บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ : เรือนโบราณทรงปั้นหยา อายุกว่า 108 ปี

บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ : เรือนโบราณทรงปั้นหยา อายุกว่า 108 ปี

ประวัติ

บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ เป็นเรือนปั้นหยายกพื้น หลังคาสูง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 โดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์” นายอำเภอเมืองกลาย ภายหลังได้ยกที่ดินและบ้านหลังนี้ให้แก่นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ (หลาน) เมื่อปี พ.ศ. 2482 ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยาและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยา และได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2529 และต่อมา ปี พ.ศ. 2426 นายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ ซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของตระกูลตรีสัตยพันธุ์ ได้ซื้อบ้านและที่ดินแปลงนี้มาดำเนินการบูรณะปรับปรุง ซ่อมแซม เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นบ้านโบราณของจังหวัด พร้อมกับเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้มาชมความงามของเรือนไทยโบราณหลังนี้ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย [ททท.], ม.ป.ป.) 

สถานที่ตั้ง

สถานที่ตั้ง  ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เยื้องกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไปทางทิศใต้ นขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ อยู่ในพื้นที่เดียว กับร้านกาแฟไทชิ เป็นอาคารเรือนปั้นหยาอายุกว่า 108 ปี โดยทายาทของขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ได้ดำเนินการบูรณะปรับปรุงบ้านหลังนี้อีกครั้ง ฟื้นฟูสู่สภาพที่สวยงามพร้อมกับเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชม เพราะป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามสวยเด่นเป็นสง่าและน่าสนใจ โดยบ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม ดีเด่น ปี 2556 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 2564)

และส่วนใหญ่ชาวนครศรีธรรมราชเรียกกันว่า บ้านท่านขุน

 

บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารย์ เรือนปั้นหยายกพื้น หลังคาสูง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 โดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์” นายอำเภอเมืองกลาย ภายหลังได้ยกที่ดินและบ้านหลังนี้ให้แก่นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ (หลาน) เมื่อปี พ.ศ. 2482 ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยาและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยา และได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2529

บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารย์ เรือนปั้นหยายกพื้น หลังคาสูง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 โดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์” นายอำเภอเมืองกลาย ภายหลังได้ยกที่ดินและบ้านหลังนี้ให้แก่นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ (หลาน) เมื่อปี พ.ศ. 2482 ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยาและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยา และได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2529 และต่อมา ปี พ.ศ. 2426 นายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ ซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของตระกูลตรีสัตยพันธุ์ ได้ซื้อบ้านและที่ดินแปลงนี้มาดำเนินการบูรณะปรับปรุง ซ่อมแซม เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นบ้านโบราณของจังหวัด พร้อมกับเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้มาชมความงามของเรือนไทยโบราณหลังนี้ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย [ททท.], ม.ป.ป.)

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (2564) ได้กล่าวถึงชีวประวัติของท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ซึ่งมีนามเดิมว่า นายเขียน มาลยานนท์ เกิดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2424 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเส็ง ที่ตำบลนา อำเภอเมือง เมืองนครศรีธรรมราช (หากท่านมีชีวิตอยู่ปัจจุบันก็อายุ 143 ปี) ท่านเป็นลูกของ นายมาไลยและนางส้มจีน มาลยานนท์ แต่งงานกับ นางปั้น จักรมานนท์ นางปั้นเป็นลูกของ นายกุ้ง และ นางศรีกิ้น จักรมานนท์ นางปั้นและขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ไม่มีบุตร จึงยกที่ดินและบ้านหลังนี้ให้แก่นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ หลานชายคนโตเป็นลูกของนางจันทร์ พี่สาวของนางปั้น นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนชื่อ “โรงเรียนรัฐวุฒิวิทยา” เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2482 ที่บ้านเลขที่ 32 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีนักเรียน 26 คน ครู 2 คน เริ่มทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2482 โดยทำการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงชั้นมัธยมปีที่ 1 (ป.5 ปัจจุบัน) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น“โรงเรียนนครวิทยา”เมื่อทำการสอนมาได้ 3 ปี

ในปี พ.ศ. 2484 สงครามมหาเอเซียบูรพาเริ่มเกิดขึ้น โรงเรียนทุกแห่งต้องปิดบ้างเปิดบ้าง เนื่องจากประชาชนต้องอพยพหลบภัยสงคราม นักเรียนไม่ได้เล่าเรียนเต็มตามหลักสูตร ทำให้ฐานะทางการเงินของโรงเรียนตกต่ำจนแทบจะดำรงอยู่ไม่ได้ เมื่อสงครามสงบลงก็พยายามพยุงฐานะของโรงเรียนขึ้น พยายามปรับปรุงทีละเล็กละน้อยทั้งด้านสถานที่ ครูและอุปกรณ์การศึกษาเพื่อให้ทัดเทียมกับโรงเรียนราษฎร์อื่น ๆ ที่เปิดทำการสอนมาก่อน

ในปี พ.ศ. 2505 จังหวัดนครศรีธรรมราชประสพวาตภัยร้ายแรง (วาตภัยแหลมตะลุมพุก) เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก โรงเรียนนครวิทยาต้องสูญเสียอาคารเรียนขนาด 4 ห้องเรียน 1 หลัง ค่าเสียหายประมาณ 30,000 บาท หลังจากนั้นแม้จะพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องสถานที่เรียนและปัญหาด้านอื่น ๆ สำเร็จลุล่วงไปได้บ้างแล้วก็ตาม แต่ก็พบกับปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือ ขาดครูผู้สอน เพราะในระยะนั้นขาดแคลนครูจริงๆ นายโกวิทต้องขอครูจากโรงเรียนอื่นมาช่วยสอนบ้างในบางชั่วโมงและพยายามช่วยกันสอนจนตลอดลอดฝั่ง ในที่สุดปีพ.ศ. 2506 โรงเรียนนครวิทยาได้รับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคต่อไป โดยไม่คิดหยุดยั้ง

ต่อมาอีกประมาณ 3 ปี ในปีพ.ศ. 2509 โรงเรียนนครวิทยาก็เจริญขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถยืนหยัดได้ด้วยขาที่แข็งแรง และมิใช่เพียงแต่ยืนอย่างเดียว ยังได้ก้าวไปข้างหน้าด้วย กำลังขาที่มั่นคง ก้าวโดยไม่ยอมหยุดยั้งหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นับวันแต่จะก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ จนโรงเรียนมีครู 40 คน นักเรียนประมาณ 1,000 คนในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

อย่างไรก็ตามโรงเรียนได้ปิดตัวเองลงเมื่อปี พ.ศ. 2529 ต่อมาปีพ.ศ. 2536 นายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ หลานชายคนโตของนายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ และนางณัฐฏสุด ตรีสัตยพันธุ์ ภรรยานายสำราญ ดำเนินการบูรณะปรับปรุงอนุรักษ์และซ่อมแซมบ้านให้มีสภาพสวยงาม เป็นโบราณสถานเพื่อชนรุ่นหลังของชาวนครและนักท่องเที่ยวได้ชมความงามของเรือนปั้นหยาอายุกว่า 100 ปีหลังนี้ ปัจจุบันบ้านและที่ดินแปลงนี้ครอบครัวนายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ เป็นเจ้าของและดำเนินการดูแลรักษาสืบไป (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 2564)

บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ เปิดให้บริการเข้าชมฟรี จันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.

กนกวัลย์ ไกรนุกูล, กัญญาณัฐ เคลือบกำเหนิด และ สุกฤตา คงทอง : รวบรวมและเรียบเรียง

สมภพ เอียดสี : ภาพประกอบ

ข้อมูลอ้างอิง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2564). บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์(บ้านท่านขุน). https://thailandtourismdirectory.go.th/attraction/21245

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์. https://thai.tourismthailand.org/Attraction/บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์

Views: 2323

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.