
ถ้านึกถึงอำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น หลาย ๆ ท่านคงต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นอำเภอหนึ่งที่มีชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีชื่อว่า “ตลาดนาบอน” จะเป็นชุมชนชาวจีนฮกจิวนาบอนอาศัยกันอยู่ ชุมชนแห่งนี้มีลักษณะเป็นห้องแถวเก่าแก่ที่เรียงรายเป็นแนวยาว มีลักษณะเป็นทั้งอาคารไม้ห้องแถวแบบดั้งเดิมและอาคารปูน 2 ชั้น ตลอดทั้งชุมชนห้องแถวนี้แบ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ร้านขายอาหารจีนฮกจิว ร้านทำขนมจีนฮกจิว ร้านน้ำชา ร้านค้าทั่วไป ร้านขายของชำ ตลาด ศาลเจ้า สมาคมจีน และสำนักงานของบริษัทยางพารา หลายปีที่ผ่านมาชุมชนชาวจีนฮกจิวในตำบลนาบอนได้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยในหลายรูปแบบ รวมถึงมิติวัฒนธรรมด้านอาหารที่เป็นจุดเด่นของชาวจีนฮกจิวด้วยเช่นกัน โครงการวัฒนธรรมด้านอาหารของกลุ่มชาติพันธุ์จีนฮกจิว (Hockchiu) เป็นการจัดการข้อมูลชุมชนโดยมุ่งเน้นในมิติด้านอาหารเป็นสำคัญ โดยมุ่งหวังว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะมีส่วนส่งเสริมให้ชาวจีนฮกจิวในชุมชนนาบอนเกิดความรักและหวงแหนในอัตลักษณ์และวัฒนธรรมด้านอาหารของตนเอง และนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมด้านอาหารของคนจีนฮกจิวเผยแพร่ออกสู่วงกว้างมากขึ้นต่อไป (คลังสารสนเทศนครศรีธรรมราช, 2566)
ซึ่งร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของชาวจีนในอำเภอนาบอน ขอยกตัวอย่าง
- ร้านน้ำชาโกฉิ้ง ร้านเก่าแก่อายุประมาณ 70-80 ปี ที่มี ขนมจีบ+จิงจูฉ่าย, ขนมซาลาเปารสเด็ด ชากาแฟ และด้วยรูปทรงร้านที่ปรับแต่งให้ดูคลาสสิก ทำให้ร้านเป็นจุดดึงดูดลูกค้าเป็นอันมาก
- ร้านเฉินซั้งไท่ ที่มี “ขนมแปะโอ่ง” ขนมโบราณที่มีขายเพียงเจ้าเดียวในอำเภอนาบอน ซึ่งจะขายเฉพาะในและขนมจะหมดเร็วมาก
- ร้านข้าวมันไก่เจ๊หยุ่ง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ร้านบะหมี่น้ำแดงโบราณ อ.นาบอน” ที่มีเมนูเด็ด คือ ข้าวมันไก่ และ หมี่แห้งน้ำแดง ซึ่งเป็นที่รู้จักของอำเภอนาบอนและใกล้เคียงว่าเส้นบะหมี่ของร้านเหนียวนุ่มอร่อยมาก ใครได้ลิ้มลองรับรองจะติดใจต้องกลับไปทานซ้ำอีก

สำหรับ “ร้านบะหมี่น้ำแดงโบราณ อ.นาบอน” พิกัดร้านอยู่ติดถนนแนวเดียวใกล้กับร้านน้ำชาโกฉิ้ง
ความพิเศษของบะหมี่ คือ เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติอร่อยถึงใจ คิดค้นสูตรด้วยตนเอง ไม่ใส่สารกันบูด จะทำเส้นสดใหม่วันต่อวัน หรือต่อการขายแต่ละครั้งเลย จึงมั่นใจในคุณภาพของเส้นบะหมี่ของร้านว่ามีคุณภาพสมคำร่ำลือจริง ผู้บริโภคสามารถซื้อนำกลับไปทานที่ต่างจังหวัดได้
ความเป็นมาของร้านบะหมี่น้ำแดงโบราณ
“เจ๊หยุ่ง” ซึ่งเป็นทายาทที่สืบทอดการทำบะหมี่น้ำแดงโบราณรุ่นที่ 3 ของร้านนี้ ได้เล่าให้ฟังว่า “คุณตากี๋” คุณตาของเจ๊หยุ่งได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยในยุคเดียวกับที่ทหารญี่ปุ่นขึ้นนครศรีธรรมราช ประมาณปี พ.ศ. 2484 โดยมาอาศัยอยู่ที่บ้านคลองจัง อำเภอนาบอน โดยประกอบอาชีพอื่นก่อนจะเปิดร้านขายบะหมี่ และเมื่อประมาณปี 2488 ได้ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่ “ตลาดล่างนาบอน บริเวณหัวมุมตลาด” ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ หลังจากนั้นจึงได้หาบของ (ขายบะหมี่) มาเช่าขายหน้าร้าน ในบริเวณ “ตลาดบนนาบอน” แถวร้านน้ำชาโกฉิ้งในปัจจุบัน จนหลังจากกิจการไปด้วยดี จึงได้มีบ้านและร้านเป็นของตนเองในบริเวณที่อยู่ทุกวันนี้ (แนวเดียวกับร้านน้ำชาโกฉิ้ง) โดยคุณตาได้เป็นผู้คิดสูตรการทำเส้นบะหมี่ด้วยตนเอง ขายมายาวนานมาก คุณภาพเป็นที่ยอมรับถือว่าเป็นร้านมีชื่อเสียงร้านหนึ่งของชาวจีนดั้งเดิมในอำเภอนาบอน
ส่วนผสมของเส้นบะหมี่ มีดังนี้คือ
- แป้งทำขนม
- ไข่
- น้ำ
- แป้งมัน
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเส้นบะหมี่ มีดังนี้คือ
- ไม้ ลักษณะของไม้จะเป็นไม้กลมด้ามยาว มีน้ำหนักมาก เพื่อใช้สำหรับตีแป้งให้ละเอียด
- โต๊ะไม้ยาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สำหรับเป็นพื้นที่ในการนวดแป้ง
- มีด ไว้หั่นแป้งเป็นชิ้น
- เครื่องรีดแป้ง จะมีลักษณะคล้ายกับจักรรีดยาง (แผ่นเรียบ) ต้องมี 2 คนช่วยกันในขณะทำ คือ คนส่งแป้งและคนหมุนจักร
- เครื่องทำเส้นบะหมี่ มีลักษณะคล้ายกันคือ ผู้ทำต้องใช้มือข้างหนึ่งหมุนจักร และอีกข้างหนึ่งส่งตัวแป้งที่มีแนวยาวเป็นสายลงในเครื่อง
หมายเหตุ อุปกรณ์ที่ใช้ทำเส้นบะหมี่ทั้งหมด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำกันมาตั้งแต่สมัยคุณตาของเจ๊หยุ่ง


วิธีทำเส้นบะหมี่
- นำแป้งทำขนมที่เตรียมไว้ กองบนโต๊ะนวดแป้ง โดยกองไว้ให้มีปริมาณที่เยอะพอควร ตามสูตรของร้าน แล้วทำเป็นหลุม พร้อมกับตีไข่ใส่ลงไป จากนั้นใส่น้ำลงไปให้พอดีกัน
- จากนั้น ใช้มือเคล้า แป้ง ไข่ และน้ำ ให้เป็นอันเดียวกัน
- เทแป้งมันลงไปเป็นระยะๆ พร้อมกับนวดคลึงแป้งไปด้วย โดยให้แป้งมีลักษณะเป็นก้อนกลมและยาวไปกับกับโต๊ะ
- จากนั้นใช้ไม้ตีแป้งให้ราบแบนเป็นแผ่นยาวจนสุด
- นำแป้งที่เป็นแผ่นยาวนั้น มาชุบแป้งมันอีกครั้ง พับให้เป็นรอบๆ แต่ละรอบยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด
- จากนั้นนำแป้งไปเข้าเครื่องรีดแป้ง โดยให้คนหนึ่งส่งและรับแป้งจากเครื่อง และอีกคนหนึ่งหมุนจักร ซึ่งการรีดให้แป้งเป็นแผ่นนั้นจะทำจำนวน 2 รอบ
- จากนั้นนำแป้งที่รีดบางเนียนแล้ว มาหั่นด้วยมีดเป็นชิ้น ๆ ยาวพอประมาณ
- จากนั้นนำแป้งแต่ละชิ้นมาเข้าเครื่องทำเส้นบะหมี่ โดยผู้ทำจะใช้มือข้างหนึ่งส่งแป้งเข้าไป และมืออีกข้างจะหมุนจักรดังกล่าว
- นำเส้นบะหมี่ที่ทำเสร็จแล้ว บรรจุลงถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ รอนำมาขายบะหมี่น้ำแดงโบราณ ของร้านต่อไป
หมายเหตุ ในแต่ละวันจะทำเส้นบะหมี่โดยใช้แป้งประมาณ 4-5 กิโลกรัม หรือ ตามจำนวนซื้อ ซึ่งสามารถทำเพิ่มได้ตลอดทั้งวัน








ร้านบะหมี่น้ำแดงโบราณร้านนี้ ถือว่าเป็นร้านอาหารดั้งเดิมของชาวจีนในอำเภอนาบอน เป็นสูตรโบราณที่หาได้ยาก เส้นของบะหมี่ก็ทำสดใหม่ในทุกวัน ทำให้รสชาติดีไม่มีตก และด้วยความที่คนในท้องถิ่นจะนิยมทานกัน จึงทำให้ในช่วงเช้าลูกค้าจะแน่นร้านในทุกวัน ซึ่งหากท่านเดินทางผ่านมายังอำเภอนาบอน ต้องไม่พลาดแวะชิมบะหมี่น้ำแดงโบราณ สูตรดั้งเดิมนี้กันนะคะ โดยช่วงเวลาเปิดร้าน คือ 06.30-12.30 น. ของทุกวัน
ข้อมูลอ้างอิง
คลังสารสนเทศนครศรีธรรมราช. (2566). อำเภอนาบอน. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568. จาก https://library.wu.ac.th/nst_localinfo/amphur/nabon/
เจ๊หยุ่ง ร้านบะหมี่แดงโบราณนาบอน ผู้ให้ข้อมูล เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568
Views: 406

