ศาลเจ้าซำปอกง (พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ศาลเจ้าซำปอกง (พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง

เลขที่ 41 ถ.พัฒนา ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110 โทร .075-412276

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าซำปอกง

เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2492 มีคณะบุคคลซึ่งมีความนับถือศรัทธาในพระซำปอกง (หลวงพ่อโต) ได้อัญเชิญกระถางธูปของพระซำปอกง มาตั้ง ณ ศาลเจ้า ซึ่งเป็นอาคารไม้หลังเล็ก ๆ บริเวณสวนผักบ้านนาเหนือ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสักการะบูชาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้มุ่งกระทำความดี และจำลององค์พระซำปอกง วัดพนัญเชิงขึ้นเพื่อกราบไหว้บูชา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนในอำเภอทุ่งสงและใกล้เคียงมีมากขึ้น เป็นลำดับ ทำให้อาคารที่มีอยู่คับแคบ

ในปี พ.ศ. 2514 คณะผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อก่อสร้างอาคารวิหาร หลังใหม่ พร้อมทั้งสร้างพระพุทธรูปพระซำปอกงองค์ใหญ่ ประดิษฐานเป็นพระประธานขึ้นและ มีการพัฒนาเป็นลำดับดังปรากฎในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นสถานปฎิบัติธรรม ประกอบศาสนพิธีในโอกาสและเทศกาลต่าง ๆ

เพื่อให้ดำเนินงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง กว้างขวาง ทำประโยชน์ให้แก่สังคมและส่วนรวมได้ มากยิ่งขึ้น จึงดำเนินการ เพื่อขอจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ และ ได้รับอนุญาตเป็นมูลนิธิโดยมี ชื่อว่า “มูลนิธิซำปอกง (หลวงพ่อโต) ทุ่งสง” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2538

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้จัดงานฉลองสมโภชขึ้น โดยวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ประกอบพิธีเบิกพระเนตรพระรูปเหมือนพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยพระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเต็ก) เจ้าคณะใหญ่สงฆ์จีนนิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และวันที่ 3 สิงหาคม 2539 ประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษกพระรูปเหมือน พระโพธิสัตว์กวนอิม และ วัตถุมงคล โดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานประกอบพิธีจุดเทียนชัยพุทธาภิเษกและนั่งปรกอธิษฐานจิต ร่วมกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคใต้

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2541 ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษเป็นประธานประกอบพิธีเปิดแพรคลุมป้ายซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ และเจิมตราสัญลักษณ์ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ศาลาเฉลิมพระเกียรติ

มูลนิธิซำปอกง (หลวงพ่อโต) ทุ่งสง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวอำเภอทุ่งสงและใกล้เคียงได้ศรัทธาและกราบไหว้บูชามากกว่า 50 ปี นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระซำปอกงหรือหลวงพ่อโต พระรูปปูนปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีองค์พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย (พระสังกัจจายน์)  องค์ฮูเทียนเซี่ยงตี่ องค์กวงเทียนฮุคโจ้ว องค์เล่าฮวบซือกง องค์กิมบ้อเนี้ย องค์เทวะโป้ยเซียน และพระภูมิเจ้าที่(แป๊ะกง)  (มูลนิธิซำปอกง หลวงพ่อโต ทุ่งสง, 2546)

บริเวณพื้นที่ต่างๆ ภายในศาลเจ้าซำปอกง

พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ติดกับอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว คือ เทพเจ้าที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในภาคใต้ให้ความเคารพนับถืออย่างสูง 

ศาลเจ้าแม่ทับทิม คือ เทพเจ้าจีนที่คุ้มครองชาวเรือและผู้คนทั่วไป นิยมไหว้ขอพรเรื่องการงาน การเงิน ความรัก และการเดินทางปลอดภัย

ศาลาหลวงปู่ทวด พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)  พระสงฆ์ 3 องค์สำคัญที่พุทธศาสนิกชนชาวใต้ให้ความเคารพสักการะมายาวนาน

ศาลพญามังกร  ศาลนี้เกิดจากเมื่อปี 2551 ในช่วงที่จัดงานประเพณีถือศีลกินเจเดือน 9 หรือ เก้าอ้วงเจ เมื่อวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม มีพุทธศาสนิกชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ปรากฎเป็นรอยเกล็ดตัวมังกรจำนวนมากเกิดขึ้นตามบริเวณกำแพง ผนังอาคาร พื้นคอนกรีตรอบฐานพระรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมและตู้นิรภัยในวิหารพระซำปอกง เป็นปาฏิหารย์แสดงให้เห็นว่าพญามังกรชื่นชมในกิจกรรมดังกล่าว จากเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงจัดให้มีพิธีบวงสรวง สมโภชน์ขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 และขณะประกอบพิธีเกิดอัศจรรย์อีกครั้ง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีทองผ่องอำไพไปทั่วบริเวณ จึงได้สร้างศาลขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปปั้นองค์พญานาค โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 และประกอบพิธีบวงสรวงสมโภชน์ขึ้น ในวันที่ 25 ตุลาคม 2552 เพื่อให้สาธุชนผู้มีจิตศรัทธาได้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไป (แผ่นป้ายข้อมูลของมูลนิธิซำปอกง, 2552)

ศาลาเก๋งจีน ตั้งอยู่บริเวณด้านซ้ายและขวา ของอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่เป็นที่รู้จักนับถือของที่นี่

พระซำปอกง (หลวงพ่อโต)

เป็นพระพุทธรูปโบราณตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1867 ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 7 วา 10 นิ้ว สูงตลอดพระรัศมี 9 วา 2 ศอก เป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนชาวไทยและชาวจีนเคารพนับถือมากตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเชื่อกันว่าสามารถนำโชคดีมาสู่ตนได้ โดยเฉพาะขึ้นชื่อว่า ให้คุณแก่คนทำมาค้าขาย คำว่า “ซำปอกง” เป็นภาษาจีน คำว่า “ซำ” แปลว่า สาม คำว่า “ปอ” แปลว่า แก้ว หรือ รัตนะ และคำว่า “กง” หมายถึง ผู้ใหญ่หรือเจ้า โดยสรุปหมายถึง พระรัตนตรัยนั่นเอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงพระราชทานนามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”

ความศักดิ์สิทธิ์ของพระซำปอกง หรือหลวงพ่อโต ที่อยุธยา เป็นที่ร่ำลือกันมาก โดยเฉพาะปรากฎหลักฐานในพระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสว่า “ด้วยอายุแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาถึงกาลยาก จึงเกิดอาเพศให้เห็นประหลาดเป็นนิมิต พระประธานวัดพนัญเชิง น้ำพระเนตรไหลลงมาจากพระนาภี” ปรากฎการณ์ดังกล่าว ประหนึ่งเป็นลางบอกก่อนเกิดเหตุใหญ่คราวสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310

ประวัติความเป็นมาของซำปอกง

สมัยราชวงศ์เหม็งมีวีรบุรุษท่านหนึ่งชื่อเดิมชื่อ ฮั้ว แซ่แต้ เป็นคนที่มีความเก่งกล้าสามารถเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในยุทธศาสตร์ทางทะเลเป็นอย่างมาก คนทั้งหลายเรียกท่านว่า “ซำป้อ” (เข้าใจว่าคงจะเป็นชื่อเล่น หรือ สมญานาม) ในปี พ.ศ. 1948 กษัตริย์เซ่งโจ้ทรงให้แต้ฮั้ว คุมกองทัพกองเรือ 62 ลำ พร้อมกำลังคน 37,000 คนออกไปเผยแพร่กฤษฎาภินิหารตามประเทศต่าง ๆ เพื่อแสดงแสนยานุภาพไปทั่วทั้งทะเลจีนและมหาสมุทรอินเดีย ออกเดินทางช่วงระหว่าง พ.ศ. 1949 ถึง พ.ศ.1975 เป็นเวลากว่า 25 ปี เดินทางมาถึงรวม 7 ครั้ง ตามหลักฐานในการบันทึกการเดินทาง แต้ฮั้วได้แวะมาแสดงแสนยานุภาพแถบประเทศญี่ปุ่น เขมร พม่า ลังกา และเดินทางถึงประเทศไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อเดือน 9 ปี พ.ศ.1953 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนครอินทราธิราช

ชาวจีนส่วนมากรู้จักแต้ฮั้ว ในนามซำปอกง ชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือและเมื่อแต้ฮั้วถึงแก่กรรมลงจึงมีชาวจีนจำนวนมากเช่นไหว้วิญญาณของเขา และเรียกกันว่า “ซำปอกง”

พระซำปอกง กับ อำเภอทุ่งสง

เมื่อปี พ.ศ.2492 มีคณะบุคคลที่นับถือและศรัทธาในพระซำปอกง ได้อัญเชิญกระถางธูปพระซำปอกงมาตั้ง ณ ศาลเจ้า ซึ่งเป็นอาคารไม้หลังเล็ก ๆ บริเวณสวนผัก บ้านนาเหนือ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสักการะบูชาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้มุ่งกระทำความดี และได้จำลององค์พระซำปอกงของวัดพนัญเชิงขึ้นเป็นไม้แกะสลัก ลงรักปิดทองขนาดหน้าตักกว้าง 18 นิ้วเพื่อกราบไหว้บูชา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนในอำเภอทุ่งสงและใกล้เคียงที่มีต่อพระซำปอกงมีจำนวนมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2514 จึงได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างอาคารวิหารหลังใหม่ขึ้น พร้อมนี้ได้สร้างพระพุทธรูปซำปอกงองค์ใหม่ เป็นปูนปั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 52 นิ้วเพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหารดังปรากฎในปัจจุบัน

ความศักดิ์สิทธิ์ของพระซำปอกง หรือหลวงพ่อโต เป็นที่ร่ำลือมีมากมาย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันไม่เพียงแต่ชาวไทยและชาวจีนในเมืองไทยเท่านั้นที่เคารพนับถือพระซำปอกง หากแต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจากต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ให้ความเคารพนับถือ และมากราบมนัสการอยู่เป็นประจำ

และสำหรับหลวงพ่อโตจากตำนานที่เล่าขานกันมาหลายร้อยปีกลายมาเป็นซำปอกง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “หลวงพ่อโต” ที่เป็นที่เคารพสักการบูชาของทั้งคนจีน คนไทย และคนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศไทย ซึ่งในสยามประเทศมีซำปอกงองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่เพียง 3 วัดเท่านั้น โดยผู้ที่ไปกราบไหว้สักการะบูชาซำปอกงส่วนใหญ่นอกจากจะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังนิยมไปกราบไหว้เพื่อให้รุ่งเรืองทางด้านการค้าพาณิชย์ มีโชคลาภ และประสบแต่โชคดีในการเดินทาง อันได้แก่

(Travel360 เที่ยวรอบทิศ, 2568

พระโพธิสัตว์กวนอิม

ขานพระนามตามภาษาสันสกฤตว่า “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งตามความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายนิกายมหายานเป็นที่เสื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พระองค์ทรงพระบารมี สามารถเนรมิตพระรูปกายของพระองค์ด้วยรูปปางต่างๆ ตั้งแต่ปางพุทธะ  เทพ ยักษ์  มนุษย์และอมนุษย์ เพื่อโปรดบรรดาสรรพสัตว์ตามแต่โอกาสและเวลา เพื่อให้ใกล้ชิดกับชนทุกชั้น ทุกเพศ ทุกวัย มีรูปปางหนึ่งเนรมิตเป็นสตรีเพศ อันเป็นเพศที่บ่งบอกถึงความเมตตาและอ่อนโยน คือ พระโพธิสัตว์กวนอิมหรือ เจ้าแม่กวนอิมหรือกวนซีอิม

พระองค์ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายในไตรภูมิ ตามเสียงเรียกร้องของสรรพสัตว์ที่ยังตกอยู่ในกองทุกข์ ทั้งยังตั้งพระหฤทัยไว้ว่า ตราบใดที่ยังโปรดสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในกองทุกข์ไม่หมดพระองค์จะยังไม่เข้าสู่พุทธภูมิ ด้วยพระมหากรุณาเมตตาคุณอันกว้างใหญ่ไพศาลที่จะโปรดสรรพสัตว์ที่ได้รับทุกข์จึงได้รับการขานพระนามว่า”กวนอิมพู่สัก”ซึ่งมีความหมายว่า  พระโพธิสัตว์ที่คอยสดับตรับฟังเสียงความทุกข์ของชาวโลก

ด้วยพระบุญญาบารมีแห่งองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ที่ได้สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมจะได้รับพรอันประเสริฐจากการแผ่พระเมตตาของพระองค์ จะมีความสุข ความเจริญ เพิ่มพูนด้วยลาภ ยศ และทรัพย์ศฤงคาร เมื่อใดที่ต้องเผชิญภยันอันตรายจากภัยพิบัติ หรือมีความทุกข์ระทมในใจเพียงแต่สวดภาวนาอาราธนาถึงพระนามของพระองค์”นำ มอ กวน ซี อิม พู่ สัก” พระองค์จะได้ยินเสียงนั้นและเสด็จมาเปลื้องทุกข์และขจัดภัยให้ทันที

ส่วนกุมารเทพที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทของพระโพธิสัตว์กวนอิม จะมีกุมารีเป็นสาวกเบื้องขวา คือหลงนี่ และกุมารเป็นสาวกเบื้องซ้ายชื่อ ชั่งไฉกงจือ หรือที่บางคนนิยมเรียกว่า เง็กนึ่ง และกิมท้ง  คอยรับใช้ช่วยเหลือภารกิจของพระโพธิสัตว์กวนอิมในการโปรดบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย (มูลนิธิซำปอกง หลวงพ่อโต ทุ่งสง, 2546)

ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่ผู้คนมากราบไหว้ขอพร

เจ้าแม่กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ ขอ “ลูก” ได้สมหวังดั่งใจ หนึ่งเดียวในทุ่งสง  เจ้าแม่กวนอิมตั้งตระหง่านสูงกลางอำเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในพื้นที่ทั้งเชื้อสายไทยและเชื้อสายจีนมาช้านาน รวมถึงทุกเทศกาลของชาวจีน ก็จะมีชาวมาเลเซียที่ศรัทธาหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ด้วย และจากการบอกเล่าของผู้ศรัทธาเจ้าแม่กวนอิมต่างบอกว่า “หากครอบครัวไหนยังไม่มีลูกและต้องการขอลูกให้ขอกับองค์เจ้าแม่กวนอิมได้เลย เพราะมีคนมาขอแล้ว ได้ลูกสมหวังเสมอ ทุกครั้งจะมีคนกลับมากราบไหว้และนำน้ำมันมาถวาย นำของไหว้มาถวายกันชุดใหญ่” 

ส่วนด้านหน้าองค์เจ้าแม่กวนอิมจะมีกระถางธูปใบใหญ่ซึ่งทางศาลเจ้าได้มีการนำผงธูปจากการกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่เมืองจีนมาบรรจุรวมไว้ด้วย เปรียบเสมือนว่าถ้าสักการะที่แห่งนี้แล้วก็เหมือนได้สักการะเจ้าแม่กวนอิมที่เมืองจีนเช่นกัน

ดังนั้น หากใครอยากสมปรารถนาเรื่องลูก อยากพบกับความโชคดี สามารถไปกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมกันได้ที่นี่  สำหรับคำสวดภาวนาพระองค์ คือ “นำ มอ กวน ซี อิม พู่ สัก”  (อีจันพลังมู, 2559)

พิธีกรรมสำคัญประจำปีของที่นี่ ได้แก่

วันที่ 23 เดือน 7 ทางจันทรคติ ประกอบพิธีปล่อยสัตว์ และลอยกระทง

พิธีปล่อยสัตว์ ผู้ร่วมพิธีจะได้บำเพ็ญกุศล แผ่เมตตากรุณาต่อสัตว์ เป็นการไถ่ชีวิตสัตว์ ที่กำลังจะถูกฆ่า หรือ ถูกคุมขัง ขาดอิสระภาพ ให้พ้นจากภัยนั้น ๆ สัตว์ที่นำมาปล่อยมี อาทิ นก ปลา เต่า หรือ สัตว์อื่น ๆ โดยพระสงฆ์ จะสาธยายมนต์ตามพิธีในการบำเพ็ญกุศลปล่อยสัตว์ เมื่อสาธยายมนต์ตามพิธีแล้วก็จะปล่อยสัตว์นั้น ไปตามสถานที่อันสมควร

อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ เป็นการสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ ให้กับตนเอง เพราะการช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากความตาย หรือ พ้นทุกข์ภัยต่าง ๆ นั้น จะเป็นบุญกุศลตอบสนองให้ตนเองได้พ้นเคราะห์พ้นภัยต่าง ๆ นั้นด้วย

พิธีลอยกระทง ผู้ร่วมจะจัดเตรียมกระทง ภายในกระทง มีดอกไม้ ธูปเทียน และ บางท่านมอาจจะใส่เงินลงไป ในกระทงด้วย เมื่อถึงบริเวณพิธี พระสงฆ์จะสาธยายมนต์ อัญเชิญองค์เทพ พรหม และพญานาค มาเป็นสักขีพยานในพิธีลอยกระทง แล้วประกาศให้หมู่เปรต อสุรกาย ทั้งหลาย ได้รับทราบ และมาร่วมอนุโมทนา รับเครื่องเซ่นสังเวย ที่มีทั้ง ข้าวสาร อาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งจัดให้เป็นทานในวันรุ่งขึ้นที่ประกอบพิธีทิ้งกระจาด

การลอยกระทง เป็นการทำบุญให้ทานแก่วิญญาณทั้งหลายทั่วไป เรียกว่า ทำบุญให้ทานไปตามกระแสน้ำ

วันที่ 24 เดือน 7 ทางจันทรคติ ประกอบพิธีทิ้งกระจาด

(มูลนิธิซำปอกง หลวงพ่อโต ทุ่งสง, 2546)


และสำหรับที่นี่แล้วนอกจากจะเป็นสถานที่ผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากได้มากราบสักการะองค์หลวงพ่อโต และพระโพธิสัตว์กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอโชคลาภความเป็นสิริมงคลในชีวิตแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพราะที่นี่มีความร่มรื่น สวยงาม สงบ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของอำเภอทุ่งสง  รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

แผ่นป้ายข้อมูลของมูลนิธิซำปอกง. (2552). ศาลพญามังกร. ข้อมูล ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2568

มูลนิธิซำปอกง หลวงพ่อโต ทุ่งสง. (2546). ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าซำปอกง. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568. จาก https://www.tungsong.com/Tour_Nakorn/Goddes/kunlim/Index.html

อีจันพลังมู. (2559). เจ้าแม่กวนอิมศักดิ์สิทธิ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568. จาก

https://www.instagram.com/p/Cv8sT_3tMrj/







Views: 185

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.