Jariya_Rattanapan

การทำยางแผ่นด้วยจักรรีดยาง (มือหมุน) ของเกษตรกรชาวสวนยางพื้นถิ่น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเหมาะสมที่เอื้ออำนวยแก่การปลูกยางพาราเป็นอย่างมาก จึงทำให้เป็นแหล่งในการปลูกยางพาราที่สำคัญและยังสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่คนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ “น้ำยาง” ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากท่อลำเลียงส่วนเปลือกของต้นยาง สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ยางชนิดต่างๆ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ผลิตยางรถ ผลิตถุงมือยาง ฯลฯ และนอกจากแถบภาคใต้แล้วสภาพแวดล้อมของประเทศไทยในแถบภาคอื่นๆ เช่น บางจังหวัดของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ก็ริเริ่มหันมาปลูกยางพารากันมากขึ้น แต่การปลูกต้นยางพาราให้เจริญเติบโตได้ดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกปุ๋ยอินทรีย์ให้เหมาะสมหรือระยะเวลาในการปลูกต้นยางพาราก็จะต้องใช้เวลายาวนานถึง 7 ปี จึงจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ดังนั้นคุณภาพของดินตลอด 7 ปี ที่ปลูกต้นยางพาราจึงต้องมีการดูแลที่เหมาะสมนั่นเอง (บริษัท ฮานนา อินสทรูเม้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด, ม.ป.ป.) ซึ่งในปัจจุบันเกษตรกรในท้องถิ่นจะนิยมขายน้ำยางพารากับร้านที่รับซื้อโดยตรงมากกว่าการทำแผ่นยางแล้วรอให้แห้งเพื่อนำไปขายเหมือนในยุคก่อนกันมากขึ้น หรือแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ด้วยเหตุนี้ในฐานะที่ผู้เขียนนั้นเป็นลูกหลานของเกษตรกรชาวสวนยางพารา และได้เคยช่วยพ่อแม่ทำแผ่นยางมาในวัยเด็กนั้น ได้มองเห็นว่าควรจะถ่ายทอดขั้นตอนการทำยางแผ่นที่เกษตรกรพื้นถิ่นยังคงทำกันอยู่บ้างนั้นไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป ลักษณะที่ดีของยางแผ่น 1.    ยางแผ่นบางสม่ำเสมอ ความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร 2.    ขนาดของแผ่นยางกว้าง 38-46 เซนติเมตร ยาว 80-90 เซนติเมตร 3.    น้ำหนัก 0.8-1.2

การทำยางแผ่นด้วยจักรรีดยาง (มือหมุน) ของเกษตรกรชาวสวนยางพื้นถิ่น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช อ่านต่อ

วัดเสมาเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช (วัดเก่าแก่ 1250 ปี ที่หลวงปู่ทวดเคยจำพรรษา)

สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช บริเวณวัดมองไปจากถนนทางด้านซ้ายมือจะมีถนนเชื่อมตรงข้ามกับหอพระนารายณ์  และเยื้องกันอีกฝั่งจะเป็นหอพระอิศวร การเดินทางสะดวกมาก ท่านสามารถนั่งรถโดยสารสองแถว หรือรถส่วนตัวไปเข้าไปจอดภายในวัดได้เลย ที่อยู่ของวัด      ถนนราชดำเนิน เลขที่ 583 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 นิกาย             สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ประเภทวัด       วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 1318 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2489 (ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2559) เจ้าอาวาส        พระอธิการวีรพล วีรพโล       (วัดเสมาเมืองนครศรีธรรมราช, 2568) ประวัติวัด “วัดเสมาเมือง” เชื่อว่าเป็นสถานที่ค้นพบศิลาจารึกวัดเสมาเมือง หรือจารึกหลักที่ 43 อันมีเนื้อหากล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัย อายุสมัยราวต้นพุทธศตวรรษที่ 14 วัดเสมาเมืองสร้างโดย พระเจ้าศรีธรรมโศกราช หลังจากสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เพียง 18 ปี แห่งกรุงศรีวิชัย โดยสร้างวัดเสมาเมืองเมือ

วัดเสมาเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช (วัดเก่าแก่ 1250 ปี ที่หลวงปู่ทวดเคยจำพรรษา) อ่านต่อ

วัดหน้าพระลาน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง วัดหน้าพระลาน ตั้งอยู่ทางมุมด้านทิศใต้จดถนนพระลานหลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช โดยมีถนนเล็กๆ กั้นอยู่ ระหว่างกัน สามารถเดินผ่านจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ออกไปทางประตูด้านข้างบริเวณจุดจำหน่ายสินค้า เลี้ยวขวาก็จะเห็น วัดหน้าพระลานอยู่ตรงข้ามกัน ที่อยู่ของวัด      วัดหน้าพระลาน ตั้งอยู่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 นิกาย             สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ประเภทวัด       วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 1800 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปี พ.ศ. 2493 (วันพระ สืบสกุลจินดา, 2567) เจ้าอาวาส        พระ​สมุห์​รุ่งธรรม​ อติภทฺโทรักษาการเจ้าอาวาสคนปัจจุบัน เมื่อปี 2567 (พระ​คณาจาร​ย์จังหวัด​นครศรี​ธรรมราช​, 2567) ประวัติวัด ชื่อวัดมาจากคำว่า “พระลาน” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีด้านทิศเหนือ วัดแห่งนี้คาดว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1800 สำหรับพระราชาคณะที่ “พระสังฆราชาลังการาม” มีหน้าที่ดูแลรักษาองค์พระบรมธาตุเจดีย์ทางทิศใต้ แต่เดิมเนื่องจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นเขตพุทธาวาสไม่มีพระสงฆ์ เพิ่งเริ่มมีการปลูกกุฎีในสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

วัดหน้าพระลาน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อ่านต่อ

วัดก้างปลา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง วัดก้างปลา ตั้งอยู่เลขที่ 88 บ้านก้างปลา ถนนทุ่งสง-ห้วยยอด หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้เวลาเดิน ทางจากในตัวอำเภอทุ่งสงออกไปทางถนนทุ่งสง-ห้วยยอด ประมาณ 20 นาที ซึ่งวัดจะอยู่ทางฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งจะมองเห็นประตูวัดที่ มีความแปลกตาออกไป ที่อยู่ของวัด      วัดก้างปลา เลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110 นิกาย             สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ประเภทวัด       วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2400 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2518 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร (แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.) เจ้าอาวาส       

วัดก้างปลา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อ่านต่อ

วัดสำโรง อ.ทุ่งสง มากราบพระนอน อายุ 400 ปี

 สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ที่ บ้านนาหลวงเสน หมู่ที่ 6 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสามารถเดินทางจากเส้นทางถนนเข้าเมืองทุ่งสงสายในตรงข้ามกับสวนหลวง ร.5 ทุ่งสง ตรงไปเลี้ยวซ้ายผ่านวัดเขาปรีดี แล้วเลี้ยวขวาตรงไปตามถนนก็จะถึงวัดสำโรง (ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทาง) ข้อมูลพื้นฐาน ที่อยู่ของวัด      บ้านนาหลวงเสน หมู่ที่ 6 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110 นิกาย        สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ประเภทวัด  วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2518  (พระสังฆาธิการ), ม.ป.ป.) เจ้าอาวาส        พระบุญส่ง กต ปุญโญ (รักษาการเจ้าอาวาส) (สุวิทย์ คงหอม, 2568) ประวัติวัด แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นวัดร้าง ต่อมาจึงได้ตั้งเป็นวัดเขาสำโรง (วัดเขาโหฺมฺรง) เมื่อราว

วัดสำโรง อ.ทุ่งสง มากราบพระนอน อายุ 400 ปี อ่านต่อ

การไหว้บูชาครูหมอตายายโนรา เพื่อแสดงความกตัญญู

ความเป็นมาของพิธีกรรมดังกล่าว ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี และสำหรับชาวภาคใต้ส่วนหนึ่งของไทยนั้นก็ได้มีประเพณีหนึ่งที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ได้กระทำสืบต่อกันมาช้านานก็คือ “การไหว้บูชาครูหมอตายายโนรา” นั่นเอง “ครูหมอโนราและตายายโนรา” ในการรับรู้ของชาวบ้านถือเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจ สามารถบันดาลทั้งคุณและโทษแก่ลูกหลาน ทุกช่วงสำคัญในชีวิตจึงต้องทำ “พิธีเซ่นไหว้” เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอบคุณตายายที่ช่วยดูแลลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข หากลูกหลานเพิกเฉยไม่เคารพบูชา ไม่เซ่นไหว้ ลบหลู่ หรือทำตัวไม่เหมาะสม เช่น คบชู้ ลักขโมย เชื่อกันว่าจะ “ถูกลงโทษ” ทำให้เจ็บป่วยและไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งต้องแก้ด้วย “การบวงสรวง” ในทางกลับกันก็สามารถใช้พิธีกรรมเดียวกันนี้เพื่อ “บนบาน” ขอให้ท่านช่วยเหลือเรื่องสำคัญได้ (องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย, 2565) การบูชาครูหมอตายายในสายตระกูลตนนั้นถือเป็นเรื่องใกล้ตัว และสำคัญยิ่งเพราะเราจะทราบที่มาและเรื่องราวของครอบครัวผ่านการนับถือครูหมอ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษประจำตระกูล ทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว บุคคลในตระกูลให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย ซึ่งการไหว้หิ้งครูหมอประจำตระกูลนั้น ปีหนึ่งควรไหว้หนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย และ ไม่ควรที่จะละเลยบรรพบุรุษของตนไปไหว้บรรพบุรุษคนอื่น อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถึงแม้ว่าจะนับถือครูหมอเหมือนกัน แต่รายละเอียดนั้นแต่ละครอบครัวย่อมมีความแตกต่างกัน  ดังนั้นเพื่อที่จะให้การสักการะบูชาเห็นผล ลูกหลานที่เป็นชนรุ่นหลังควรที่จะทำพิธีไหว้ครูหมอตายายด้วยตนเอง จะทำให้ทราบว่า ครูหมอตายายที่อยู่กับบรรพบุรุษเรามายังคงอยู่หรือไม่ สามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อย่างน้อยๆ เราก็ได้สื่อสารกับบรรพบุรุษด้วยตนเอง บอกกล่าวและขอพรด้วยตัวเอง ก็ย่อมได้รับพรจากบรรพบุรุษอย่างเต็มเปี่ยม  และเป็นการเสริมสร้างธรรมะแห่งกตเวทิตา หรือ การตอบแทนคุณ การระลึกคุณ ให้เกิดขึ้นในใจของเรา

การไหว้บูชาครูหมอตายายโนรา เพื่อแสดงความกตัญญู อ่านต่อ

Scroll to Top