วิหารธรรมศาลา ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกด้านกึ่งกลางขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ ตรงประตูเยาวราช โดยส่วนท้ายของวิหารยื่นเข้าไปในระเบียงคด ลักษณะสถาปัตยกรรมของวิหารธรรมศาลา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี ประดับช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ตามแบบสถาปัตยกรรมไทย ผนังด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนทรงเครื่องปางประทานอภัย เรียกว่า พระพุทธรูปพระทนทกุมาร ซึ่งอยู่ระหว่างบูรณะลงรัก ปิดทองพระพุทธรูปดังกล่าว ส่วนด้านหลังพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องปางห้ามญาติ เรียกว่า “พระพุทธรูปพระนางเหมชาลา”
“ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช” กล่าวถึง “พระเหมชลา” (หรือพระนางเหมมาลา) และ “พระทนทกุมาร” (หรือเจ้าธนกุมาร) ว่าเป็นพระธิดาและพระโอรสของพญาสีหราชแห่งเมือง “ทรทบุรี” (หรือธนบุรี) ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนีภัยจากข้าศึก (ท้าวอังกุตราช) ที่ยกทัพมาแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ พี่น้องทั้งสองจึงลงเรือสำเภาเพื่อไปยังกรุงลังกา แต่เรือถูกคลื่นใหญ่ซัดอยู่หลายวัน ในที่สุดก็มาขึ้นฝั่งที่เมืองตรังจึงดั้นด้นพงไพรจนมาพบ “หาดทรายแก้ว” และตัดสินใจฝังพระบรมสารีริกธาตุไว้ ณ หาดทรายดังกล่าว ซึ่งเป็นที่กำเนิดของพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช การสร้างพระพุทธรูปพระเหมชาลา และพระทนทกุมาร จึงเป้นการบอกเล่าประวัติเหตุการณ์สำคัญครั้งนั้นไว้แก่อนุชน (จากข้อเขียนของ ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์. พระบรมธาตุสู่มรดกโลก) เมื่อปี พ.ศ. 2537 และปี พ.ศ. 2561 ภายในวิหารธรรมศาลาได้ถูกดัดแปลงเป็นห้องนิรภัย สำหรับเก็บรักษาทองคำเมื่อครั้งบูรณะปลียอดทองคำองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช
ลักษณะสำคัญของวิหารธรรมศาลา
วิหารธรรมศาลา มีลักษณะโดดเด่น คือเป็นหลังคาโค้ง รูปทรงคล้ายเรือที่แล่นอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเรือโลกุตรนาวา ที่นำพาสรรพชีวิตให้ข้ามพ้นมหาสมุทรแห่งวัฏสังสารหรือการเวียนว่ายตายเกิด
วิหารนี้มีบทบาทสำคัญสามประการ ประการแรกคือเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยการเทศนาของพระสงฆ์และการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ประการที่สองคือเป็นวิหารหลักสำหรับประกอบพิธีสงฆ์ต่าง ๆ ประการที่สามคือเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีกรรมของรัฐ เช่น พิธีภัทรบท และพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา วิหารนี้ได้รับการใช้งานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ใช้วิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี ดังเห็นได้จากการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) วิหารธรรมศาลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเจดีย์ประทาน ซึ่งเป็นรูปแบบการวางตำแหน่งวิหารตามสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาผนังด้านหน้าและด้านหลังของวิหารธรรมศาลาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป โดยผนังด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องปางประทานอภัย เรียกว่า “พระพุทธรูปพระทนทกุมาร” และส่วนท้ายของวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติ เรียกว่า “พระนางเหมชาลา” รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย เรียกว่า “พระธรรมศาลา” รวมทั้งพระพุทธรูปขนาดย่อม ข้างละ 2 องค์ซ้อนกัน ส่วนผนังด้านสกัดตรงข้ามกับพระธรรม ศาลามีการประดิษฐานเจดีย์ทรงกลมประดับกระจกองค์หนึ่งเรียกว่า “เจดีย์สวรรค์” ซึ่งตามตํานานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวว่าสร้างในศักราช 2141 เพื่อบรรจุอัฐิของพระยารามราชท้ายน้ํา ซึ่งเสียชีวิตระหว่างสงครามกับโจรสลัด
วิหารธรรมศาลา ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันเกี่ยวผู้สร้าง และอายุสมัย ตามตำรากล่าวว่าพระมหาเถระเหมรังสีเป็นผู้สร้างวิหารนี้ แต่มีการสัณณิฐานว่าวิหารนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณปฏิสังขรครั้งสำคัญในพุทธศักราช 2435 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 และยังมีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง
วิหารธรรมศาลา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบี้องเคลือบสี ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตามแบบสถาปัตยกรรมไทย หน้าบันสลักไม้ประดับกระจกสีและมีจารุกระบุปีพุทธศ้กราชที่ปฏิสังขรณ์ ส่วนท้ายของวิหารธรรมศาลายื่นเข้าไปในระเบียงคด มีการทําผนังกั้นจึงแยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนหน้าของวิหารและส่วนท้ายของวิหาร ทําให้พื้นที่ส่วนท้ายวิหารมีลักษณะเป็นห้อง คล้ายกับส่วนของอาคารสมัยอยุธยาที่เรียกว่า “ท้ายจระนํา” หน้าบันพระวิหารธรรมศาลา เชื่อมต่อกับระเบียงคด
จารึกหน้าบัน บริเวณหน้าบันของวิหารธรรมศาลามีจารึกบนแผ่นไม้ อักษรไทย ภาษาไทย กล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารใน พ.ศ. 2477 และ พ.ศ. 2511
พระพุทธรูปพระทนทกุมารและพระพุทธรูปพระนางเหมชาลา ได้มีการสร้างพระพุทธรูปทั้ง 2 และประดิษฐานที่ผนังด้านหน้าและด้านหลังของพระวิหารธรรมศาลา
พระธรรมศาลาและเจดีย์สวรรค์ ภายในพระวิหารธรรมศาลา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ภายในห้องโถงวิหารธรรมศาลา เป็นที่ประดิษฐาน “พระธรรมศาลา” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และที่ผนังตรงข้ามกับพระธรรมศาลาเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ขนาดย่อมองค์หนึ่งเรียกว่า “เจดีย์สวรรค์” เพื่อบรรจุอัฐิของพระยารามราชท้ายน้ำ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชผู้สละชีพในสงครามเพื่อปกป้องบ้านเมือง ทั้งพระพุทธรูปและเจดีย์สวรรค์สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ บรรพบุรุษที่มีความกล้าหาญและได้สร้างคุณูปการสำคัญให้กับวัดพระมหาธาตุและนครศรีธรรมราช
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์. (2559). พระบรมธาตุสู่มรดกโลก (พิมพ์ครั้งที่ 4). ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. กรมศิลปากร. https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/12/file/cNwYpYNJXKdUqB0yWuzNNiLLXtj76GE1j4DqmB75.pdf
นภัคมน ทองเฝือ. (ม.ป.ป.). “วิหารธรรมศาลา” พระวิหารสมัยอยุธยา วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช. https://www.finearts.go.th/main/view/19611–วิหารธรรมศาลา–พระวิหารสมัยอยุธยา-วัดพระมหาธาตุ-วรมหาวิหาร-นครศรีธรรมราช?type1=6
สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช. (ม.ป.ป.). วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช : วิหารธรรมศาลา. https://www.finearts.go.th/fad12/view/62465-วัดพระมหาธาตุ-วรมหาวิหาร-จังหวัดนครศรีธรรมราช—วิหารธรรมศาลา
Views: 2187









