พระบฏ : ภาพเขียนบนผืนผ้า
พระบฏใช้ผ้าขาว ความยาวของผ้าอย่างน้อย 80 เมตร เขียนภาพตามแนวนอน ภาพเขียนบนผ้าพระบฏ ภาพเขียนเกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า พุทธประวัติหรือทศชาติชาดก คําสอนคติธรรมของพระพุทธเจ้า รูปพระพุทธเจ้า
พระบฏ : ภาพเขียนบนผืนผ้า อ่านต่อ
พระบฏใช้ผ้าขาว ความยาวของผ้าอย่างน้อย 80 เมตร เขียนภาพตามแนวนอน ภาพเขียนบนผ้าพระบฏ ภาพเขียนเกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า พุทธประวัติหรือทศชาติชาดก คําสอนคติธรรมของพระพุทธเจ้า รูปพระพุทธเจ้า
พระบฏ : ภาพเขียนบนผืนผ้า อ่านต่อ
“เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องกราบพระธาตุเมืองคอน” เป็นประโยคคำพังเพยหรือคำกล่าวที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการสื่อถึงความศรัทธาสูงสุดและเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชมาอย่างยาวนาน
เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องกราบพระธาตุเมืองคอน อ่านต่อ
พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองนครศรีธรรมราชโบราณในสมัยที่ยังเรียกว่า “ตามพรลิงค์” พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช หรือราชวงศ์ปัทมวงศ์ ซึ่งเป็นราชวงศ์หนึ่ง ของสยามประเทศที่เคยมีอำนาจปกครอง อาณาจักรศรีธรรมาราช ซึ่งปกครองเมืองใหญ่ต่าง ๆ ในคาบสมุทรมลายู จำนวน 12 เมือง เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร เมื่อสมัยสุโขทัยเรืองอำนาจ เป็นอาณาจักรไทยทางภาคเหนือและภาคกลาง อาณาจักรศรีธรรมาราช ก็มีอำนาจรุ่งเรืองทางภาคใต้ อาณาจักรศรีธรรมาราชเป็นมิตรที่ดีต่ออาณาจักรสุโขทัย มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา มีการส่งพระสงฆ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า อาณาจักรศรีธรรมาราชยอมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ในสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ ที่มีราชธานีกรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร เริ่มสถาปนาราชวงศ์ พ.ศ. 1913 – 1931, 1952 – 2112 ราชวงศ์สุโขทัย พ.ศ. 2112 – อาณาจักรนครศรีธรรมาราช สมัยราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชิที่มีพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เป็นพระมหากษัตริย์ หลังทรงประกาศเอกราชจากอาณาจักรศรีวิชัยใน พ.ศ. 1773 ทรงสถาปนาเมืองหลวงแห่งใหม่แทนกรุงตามพรลิงก์ (เมืองพระเวียง) คือ นครศรีธรรมราชมหานคร ใน พ.ศ. 1830 อาณาจักรตามพรลิงค์ จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชกล่าวว่า
พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ปฐมกษัตริย์เมืองนครศรีธรรมราช อ่านต่อ
พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม ที่อยู่ : หมู่ที่ 3 ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร) เนื้อที่ : มีเนื้อที่ทั้งหมด 35 ไร่ นิกาย : มหานิกาย ประเภทวัด : วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2360 ประวัติวัด วัดเขาขุนพนม ชื่อเดิมคือ “วัดคุมพนม ตามหลักฐาน วัดสร้าง (ผูกพัทธสีมา) เมื่อปี พ.ศ. 2330 ที่ตั้งของวัดมีทั้งส่วนที่ตั้งอยู่บนพื้นราบ และส่วนที่ตั้งอยู่ในถ้ำบนเขาขุนพนม ดังนั้น หากใช้คำว่า “วัดเขาขุนพนม” ก็จะกินความรวมไปถึงถ้ำบนเขาขุนพนม หรือเวลาใช้คำว่า “เขาขุนพนม” ก็จะหมายความถึงส่วนที่เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนพื้นราบด้วย เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คือ ในบริเวณเขาขุนพนม (ศานติ โบดินันท์, 2561,
พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม อ่านต่อ
จากหลักฐานที่พบทั้งเทวสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ สระน้ำโบราณ ในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกายในแดนนี้มาก่อน ต่อมาด้วยอิทธิพลของพุทธศาสนาที่ได้เข้ามาแพร่หลายและรุ่งเรืองในแถบนี้ ทำให้ชุมขนโมคลานเปลี่ยนมารับนับถือพุทธศาสนาไปด้วย สันนิษฐานว่าในช่วงแรกน่าจะเป็นพุทธศาสนานิกายเถรวาทหรือลัทธิหินยาน ซึ่งกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในแถบนี้ หลังจากนั้นราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๐๐ สมัยอาณาจักรสุโขทัย (วัดโมคลาน https://th.wikipedia.org/wiki/วัดโมคลาน) โบราณสถานหรือแหล่งโบราณคดี แต่เดิมเป็น ศาสนสถาน ประจำชุมชนหรือหมู่บ้าน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำลำคลองตามธรรมชาติ จากการสำรวจแหล่งโบราณคดีในเขตอำเภอสิชล-ท่าศาลา ปรากฏว่าชุมชนโบราณมักตั้งถิ่นฐานไม่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติเท่าใดนัก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ชุมชนโบราณที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 มักเป็นกลุ่มชุมชนนับถือศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 18 หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชุมชนผู้นับถือศาสนาพุทธมหายานได้พบเป็นจำนวนมากขึ้นและยังพบว่าโบราณสถานบางแห่งได้ถูกรื้อถอนเปลี่ยนแปลงเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นพุทธสถาน เช่น วัดโมคลาน (หลักฐานทางโบราณคดีของพราหมณ์ในนครศรีธรรมราช http://xn--k3cvjh4b2b3m.com/th-TH/ประเภทของพราหมณ์/2-พราหมณ์พิธี/42-หลักฐานทางโบราณคดีของพราหมณ์ในนครศรีธรรมราช.html?tmpl=component&print=1) โมคลาน ประวัติศาสตร์การสร้างเมือง ความเชื่อมโยงกับเจ้าชายโมคคัลลานะแห่งอาณาจักรสิงหล ชื่อบ้าน นามเมือง “โมคลาน” ศาสตราจารย์ ส. ประนะวิธาน นักประวัติศาสตร์ศรีลังกา ได้ค้นคว้าหลักฐานจากศิลาจารึก และบันทึกในศรีลังกาโบราณ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมืองตามพรลิงค์ในยุคโบราณ และ อาณาจักรสิงหล เมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๑ “เจ้าชายโมคคัลลานะ” พระราชโอรสของ “พระเจ้าธาตุเสนา” แห่ง
วิหารสามจอม วิหารหลังเล็กอีกหลังซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพุทธาวาส ใกล้กับวิหารพระแอด และวิหารพระด้าน (วิหารคด) แม้จะสร้างขึ้นหลังวิหารอื่น ๆ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง ในฐานะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช”
วิหารสามจอม หรือวิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช อ่านต่อ