดิม (ปุ่น) ( ยุครัชกาลที่ 3)
2. พระอธิการบุญจันทร์ (ยุครัชกาลที่ 3)
3. พระอธิการศรีปาน (ยุครัชกาลที่ 4)
4. พระอธิการหนู (ยุครัชกาลที่ 4)
5. พระอธิการศรีไหม ( ยุครัชกาลที่ 5)
หลังการมรณภาพของพระอธิการศรีไหม วัดท่าโพธิ์ได้รกร้างลงถึง ๒ ปี เพราะขาดกำลังคนที่จะเข้าไปดูแล จากที่ครูน้อม อุปรมัยได้บรรยายในงานเขียนของท่าน วัดท่าโพธิ์ได้ร้างจนสภาพเปลี่ยนเป็นป่าละเมา มีต้นไม้และวัชพืชงอกเต็มพื้นที่ จนท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ( หนูพร้อม ณ นคร ) ได้นิมนต์พระครูการาม ( จู ) เจ้าอาวาสวัดมเหยงค์ มาเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ ซึ่งพระครูการาม ( จู ) ได้พัฒนาบูรณะวัดท่าโพธิ์ จนกลับฟื้นคืนสภาพความเป็นวัด
ภายหลังการมรณภาพของพระครูการาม ( จู ) เจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์รูปต่อมา คือ พระมหาม่วง สิริรัตน์ ( ต่อมาดำรงสมณศักดิ์เป็นพระรัตนธัชมุนี หรือที่รู้จักกันว่า ท่านเจ้าคุณวัดท่าโพธิ์ บ้างก็เรียกท่านเจ้าคุณม่วง ) เนื่องจากท่านพระรัตนธัชมุนี ( พระมหาม่วง สิริรัตน์ ) เป็นพระผู้พัฒนาการศึกษา ดำเนินการ ศึกษาทั้งทางโลก และ ทางธรรม โดยท่านได้ดำเนินการสร้างโรงเรียน สถาน ศึกษาสำหรับกุลบุตร กุลธิดาทั่วภาคใต้ จึงทำให้วัดท่าโพธิ์ ถูกยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้น วรวิหาร ในปี พ.ศ.๒๔๖๐ ซึ่งเป็นปลายยุคสมัยรัชกาลที่ ๖
วัดท่าโพธิ์วรวิหาร มีความเป็นมาตั้งแต่ยุคสมัยเป็นวัดราษฎร์ฯ ผ่านการรกร้างผ่านการปรักหักพัง มีทั้งเจริญรุ่งเรือง และ ร่วงโรยไปตามกฎวัฎสงสารในโลก เป็นโชคดีที่ในยุคหลัง วัดท่าโพธิ์วรวิหารได้รับการทำนุบำรุงอยู่ตลอด จึงทำให้วัดมีความเจริญสืบต่อกันมา นอกจากนี้ วัดท่าโพธิ์วรวิหาร ยังเป็นการศึกษา แหล่งชุมนุมของผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนในยุคสมัยรัชกาลที่ ๕ – รัชกาลที่ ๖ ในยุคสมัยที่ท่านพระรัตนธัชุมนี ( เจ้าคุณม่วง ) เป็นเจ้าอาวาส จึงมีคำเปรียบเปรยในยุคนั้นเกี่ยวกับวัดท่าโพธิ์เอาไว้ว่า “ อยากเป็นนายให้อยู่วัดท่าโพธิ์ อยากกินขนมโคให้อยู่วัดวัง อยากเป็นช่างให้อยู่วัดจันทร์ ” สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง และแหล่งการศึกษาที่สำคัญของวัดท่าโพธิ์วรวิหารในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี บทความนี้ได้เคยเผยแพร่ไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 (ภูมิ จิระเดชวงศ์, 2019)
และในวันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2564 สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช โดยกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน เข้าดำเนินการเคลี่อนย้ายครุภัณฑ์ตู้จัดแสดงและทำความสะอาด ณ ตึกรัตนธัช วัดท่าโพธิ์วรวิหาร ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี (สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช, 2021)
เอกสารอ้างอิง
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช, 2021, 9 พฤศจิกายน). วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2564 สำนักศิลปากรที่ 12... [facebook]. https://www.facebook.com/search/top?q=วัดท่าโพธิ์วรวิหารนครศรีธรรมราช
Views: 0






