Khanitta Jitlang

ศิวลึงค์ ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต

ศิวลึงค์ เครื่องหมายแห่งเพศชาย และเป็นตัวแทนของพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์จะนำมาใช้ในการบูชาสักการะในโบสถ์วิหาร

ศิวลึงค์ ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต Read More »

ศาสนาและความเชื่อ,

4 โบสถ์มหาอุด ในนครศรีธรรมราช กับความเชื่อที่ผ่านกาลเวลา

มหาอุดเป็นชื่อวิชาไสยศาสตร์โบราณ มีความเชื่อสืบต่อกันมาในทางที่สามารถป้องกันอันตรายโดยเฉพาะจากปืน เชื่อกันว่า จะทำให้ยิงพลาด กระสุนด้าน ยิงไม่ออก หรือถึงขั้นแตกหรือเสียหาย ในหมู่นักมูเตลู มีความเชื่อเรื่องมหาอุด และเป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่อดีตสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

4 โบสถ์มหาอุด ในนครศรีธรรมราช กับความเชื่อที่ผ่านกาลเวลา Read More »

เครื่องรางของขลัง ศาสนาและความเชื่อ

โยนี ครรภ์แห่งสรรพชีวิต และต้นกำเนิดแห่งธรรมชาติ

คำว่า โยนี หรือ โยนิ (สันสกฤต: योनि yoni) เป็นภาษาสันสกฤตหมายถึงอวัยวะเพศหญิง นอกจากนี้ยังมีความหมายตามคำแวดล้อมด้วย เช่น หมายถึง มดลูก สถานที่เกิด เกสรตัวเมีย ฐานรองรับ แหล่งที่มา ต้นกำเนิด น้ำพุ บ้าน รัง เพนียด แหล่งเก็บรักษา ที่นั่ง ปัญญา ในภาษาไทย ใช้คำว่า “หีน” หรือย่อเป็นคำว่า “หี”  ซึ่งเป็นคำภาษาบาลี แปลว่า เล็ก ต่ำต้อย ด้อยค่า จากความหมายในข้างต้น ความหมายของคำมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ ขัดแย้งกับอดีตที่เป็นความหมายเชิงบวก รวมไปถึงยังมีการยกย่องและให้ความสำคัญความเชื่อดั้งเดิมในอดีตเชื่อว่า โยนีถือเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งทั้งปวง หากไม่มีโยนีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง ความเป็นเพศชายก็จะไร้ค่าและไร้ความหมาย โยนี คือ สัญลักษณ์ของความเป็นเพศแม่ ซึ่งถือว่าเพศแม่คือต้นกำเนิดแห่งธรรมชาติ คือครรภ์แห่งสรรพชีวิต แต่ความเชื่อนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปหลังจากการเกิดศาสนาที่นิยมชูเพศชายให้เป็นศาสดา ในวัฒนธรรมโบราณ ต่างยกย่องให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ แม้แต่ในประเทศไทยก็ยกย่องเทพแห่งธรรมชาติ โดยใช้คำว่า “แม่” มานำหน้า เช่น แม่ธรณี แม่โพสพ

โยนี ครรภ์แห่งสรรพชีวิต และต้นกำเนิดแห่งธรรมชาติ Read More »

โบราณสถานและโบราณวัตถุ

โบสถ์วัดชายนา โบสถ์มหาอุดข้ามกาลเวลาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงปัจจุบัน

โบสถ์วัดชายนา หรืออุโบสถวัดชายนา ถูกสันนิษฐานว่า ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตัวโบสถ์มีลักษณะสำคัญ คือ มีลักษณะเป็นโบสถ์ยุคแรกทางพระพุทธศาสนาที่นิยมทำ ขนาดความยาวไม่เกิน 7 ก้าว กว้างพอจุพระครบองค์ สังฆกรรมตามบัญญัติในพุทธศาสนาได้เท่านั้น มีประตูเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว ไม่มีหน้าต่างแต่มีช่องหรือรูระบายอากาศที่ฝาผนัง

โบสถ์วัดชายนา โบสถ์มหาอุดข้ามกาลเวลาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงปัจจุบัน Read More »

โบราณสถานและโบราณวัตถุ

การแทงต้ม วัฒนธรรมร่วมไทยพุทธและมุสลิม

การแทงต้ม หมายถึงการทำข้าวต้มใบกะพ้อในวัฒนธรรมของภาคใต้ เพราะวิถีชีวิตของคนไทยผูกพันธ์กับข้าว ข้าวจัดเป็นธัญพืชที่เป็นอาหารหลักของคนไทย เนื่องจากสามารถนำมาปรุงได้ทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักของคนไทยในแต่ละภาค คนภาคใต้กินข้าวเจ้าเป็นอาหารหลัก และกินข้าวเหนียวเป็นอาหารว่าง ข้าวเหนียวในวัฒนธรรมของภาคใต้มักจะถูกนำมาปรุงในรูปของอาหารหวาน หรือทำเป็นอาหารว่าง โดยเฉพาะ”ต้ม” หรือข้าวต้มใบกะพ้อ นิยมทำกันมากในภาคใต้ มักพบได้ในงานบุญ ทั้งงานบุญของชาวไทยพุทธ หรือชาวมุสลิม และสาเหตุที่เรียกว่า แทงต้ม เพราะต้องเอาก้านของใบกะพ้อแทงสอดเข้าไปในห่อต้ม และดึงให้แน่น เพื่อจบขั้นตอนสุดท้ายด้วยการผูกเงื่อนตรงปลายช่วยป้องกันไม่ให้ห่อต้มคลายออก ในส่วนของชาวไทยพุทธ การแทงต้มจะทำเนื่องในโอกาสงานบุญที่สำคัญ เช่น งานลากพระ หรือชักพระ ในช่วงออกพรรษา วันทำบุญเดือนสิบ งานบวช ฯลฯ ในส่วนของชาวมุสลิมจะแทงต้มเพื่อแจก และแลกเปลี่ยนกันในช่วงฮารีรายอ สิ่งที่ต้องเตรียมในการแทงต้ม ประกอบด้วย ข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล ใบกะพ้อ และเกลือ  ขั้นตอนในการทำ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ 1.ขั้นตอนการเตรียมใบกะพ้อ โดยการไปตัดใบกะพ้อ เมื่อได้มาแล้วก็นำใบกะพ้อมาตากแดด และคลี่เพื่อเตรียมการห่อ ซึ่งในอดีตใบกะพ้อมีมาก หาได้ง่าย ไม่ต้องซื้อ   2.ขั้นตอนการผัดข้าวเหนียว คือการนำข้าวเหนียวไปแช่น้ำ และเอามาผสมกับกะทะ น้ำตาล และเกลือ

การแทงต้ม วัฒนธรรมร่วมไทยพุทธและมุสลิม Read More »

อาหารและขนม วิถีชีวิตและภูมิปัญญา

ต้นกำเนิด นกกรงหัวจุก จากป่าสู่เมือง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

นกกรงหัวจุก นกตัวเล็กๆ แต่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง เป็นที่นิยมกันแทบจะทุกภาคของประเทศไทย การเลี้ยงนกกรงหัวจุกได้รับความนิยมแพร่หลายในปัจจุบัน มีสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกแทบจะทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ที่เปรียบเสมือนเป็นแหล่งแรกๆ ที่เลี้ยงและนิยมนำมาแข่งขันกัน ในอดีตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2410 นกกรงหัวจุกถูกนำมาเลี้ยงโดยชาวจีนเป็นชนชาติแรก เนื่องจากมีสีสันสวยงาม เป็นนกที่เลี้ยงง่าย มีเสียงที่ไพเราะ ความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุกแพร่หลาย ในแถบประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา และภาคใต้ของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันแพร่หลายมากขึ้น แทบทุกภาคของประเทศไทยมีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกกันอย่างแพร่หลาย นกกรงหัวจุก หรือชื่อที่เป็นทางการคือ นกปรอดหัวโขน หรือ นกปรอดหัวจุก  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Red-whiskered bulbul มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Pycnonotus jocosus เป็นนกที่อยู่ในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ซึ่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 109 ชนิด สำหรับในประเทศไทยพบได้ 36 ชนิด นกกรงหัวจุกจะมีลักษณะที่เห็นได้ชัดคือ ที่แก้มและคอจนถึงหน้าอกจะมีสีขาวและมีสีแดงเป็นเส้นอยู่ข้างหูลงมาถึงหน้าอกเหมือนเป็นเส้นแบ่งขนสีขาวกับสีดำที่มีอยู่ทั่วทั้งตัวขนส่วนหัวจะร่วมกัน เป็นเหมือนหน่อตั้งอยู่บนหัวสูงขึ้นไปเหมือนหัวโขน อันเป็นที่มาของชื่อ ใต้ท้องมีขนสีขาว และทั่วลำตัวจะเป็นสีดำ นกกรงหัวจุกจัดว่าเป็นนกขนาดเล็ก เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 20 เซ็นติเมตร

ต้นกำเนิด นกกรงหัวจุก จากป่าสู่เมือง จากอดีตสู่ปัจจุบัน Read More »

วิถีชีวิตและภูมิปัญญา กีฬาพื้นบ้าน

พรหมลิขิตพาย้อนเวลาตามหาศรีปราชญ์

จากกระแสเรื่องพรหมลิขิต บทประพันธ์ของรอมแพง ได้กล่าวถึงศรีปราชญ์ ซึ่งเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ จุดประเด็นให้ค้นหา ความเป็นมาของศรีปราชญ์ บุคคลที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความสามารถทางด้านโคลงกลอน ศรีปราชญ์เป็นบุตรชายของพระโหราธิบดี เป็นกวีเอกแห่งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ฉายแววอัจฉริยะทางด้านโคลงกลอนตั้งแต่อายุยังน้อย ตามประวัติที่มีการบันทึกไว้ ศรีปราชญ์สามารถแต่งโคลงกลอนได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ความสามารถเป็นที่ประจักษ์จนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเรียกตัวเข้าเฝ้า ตามเอกสารที่บันทึกสืบต่อกันมา (ประวัติและโคลงกำศรวลศรีปราชญ์) กล่าวถึงประวัติและความสามารถของศรีปราชญ์ทางด้านโคลงกลอน จนได้รับความโปรดปรานจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้เข้ารับราชการและพระราชทานนาน “ศรีปราชญ์”  ซึ่งศรีปราชญ์มีความสามารถทางด้านโคลงกลอน เป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมาก ประกอบกับนิสัยที่ไม่เกรงกลัวใคร จึงทำให้มีทั้งคนรักและคนชัง พระโหราธิบดีทราบดีว่าด้วยลักษณะนิสัยของศรีปราชญ์ที่ไม่เกรงกลัวใคร ทำให้พระโหราธิบดีผู้เป็นพ่อ ไม่ประสงค์จะให้เข้ารับราชการในวัง เพราะกลัวจะไปล่วงเกินผู้ใดเข้า และจะนำอันตรายมาถึงตัว แต่ขัดพระประสงค์ไม่ได้ จึงได้ทูลขอยกเว้นโทษตายให้ศรีปราชญ์หากทำสิ่งใดผิด ขอให้ลงโทษแค่เนรเทศ ด้วยความโปรดปราน พระนารายณ์มหาราชจึงทรงรับปาก ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดพระโหราธิบก็ไม่สามารถยับยั้งเรื่องราวที่หวาดกลัวได้ เพราะเมื่อศรีปราชญ์เข้ารับราชการในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ทำความผิดจนถูกเนรเทศไปยังเมืองนครศรีธรรมราช และต้องมาจบชีวิตที่นครศรีธรรมราช ด้วยความผิดที่ศรีปราชณ์ไม่ได้ก่อ ก่อนถูกประหารจึงแต่งบทกลอนเพื่อยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตัวเอง และกลายเป็นที่รู้จักกันดีมาจนถึงทุกวันนี้ คือ ธรณีนี่นี้                    เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์                 หนึ่งบ้าง เราผิดท่านประหาร                 เราชอบ เราบ่ผิดท่านมล้าง                  ดาบนี้คืนสนอง เมื่อพระนารายณ์มหาราชทรงเรียกตัวศรีปราชญ์กลับมายังกรุงศรีอยุธยา แต่ทราบว่าศรีปราชญ์ถูกประหารแล้ว ทรงพิโรธมาก จึงสั่งประหารเจ้าพระยานครฯ

พรหมลิขิตพาย้อนเวลาตามหาศรีปราชญ์ Read More »

บุคคลสำคัญ

จาก : สารพัดประโยชน์มากคุณค่า

จาก เป็นพืชที่มีประโยชน์มาก แต่ละส่วนของจาก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย – ใบจาก ในส่วนของใบจากอ่อนนำมาตากให้แห้งและนำมาใช้มวนยาสูบสำหรับสูบ ใบจากแก่นำมาเย็บกับไม้ไผ่ เรียกว่า “ตับจาก” ใช้สำหรับมุงหลังคา หรือนำมาทำหมวก เรียกว่า “เปี้ยว” ทำที่ตักน้ำ เรียกว่า “หมาจาก” ใช้ห่อขนมต้ม ห่อขนมจาก นำมาสานเป็นตะกร้อหรือฟุตบอลทำเป็นของเล่นเด็ก (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2565) – ลูกจาก นำมาทำเป็นผักเคียงกินกับข้าว หรือนำไปทำขนมหวาน ทำลูกจากเชื่อม หรือลูกจากลอยแก้ว – นกจาก หรือทะลายจาก จะให้น้ำตาล นำมาทำน้ำตาลจาก น้ำตาลจากสด (puechkaset)น้ำตาลเกล็ด  หรือนำไปหมักทำเป็นน้ำส้มสายชูใช้ในการทำกับข้าว – ทางจาก นำมากั้นทำรั้วบ้าน หรือใช้รองทำเป็นทางเดินบริเวณที่มีโคลนตม (puechkaset) – พอนจาก นำมาทำเป็นแพ ทำจุกปิดขวดน้ำ หรือนำมาทำเป็นเชื้อเพลิง (puechkaset) – ดอกจาก ดอกจากอ่อนนำมาต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก (puechkaset) น้ำตาลที่ได้จากต้นจาก เรียกว่า น้ำตาลจาก

จาก : สารพัดประโยชน์มากคุณค่า Read More »

อาหารและขนม วิถีชีวิตและภูมิปัญญา

ต้นจาก วัฏจักรป่าไม้ชายเลสู่วิถีชีวิตของคนปากพนัง

จากเป็นพืชในตระกูลปาล์ม พบเห็นได้ตามบริเวณพื้นที่ติดชายทะเล หรือป่าชายเลน (จาก : พืชเศรษฐกิจเงินล้าน)จากเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีบริเวณที่มีน้ำกร่อย ภาคใต้ของประเทศไทยมีพื้นที่ติดชายทะเลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงสามารถพบเห็นต้นจากได้ทั่วไป โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณพื้นที่ตำบลขนาบนาก ซึ่งที่นี่ได้มีการพัฒนาเรื่องการปลูกจาก เนื่องจากผลกระทบจากการที่น้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทำนา ป่าจาก ในอดีตพื้นที่บริเวณขนาบนาก ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยการทำนา แต่เมื่อมีปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามา การทำนาก็ได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงมีการศึกษาเพื่อปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จากการสัมภาษณ์ คุณสัญญา อ่อนสูง ผู้ประสานงานโครงการปลูกป่าจาก เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ซึ่ง คุณสัญญาได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ได้มีการเรียนรู้เรื่องจากตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาในพื้นที่นา พื้นที่นาได้รับความเสียหาย และได้รับงบประมาณในปี 2553 จึงได้มีการออกแบบการปลูกจาก เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความเหมาะสม ให้สามารถทำน้ำตาลจากได้ง่ายที่สุด ซึ่งการปลูกจากในหมู่ 8 เป็นโครงการปลูกป่าจากเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ทั้งหมด 1850 ไร่ เริ่มปลูกปี 2553 การทดลองปลูก 2 แบบ คือ 1.การปลูกแบบดั้งเดิมที่เรียกว่าการเหยียบจาก โดยใช้เท้าเหยียบลูกจากให้จมลงในดิน ให้งอกเองตามธรรมชาติ โดยไม่มีการขุดร่อง ป่าจากแบบดั้งเดิม

ต้นจาก วัฏจักรป่าไม้ชายเลสู่วิถีชีวิตของคนปากพนัง Read More »

พืชและพันธุ์ไม้ประจำถิ่น

ปั้นดินสู่ดาว : เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง

เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ปั้นจากดินธรรมดา สู่เครื่องปั้นดินเผา ที่มีลวดลายสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นถื่นท่าศาลา

ปั้นดินสู่ดาว : เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง Read More »

วิถีชีวิตและภูมิปัญญา, , ,
Scroll to Top