“มังคุด” ราชินีผลไม้ ของดีที่นครศรีธรรมราช

“มังคุด” ราชินีผลไม้ ของดีที่นครศรีธรรมราช

“มังคุด” ถือเป็นราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) เป็นไม้ผลยืนต้นที่ให้ผลผลิตตามฤดูกาล ปลูกแทบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะพื้นที่มีทั้งการปลูกในพื้นที่ราบ พื้นที่เชิงเขา และภูเขาสูง พื้นที่ราบ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอพระพรหม พื้นที่ลาดเท เชิงเขา ภูเขาสูง มีความลาดชันตั้งแต่ 1-30 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ อำเภอลานสกา อำเภอพรหมคีรี อำเภอท่าศาลา และอำเภอนบพิตำ แต่ที่มีมากและขึ้นเชื่อคือมังคุดเขาคีรีวง  อำเภอลานสกา  ซึ่งอยู่บนภูเขาสูงอากาศดี   ให้ผลผลิตดี ผิวสวยเขียวงดงาม มีผลขนาดใหญ่และสนนราคาแพงกว่ามังคุดในพื้น ที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช  

     มังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชจะปลูกได้ทั้งพื้นที่ราบ และภูเขาสูง โดยจะออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม   หรือบางพื้นที่สามารถทำให้มังคุดออกดอกได้อีกครั้ง ได้แก่สวนมังคุดในบริเวณพื้นที่ อำเภอลานสกา อำเภอชะอวด อำเภอพรหมคีรี อำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา และอำเภอสิชล ซึ่งจะออกดอกประมาณเดือนกันยายนอีกครั้ง และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงปลายเดือนธันวาคมหรือต้นเดือนมกราคม 

มังคุด

มังคุด ถิ่นกำเนิดและความเป็นมา

มังคุดเป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะเป็นบริเวณประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวโลกตะวันตก ตั้งแต่ปี พ.ศ 2174 พบการกระจายอยู่บริเวณคาบสมุทรมาเลย์ประเทศพม่า ไทย เขมร เวียดนามและหมู่เกาะซุนดาร์

ปี พ.ศ. 2503 ได้มีการศึกษาถึงแหล่งกำเนิดที่แน่ชัดโดยสันนิษฐานว่าคาบสมุทรมาเลเซียน่าจะเป็นแหล่งกำเนิดเพราะพบว่าสายพันธุ์ที่เป็นพ่อและแม่ของต้นมังคุดอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้มีการสันนิษฐานว่ามังคุดเริ่มมีการปลูกเป็นพืชพื้นบ้านครั้งแรกในประเทศไทยหรือประเทศพม่า และจากคุณสมบัติพิเศษของมังคุดที่เมล็ดไม่ได้เกิดจากการผสมข้ามเนื่องจากละอองเกสรเป็นหมัน ดังนั้นมังคุดจึงไม่มีการกลายพันธุ์

ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานที่แน่ชัดว่ามังคุดถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อไหร่แต่คาดว่าจะมีมาก่อนกรุงรัตนโกสินทร์เพราะฝั่งธนบุรีแถบที่ตั้งโรงพยาบาลศิริราช ณ ปัจจุบัน เดิมเรียกว่า วังสวนมังคุด นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าสมัยเริ่มตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มังคุดน่าจะเป็นผลไม้ที่่มีการปลูกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากปรากฏในจดหมายเหตุของทูตชาวลังกา ที่มาขอพระสงฆ์ไทยไปอุปสมบทชาวลังกา เมื่อประมาณ 212 ปีมานี้ เมื่อคณะทูตมาถึงธนบุรี ข้าราชการหลายแผนกได้นำทุเรียน มังคุด มะพร้าวและอื่น ๆ ให้กับคณะทูต แล้วจึงเดินทางต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา

ต้นมังคุด

มังคุด ของดีเมืองนครศรีธรรมราช

ลักษณะทั่วไป

มังคุดเป็นไม้ต้น สูงประมาณ  10 – 12 เมตร ทุกส่วนของมังคุดจะมียางสีเหลือง ลักษระของใบจะเป็น

ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 – 11 ซม. ยาว 15 – 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ชื่อสามัญ: Mangosteen

ชื่อวิทยาศาสตร์: Garcinia mangostana Linn.

วงศ์: CLUSIACEAE (GUTTIFERAE) เช่นเดียวกับกระทิง ติ้วเกลี้ยง ติ้วขน ชะมวง บุนนาค มะดัน มะพูด รงทอง ส้มแขก และสารภี

ชื่อท้องถิ่น: แมงคุด มังคุด

ต้น: มังคุดเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-12 เมตร ลำต้นตรง เปลือกภายนอกมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ ภาคในเปลือกประกอบไปด้วยท่อน้ำยางมีลักษณะสีเหลือง

ใบ: ลักษณะใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรี แกมขอบขนาน กว้าง 6-11 เซนติเมตร ยาว 15-25 เซนติเมตร เนื ้อใบหนาและค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีอ่อนกว่า 

ดอก: ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง เป็นแบบเดี่ยวและบางสภาพอาจเป็นดอกกลุ่ม ซึ่งดอกจะปรากฎที่บริเวณปลายยอดของกิ่งแขนง ที่มีช่อดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันดอกจัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศแต่เกสรตัวผู้จะเป็นหมัน ดอกตัวผู้สีเหลืองอมแดงหรือสีม่วงแดงเข้ม ดอกมังคุดประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4 กลีบ มีกลีบดอกค่อนข้างหนา 4 กลีบดอก เกสรอยู่ที่ฐานรอบ ๆ ของรังไข่

ผล: ผลสด ค่อนข้างกลม เปลือกนอก ค่อนข้างแข็งมีสีเขียวอ่อน ๆ ที่ขั้วของมังคุดจะมียางสีเหลืองๆ  เมื่อผลแก่จัดจะขึ้นเข็มเป็นสีม่วงแดง แฃะเมื่อสุกเต็มที่จะเป็นสีม่วงเข้มทั้งผล เนื้อในมีสีขาวฉ่ำน้ำ อาจมีเมล็ดอยู่ในเนื้อผลได้ ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผล จำนวนกลีบของเนื้อจะเท่ากับจำนวนกลีบดอกที่อยู่ด้านล่างของเปลือกมังคุด 

พันธุ์และการขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์มังคุดด้วยการเพาะเมล็ด เสียบยอด และทาบกิ่ง

วิธีการปลูก

1.เลือกต้นพันธุ์ โดยคัดเลือกต้นพันธุ์ได้ได้จากการเพาะเมล็ด ที่มีลักษณะรากและต้นสมบูรณ์ แข็งแรง อายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี ความสูงต้นมากกว่า 30 ซม
2.ระยะปลูก ระหว่างแถวและต้น 8×8 ม. หรือ 10×10 ม. ขุดหลุม กว้าง×ยาว×ลึก 50×50×50
3.ผสมดินปลูกด้วยหญ้าแห้ง ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมี จากนั้นตากดินไว้ระยะหนึ่งจนดินยุบตัวคงที่
4.ปลูกต้นพันธุ์ในหลุม ให้รอยต่อระหว่างต้นพันธุ์และต้นตออยู่สูงกว่าระดับดิน กลบดินรอบต้นพันธุ์ให้แน่น จากนั้นผูกยึดต้นกล้ามังคุดติดกับไม้หลัก เพื่อกันการโยกคลอนของต้น

การดูแลรักษา

  1. การพรางแสงสำหรับต้นเล็ก

โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ทางมะพร้าว ปักเป็นกระโจมคร่อมต้นมังคุด หรือใช้ตาพรางแสง หรือปลูกต้นไม้โตเร็วระหว่างแถวมังคุด ให้มีระยะห่างระหว่างต้นของไม้โตเร็วที่สามารถแผ่ทรงพุ่มพรางแสงให้ต้นมังคุดได้ ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น กล้วย และทองหลาง เป็นต้น

  1. การให้ปุ๋ย

ปุ๋ยคอก ใส่ 1 ปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง ปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ สูตร 16-16-16 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นต่อปี คิดเป็นเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลาง (เมตร)

  1. การให้น้ำ

ระบบการให้น้ำที่เหมาะสมใช้ระบบการให้น้ำแบบหัวเหวี่ยงเล็ก ความต้องการน้ำของมังคุดต้นเล็กประมาณ 0.6 เท่าของค่าอันตราการระเหยน้ำ (มิลลิเมตรต่อวัน)

  1. การตัดแต่งและควบคุมทรงพุ่ม

ต้นเล็กไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง แต่ต้องตัดกิ่งด้านล่างให้สูงจากพื้นดิน ประมาณ 50 ซม.

โรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ

  1. โรคใบจุด สาเหตุมาจากเชื้อรา ลักษณะอาการ ใบอ่อนมีแผลเป็นจุดสีน้ำตาล รูปร่างไม่แน่นอน ต่อมาบริเวณกลางแผลจะมีสีเทา เมื่อแผลมีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ใบแห้ง มีผลต่อการสังเคราะห์แสง ทำให้ความสมบูรณ์ของต้นลดลง ช่วงเวลาระบาด คือฤดูฝน ระยะใบอ่อนถึงเพสลาด
  2. โรคจุดสนิม สาเหตุจากสาหร่าย เป็นจุดนูนกลม ลักษณะคล้ายขนบนใบ ระยะแรกมีสีเขียวต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีสนิม ช่วงเวลาระบาด คือเมื่อความชื่นในบรรยากาศสูง
  3. หนอนกินใบอ่อน ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนและหนอนมีสีเขียวแกมเหลืองเหมือนคล้ายสีใบอ่อนมังคุด กัดกินใบในเวลากลางคืน ทำให้บริเวณใบเกิดความเสียหาย ส่งผลให้มีการสังเคราะห์แสงลดลงและทำให้มังคุดเจริญเติบโตช้า ช่วงระบาด ระยะแตกใบอ่อน
  4. หนอนชอนใบ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนและหนอนสีนวลปนแดง เข้าทำลายเฉพาะใบอ่อนโดยหนอนชอนเข้าไปอยู่ระหว่างผิวใบ สร้างทางเดินและอาศัยอยู่ในระหว่างผิวใบทั้ง 2 ด้าน ใบที่ถูกทำลายจะเห็นเป็นทางเดินของหนอนคดเคี้ยวไปมา ส่งผลทำให้ใบหงิกงอและไม่เจริญเติบโต ช่วงระบาด ระยะแตกใบอ่อน
  5. เพลี้ยไฟเป็นแมลงขนาดเล็ก สีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผล ส่งผลทำให้ใบแคระแกรน แห้ง และไหม้ และทำให้ผลเจริญเติบโตช้า ผิวผลมีรอยขรุขระเป็นขี้กลาก ช่วงเวลาระบาด ระยะแตกใบอ่อน ดอก และผลอ่อน ในช่วงอากาศแห้ง
  6. ไรแดง มีขนาดเล็ก สีน้ำตาลแดง เคลื่อนไหวไปมา มักระบาดควบคู่กับเพลี้ยไฟ ไรแดงจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอด ดอก และผลอ่อน ทำให้ยอดและผลอ่อนแห้ง ร่วง หรือเจริญเติบโตช้า หรือผลไม่สมบูรณ์ ช่วงเวลาระบาด ช่วงอากาศแห้งแล้ง

การใช้ประโยชน์

“มังคุด” ถือเป็นราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit)   สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้สารพัด ไม่ว่าจะนำมารับประทานสดก็ให้รสชาติหวานกรอบ  อร่อย  นอกจากนั้นยังนำมาทำเป็นอาหารทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน   ซึ่งมังคุดมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับ ร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย เนื้อมังคุดมีคุณค่าทางอาหารสูงโดยเฉพาะโพแทสเซียม โปรตีน วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และแมกนีเซียม จากการตรวจวิเคราะห์พบว่า ในน้ำมังคุด 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย โพแทสเซียมปริมาณสูงถึง 87.14 มิลลิกรัม แคลเซียม 34.53 มิลลิกรัม และแมกนีเซียม 111.22 มิลลิกรัม 

เปลือกของมังคุด มีสารให้รสฝาด คือ แทนนิน แซนโทน (โดยเฉพาะแมงโกสติน) แทนนินมีฤทธิ์ฝาด ทำให้แผลหายเร็ว มังคุดช่วยลดอาการอักเสบ และมีฤทธิ ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ดี ในทางยา สมุนไพร ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ ฝนกับน้ำปูนใส แก้ท้องเสีย เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูน ใส ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย เปลือกมังคุดมีสารป้องกันเชื้อราเหมาะแก่การหมักปุ๋ย ชาวโอรังอัซลี ในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ใช้เปลือกผลแห้งรักษาแผลเปิด 

ยางมังคุด มีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท เนื่องจากยางมังคุดใช้เป็นวัตถุดิบใน การสกัดสารกลุ่มแซนโทน ซึ่งแต่ละชนิดท ่มีฤทธิ์ทางยาแตกต่างกัน รวมทั้งมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม พลาสติก นอกจากนี้ยางมังคุดยังเข้ามามีบทบาทในการใช้เป็นสารเจือปนในอาหาร เพราะมีฤทธิ ์ในการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus Aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้

สรรพคุณของ มังคุด  

 สำหรับการใช้ประโยชน์จากมังคุดด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ใช้ประโยชน์จากเปลือกมังคุด ซึ่งสรรพคุณของเปลือกมังคุดมีดังนี้

  1. รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ โดยใช้เปลือกมังคุดครึ่งผลต้มกับน้ำรับประทานครั้งละ 1 แก้ว 
  2. รักษาอาการท้องเดิน ท้องร่วง โดยเปลือกมังคุดต้มกับน้ำปูนใส ในเด็กให้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อน ชาทุก 4 ชั่วโมง ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชั่วโมง 
  3. รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกผลสดหรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใส ทาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง วันละ 2-3 ครั้ง 
  4. บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว รักษากลากเกลือน
  5. ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย 
  6. ช่วยลดไข้ 
  7. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง 
  8. ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า 
  9. ช่วยลดความเครียด ป้องกันสมองเสื่อม บำรุงระบบประสาท บำรุงสมอง
  10. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร 
  11. บำรุงหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต ลด คอเลสเตอรอลในเส้นเลือด 
  12. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา 
  13. ช่วยบำรุงสุขภาพช่องปาก รักษาแผลในช่องปาก 
  14. แก้อักเสบ ช่วยรักษาข้อเข่าอักเสบ 
  15. มีสารแทนนิน ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว
มังคุด
มังคุดกวน

การแปรรูป มังคุด 

  1. มังคุดแช่แข็ง เป็นการนำมังคุดแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส สามารถเก็บไว้ในตู้แช่แข็งได้นานกว่า 6 เดือน เก็บไว้บริโภค นำมาเป็น มังคุดคัด ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองนครที่ถือกันว่าถ้ามาเมืองคอนต้องได้กินมังคุดคัดซึ่งมีขายตลอดทั้งปี มีแหล่งผลิตอยู่บริเวณหน้าวัดศรีทวีและจะวางขายบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
  2. แยมมังคุด ทำจากเนื้อมังคุดสดและเนื้อมังคุดแช่อิ่มอบแห้ง ไม่แต่งสีและกลิ่น รสเปรี้ยวอมหวาน ไว้รับประทานกับขนมปัง 
  3. น้ำมังคุดเป็นเครื่องดื่มที่มีเนื้อมังคุดผสมปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ 25 เปอร์เซ็นต์ 50 เปอร์เซ็นต์ และเนื้อมังคุด 100 เปอร์เซ็นต์ ตามความต้องการของผู้บริโภค  
  4. มังคุดกวน เป็นการนำเนื้อมังคุดและเมล็ดมังคุด นำมากวนให้เหนียวกรุบกรอบเก็บไว้รับประทานได้นาน 
  5. น้ำส้มสายชูมังคุด  เป็นการนำเนื้อมังคุดมาหมักด้วยเชื้อ Gluconobacter Oxydans ภายในเวลา 7 วัน จะได้ปริมาณกรดน้ำส้มอยู่ระหว่าง 4-5 เปอร์เซ็นต์  มีคุณค่างทางโภชนาการได้แก่มีสารอาหารโพแทสเซียม  แคลฌชียมและ แมกนีเซียม
  6. มังคุดไซเดอร์ คล้ายกับแอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีคุณค่าทาง โภชนาการสูง เช่น โพแทสเซียมสูงถึง 871 มิลลิกรัมต่อลิตร  
  7. ซอสมังคุด
  8. สบู่ก้อน สูตรสารสกัดเปลือกมังคุดผสมน้ำผึ้ง ช่วยลดสิว  ฟ้า   กระ  จุดด่างดำ  ผิวกร้าน ผดผื่น   คันเชื้อราและกลิ่นตัว    น้ำผึ้งทำให้ผิวเปล่งปลั่งซ่อมแซมรักษาผิวที่บอบบาง
  9. โลชั่นเปลือกมังคุด ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวหนอง ลดอาการอักเสบจากสิวมีสารแทนนินในเปลือกมังคุดที่มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตที่ทำให้เกิดสิว
  10. ลิปมันเปลือกมังคุด ช่วยลดรอยคล้ำดำของริมฝีปาก
  11. โทนเนอร์เปลือกมังคุด   ลดสิว ลดอาการแพ้คัน   มีสารฝาดสมานรูขุมขนให้กระชับ

มังคุด กวน

สูตรของคุณพวง ศรีใส  เกษตรกรชาวสวนมังคุด หมู่ที่ 5  บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ส่วนผสม

  1. มังคุดสุกทั้งเปลือก   100  กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย   1.5   กิโลกรัม
  3. เกลือป่น     200  กรัม

วิธีการทำ

  1. แกะเอาเฉพาะเนื้อมังคุด คัดเมล็ดทิ้ง
  2. ละลายเกลือกับน้ำสะอาดนำเนื้อมังคุดลงไปล้างยกขึ้นตั้งให้สะเด็ดน้ำ
  3. ตั้งไป ตั้งกระทะ ใช้ไฟแรง
  4. นำเนื้อมังคุดและน้ำตาลลงกวนกระทะ ใช้ไฟแรงแระมาณ 2-3 ชั่วโมง
  5. ใช้ไม้พายกวนไปเรื่อย ๆ โดยใช้เวลากวนรวม  5  ชั่วโมงชั่วโมงสุดท้ายให้ลดไฟอ่อน ๆ   กวนไปจนมังคุดเหนียวหนึบ
  6. ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็นมังคุดกวนจะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว   หลังจากนั้นก็นำไปบรรจุภาชนะเพื่อจำหน่ายต่อไป

ข้อมูลจาก:  https://www.rakbankerd.com/agriculture/print.php?id=5997&s=tblplant

มังคุดคัด   

เป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมืองนครศรีธรรมราช  มานครศรธรรมราชต้องได้กินมังคุดคัด  

มังคุดคัด ผลไม้ที่มีสีขาวจากเนื้อในของผลไม้ที่หาได้ง่ายในเมืองนครฯ คือมังคุด แต่ที่ไม่เหมือใครในประเทศนี้และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของเมืองนครศรีธรรมราช  คือสิ่งที่เรียกว่า “มังคุดคัด”  มาจาก มังคุด+คัด (คำว่า “คัด” ภาษาใต้หมายถึงการปอกเปลือกออก) คำนี้จึงหมายถึง การนำมังคุดแก่ที่มีการปอกเปลือกออกเรียบร้อยแล้ว 

การคัดเลือกมังคุดเพื่อนำมาคัด  มังคุดที่จะนำมาคัด จะเลือกมังคุดแก่  ผิวสีเขียว  ๆ  และมังคุดคัดยังเป็นของกินเล่นของพื้นถิ่นเมืองนครศรีธรรมราชที่มีมายาวนาน

นอกจากจะใช้กินเล่นเพลิน ๆ แล้ว ยังนำมาทำอปาหารได้อีกหลากหลายเมนู สำหรับคนใต้นิยมนำมาแกงส้ม ยำมังคุด ตำมังคุดคัด แกงเลียง ฯลฯ รับรองว่าอร่อยทุกอย่าง

และนอกจากเป็นของกินหลัก และของกินเล่นแล้ว ยังสามารถนำมาเป็นอาชีพที่สร้างงานสร้างรายได้ ยังถือเป็นวัฒนธรรมการกินของคนนครศรีธรรมราช และ เป็นอัตลักษณ์สำหรับการต้อนรับผู้มาเยือนจังหวัด

มังคุด
มังคุดคัด

ปัจจุบันเราจะเห็นแม่ค้าใส่ถาดเสียบไม้เหมือนลูกชิ้นเดินขายที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมทีมังคุดคัดเสียบด้วยก้านมะพร้าว ช่วงหลังเปลี่ยนเป็นเสียบด้วยไม้ไผ่   ส่วนการคัดมังคุดมาทำมังคุดคัดนั้น  จะใช้มังคุดผลแก่ ๆ ลูกสีเขียวเขียว หรือจะใช้แบบ แทงเข็มเล็กน้อย นำมาคัด เอาเปลือกออก ล้างด้วยน้ำจนยางเหลือง ๆ  ออกจนหมด เสร็จแล้วน้ำมาแช่ด้วยน้ำปูนใสผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อความกรอบอร่อย

“มังคุด” ถือเป็นราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) เป็นไม้ผลยืนต้นที่ปลูกแทบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะพื้นที่มีทั้งการปลูกในพื้นที่ราบ พื้นที่เชิงเขา และภูเขาสูง พื้นที่ราบ เป็นผลไม้ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรของจังหวัดนครศรีธรรมราชนอกจากนั้นมังคุดยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  อีกมากมาย  ไม่ว่าจะเป็น  มังคุดคัด   มังคัดกวน สบู่เปลือกมังคุด  เป็นต้น และยังนำมาเป็นส่วนประกอบอาหารทั้งแกงส้ม ยำมังคุด ตำมังคุดคัด แกงเลียง ฯลฯ รับรองว่าอร่อยทุกอย่าง ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้มากประโยชน์จริง ๆ   สมกับคำว่า   ราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

ภาพประกอบจาก: น้องโมกข์    และธวัชชัย ประดู่

Views: 3425

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

Kritsana Satapong

บรรณารักษ์ งานสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา