กีฬาพื้นบ้าน

พลายจำเริญ : จากตำนานสู่คชานุสรณ์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช

ลายจำเริญ หรือ คชานุสรณ์ เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช ต้นฉบับบันทึกลงในกระดาษห่อใบชาที่เย็บติดรวมเป็นเล่ม เป็นเรื่องราวของช้างแสนรู้ซึ่งเคยมีตัวตนจริงๆ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบกันมาว่าช้างเชือกนี้มีความฉลาดและรู้ภาษามนุษย์ และเป็นช้างที่มีลักษณะต้องตามตำราคชลักษณ์ “ช้างเนียม” ซึ่งเป็นช้างสงคราม มีลักษณะเป็นมงคล คือ มีกายดำ นิล เล็บดำ ขนทวน และมีหางเป็นพวงยาวกวาดดิน ”

พลายจำเริญ : จากตำนานสู่คชานุสรณ์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช Read More »

แหล่งท่องเที่ยว สิ่งก่อสร้างและสถานที่ สัตว์ประจำถิน กีฬาพื้นบ้าน, ,

ต้นกำเนิด นกกรงหัวจุก จากป่าสู่เมือง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

นกกรงหัวจุก นกตัวเล็กๆ แต่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง เป็นที่นิยมกันแทบจะทุกภาคของประเทศไทย การเลี้ยงนกกรงหัวจุกได้รับความนิยมแพร่หลายในปัจจุบัน มีสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกแทบจะทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ที่เปรียบเสมือนเป็นแหล่งแรกๆ ที่เลี้ยงและนิยมนำมาแข่งขันกัน ในอดีตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2410 นกกรงหัวจุกถูกนำมาเลี้ยงโดยชาวจีนเป็นชนชาติแรก เนื่องจากมีสีสันสวยงาม เป็นนกที่เลี้ยงง่าย มีเสียงที่ไพเราะ ความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุกแพร่หลาย ในแถบประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา และภาคใต้ของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันแพร่หลายมากขึ้น แทบทุกภาคของประเทศไทยมีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกกันอย่างแพร่หลาย นกกรงหัวจุก หรือชื่อที่เป็นทางการคือ นกปรอดหัวโขน หรือ นกปรอดหัวจุก  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Red-whiskered bulbul มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Pycnonotus jocosus เป็นนกที่อยู่ในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ซึ่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 109 ชนิด สำหรับในประเทศไทยพบได้ 36 ชนิด นกกรงหัวจุกจะมีลักษณะที่เห็นได้ชัดคือ ที่แก้มและคอจนถึงหน้าอกจะมีสีขาวและมีสีแดงเป็นเส้นอยู่ข้างหูลงมาถึงหน้าอกเหมือนเป็นเส้นแบ่งขนสีขาวกับสีดำที่มีอยู่ทั่วทั้งตัวขนส่วนหัวจะร่วมกัน เป็นเหมือนหน่อตั้งอยู่บนหัวสูงขึ้นไปเหมือนหัวโขน อันเป็นที่มาของชื่อ ใต้ท้องมีขนสีขาว และทั่วลำตัวจะเป็นสีดำ นกกรงหัวจุกจัดว่าเป็นนกขนาดเล็ก เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 20 เซ็นติเมตร

ต้นกำเนิด นกกรงหัวจุก จากป่าสู่เมือง จากอดีตสู่ปัจจุบัน Read More »

วิถีชีวิตและภูมิปัญญา กีฬาพื้นบ้าน

ไก่แจ้ เสียงขันแห่งการแข่งขันและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ารประชันเสียงแข่งไก่แจ้ กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีสนามแข่งขันในหลายพื้นที่  การแข่งขันไก่แจ้นั้นเริ่มจากในหลายพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เริ่มจากการหาไก่ป่า  ที่มีคนไปต่อ และนำมาเลี้ยงไว้จนเชื่อง  เมื่อเลี้ยงจนเชื่องแล้วนำเทียบเคียงแข่งขันนับดอกกัน สำหรับสีและสายพันธ์ุของไก่แจ้ปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ ได้แก่    สีขาวหางดำ: ลำตัวสีขาวสะอาด หางพัดและขนสร้อยคอสีดำสนิท ตัดกันชัดเจน สีเบญจรงค์: มีสีสันหลากหลายในตัวเดียวตามตำราไทยโบราณ สีประดู่และสร้อยสุวรรณ: สร้อยคอและหลังสีเหลืองทอง ลำตัวสีประดู่เข้ม สีขาวหางดำ สีเบญจงค์ สีประดู่ กและไก่แจ้หรือไก่ต่อที่เก่ง ๆ นั้น จะมีราคาที่ซื้อขายกันหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับความสวยและความเก่งของไก่ ซึ่งการแข่งขันไก่แจ้เป็นการส่งเสริมการเลี้ยงเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเป็นกิจกรรมสันทนาการยามว่างของชุมชนคนรักไก่แจ้ในพื้นที่ การแข่งขันไก่แจ้ในปัจจุบันมีประชาชน ผู้ที่ชอบเลี้ยงและอนุรักษ์ไก่แจ้ เข้าร่วมแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก  สำหรับกติกาการแข่งขัน ก็จะใช้เหมือนกับ การแข่งขันนกกรงหัวจุก โดยการนับจำนวนเสียงที่ไก่ขัน จำนวน 4 ยก ยกละ 1 นาที  20 วินาที โดยใช้ขันน้ำอลูมิเนียมขนาดเล็กเจาะรู วางลอยให้อยู่ในขวดโหล ใสน้ำ เมื่อขันน้ำจม เป็นอันว่าหมดยก เจ้าของไก่จะนำไก่ไปผูกเชือกที่ขา ให้ยืนอยู่บนราว ตามหมายเลข ที่ลงทะเบียนไว้

ไก่แจ้ เสียงขันแห่งการแข่งขันและภูมิปัญญาท้องถิ่น Read More »

วิถีชีวิตและภูมิปัญญา สัตว์ประจำถิน กีฬาพื้นบ้าน

ชุมชนท่าวัง : ย่านการค้าสำคัญกลางเมืองนครศรีธรรมราช

ประวัติศาสตร์ชุมชน        ชุมชนท่าวังเริ่มตั้งชุมชนบริเวณริมคลองท่าวัง หรือคลองท่าซักเป็นเส้นทางคมนาคมหลักทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างชุมชนไปสู่ทะเลอ่าวไทยที่ปากแม่น้ำปากพญา ซึ่งเป็นอ่าวสําหรับพักเรือสําเภา ทําให้ชุมชนท่าวังเป็นย่านการค้าที่สําคัญ ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของเมืองเก่านครศรีธรรมราชในอดีตเคยเป็นวังของ “เจ้าหญิงปรางหรือหม่อมปราง” เนื่องจากบริเวณหน้าวังของหม่อมปรางเป็นท่าเรือ มีเรือสําเภาในและต่างประเทศมาจอดเรียงรายนับแต่ท่าหน้าวังของอุปราชพัด (ยศขณะนั้น) ปัจจุบันคือวัดท่าโพธิ์มาจนถึงท่าหน้าวังของหม่อมปรางซึ่งปัจจุบันคือช่วงสะพานราเมศวร์จึงได้ชื่อบริเวณนี้ว่า “ท่าวัง” (Upparamai, 1983)  ขอบคุณภาพจาก เมืองคอน www.gotonakhon.com ขอบคุณภาพจาก เมืองคอน www.gotonakhon.com         ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองหัวเมืองเป็นแบบเทศาภิบาล เมืองนครถูกลดบทบาทความสําคัญด้านการเมืองการปกครอง แต่มีการพัฒนาด้านอื่นเกิดขึ้น เช่น การพัฒนาด้านเศรษฐกิจการค้า ด้านการศึกษา การทําเหมืองแร่ และด้านการคมนาคม เป็นต้น กําแพงเมืองบางส่วนถูกรื้อออกเนื่องจากมีการพัฒนาของเมืองตามนโยบายของเมืองหลวง มีการสร้างสะพานเพื่อเชื่อมต่อเพื่อความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ทําให้มีการขยายตัวการตั้งถิ่นฐานตามแนวสันทรายเดิม โดยเฉพาะชุมชนท่าวัง กลายเป็นย่านการค้าที่สําคัญ (Nonnat, 2019)         จากการพัฒนาเมืองในยุคนี้ส่งผลให้มีกลุ่มชาวจีนจํานวนมากอพยพมาทําการค้าขายในบริเวณนี้ นครศรีธรรมราชเข้าสู่เศรษฐกิจในยุคใหม่และชุมชนท่าวังเป็นศูนย์กลางด้านการค้าของภูมิภาค เป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ พ่อค้าชาวจีนบางคนทําการค้าจนกิจการรุ่งเรื่องถึงส่งออกสินค้าไปเมืองปีนัง สิงคโปร์ และกลายเป็นบุคคลสําคัญของเมือง

ชุมชนท่าวัง : ย่านการค้าสำคัญกลางเมืองนครศรีธรรมราช Read More »

สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น กีฬาพื้นบ้าน, ,

วัวชน : สังเวียนต่อสู้แห่งท้องทุ่งภาคใต้

วัวชน เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช มักจะชนกันในช่วงเทศกาลงานเดือนสิบ แต่ละครั้งจะมีเดิมพันกันสูงมาก ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักหลายล้านบาทขึ้นอยู่ความเก๋าเกมของวัวชนแต่ละค่่าย

วัวชน : สังเวียนต่อสู้แห่งท้องทุ่งภาคใต้ Read More »

เครื่องรางของขลัง วิถีชีวิตและภูมิปัญญา สัตว์ประจำถิน กีฬาพื้นบ้าน, ,

การเลี้ยงปลากัด : กิจกรรมสันทนาการยามว่างของทางใต้

ลากัดเป็นปลาที่มีความผูกพันกับสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ตามห้วย หนอง คลองบึงทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย การเลี้ยงปลากัดเพื่อสันทนาการก็เป็นวิถีชุมชนของทางภาคใต้อีกอย่างหนึ่ง โดยคนที่ชอบเลี้ยงปลากัดจะไปช้อนปลาหรือตักปลามาจากแหล่งน้ำในสถานที่ต่าง ๆ แล้วนำมาเลี้ยงตามวิธีการของตนเองรวมทั้งฝึกฝนให้ปลามีความแข็งแรง เมื่อครบตามกำหนดระยะที่เลี้ยงก็จะนำปลามากัดเป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีบ่อนปลากัดปลาหลายแห่งมีเงินเดิมพันกันตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น

การเลี้ยงปลากัด : กิจกรรมสันทนาการยามว่างของทางใต้ Read More »

สัตว์ประจำถิน กีฬาพื้นบ้าน,
Scroll to Top