ารประชันเสียงแข่งไก่แจ้ กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีสนามแข่งขันในหลายพื้นที่ การแข่งขันไก่แจ้นั้นเริ่มจากในหลายพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เริ่มจากการหาไก่ป่า ที่มีคนไปต่อ และนำมาเลี้ยงไว้จนเชื่อง เมื่อเลี้ยงจนเชื่องแล้วนำเทียบเคียงแข่งขันนับดอกกัน สำหรับสีและสายพันธ์ุของไก่แจ้ปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ ได้แก่
- สีขาวหางดำ: ลำตัวสีขาวสะอาด หางพัดและขนสร้อยคอสีดำสนิท ตัดกันชัดเจน
- สีเบญจรงค์: มีสีสันหลากหลายในตัวเดียวตามตำราไทยโบราณ
- สีประดู่และสร้อยสุวรรณ: สร้อยคอและหลังสีเหลืองทอง ลำตัวสีประดู่เข้ม
กและไก่แจ้หรือไก่ต่อที่เก่ง ๆ นั้น จะมีราคาที่ซื้อขายกันหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับความสวยและความเก่งของไก่ ซึ่งการแข่งขันไก่แจ้เป็นการส่งเสริมการเลี้ยงเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเป็นกิจกรรมสันทนาการยามว่างของชุมชนคนรักไก่แจ้ในพื้นที่
การแข่งขันไก่แจ้ในปัจจุบันมีประชาชน ผู้ที่ชอบเลี้ยงและอนุรักษ์ไก่แจ้ เข้าร่วมแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก สำหรับกติกาการแข่งขัน ก็จะใช้เหมือนกับ การแข่งขันนกกรงหัวจุก โดยการนับจำนวนเสียงที่ไก่ขัน จำนวน 4 ยก ยกละ 1 นาที 20 วินาที โดยใช้ขันน้ำอลูมิเนียมขนาดเล็กเจาะรู วางลอยให้อยู่ในขวดโหล ใสน้ำ เมื่อขันน้ำจม เป็นอันว่าหมดยก เจ้าของไก่จะนำไก่ไปผูกเชือกที่ขา ให้ยืนอยู่บนราว ตามหมายเลข ที่ลงทะเบียนไว้ แต่ละยก จะมีกรรมการคอยนับจำนวน เสียงที่ไก่ขัน ครั้งละ 1 ตัว ต่อ 1 ยก โดยมีเจ้าของไก่แต่ละตัวส่งเสียงเชียร์ให้ไก่ตัวเองขัน ให้ได้ มากที่สุดเมื่อแข่งขันครบ 4 ยก นำคะแนนที่ได้ มารวมกัน ว่าได้กี่คะแนน ไก่ที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าหากมีคะแนนเท่ากัน ต้องทำการแข่งขันกันใหม่ เพียงยกเดียว เป็นการตัดสิน ว่าไก่ตัวไหน ขันมากที่สุด ก็จะได้รับเงินรางวัล พร้อมประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

สำหรับการประกวดแข่งขันไก่แจ้ที่จัดขึ้นจะเป็นพันธุ์ไก่แจ้สายพันธุ์แข้งดำเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันไก่แจ้พันธุ์แข้งดำก็มีมาจากหลายถิ่นฐานไม่ว่าจะเป็นไก่แจ้หูขาวที่มาจากถิ่นทางเหนือหรืออีสานซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้ไก่แจ้ถิ่นอื่น ส่วนไก่แจ้แข้งสีขาวจะไม่สามารถลงทำการแข่งขันได้ ส่วนไก่แจ้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเป็นไก่แจ้หูแดงซึ่งบางที่ก็พัฒนาสายพันธุ์มาจากไก่ป่าแท้ที่อยู่ในถิ่น ซึ่งเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ไก่ป่าหรือไก่แจ้พันธุ์ดั้งเดิมเอาไว้เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการจัดการแข่งขันไก่แจ้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากปัจจุบันมีคนเริ่มเลี้ยงกันมากขึ้นเรื่อยๆ บางบ้านอาจจะยังไม่รู้จักกัน ทำให้มีความคุ้นเคยกันมากขึ้น ทำให้มีส่วนร่วม ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความรักสามัคคี ในชุมชน ส่วนเด็กๆ เยาวชน ก็หันมา เลี้ยงไก่ แจ้ง สร้างรายได้ จะได้ห่างไกลจากยาเสพติด เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน

เสน่ห์ไก่แจ้การแข่งขันไก่แจ้ถือว่าเป็นการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านซึ่งมีการแข่งขันกันกลางสวนยางพารา หลายคนคงคุ้นตากับการแข่งขันนกกรงหัวจุกทางภาคใต้ แต่ภาพการแข่งขันประชันเสียง “ไก่แจ้” กลายเป็นกีฬาพื้นบ้านที่กำลังฮิตติดชาร์ตไปแล้ว สำหรับการแข่งขันประชันเสียงไก่แจ้ โดยไก่ไม่เจ็บตัวเหมือนแข่งไก่ชน ซึ่งทำให้เพลิดเพลินทั้งไก่ และคนเลี้ยงซึ่งการแข่งขันเริ่มขึ้นครั้งใด นับเป็นการได้พบปะกันระหว่างคนที่ชื่นชอบไก่เหมือนกัน เจ้าของสนาม กล่าวว่า การแข่งขันไก่ถือว่ามาแรงในตอนนี้ เป็นการแข่งขันประชันเสียง ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่ง ชาวบ้านชื่นชอบเพราะการแข่งขันชัดเจน ไก่ขันแต่ละครั้งจะนับง่าย รางวัลก็ชัดเจน จะให้คะแนนโดยไก่ขัน 1 ครั้ง นับเป็น 1 ดอก สำหรับไก่ 1 ตัว แข่งขัน 4 รอบ ตัวไหนขันมากที่สุดในช่วงเวลาที่มีการจับเวลาจะได้คะแนนมากสุด ก็รับรางวัลที่ 1 ไปครอง สำหรับผู้เข้าร่วมแข่งขันมาจากพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง หากทำตั๋วบัตรแพงๆ มีผู้เล่นเยอะ เหล่าบรรดานักเลงไก่แจ้ ก็จะแห่มาร่วมประชันเสียงด้วย เพราะเงินรางวัลก็จะสูงขึ้นคุ้มค่าต่อค่าเดินทางอีกหนึ่งสนามประชันเสียงไก่แจ้ ซึ่งเป็นสวนยางพารา ภายหลังกรีดยางในตอนเช้า บรรยากาศร่มรื่น เจ้าของสนามตอกเสาเรียงรายให้ไก่ขันยืนสวยงาม ผู้เข้าแข่งขันร่วมเชียร์สุดใจ เรียกชื่อไก่ตนเองอย่างมีความสุข

สำหรับไก้แจ้ จะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนไก่ทั่วไป มีหูขาว หงอน ขาแข้งดำอมเขียว อีกอย่างคือ เป็นสัตว์ที่จับต้องได้การเลี้ยงก็เหมือนไก่ทั่วไป มีข้าวเปลือก มีหัวอาหาร อาบน้ำ 10 วันครั้งหนึ่ง ในส่วนเสน่ห์ของเสียงนั้น ผู้เลี้ยงรายนี้บอกว่า หากเป็นคนที่ชื่นชอบในไก่แจ้ก็จะเข้าใจดีว่าฟังแล้วมีความสุข เพราะเป็นกิจกรรมในการอนุรักษ์ไก่แจ้ของไทยสำหรับกติกาแต่ละสนามไม่เหมือนกัน หากค่าสมัครแพงก็จะมีเงินรางวัลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นค่าเลี้ยงดูไก่ บางสนาม (รับไก่ 60 ตัว ค่าสมัครตัวละ 100 บาท) ค่าเลี้ยงดูไก่ 700 บาท ที่ 2 ค่าเลี้ยงดูไก่ 600 บาท ที่ 3 ค่าเลี้ยงดูไก่ 500 บาท ที่ 4 ถึงที่ 10 ได้ค่าเลี้ยงดูไก่ 400 บาท โดยกติกาการแข่งขันไก่แจ้ 4 ยกรวมดอก จับขัน 1 นาทีต่อไก่ 1 ตัว เมื่อไก่ตกลงจากราวกรรมการเท่านั้นจะเป็นคนยกไก่ขึ้นราว ไก่ต้องอยู่บนราวถึงจะนับดอก ลงมาขันบนพื้นไม่นับ เจ้าของไก่คนใดฝ่าฝืนไม่เคารพกติกาจะถูกตัดสิทธิ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เปิดเสียงไก่ตัวเมีย คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

ที่มา
ไก่แจ้ สัตว์เสริมดวงมงคล พร้อมวิธีการเพาะเลี้ยงดูแล. https://kaset.today/ปศุสัตว์และประมง/ไก่/แจ้/
Views: 3







