Views: 3
2. เครื่องลูกปัด เครื่องลูกปัดจะร้อยด้วยลูกปัดสีเป็น ลายมีดอกดวง ใช้สําหรับสวมลําตัวท่อนบนแทนเสื้อ ประกอบด้วยชิ้นสําคัญ 5 ชิ้นคือ
บ่า สําหรับสวมทับบนบ่าซ้าย-ขวา รวม 2 ชั้น
ปิ๊งคอ สําหรับสวมห้อยคอหน้า-หลัง คล้ายกรองคอ รวม 2 ชิ้น
พานอก ร้อยลูกปัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พันรอบตัว ตรงระดับอก บางถิ่นเรียกว่า “พานโครง” บางถิ่นเรียกว่า “รอบอก”
เครื่องลูกปัดดังกล่าวนี้ใช้เหมือนกันทั้งตัวยืนเครื่อง ตัวนาง (รํา) แต่มีช่วงหนึ่งที่คณะชาตรีในมณฑลนครศรีธรรมราชใช้อินทรธนู ซับทรวง (ทับทรวง) ปีกเหน่ง แทนเครื่องลูกปัด สําหรับตัวยืนเครื่อง
3. ปีกนกแอ่น หรือ ปีกเหน่ง มักทําด้วยแผ่นเงิน เป็นรูปคล้ายนกนางแอ่นกําลังกางปีก ใช้สําหรับโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง สวมติดกับสังวาลอยู่ที่ระดับเหนือสะเอวด้านซ้ายและขวา คล้ายตามทิศของละคร
4. ซับทรวง หรือ ทับทรวง หรือ ตาบ สําหรับสวมห้อยไว้ตรงทรวงอก นิยมทําด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายขนมเปียกปูนสลักเป็นลวดลาย และอาจฝังเพชรพลอยเป็นดอกดวง หรืออาจร้อยด้วยลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตัวโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง ตัวนางไม่ใช้ซับทรวง
5. ปีก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หาง หรือ หางหงส์ นิยมทําด้วยเขาควายหรือโลหะเป็นรูปคล้ายปีกนก ๑ คู่ ซ้าย-ขวาประกอบกัน ปลายปีกเชิดง่อนขึ้นและผูกรวมกันไว้ มีพู่ทําด้วยด้ายสีติดไว้เหนือปลายปีก ใช้ลูกปัดร้อยห้อยเป็น ดอกดวงรายตลอดทั้งข้างซ้ายและขวาให้ดูคล้ายขนของนก ใช้สําหรับสวมคาดทับผ้านุ่งตรงระดับสะเอว ปล่อยปลายปีกยื่นไปด้านหลังคล้ายหางกินรี
6. ผ้านุ่ง เป็นผ้ายาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า นุ่งทับชายแล้วรั้งไปเหน็บไว้ข้างหลัง ปล่อยปลายชายให้ห้อยลงเช่นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พับแล้วห้อยลงนี้ว่า “หางหงส์” (แต่ชาวบ้านส่วนมากเรียกปีกว่า หางหงส์) การนุ่งผ้าของโนราจะรั้งสูงและรัดรูปแน่นกว่านุ่งโจงกระเบน
7. หน้าเพลา เหน็บเพลาหนับเพลา กว่า คือ สนับเพลาสําหรับสวมแล้วนุ่งผ้าทับ ปลายขาใช้ลูกปัดร้อยทับ หรือร้อยแล้วทาบ ทําเป็นลวดลายดอกดวง เช่น ลายกรวยเชิง รักร้อย
8. หน้าผ้า ลักษณะเดียวกับชายไหว ถ้าเป็นของโนราใหญ่หรือนายโรงมักทําด้วยผ้าแล้วร้อยลูกปัดทาบเป็นลวดลาย ที่ทําเป็นผ้า ๓ แถบ คล้ายชายไหวล้อมด้วยชายแครง ก็มีถ้าเป็นของนางรํา อาจใช้ผ้าพื้นสีต่าง ๆ สําหรับคาดห้อย เช่นเดียวกับชายไหว
9. ผ้าห้อย คือ ผ้าสีต่าง ๆ ที่คาดห้อยคล้ายชายแครงแต่อาจมีมากกว่า โดยปกติจะใช้ผ้าที่โปร่งบางสีสด แต่ละผืนจะเหน็บห้อยลงทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของหน้าผ้า
10. กําไลต้นแขนและปลายแขน เป็นกําไลสวมต้นแขน เพื่อขบรัดกล้ามเนื้อให้ดูทะมัดทะแมงและเพิ่มให้ สง่างามยิ่งขึ้น
11. กําไล กําไลของโนรามักทําด้วยทองเหลือง ทำเป็นวงแหวน ใช้สวมมือและเท้าข้างละหลาย ๆ วง เช่น แขน แต่ละข้างอาจสวม ๕-๑๐ วงซ้อนกัน เพื่อเวลาปรับเปลี่ยนท่า จะได้มีเสียงดังเป็นจังหวะเร้าใจยิ่งขึ้น
12. เล็บ เป็นเครื่องสวมนิ้วมือให้โค้งงามคล้ายเล็บ กินนร กินรี ทําด้วยทองเหลืองหรือเงิน อาจต่อปลายด้วยหวาย ที่มีลูกปัดร้อยสอดสีไว้พองาม นิยมสวมมือละ 4 นิ้ว (ยกเว้น หัวแม่มือ)
เครื่องแต่งกายโนราตามรายการที่ (1) ถึงที่ (12) รวมเรียกว่า “เครื่องใหญ่” เป็นเครื่องแต่งกายของตัวยืนเครื่องหรือโนราใหญ่ ส่วนเครื่องแต่งกายของตัวนางหรือนางรํา เรียกว่า “เครื่องนาง” จะตัดเครื่องแต่งกายออก 4 อย่าง คือ เทริด (ใช้ผ้าแถบสีสดหรือผ้าเช็ดหน้าคาดรัดแทน) กําไลต้นแขน ซับทรวง และปีกนกแอ่น (ปัจจุบันนางรําทุกคนนิยมสวมเทริด ด้วย)
13. หน้าพราน เป็นหน้ากากสําหรับตัว “พราน” ซึ่งเป็นตัวตลก ใช้ไม้แกะเป็นรูปใบหน้า ไม่มีส่วนที่เป็นคาง ทําจมูกยื่นยาว ปลายจมูกงุ้มเล็กน้อย เจาะรูตรงส่วนที่เป็นตาดํา ให้ผู้สวมมองเห็นได้ถนัด ทาสีแดงทั้งหมด เว้นแต่ส่วนที่เป็นฟันทําด้วยโลหะสีขาว หรือทาสีขาว หรืออาจเลี่ยมฟัน (มีเฉพาะฟันบน) ส่วนบนต่อจากหน้าผากใช้ขนเป็ดหรือห่านสีขาวติดทาบไว้ต่างผมหงอก
14. หน้าทาสี เป็นหน้ากากของตัวตลกหญิง ทําเป็นหน้าผู้หญิง มักทาสีขาวหรือสีเนื้อ
“เครื่องแต่งกายโนรา” (เครื่องทรงโนรา) ถือเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ที่มีความวิจิตรงดงาม อลังการ และเปี่ยมด้วยมนต์ขลังกันแบบฟังสบาย ๆ
ชุดของโนรานั้นจัดเต็มไปด้วยเครื่องประดับและอาภรณ์รวมทั้งหมด 14 รายการ ซึ่งแต่ละชิ้นไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ด้วย
ชุดโนราทุกชิ้นรวมกันแล้วไม่เพียงแต่ทำให้ผู้แสดงดูโดดเด่น สง่างามราวกับเทพบุตรเทพธิดาลงมาจากสวรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาและฝีมือการร้อยลูกปัดอันประณีตของชาวใต้ที่สืบทอดกันมายาวนาน
สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ เล่ม ๘, “โนรา” หน้า ๓๗๘๗๑ – ๓๘๗๗
ภาพประกอบ : โนรา NORA Dance Dramda in Southern Thailand
ภาพหน้าปก
Views: 3
มังคุดคัด : ของดีหนึ่งเดียวของเมืองนครศรีธรรมราช ทำความรู้จักมังคุดคัดกัน มังคุดคัด ผลไม้ที่มีสีขาวจากเนื้อในของผลไม้ที่หาได้ง่ายในเมืองนครฯ คือมังคุด แต่ที่ไม่เหมือใครในประเทศนี้และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของเมืองนครศรีธรรมราช คือสิ่งที่เรียกว่า “มังคุดคัด” มาจาก มังคุด+คัด (คำว่า “คัด” ภาษาใต้หมายถึงการปอกเปลือกออก) คำนี้จึงหมายถึง การนำมังคุดแก่ที่มีการปอกเปลือกออกเรียบร้อยแล้ว การคัดเลือกมังคุดเพื่อนำมาคัด มังคุดที่จะนำมาคัด จะเลือกมังคุดแก่ ผิวสีเขียว ๆ และมังคุดคัดยังเป็นของกินเล่นของพื้นถิ่นเมืองนครศรีธรรมราชที่มีมายาวนาน ปัจจุบันเราจะเห็นแม่ค้าใส่ถาดเสียบไม้เหมือนลูกชิ้นเดินขายที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมทีมังคุดคัดเสียบด้วยก้านมะพร้าว ช่วงหลังเปลี่ยนเป็นเสียบด้วยไม้ไผ่ …
จักสาน : จากภูมิปัญญาสู่วัฒนธรรมร่วม จักสาน หรือเครื่องจักสานมีมานาน มีหลักฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ภูมิปัญญาการใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาถัก ทอ สาน เป็นภาชนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลักษณะ รูปร่าง ขึ้นรูป ต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน ของแต่ละท้องถิ่น แต่ละอาชีพ รูปร่าง ลวดลาย และวัสดุ แตกต่างกัน…
เดือนสามหลามเหนียว ใส่ข้าวโบสถ์ เป็นประเพณีการทำบุญด้วยเหนียวหลาม หรือข้าวหลามของชาวอำเภอท่าศาลา ในเดือน 3 วันมาฆบูชา ชองทุกปี เมื่อได้ข้าวหลาม หรือ “เหนียวหลาม” แล้วนอกจากแบ่งปันให้เพื่อนบ้านแล้ว ชาวบ้านจะนำมาเก็บไว้ในโบสถ์หรือ “ใส่ข้าวโบสถ์” เพื่อถวายพระสงฆ์ เพื่อให้นำเหนียวหลามไว้ฉันได้นานหลายวัน และเชื่อว่า ประเพณี หลามเหนียว ใส่ข้าวโบสถ์ จะได้บุญกุศลเป็นอย่างมาก …
ผ้ายกเมืองนคร ถือเป็นศิลปหัตถกรรมอันล้ำค่าของชาวนครศรีธรรมราช นอกจากจะเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่นแล้ว ยังแสดงถึงวิถีชีวิตในมุมอื่นๆ ของแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ได้แก่ ภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี สังคม ศิลปะ รวมทั้งอาชีพ ศิลปหัตถกรรมแขนงนี้จึงควรค่าแก่การศึกษา อนุรักษ์ และพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง