Home

เจดีย์พระปัญญา : สถูปแห่งพระสารีบุตร

ภายในวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระธาตุ) โดยเฉพาะในบริเวณวิหารคด (หรือวิหารพระด้าน) นอกจากจะมีพระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งตระหง่านอยู่โดดเด่นแล้ว ยังมีเจดีย์รายหรือเจดีย์บริวารอยู่รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ถึง 158 องค์ และหนึ่งในจำนวนนี้มีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งเรียกกันว่า “เจดีย์พระปัญญา” หรือ “พระปัญญา” รวมอยู่ด้วย

บทความนี้ อยู่ในชุด วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

เจดีย์พระปัญญา : สถูปแห่งพระสารีบุตร อ่านต่อ

วิหารพระทรงม้า

วิหารพระทรงม้า : วิหารแห่งประติมากรรม “มหาภิเนษกรมณ์”

วิหารพระทรงม้า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น วิหารพระม้า หรือ วิหารพระทรงม้า หรือ วิหารพระมหาเภิเนษกรม อันเป็นชื่อเรียกทางราชการ แต่ชาวนครนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า วิหารพระม้า ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะว่าภายในวิหารนี้ มีปูนปั้นเป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธประวัติตอนพระพุทธองค์ทรงม้าเสด็จออกบรรพชา อยู่ที่ฝาผนังจึงเรียกกันโดยทั่วไปว่า วิหารพระม้า (วิเชียร ณ นคร และคณะ, 2521, น. 450) ดังนั้น จึงถือว่าวิหารพระทรงม้า เป็นวิหารสำคัญลำดับหนึ่งของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพราะเป็นวิหารที่มีประติมากรรมปูนปั้นที่จัดสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นฝีมือช่างที่สวยงามที่สุดในภาคใต้ (ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์, 2559, น. 53) และถือว่าวิหารพระม้า เป็นศูนย์รวมประติมากรรมปูนปั้นว่าด้วยจตุคามรามเทพขนานแท้และดั้งเดิม และประติมากรรมว่าด้วยเทวดาผู้รักษาโลกและจักรวาลที่มีรายละเอียดพิสดารยิ่ง รวมทั้งเป็นบันไดทางขึ้นสู่ลานประทักษิณรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เหนืออื่นใดยังมีประติมากรรมปูนปั้นว่าด้วยพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชาโดยม้าพาหนะชื่อ “กัณฐกะ” ที่จัดสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นฝีมือช่างที่สวยงามที่สุดในภาคใต้ ด้วยเหตุนี้เองวิหารนี้จึงมีชื่อเรียกเป็นทางการอีกชื่อว่า “วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์” (แต่คนทั่วไปมักเรียก “วิหารพระม้า”) ประติมากรรมปูนปั้นที่ถือเป็นจุดเด่นของวิหารพระทรงม้า ก็คือประติมากรรมว่าด้วย “มหาภิเนษกรมณ์” เป็นภาพเจ้าชายสิทธัตถะกำลังทรงม้ากัณฐกะ แวดล้อมด้วยหมู่เทวดาและท้าวจตุโลกบาลที่กำลังเหาะรับเท้าม้าอยู่ เบื้องหน้าของม้าเป็นรูปท้าววัสวดีมาร กำลังชูมือไปข้างหน้า ประหนึ่งห้ามมิให้ เจ้าชายสิทธัตถะออกบรรพชา ตรงข้ามให้กลับเข้าไปในปราสาทราชวังเพื่อจะได้ครองแผ่นดินและโลกียวิสัยต่อไป ภาพประติมากรรมนี้ติดอยู่ที่ผนังบันไดทางขึ้นสู่ลานประทักษิณทั้งสองด้าน เป็นภาพแบบเดียวกันอยู่บนผนังทั้งสองข้างของบันไดทางขึ้น เพียงแต่จัดองค์ประกอบกลับด้านกัน (ทั้งนี้เพื่อให้ภาพของม้ากัณฐกะหันหัวไปทางทิศเหนือเหมือนกันนั่นเอง) (เครือข่ายการท่องเที่ยววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช, 2558)  ตำนานแห่งการสร้าง เล่ากันว่า

บทความนี้ อยู่ในชุด วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

วิหารพระทรงม้า : วิหารแห่งประติมากรรม “มหาภิเนษกรมณ์” อ่านต่อ

ข้าวยาโค

ข้าวยาโค ข้าวแห่งพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนครศรีธรรมราช

การกวนข้าวยาโค ถือเป็นพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราช ที่สืบทอดกันมาครั้งโบราณกาล โดยเริ่มต้นจากความเชื่อและความศรัทธา โดยมีการนำน้ำนมข้าวและผลผลิตทางการเกษตรมาร่วมกันกวนเป็นข้าวยาโค เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ และผลบุญเหล่านี้จะส่งผลให้ผลผลิตในเรือกสวนไร่นา มีความ เจริญงอกงาม อุดมสมบูรณ์ และข้าวยาโคนี้ ยังถือเป็นข้าวทิพย์ หากใครได้รับประทานจะทำให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต

ข้าวยาโค ข้าวแห่งพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนครศรีธรรมราช อ่านต่อ

หลาโดหก (ศาลาประดู่หก)

หลาโดหก ตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ด้านทิศเหนือ ตรงข้ามกับสนามหน้าเมือง “หลาโดหก” เป็นชื่อเรียกในภาษาไทยสำนวนท้องถิ่นใต้

หลาโดหก (ศาลาประดู่หก) อ่านต่อ

อนุสาวรีย์วีรไทย (พ่อจ่าดำ) อนุสรณ์สถานแห่งความกล้าหาญของทหารไทย

อนุสาวรีย์วีรไทย หรือที่มีชื่อเต็มว่า “อนุสาวรีย์วีรไทย พ.ศ.2484” และ อีกชื่อหนึ่งที่ชาวเมืองนครศรีธรรมราช เรียกกันว่า “พ่อจ่าดำ หรือ เจ้าพ่อดำ” ตั้งอยู่ภายในใจกลางของค่ายวชิราวุธอันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 เป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญของทหารไทย ที่ต่อต้านการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484

อนุสาวรีย์วีรไทย (พ่อจ่าดำ) อนุสรณ์สถานแห่งความกล้าหาญของทหารไทย อ่านต่อ

สวดด้าน พระด้าน

สวดด้าน : จากภูมิปัญญาสู่ประเพณี

สวดด้าน มีเฉพาะในวันธรรมสวนะ เวลาก่อนเพลก่อนพระสงฆ์จะขึ้นธรรมาสน์เทศน์ประชาชนที่มารอฟังการแสดงธรรมเทศนาอ่านหนังสือร้อยกรองเป็นภาษาถิ่นใต้

สวดด้าน : จากภูมิปัญญาสู่ประเพณี อ่านต่อ

Scroll to Top