ศิวลึงค์ ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต
ศิวลึงค์ เครื่องหมายแห่งเพศชาย และเป็นตัวแทนของพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์จะนำมาใช้ในการบูชาสักการะในโบสถ์วิหาร
ศิวลึงค์ ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต อ่านต่อ
ศิวลึงค์ เครื่องหมายแห่งเพศชาย และเป็นตัวแทนของพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์จะนำมาใช้ในการบูชาสักการะในโบสถ์วิหาร
ศิวลึงค์ ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต อ่านต่อ
ความเป็นมา วัดไพศาลสถิตย์ หรือวัดปากพยิง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 11 หมู่บ้านปากพยิง ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดไพศาลสถิตย์เป็นวัดเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญในพื้นที่ การก่อสร้างและการดูแลรักษาวัดได้รับการสนับสนุนจากชุมชนมาโดยตลอด ซึ่งทำให้วัดนี้กลายเป็นสถานที่ที่มีความงดงามและมีบรรยากาศที่สงบเงียบ วัดนี้ถือว่าเป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ คืออุโบสถเก่าแก่ที่อยู่คู่กับวัดไพศาลสถิตย์มาช้านาน อุโบสถหลังเก่า ของวัดไพศาลสถิตย์ในตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะพิเศษที่โดดเด่นคือ ถูกปกคลุมไปด้วยรากโพธิ์และรากไทรที่เติบโตขึ้นไปพร้อมกับตัวโบสถ์ ต้นโพธิ์และต้นไทรต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอย่างน่าอัศจรรย์ ต้นโพธิ์และต้นไทรได้อาศัยตัวโบสถ์เป็นฐานยึดเกาะเพื่อให้ลำต้นสามารถเติบโตและไต่ขึ้นไปหาแสงแดด ส่งผลให้เกิดความงดงามตามธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รากไทร ได้แผ่ขยายและปกคลุมไปทั่วตัวโบสถ์ ทำให้โบสถ์ได้รับการพยุงและป้องกันไม่ให้ทรุดลงมา นอกจากนี้ยังสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของอุโบสถ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชาวบ้านเรียก “หลวงพ่อปากแดง” เล่ากันว่าพระพุทธรูปมากับเรือสำเภาจากประเทศศรีลังกา และเรือล่ม ณ ที่แห่งนี้ จึงได้นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ในอุโบสถ หลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีลักษณะโดดเด่นคือมีปากสีแดงสดใส เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมวัด สำหรับความเชื่อและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อปากแดงนั้น เชื่อกันว่าท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยให้ความสมปรารถนา โดยเฉพาะในด้านความรักและคู่ครอง มักประสบผลสำเร็จ การขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การทำมาค้าขึ้น และการหายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งยังเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน เชื่อกันว่าในความศักสิทธิ์ของท่านจะดลบันดาลให้ชาวบ้านและผู้คนที่มาสักการะบูชา อยู่ร่มเย็นเป็นสุข
อุโบสถเก่าร้อยปี วัดไพศาลสถิตย์ : ศาสนสถานคู่ชุมชนปากน้ำปากพยิง อ่านต่อ
พระวิหารหลวง พระวิหารหลวง เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสุโขทัยพร้อมกับพระบรมธาตุ แต่ต่อมาได้ดัดแปลงพระวิหารหลวงเป็นอุโบสถ และใช้ประกอบพิธีสักการะบูชาพระบมธาตุร่วมกัน และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมอย่างอุโบสถโดยทั่วไป เช่น กระทำอุโบสถของพระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี เช่น การแต่งตั้งเจ้าเมืองและการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น ประกอบพิธีสมโภชพระบรมธาตุประจำทุกๆ ปี
พระวิหารหลวง มรดกอันงดงามเคียงคู่พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช อ่านต่อ
พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม ที่อยู่ : หมู่ที่ 3 ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร) เนื้อที่ : มีเนื้อที่ทั้งหมด 35 ไร่ นิกาย : มหานิกาย ประเภทวัด : วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2360 ประวัติวัด วัดเขาขุนพนม ชื่อเดิมคือ “วัดคุมพนม ตามหลักฐาน วัดสร้าง (ผูกพัทธสีมา) เมื่อปี พ.ศ. 2330 ที่ตั้งของวัดมีทั้งส่วนที่ตั้งอยู่บนพื้นราบ และส่วนที่ตั้งอยู่ในถ้ำบนเขาขุนพนม ดังนั้น หากใช้คำว่า “วัดเขาขุนพนม” ก็จะกินความรวมไปถึงถ้ำบนเขาขุนพนม หรือเวลาใช้คำว่า “เขาขุนพนม” ก็จะหมายความถึงส่วนที่เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนพื้นราบด้วย เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คือ ในบริเวณเขาขุนพนม (ศานติ โบดินันท์, 2561,
พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม อ่านต่อ
วิหารสามจอม วิหารหลังเล็กอีกหลังซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพุทธาวาส ใกล้กับวิหารพระแอด และวิหารพระด้าน (วิหารคด) แม้จะสร้างขึ้นหลังวิหารอื่น ๆ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง ในฐานะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช”
วิหารสามจอม หรือวิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช อ่านต่อ
วัดเขาขุนพนม ที่อยู่ : ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร) เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ 1 งาน นิกาย : ธรรมยุต ประเภทวัด : วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2360 ประวัติวัด วัดเขาขุนพนม จะสร้างเมื่อใดยังไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีอันได้แก่ โบราณสถาน และโบราณวัตถุในบริเวณวัด สันนิษฐานว่าสคร้างชึ้นในสมัยอยุธยา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22 เป็นอย่างน้อย และจากประวัติศาสตร์คำบอกเล่าของชาวนครบางส่วน ทำให้รู้ว่าวัดและเชาขุนพนมเป็นวัดที่ประทับของพระเจ้าตากสินในจังหวัดนครศรีธรรมราช ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีถ้ำซึ่งมีกำแพงก่ออิฐถือปูนและในเสมาเช่นเดียวกับกำแพงเมือง ในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดประมาณ 30 องค์และมีหลายถ้ำทะลุถึงกัน อย่างไรก็ตามเป็นที่เชื่อกันในหมู่คนท้องถิ่นว่า เป็นที่ประทับของพระเจ้าตากสินขณะทรงผนวช ภายหลังจากสิ้นรัชกาลของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินทรงมิได้ถูกประหารชีวิต อย่างที่พงศาวดารกล่าวอ้าง แต่ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังนครศรีธรรมราช มีการเตรียมการโดยมีการสร้างป้อมปราการ ทำเชิงเทิน ป้อมวงกลมตามชะง่อนผา เพื่อให้พระเจ้าตากสินได้ประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัสนากรรมกรรมฐาน