วิหารคต หรือพระระเบียง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

วิหารคต หรือพระระเบียง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง

วิหารคดหรือพระระเบียง จะอยู่ล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา

พระวิหารคดหรือพระระเบียง หรือ “พระด้าน” สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรอยุธยาโดยก่อกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีหลังคาคลุมเข้าด้านในสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นผนังหรือกำแพงล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์และเจดีย์ราย เหตุที่เรียกกันว่าวิหารคดก็เพราะว่าวิหารนี้สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบบริเวณขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ การสร้างหักมุมแบบนี้จึงเรียกว่า “วิหารคด” ส่วนที่เรียกอีกอย่างว่าพระด้านหรือพระระเบียงก็เพราะเป็นระเบียงขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ จึงเรียกว่า “พระระเบียง” ส่วนที่เรียกว่าพระด้าน ก็เพราะว่าในวิหารหรือระเบียงนี้ เต็มไปด้วยพระพุทธรูปปั้นเรียงเป็นระเบียบเป็นพระพุทธรูปนั่งเป็นแถวยาวตลอดทุกด้านของระเบียง จำนวน 173 องค์ พระพุทธรูปเหล่านี้เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ การที่มีพระพุทธรูปอยู่รอบด้านของพระบรมธาตุเจดีย์นี้เอง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า พระด้าน (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช, 2567)

วิหารคดมีประตูทางเข้า 2 ประตู คือ ด้านหน้า 1 ประตู ด้านหลัง 1 ประตู ประตูด้านหน้ามีชื่อว่า ประตูเหมรังษี สองข้างประตูมีรูปสิงห์โตหิน ตัวผู้และตัวเมียข้างละ 1 ตัว ที่หน้าจั่วมุขประตูประดับด้วยแก้วสีมีรูปครุฑและนาคยึดเกี่ยวพันกัน

ภายในวิหารคด ด้านทิศเหนือมีโครงกระดูกปลาวาฬตัวโตขนาด 5 วา วางอยู่ โครงกระดูกปลาวาฬนี้เล่ากันว่าได้มาจากปลาวาฬที่ตายแล้วลอยมาในทะเลคลื่นซัดขึ้นเกยหาดที่ปากน้ำท่าสูง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2452 ประชาชนช่วยกันนำมาไว้ที่วัดพระมหาธาตุ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ชม

วิหารคดได้รับการซ่อมแซมอยู่เสมอ เมื่อ พ.ศ. 2513 กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเป็นผู้ซ่อมแซมครั้งใหญ่ โดยได้เปลี่ยนไม้เครื่องบนใหม่หมดทุกตัว ใช้ไม้ขนาดเท่ากันหมด จึงเสมอเป็นระเบียบอย่างกับเส้นตรง เดิมทีพระครูปาน ได้ซ่อมโดยใช้ไม้ขนาดไม่เท่ากันและไม่ตรง ผนังก่ออิฐถือปูนจึงคดไปคดมา การซ่อมครั้งหลังนี้จึงดัดให้ตรง ทำฐานบัวเพิ่มขึ้นมาใหม่ บัวหัวเสาทำใหม่แต่รักษาแบบเดิม อาสนะพระด้านพอกปูนซิเมนต์หนาขึ้น และขยายให้กว้างกว่าเดิมเล็กน้อย พื้นด้านล่างก็เสริมเหล็กโบกปูนซิเมนต์ให้พื้นสูงขึ้นอีก

บางส่วนของวิหารคดนี้เคยใช้เป็นสาขาห้องสมุดแห่งชาติด้วย โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2480 ครั้งแรกใช้วิหารสามจอมเป็นที่ตั้ง ต่อมาเมื่อมีหนังสือมากขึ้นจึงย้ายไปอยู่ที่วิหารพระธรรมศาลา วิหารทับเกษตร และมาอยู่ที่วิหารคดตามลำดับ

แต่เดิมวิหารพระด้านนี้ มีพระมาแสดงธรรมในทุกวันพระกับวันโกน ซึ่งก่อนที่พระจะแสดงธรรมก็จะมีชาวบ้านมาสวด (อ่าน) หนังสือก่อนเป็นประจำ จนเกิดเป็นประเพณีขึ้นมาเรียกว่า “สวดด้าน” ดังนั้น ประเพณีสวดด้านนี้จึงถือว่าเกิดขึ้นที่ระเบียงนี้ (พระครูสิริธรรมาภิรัต, 2554, น. 91-93)

ด้วยความที่วิหารคดมีพระพุทธรูปปั้นเรียงเป็นระเบียบซึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่งเป็นแถวยาวตลอดทุกด้านของระเบียง จำนวน 173 องค์ นั่นเอง จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกับมุมสวยของพระพุทธรูปปูนปั้นเพื่อเป็นที่ระลึก และรวมถึงมานั่งพักผ่อนรับลมเย็นสบายตลอดระเบียงโดยรอบอีกด้วย

บรรณานุกรม

พระครูสิริธรรมาภิรัต. (2554). วิหารคตหรือวิหารพระระเบียง. ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร. กรุงเทพฯ :      เม็ดทราย.

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด. (2567). วิหารพระระเบียง (วิหารคต) วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567. จาก https://www2.m-culture.go.th/nakhonsrithammarat/ewt_dl_link.php?nid=1860

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าศรีธรรมโศกราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระนางเหมชาลา และเจ้าชายทนทกุมาร : ผู้นำพระบรมสารีริกธาตุสู่ดินแดนนครศรีธรรมราช

Views: 2118

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.