หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 (ii)
- เป็นการแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่ทางวัฒนธรรมใดใดของโลก ผ่านการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือด้านเทคโนโลยี ด้านอนุสรณ์ศิลป์ ไปจนถึงการวางผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์ต่าง ๆ โดยวัดพระมหาธาตุ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา ความต่อเนื่องทางจิตวิญญาณ
- สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะ จากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่ได้รับการถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทรมาเป็นเวลาประมาณ 1,500 ปี
- มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและทรงคุณค่า ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งที่สำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ศิลปะปาละจากนาลันทา ศิลปะชวาภาคกลาง ศิลปะศรีลังกา และศิลปะมอญจากเมียนมาทางตอนใต้ จึงเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและสถาปัตยกรรมในมวลมนุษย์อย่างชัดเจน โดยรูปแบบสถาปัตยกรรม การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และประเพณีที่ยังคงดำรงอยู่ของอารามแห่งนี้ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย
หลักเกณฑ์ข้อที่ 5 (Vi)
- ความเชื่อมโยงโดยตรงหรือมีความเป็นรูปธรรมต่อเหตุการณ์หรือประเพณีที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต ความคิด ความเชื่อ มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะและงานวรรณกรรมที่มีความสลักสำคัญในระดับสากล
- วัดพระมหาธาตุเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของประเพณีที่ยังดำรงอยู่ด้วยระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม ความเชื่อในศาสนาฮินดู และพุทธศาสนาในกาลต่อมา ดังเห็นได้จากการบูชา การทำบุญ และประเพณีประจำปี ลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังสืบทอดอยู่ในอารามแห่งนี้ เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ การแสดงโนรา การบูชาบรรพบุรุษ พิธีพราหมณ์ งานศิลปะเฉพาะถิ่น และประเพณีท้องถิ่น ต่างสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กับชุมชนรายรอบอย่างชัดเจน อีกทั้งเป็นแนวทางให้กับอารามและชุมชนอื่น ๆ บนคาบสมุทรภาคใต้ของไทยและภูมิภาคอื่น ๆ ได้ปฏิบัติตามอีกด้ว
และเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังคงสืบทอดอยู่ ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จนถึงปัจจุบันนี้ ได้แก่ เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ พิธีกรรมโนราโรงครู พิธีกรรมแบบพราหมณ์ และประเพณีสวดด้าน ที่ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างวัดพระมหาธาตุฯ กับชุมชนโดยรอบอย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวัดและชุมชนอื่น ๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศอีกด้วย

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เป็นประเพณีที่มีมาช้านานและแสดงถึงการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความศรัทธาที่เหนียวแน่นของชาวนครศรีธรรมราชที่มีต่อพระพุทธศาสนา และยังคงมีประเพณีนี้มาอย่างยาวนานและยั่งยืน

สวดด้าน : จากภูมิปัญญาสู่ประเพณี
สวดด้าน ประเพณีที่มีมาแต่โบราณของชาวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการสวดที่พระวิหารคดทั้งสี่ด้าน ใช้สำเนียงถิ่นใต้ ปัจจุบันชาวเมืองนครศรีธรรมราชได้รื้อฟื้นกลับมาใหม่และปฏิบัติสืบต่อกันเรื่อยมา ช่วงเทศกาล “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” พระภิกษุ สามเณร พุทธศานิกชน จะมาร่วมสวดจากบทร้อยกรอง เป็นทำนองสรภัญญะ ภาษาถิ่นใต้ เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ สวดด้าน มีเฉพาะในวิหารคด พระด้าน ระเบียงรอบพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองนครศรีธรรมราช เท่านั้น
แหล่งที่มาข้อมูล
วัณณสาสน์ นุ่นสุข, วิรุจ ถิ่นนคร และ ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์. (2568). เอกสารนำเสนอขอประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช. แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ และ ทัศณีย์ ทัศระเบียบ. จังหวัดนครศรีธรรมราช.
ศุภาวีร์ รักษา. (2569, 4 สิงหาคม). คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล 2 ข้อ ที่ใช้ในการยื่นพิจารณาวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_165383
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร : มรดกแห่งความศรัทธาอันล้ำค่าของนครศรีธรรมราชViews: 0







