หัวนะโม : สัญลักษณ์มงคลและมรดกศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนคร

หัวนะโม” คือเครื่องรางของขลังที่ชาวนครศรีธรรมราชให้ความเคารพและเชื่อถือมายาวนาน นะโมไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง หัวนะโมมีจุดเริ่มต้นมาจากเงินตราในอดีต ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นวัตถุมงคลที่เชื่อกันว่ามีพุทธคุณครอบจักรวาล รวมทั้งเป็นเครื่องรางในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ป้องกันภยันอันตรายจนไปถึงเมตตามหานิยม จึงส่งผลให้หัวนะโม เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและเป็นของศักดิ์สิทธิ์ของนครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา

ตามตำนานเล่าว่า เมื่อนับพันปีที่แล้ว หรือก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 นั้น ในยุคเริ่มแรก  จะใช้เป็นเงินตรา (เบี้ย) ในการแลกเปลี่ยนสินค้าของอาณาจักรตามพรลิงค์ก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 แต่ครั้นถึงเมื่อสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ เกิดโรคห่าหรืออหิวาตกโรคระบาดขึ้น จึงได้มีการทำพิธีปลุกเสกหัวนะโมขึ้นมาด้วยพิธีกรรมแบบพราหมณ์ โดยอัญเชิญเทพเจ้าสามพระองค์ ซึ่งได้แก่ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม แล้วนำไปหว่านยังจุดที่มีโรคระบาด และรอบ ๆ บริเวณเมือง ปรากฎว่าโรคระบาดได้หายไป และอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ของกรุงรัตนโกสินทร์ได้เกิดโรคห่าหรืออหิวาตกโรคระบาดในเมืองนครศรีธรรมราชเช่นกัน จึงได้ทำพิธีปลุกเสกหัวนะโมเพื่อนำไปหว่านแบบกาลก่อน ซึ่งโรคระบาดนั้นก็ได้หายไปเหมือนเดิม จึงเป็นเหตุให้ “หัวนะโม” เป็นของมงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครศรีธรรมราชที่ส่วนใหญ่จะพกของมงคลนี้ติดตัว 

นอกจากนี้นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช (2569) ได้กล่าวไว้ถึงตำนานหัวนะโม ไว้ว่า เรื่องหัวนะโมเมืองนครศรีธรรมราช มีความเป็นมา 3 กระแส คือ 
 – ที่ปรากฎอยู่ในตำนานเมืองนครที่กล่าวถึงเวลาเมืองนครประสบเภทภัย ไม่ว่าจะโรคภัย ไม่ว่าจะเรื่องของศึก ก็จะมีการตั้งพิธีแล้วก็กล่าวกันว่าเอาโลหะ นวโลหะ คือโลหะมาผสม แล้วก็มีเบ้าเพื่อจะตอกให้เป็นรูปปลาที่เรียกว่าเป็นตัว น.หนู แล้วนำมาหว่านโปรยเพื่อให้ทำเป็นสิริมงคล เพื่อให้บ้านเมืองปราศจากภัย ปลอดจากข้าศึก อันนั้นเป็น กระแสที่ 1
 –
ที่สืบมาก็คือว่าในประเพณีตรุษสงกรานต์ของเมืองนครโบราณ เกิดประเพณีที่มีการตั้งโรงพิธี สร้างทำหัวนะโมเอาไว้ หลักการก็คือเมื่อเสร็จแล้วก็โปรยไปในพื้นที่ แล้วก็ให้คนเขารับกัน ก็มีบรรยากาศของการแย่งชิงขุดหาคล้าย ๆ ที่เราเห็นในทุกวันนั้น นั้นคือ 2 กระแส ที่เป็นเรื่องเชิงตำนานแล้วก็เชิงประวัติศาสตร์แล้วก็ประเพณีพิธีกรรม
 – แต่ในทางโบราณคดีเท่าที่ติดตามมาปรากฎว่า ก็ไม่รู้ว่าเป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตำนานเขาบอกว่าหลายร้อยปีแล้วพันปีแล้ว แต่จากการที่ติดตามร่องรอยการศึกษาโบราณคดีในหลายพื้นที่ ที่สำคัญก็คือในพื้นที่ในนครศรีธรรมราชก็คือจันดี แต่หากว่าไกลไปหน่อยที่สุราษฎร์ธานีก็คือที่ไชยา ซึ่งเป็นแหล่งสมัยศรีวิชัย หรือแม้กระทั่งอินโดนีเซียในมาลายูที่เป็นดินแดนศรีวิชัยก็อายุประมาณ 1,250 ปีที่แล้วก็พบหัวนะโม มีทั้งหัวนะโมที่เป็นนวโลหะ รวมทั้งหัวนะโมทองคำด้วย เพราะฉะนั้นโดยสรุปหัวนะโมเป็นวัตถุมงคลที่ผู้คนสร้างทำกันมาอย่างน้อย 1,000 กว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยศรีวิชัยแล้วก็สืบมา จนปรากฏเป็นตำนานแล้วก็กลายหนึ่งในรูปสัญลักษณ์หรือวัตถุมงคล ถ้าใครมาเมืองนครก็จะเห็นเสาไฟทุกต้นจะมีตัวอักษรคล้าย ล. กลับหลัง ซึ่งทุกคนถามว่ามันคืออะไร อันนั้นคืออักขระว่า นะโม และถามว่านะโมมาจากไหน อักขระตัวนี้คือตัว น. หนู แล้วก็เป็น น. หนู ที่วัฒนาการมาประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว น. หนู เราพบในอักขระพราหมี ตั้งแต่สมัยปรากฤต ภาษาแรกเริ่ม ก่อนที่ประเทศไทยเราจะพัฒนาตัวอักษรไทย แล้วก็เป็นมาเป็นอักษรสาวละ จนต่อมาเป็นอักษรไทยพ่อขุนรามคำแหง ก็เป็นตัว น. หนู ที่เราเรียกกัน เพราะฉะนั้นทำไมเมืองนี้จึงเรียก น. เป็นสัญลักษณ์สำคัญ แล้วอยู่ในหัวนะโม เพราะคำว่า นะโม แปลว่านอบน้อม แปลว่าอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วก็น่าเป็นภาษากลางที่ทุกศาสนิกชนทุกคนถือการนอบน้อมว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการปลอดภัย การแคล้วคลาด และนำไปสู่ความเจริญด้วย คนสมัยก่อนเขาเอาตัวอักษรนี้มาใส่ ยิ่งเขาเป็นชาวพุทธเขาก็ให้ความสำคัญใหญ่เลย เพราะเมืองนครมีพระธาตุ ก็ตั้งนะโม นะโมตัสตะ คือตั้งนอบน้อม แต่จริง ๆ แล้ว นะโมเป็นคำกลางของทุกฝ่าย แล้วปรากฎว่าในศิลาจารึกโบราณเท่าที่เราพบในแผ่นดินศรีวิชัย ก็ขึ้นต้นด้วยนะโม หลายหลักก็แสดงว่าถ้าเป็นคำคล้ายๆ แต่ก่อนเป็นคำสวัสดี คำแสดงความนอบน้อมต่อกันแล้วก็เป็นฐานของความเจริญรุ่งเรือง อันนี้เป็นรากเบื้องต้นโดยสังเขปที่มาของคำว่านะโม ที่ปรากฏอยู่บนหัวนะโม

ความหมายและลักษณะของหัวนะโม

ซึ่งความหมายและลักษณะของหัวนะโม คำว่า “นะโม” มาจากอักษรปัลลวะโบราณเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์แห่งห้วงทะเลใต้ ซึ่งหมายถึงความนอบน้อม หรือหัวใจของคาถาทางพุทธศาสนา หรือหมายถึงหัวใจของคาถาพุทธศาสนาที่เรากล่าวกันอยู่บ่อยๆ ว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทธสฺส” โดยทำจากโลหะ เหตุที่ชื่อว่าหัวนะโมนั้น มาจากการจารึกอักษรปัลลวะ หรืออักษรอินเดียโบราณ ที่เรียกว่าตัว “นะ” ไว้บนเม็ดเงินที่มีลักษณะกลม เป็นวัตถุมงคลโบราณของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นเม็ดโลหะทรงกลมหรือคล้ายพดด้วง พร้อมประทับอักขระ “นะโม” ซึ่งเป็นพุทธมนต์ที่ชาวพุทธใช้สวดบูชาพระพุทธเจ้า
 

คำว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” แปลว่า “ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส และตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง”

ความเชื่อ

             การทำหัวนะโมในอดีตเป็นการนำเงินยวง (โลหะเงินไม่ผสมโลหะอื่น ที่มีความขาวและนิ่ม) มาตอกตรานะโมลงไป และขึ้นรูปในอยู่ในลักษณะเป็นเม็ดกลม หรือนำนวโลหะ (โลหะเก้าอย่าง) หรือสัตตโลหะ (โลหะเจ็ดอย่าง) มาตอกตรานะโมและขึ้นรูปเช่นเดียวกัน โดยหัวนะโมนั้นเปรียบเสมือนฝาและมีเงินอีกชิ้นมาหล่อประกบกัน ผ่านการหลอมหรือตอกหรือบีบ เพื่อให้ติดกันจนไม่เกิดช่องว่าง โดยช่องว่างตรงกลางนั้นจะใส่แร่ปรอทเข้าไปจากการใช้ไม้ไผ่สีสุกที่ตัดสดใหม่และฉีกเป็นเส้นเล็กสำหรับเทปรอทเข้าไปในช่องว่างตรงกลางเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ เพราะในอดีตเชื่อว่า ปรอทเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ แต่กระนั้นยังมีการซัดว่านยาเพื่อเป็นการใช้สมนุไพรกำราบพิษจากปรอทควบคู่กันไปด้วย จะเห็นได้ว่า หัวนะโมนั้นจะมีขนาดไม่ใหญ่ ช่องว่างที่อยู่ตรงกลางก็จะไม่ใหญ่ เพราะสมัยก่อนการหาปรอทมาใส่เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเล่ากันว่าต้องมีการไปทำพิธีดักปรอทจากในป่า อีกทั้งวิธีการหุงปรอทและทำให้ปรอทมีความศักดิ์สิทธิ์ก็มีความซับซ้อนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ปริมาณปรอทที่ถูกในภายในหัวนะโมจึงมีขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียวเท่านั้น
             โดยมีความเชื่อว่า “หัวนะโม” คือของมงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์  สามารถป้องกันอันตรายหรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ เป็นของมงคลประจำตัว โดยเชื่อกันว่ามีพุทธคุณครอบจักรวาล คือทั้งด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และป้องกันภัยแคล้วคลาด โดยแต่เดิมรูปแบบของหัวนะโมจะเป็นเม็ดเงินกลม แต่ภายหลังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นแหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู ให้สวมใส่ง่ายและสวยงาม โดยร้านเครื่องถมเมืองนครฯ ต่างก็ออกแบบเครื่องประดับให้หัวนะโมมีความโดดเด่นและมีลวดลายประกอบเครื่องประดับให้สวยงามมากยิ่งขึ้น 

จากความเชื่อสู่เครื่องประดับ

             หลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ความสนใจของประชาชนไม่ได้มีเพียงองค์พระบรมธาตุเจดีย์เท่านั้น แต่ยังขยายมาสู่ “หัวนะโม” วัตถุมงคลที่มีความผูกพันกับวัดและชาวนครศรีธรรมราชมาอย่างยาวนาน จนเกิดกระแสค้นหาข้อมูลและการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
             เดิมทีหัวนะโมมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของชาวเมืองนคร และนิยมพกติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล เชื่อว่าช่วยคุ้มครองผู้ครอบครอง ป้องกันภยันตราย และเสริมความเจริญ จึงมีการนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ทั้งจี้  แหวน สร้อยคอ หรือกำไล เพื่อความสิริมงคลแหวน และสร้อยคอ ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นงานหัตถศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราชในปัจจุบันกระแสหัวนะโมที่กลับมาได้รับความสนใจในช่วงหลัง ไม่ได้เกิดจากคุณค่าของวัตถุมงคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนทำให้ผู้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนครศรีธรรมราชมากขึ้น ขณะที่วัดยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหัวนะโมที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ จึงควรแยกแยะระหว่างคุณค่าทางศรัทธากับการซื้อขายเชิงพาณิชย์วัตถุมงคลที่อยู่คู่วัดพระมหาธาตุฯ
             แม้ว่าหัวนะโมจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แต่ในปัจจุบันมีทั้งหัวนะโมรุ่นเก่า รุ่นที่จัดสร้างในวาระต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์เครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหัวนะโม ทำให้มีความแตกต่างทั้งด้านวัสดุ รูปแบบ และมูลค่า ด้วยเหตุนี้ราคาซื้อขายจึงไม่สามารถกำหนดเป็นมาตรฐานเดียวได้ เพราะขึ้นอยู่กับปีที่จัดสร้าง ความหายาก สภาพของวัตถุมงคล

            “หัวนะโม” ถูกนำไปประกอบและผสมผสานเป็นเครื่องประดับมากมาย ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้จัดทำ ทั้งในส่วนเครื่องเงิน เครื่องทอง หรือเครื่องถม ไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือ สร้อยคอ แหวน หรือแม้กระทั่งตุ้มหู ล้วนแล้วตามความชอบและความสะดวกใช้งานของแต่ละบุคคล และสำหรับเรื่องจำนวนหัวนะโมที่อยู่ในเครื่องประดับต่างๆ นั้น ไม่ได้มีความเชื่อเรื่องการระบุจำนวนที่แน่นอน ดังนั้น สามารถใช้จำนวนได้ตามเหมาะสม จากความเชื่อในอดีตนี้เอง ส่งผลให้มีการนำหัวนะโมมาทำเครื่องประดับที่หลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน  ส่งผลให้ “หัวนะโมแห่งเมืองนครศรีธรรมราช” ยังคงโลดแล่นไปพร้อมกาลเวลาที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นทางของกาลเวลาที่นำพาความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ ความมงคลเดินตามเส้นทางของยุคใหม่ไม่มีวันจบสิ้น (ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน), 2564)

ภาพจาก Charming Princess Jewelry Shop
ภาพจาก เครื่องถม เครื่องเงิน นะโม เมืองนครศรีธรรมราช
ภาพจาก เครื่องถม เครื่องเงิน นะโม เมืองนครศรีธรรมราช

สำหรับชาวนคร หัวนะโมมีความหมายมากกว่าการเป็นวัตถุมงคล ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงการสะท้อนประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ถึงแม้ว่าจะมีการนำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลหลายรุ่น หรือนำมาประกอบเครื่องประดับแบบต่าง ๆ ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการสืบสานต่อความเชื่อที่มีมาแต่โบราณกาลให้ยังอยู่สืบไป

ข้อมูลอ้างอิง 

บัญชา พงษ์พานิช. (2569, สิงหาคม). ปิดตำนานหัวนะโม โดยนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช นักประวัติศาสตร์ชื่อดังเมืองนครศรีธรรมราช EP1. [Video]. Facebook (Chachadon Nakhonsi). https://www.facebook.com/reel/1196359452670694
ผู้จัดการออนไลน์. (6 สิงหาคม 2562). ของขลังของดีแห่งนครศรีธรรมราช. https://mgronline.com/travel/detail/9620000074818“หัวนะโม
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2564, 11 มิถุนายน). หัวนะโมเมืองนครฯ จากความเชื่อสู่เครื่องประดับ. https://www.thaitextile.org/th/insign/detail.2785.1.0.html

Views: 14

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

Scroll to Top