แหล่งท่องเที่ยว

วัดโคกธาตุ

วัดโคกธาตุ นครศรีธรรมราช

วัดโคกธาตุ นครศรีธรรมราช เป็นวัดที่มีประวัติยาวนาน ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างพระธาตุ นครศรีธรรมราช เป็นที่รวมของผู้คนที่เดินทางมาสักการะพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช

วัดโคกธาตุ นครศรีธรรมราช อ่านต่อ

สนามหน้าเมือง

สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

สนามหน้าเมือง เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นสนามสวนหย่อมที่ตั้งอยู่หน้าเมือง ใจกลางเมือง อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช และศาลาประดู่หก บริเวณด้านหลังจะติดกับถนนที่เป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช

สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช อ่านต่อ

เจดีย์พระปัญญา : สถูปแห่งพระสารีบุตร

ภายในวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระธาตุ) โดยเฉพาะในบริเวณวิหารคด (หรือวิหารพระด้าน) นอกจากจะมีพระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งตระหง่านอยู่โดดเด่นแล้ว ยังมีเจดีย์รายหรือเจดีย์บริวารอยู่รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ถึง 158 องค์ และหนึ่งในจำนวนนี้มีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งเรียกกันว่า “เจดีย์พระปัญญา” หรือ “พระปัญญา” รวมอยู่ด้วย

บทความนี้ อยู่ในชุด วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

เจดีย์พระปัญญา : สถูปแห่งพระสารีบุตร อ่านต่อ

วิหารพระทรงม้า

วิหารพระทรงม้า : วิหารแห่งประติมากรรม “มหาภิเนษกรมณ์”

วิหารพระทรงม้า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น วิหารพระม้า หรือ วิหารพระทรงม้า หรือ วิหารพระมหาเภิเนษกรม อันเป็นชื่อเรียกทางราชการ แต่ชาวนครนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า วิหารพระม้า ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะว่าภายในวิหารนี้ มีปูนปั้นเป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธประวัติตอนพระพุทธองค์ทรงม้าเสด็จออกบรรพชา อยู่ที่ฝาผนังจึงเรียกกันโดยทั่วไปว่า วิหารพระม้า (วิเชียร ณ นคร และคณะ, 2521, น. 450) ดังนั้น จึงถือว่าวิหารพระทรงม้า เป็นวิหารสำคัญลำดับหนึ่งของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพราะเป็นวิหารที่มีประติมากรรมปูนปั้นที่จัดสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นฝีมือช่างที่สวยงามที่สุดในภาคใต้ (ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์, 2559, น. 53) และถือว่าวิหารพระม้า เป็นศูนย์รวมประติมากรรมปูนปั้นว่าด้วยจตุคามรามเทพขนานแท้และดั้งเดิม และประติมากรรมว่าด้วยเทวดาผู้รักษาโลกและจักรวาลที่มีรายละเอียดพิสดารยิ่ง รวมทั้งเป็นบันไดทางขึ้นสู่ลานประทักษิณรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เหนืออื่นใดยังมีประติมากรรมปูนปั้นว่าด้วยพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชาโดยม้าพาหนะชื่อ “กัณฐกะ” ที่จัดสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นฝีมือช่างที่สวยงามที่สุดในภาคใต้ ด้วยเหตุนี้เองวิหารนี้จึงมีชื่อเรียกเป็นทางการอีกชื่อว่า “วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์” (แต่คนทั่วไปมักเรียก “วิหารพระม้า”) ประติมากรรมปูนปั้นที่ถือเป็นจุดเด่นของวิหารพระทรงม้า ก็คือประติมากรรมว่าด้วย “มหาภิเนษกรมณ์” เป็นภาพเจ้าชายสิทธัตถะกำลังทรงม้ากัณฐกะ แวดล้อมด้วยหมู่เทวดาและท้าวจตุโลกบาลที่กำลังเหาะรับเท้าม้าอยู่ เบื้องหน้าของม้าเป็นรูปท้าววัสวดีมาร กำลังชูมือไปข้างหน้า ประหนึ่งห้ามมิให้ เจ้าชายสิทธัตถะออกบรรพชา ตรงข้ามให้กลับเข้าไปในปราสาทราชวังเพื่อจะได้ครองแผ่นดินและโลกียวิสัยต่อไป ภาพประติมากรรมนี้ติดอยู่ที่ผนังบันไดทางขึ้นสู่ลานประทักษิณทั้งสองด้าน เป็นภาพแบบเดียวกันอยู่บนผนังทั้งสองข้างของบันไดทางขึ้น เพียงแต่จัดองค์ประกอบกลับด้านกัน (ทั้งนี้เพื่อให้ภาพของม้ากัณฐกะหันหัวไปทางทิศเหนือเหมือนกันนั่นเอง) (เครือข่ายการท่องเที่ยววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช, 2558)  ตำนานแห่งการสร้าง เล่ากันว่า

บทความนี้ อยู่ในชุด วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

วิหารพระทรงม้า : วิหารแห่งประติมากรรม “มหาภิเนษกรมณ์” อ่านต่อ

หลาโดหก (ศาลาประดู่หก)

หลาโดหก ตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ด้านทิศเหนือ ตรงข้ามกับสนามหน้าเมือง “หลาโดหก” เป็นชื่อเรียกในภาษาไทยสำนวนท้องถิ่นใต้

หลาโดหก (ศาลาประดู่หก) อ่านต่อ

อนุสาวรีย์วีรไทย (พ่อจ่าดำ) อนุสรณ์สถานแห่งความกล้าหาญของทหารไทย

อนุสาวรีย์วีรไทย หรือที่มีชื่อเต็มว่า “อนุสาวรีย์วีรไทย พ.ศ.2484” และ อีกชื่อหนึ่งที่ชาวเมืองนครศรีธรรมราช เรียกกันว่า “พ่อจ่าดำ หรือ เจ้าพ่อดำ” ตั้งอยู่ภายในใจกลางของค่ายวชิราวุธอันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 เป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญของทหารไทย ที่ต่อต้านการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484

อนุสาวรีย์วีรไทย (พ่อจ่าดำ) อนุสรณ์สถานแห่งความกล้าหาญของทหารไทย อ่านต่อ

Scroll to Top