
สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
บริเวณวัดมองไปจากถนนทางด้านซ้ายมือจะมีถนนเชื่อมตรงข้ามกับหอพระนารายณ์ และเยื้องกันอีกฝั่งจะเป็นหอพระอิศวร การเดินทางสะดวกมาก ท่านสามารถนั่งรถโดยสารสองแถว หรือรถส่วนตัวไปเข้าไปจอดภายในวัดได้เลย
ที่อยู่ของวัด ถนนราชดำเนิน เลขที่ 583 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
นิกาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ประเภทวัด วัดราษฎร์
ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 1318
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2489
(ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2559)
เจ้าอาวาส พระอธิการวีรพล วีรพโล (วัดเสมาเมืองนครศรีธรรมราช, 2568)
ประวัติวัด
“วัดเสมาเมือง” เชื่อว่าเป็นสถานที่ค้นพบศิลาจารึกวัดเสมาเมือง หรือจารึกหลักที่ 43 อันมีเนื้อหากล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัย อายุสมัยราวต้นพุทธศตวรรษที่ 14 วัดเสมาเมืองสร้างโดย พระเจ้าศรีธรรมโศกราช หลังจากสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เพียง 18 ปี แห่งกรุงศรีวิชัย โดยสร้างวัดเสมาเมืองเมือ พ.ศ.1318 โดยพระองค์เลือกเอาทำเลที่เป็นใจกลางเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้น เพื่อให้เป็นวัดศูนยฺ์กลางที่มีพระภิกษุสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษาเป็นแห่งแรก นับว่าวัดเสมาเมืองเป็นวัดต้นกำเนิดของบรรดาวัดทั้งหลายในเมืองนครศรีธรรมราช ถ้านับระยะเวลาตั้งแต่ปีเริ่มตั้งวัดเสมาเมืองจนถึงปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2516) เป็นเวลา 1,198 ปี เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดที่จะพึงมีค้นคว้าหลักฐานมายืนยันได้ วัดนี้ตั้งก่อนอาณาจักรสุโขทัย ถึง 444 ปี ก่อนกรุงศรีอยุธยา 575 ปี ก่อนกรุงธนบุรี 993 ปี ก่อนกรุงเทพมหานคร 1,007 ปี
มีหลักฐานกล่าวถึงประวัติการสร้างวัดเสมาเมืองไว้ว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช เป็นผู้ทรงสร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1318 ภายหลังที่ได้สร้างพระบรมธาตุแล้ว 18 ปี สถานที่สร้างวัดนี้เป็นทำเลใจกลางเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น มีพระประสงค์ที่จะให้ภิกษุ ฝ่ายมหายานจำพรรษาเป็นแห่งแรก วัดนี้เป็นต้นกำเนิดของวัดทั้งหลายในเมืองนคร ในการสร้างวัด ได้มีการสร้างศาสนสถานด้วยอิฐรวมสามหลัง สร้างและอุทิศถวายแด่พระพุทธองค์ผู้ทรงชำนะมาร พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี และวัชรปาณี นอกจากนี้ก็มีสถูป 3 องค์ซึ่งพระราชทานนามว่า ชยันตะ สร้างขึ้นตามพระราชโองการของพระราชาและเจดีย์อีก 2 องค์ ความสำคัญต่อชุมชน เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม วัดเสมาเมืองเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของเมืองนครศรีวิชีย จารึกจากวัดเสมาเมืองซึ่งสลักบนหินทราย เป็นรูปใบเสมา สูง 1.05 เมตร ฐานกว้าง 40 เซนติเมตร และส่วนยอดกว้าง 50 เซนติเมตร ได้กลายเป็นหลักฐานที่ช่วยคลี่คลายปัญหาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีลงได้อย่างมาก (Thailand Tourism Directory, 2564)
พื้นที่ต่าง ๆ ภายในวัดเสมาเมือง
“โบราณสถานวัดเสมาชัย” ตั้งอยู่ ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมเป็นวัดคู่กับวัดเสมาเมือง เป็นวัดหลักบ้านหลักเมืองหรือวัดชัยมงคล ต่อมาวัดได้ร้างลง จึงถูกยุบรวมให้อยู่กับวัดเสมาเมือง จนถึงปี พ.ศ. 2499 กรมการศาสนาจึงอนุญาตให้นำพื้นที่วัดเสมาชัยไปตั้งโรงเรียนใช้ชื่อว่า “โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง” สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเสมาชัยและเจ้าแม่อ่างทอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ จำนวน 4 องค์ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งใช้ทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ ใช้ประพรมกองทหารเมื่อออกศึกสงคราม ใช้ทำน้ำพิพัฒน์สัตยาของบ้านเมือง ใช้ทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งชาวเมืองนครก็นิยมนำน้ำบ่อนี้ไปประพรม อาบดื่มกินเพื่อความเป็นสิริมงคล (ทิศทางใหม่นครศรีฯ, 2563)
“อาคารหลวงปู่ทวด” ตั้งอยู่ตรงกับประตูกลางของทางเข้าวัดเสมาเมือง มองเห็นได้ชัดเจนมาก และเนื่องจากที่นี่เป็นสถานปฏิบัติธรรมชั้นสูงของหลวงปู่ทวด การได้มาที่นี่เท่ากับว่าได้มาตามรอยหลวงปู่ทวดด้วย จึงมีพระพุทธรูป 3 องค์สำคัญ ตั้งอยู่ให้พุทธศาสนิกชนผู้มาเยือนได้สักการะ ได้แก่ องค์หลวงปู่ทวด อยู่ด้านบนสุด , องค์ต่อมาด้านซ้ายมือของหลวงปู่ทวด คือ องค์อาจารย์พระครูวัตตปาโมชช์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเสมาเมือง สร้างเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2517 และ ด้านขวามือ คือ องค์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

“อุโบสถหลังใหม่” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 มีการสร้างให้มีลักษณะที่คงความดั้งเดิมเก่าแก่แฝงไว้ด้วยความงดงามในอดีตกาลของวัดแห่งนี้ ประตูหน้าต่างยังคงเป็นไม้แบบเดิมโบราณ มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นหลักมั่น รายล้อมด้วยพระพุทธรูปอีกหลายองค์ และยังมีองค์เจ้าพ่อเสมาชัย และ องค์เจ้าแม่อ่างทอง ประดิษฐานอยู่ด้วย

“องค์ท่านท้าวมหาพรหม” ตั้งอยู่ทางประตูทางเข้าทางด้านหน้าที่ติดกับถนนตรงข้ามกับหอพระนารายณ์ เป็นสถานที่สำคัญอีกหนึ่งจุดที่ผู้มาเยือนวัดแห่งนี้ต้องไม่พลาดได้กราบสักการะขอพรองค์ท่านท้าวมหาพรหม และขอแนะนำให้ท่านจุดธูป 16 ดอก พร้อมถวายดอกไม้ ของคาวหวาน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

“ศิลาจารึกวัดเสมาเมือง (จำลอง)” ตั้งอยู่ติดกันกับองค์ท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งได้จำลองความเป็นมาของศิลาจารึกสำคัญของวัดเสมาเมืองไว้ให้ได้ศึกษากัน โดยศิลาจารึกวัดเสมาเมืองของจริงนั้น ได้นำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

“หอระฆัง” ตั้งอยู่ด้านหลังของอุโบสถ มีความเก่าแก่มาก อันแสดงให้เห็นว่าวัดเสมาเมืองมีมาช้านานมากแล้ว
“อาคารโรงเรียนอนุบาลเทศบาลวัดเสมาเมือง” อยู่บริเวณส่วนด้านหลังของวัดเสมาเมือง ซึ่งจะมีกุฏิของท่านเจ้าอาวาสอยู่บริเวณนั้นด้วย
“อาคารอเนกประสงค์” ตั้งอยู่บริเวณส่วนด้านหลังของวัด อยู่ติดกับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัด ปัจจุบันใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลวัดเสมาเมือง
“อาคารอเนกประสงค์หลังใหม่” อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เป็นจุดที่มีเสาอากาศตั้งอยู่ และ มีต้นโพธิ์ต้นใหญ่มากยืนต้นเด่นตระหง่านอยู่หน้าอาคารดังกล่าว
ลักษณะเด่น
“บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดเสมาเมือง” เป็นบ่อที่อยู่ทางทิศเหนือของวัดพระมหาธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศอีสานของวัด วัดเสมาเมืองเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุการตั้งวัดมาก่อนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คือเมื่อปีพุทธศักราช 1318 วัดเสมาเมืองมีชื่อเกิดขึ้นแล้วและก็เป็นสถานที่ที่ได้พบจารึกหลักสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรศรีวิชัยที่วัดนี้ วัดนี้จึงเป็นวัดสำคัญของเมืองอีกวัดถัดจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระสงฆ์และพุทธบริษัทที่ไปร่ำเรียนและประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเสมาเมือง ก็มีการใช้น้ำจากบ่อนี้อยู่สม่ำเสมอ และเชื่อว่าบ่อน้ำนี้มีอายุก่อนตั้งวัดเสมาเมือง เป็นบ่อน้ำในศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์ จึงมีความเชื่อว่าใครที่ได้ดื่มกินน้ำในบ่อนี้ก็สามารถแก้คุณไสย ภูตผีปีศาจได้ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในหกแห่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช และทางการได้ตักน้ำในบ่อนี้เข้าสู่พิธี และพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในช่วงของรัชกาลที่ 3 มีโองการจากรัชกาลที่ 3 ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) หรือที่ชาวบ้านเรียก เจ้าพระยานครน้อย เป็นแม่ทัพนำทหารไปปราบเมืองชัยบุรี ซึ่งแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นต่อพระราชอำนาจของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้มีการนำน้ำจากบ่อแห่งนี้มาใช้ และต่อมามีการอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำแห่งนี้เข้าสู่งานพระราชพิธีทวีธาภิเษกในรัชกาลที่ 5 และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในราชวงศ์จักรีพระองค์ต่อ ๆ มาตั้งแต่พุทธศักราช 2530 เป็นต้นมา (ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2565).

โบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญ
“วิหารหลวงพ่อสบเดิม” อยู่บริเวณเนินโบราณสถาน ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของอุโบสถ ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย พร้อมภาพจิตรกรรมอธิบายเรื่องราวต่างๆ
“อุโบสถหลังเก่า” ที่มีภาพจิตรกรรมเขียนบนไม้กระดานเล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดกและเจดีย์/พระปรางค์ ก่อด้วยอิฐ (บางส่วนใช้หินปะการัง) แต่ยอดพังทลาย
“พระพุทธรูปประธานภายในศาลาโรงธรรมวัดเสมาเมือง” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนต้น สกุลช่างเมืองนคร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธที่สร้างโดยการสกัดหินทรายประกอบขึ้นเป็นพระพุทธรูป
“พระพุทธรูปองค์นี้เคยมีพระนามว่า ‘พระพุทธโฆษาจารย์’ เป็นพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้วประธานในวิหารสำเภาของวัดเสมาเมือง โดยมีประวัติของการสร้างวิหารเล่าว่าสร้างขึ้นเพื่อจำลองการอัญเชิญพระธรรมของพระธรรมโฆษาจารย์ที่ไปแปลธรรมที่เมืองลังกา ขี่เรือสำเภาไปในทะเล ได้แปลธรรมที่เมืองลังกาจากภาษาสิงหลเป็นภาษามคธเขียนใส่ใบลาน คือพระธรรมวิสุทธิมรรคเป็นต้น แปลทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ แปลครั้งแรกพระอินทร์ขโมยไปหมด จนต้องแปลครั้งที่สอง ทางวัดเสมาเมืองจึงสร้างวิหารจำลองไว้เป็นอนุสรณ์ รูปจำลองของพระธรรมโฆษาจารย์ก็คือพระประธานของวิหารภายในซุ้มเรือนแก้ว และพระท้ายก๋งอยู่ข้างหลังแสดงว่าเป็นผู้ถือหางเสือเรือ รูปวิหารยาวเหมือนเรือสำเภา แคบและมีกำแพงล้อมรอบ ครั้นสมัยพระครูกาเดิมรักษ์วิหารชำรุดและมีหญ้าขึ้นมากจนต้องมีการบูรณะครั้งใหญ่” (ทำให้ซุ้มเรือนแก้วเดิมของพระประธานหายไป)
(ข้อมูลจากอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์พระครูวัตตปาโมชช์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเสมาเมือง วันเสาร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๖) – ศฺรีธมฺมโศกฺกราชฺ (วัดเสมาเมือง (Wat Sema Muang) นครศรีธรรมราช, 2563)

“พระพุทธรูปสำริดปางห้ามสมุทร” สูงแต่พระบาทถึงพระอุษณีษะไม่รวมพระรัศมี 1.85 เมตร ศิลปะอยุธยาในราวพุทธศตวรรษที่ 21 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารสำเภาของวัดเสมาเมือง ในสมัยของพระครูนครธรรมรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดเสมาเมือง ได้ย้ายไปประดิษฐานชั่วคราวที่ศาลาด้านข้างอุโบสถ ด้วยพระพุทธรูปมีรอยชำรุดมากที่พระบาททั้งสองข้าง ช่างในสมัยก่อนได้ซ่อมพระบาทด้วยปูนซีเมนต์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2566 ในสมัยของพระปลัดวีรพล วีรพโล เจ้าอาวาสวัดเสมาเมืององค์ปัจจุบัน ได้นำพระพุทธรูปไปซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดที่โรงหล่อพุทธรังษี จังหวัดนครปฐม โดยหล่อพระบาทใหม่ทั้งคู่ หล่อพระเกศใหม่ หล่อฐานขึ้นใหม่ จนแล้วเสร็จ นำกลับมาประดิษฐานคืนยังวัดเสมาเมือง ซึ่งพระพุทธรูปห้ามสมุทรองค์นี้ได้ประดิษฐานภายในอุโบสถของวัดให้ประชาชนได้สักการะ นับเป็นก้าวที่สำคัญก้าวใหม่ของวัดเสมาเมือง วัดสำคัญคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาหลายร้อยปี (พ่อท่าน วัดเสมาเมือง, 2568)
คุณค่าทางโบราณคดี : ศิลาจารึกวัดเสมาเมือง (หลักที่ 23)
ที่วัดเสมาเมืองแห่งนี้ ได้พบ “ศิลาแผ่นรูปใบเสมา สลักด้วยอักษรหลังปัลลวะ (สันสกฤต)” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1318 ขนาดสูงประมาณ 1.04-1.05 เมตร, ฐานกว้าง 40 เซนติเมตร, ยอดกว้าง 50 เซนติเมตร, หนา 9 เซนติเมตร โดยจารึกนี้ช่วยให้เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์และศาสนาของนครศรีธรรมราชในอดีต ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ หลักศิลาจารึกหลักที่ 23 นี้ ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้คนไทยหาคำทักทายเพื่อใช้เป็นคำทักทายเมื่อพบเจอกัน อันประจวบเหมาะกับที่พระยาอุปกิตศิลปสาร ท่านได้มาอ่านหลักจารึกที่ 23 นี้ พอได้เห็นคำว่า “สวัสดิ” ท่านจึงนำคำนี้ไปแจ้งกับ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งท่านเห็นดีเห็นงามด้วย นับแต่บัดนั้นมาคนไทยเราจึงใช้คำทักทายว่า “สวัสดี” เพราะฉะนั้นคำว่า สวัสดีมาจากศิลาจารึกของวัดเสมาเมืองแห่งนี้นี่เอง โดยความหมายของคำว่า “สวัสดี” คือ ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง ความปลอดภัย คำว่าสวัสดีคำเดียว จึงเต็มไปด้วยคำมงคลมากมาย ในการอวยพรให้กันและกัน (พระครูอินเดีย, 2568)
วัดเสมาเมือง ถือเป็นวัดแรกของพระภิกษุฝ่ายมหายาน ในเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นต้นกำเนิดของวัดอื่น ๆ ในเมืองนครศรีธรรมราช ถือเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาโบราณของเมืองนครศรีธรรมราช ทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ซึ่งชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาต่างยังคงให้ความสำคัญและร่วมในพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างเนืองแน่นในทุกวันสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึง หลวงปู่ทวดที่ท่านได้มาจำพรรษาที่นี่เป็นเวลาหลายปี แม้หากเราได้ไปกราบพระในวัดเสมาเมืองก็เปรียบเสมือนเราได้กราบพระอันเป็นสถานที่ที่หลวงปู่ทวดได้กราบไหว้ด้วยเช่นกัน และหากท่านใดต้องการเพิ่มพลังชีวิตให้กับตนเองแล้วล่ะก็ต้องไม่พลาดแวะมาสักการะหลวงพ่อสบ หลวงปู่ทวด ท่านท้าวมหาพรหม และต้องไม่ลืมที่จะไปประพรมน้ำมนต์ในบ่ออันศักดิ์สิทธิ์ของวัดเสมาเมืองแห่งนี้ด้วย
ข้อมูลอ้างอิง
ทิศทางใหม่นครศรีฯ. (2563). โบราณสถานวัดเสมาชัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568. จาก https://www.facebook.com/NakhonSiNew/posts/ไหว้พระ-9-วัด-โบราณ-นครศรีธรรมราช-นครแห่งอารยธรรม-เสริมสิริมงคลนครศรีธรรมราช-มีท/157278729213022/
พระครูอินเดีย. (2568) วัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จากhttps://www.tiktok.com/@pkindia935/video/7441188763268648200
พ่อท่าน วัดเสมาเมือง. (2568). พระพุทธรูปสำริดปางห้ามสมุทร. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 จาก https://www.facebook.com/ran.mcu
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช. (2568). จารึกวัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จากhttps://www.facebook.com/photo?fbid=717813434330680&set=pcb.717813874330636
วัดเสมาเมืองนครศรีธรรมราช. (2568). เจ้าอาวาสวัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จากhttps://www.facebook.com/photo/?fbid=800371685671108&set=pb.100070948519750.-2207520000&locale=th_TH
วัดเสมาเมือง (Wat Sema Muang) นครศรีธรรมราช. (2563). พระพุทธรูปในศาลาโรงธรรมวัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จากhttps://www.facebook.com/photo.php?fbid=694787392695134&id=100064916370906&set=a.457054259801783
ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2565). บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จาก m-culture.in.th/album/195484/บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดเสมาเมือง
ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2559). วัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จาก www.m-culture.in.th/album/78441/วัดเสมาเมือง
Thailand Tourism Directory. (2564). วัดเสมาเมือง. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568. จาก https://thailandtourismdirectory.go.th/attraction/21311
Views: 718

