พรหมลิขิตพาย้อนเวลาตามหาศรีปราชญ์

พรหมลิขิตพาย้อนเวลาตามหาศรีปราชญ์

จากกระแสเรื่องพรหมลิขิต บทประพันธ์ของรอมแพง ได้กล่าวถึงศรีปราชญ์ ซึ่งเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ จุดประเด็นให้ค้นหา ความเป็นมาของศรีปราชญ์ บุคคลที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความสามารถทางด้านโคลงกลอน ศรีปราชญ์เป็นบุตรชายของพระโหราธิบดี เป็นกวีเอกแห่งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ฉายแววอัจฉริยะทางด้านโคลงกลอนตั้งแต่อายุยังน้อย ตามประวัติที่มีการบันทึกไว้ ศรีปราชญ์สามารถแต่งโคลงกลอนได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ความสามารถเป็นที่ประจักษ์จนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเรียกตัวเข้าเฝ้า ตามเอกสารที่บันทึกสืบต่อกันมา (ประวัติและโคลงกำศรวลศรีปราชญ์) กล่าวถึงประวัติและความสามารถของศรีปราชญ์ทางด้านโคลงกลอน จนได้รับความโปรดปรานจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้เข้ารับราชการและพระราชทานนาน “ศรีปราชญ์”  ซึ่งศรีปราชญ์มีความสามารถทางด้านโคลงกลอน เป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมาก ประกอบกับนิสัยที่ไม่เกรงกลัวใคร จึงทำให้มีทั้งคนรักและคนชัง

รูปปั้นศรีปราชญ์

พระโหราธิบดีทราบดีว่าด้วยลักษณะนิสัยของศรีปราชญ์ที่ไม่เกรงกลัวใคร ทำให้พระโหราธิบดีผู้เป็นพ่อ ไม่ประสงค์จะให้เข้ารับราชการในวัง เพราะกลัวจะไปล่วงเกินผู้ใดเข้า และจะนำอันตรายมาถึงตัว แต่ขัดพระประสงค์ไม่ได้ จึงได้ทูลขอยกเว้นโทษตายให้ศรีปราชญ์หากทำสิ่งใดผิด ขอให้ลงโทษแค่เนรเทศ ด้วยความโปรดปราน พระนารายณ์มหาราชจึงทรงรับปาก ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดพระโหราธิบก็ไม่สามารถยับยั้งเรื่องราวที่หวาดกลัวได้ เพราะเมื่อศรีปราชญ์เข้ารับราชการในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ทำความผิดจนถูกเนรเทศไปยังเมืองนครศรีธรรมราช และต้องมาจบชีวิตที่นครศรีธรรมราช ด้วยความผิดที่ศรีปราชณ์ไม่ได้ก่อ ก่อนถูกประหารจึงแต่งบทกลอนเพื่อยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตัวเอง และกลายเป็นที่รู้จักกันดีมาจนถึงทุกวันนี้ คือ

ธรณีนี่นี้                    เป็นพยาน

เราก็ศิษย์มีอาจารย์                 หนึ่งบ้าง

เราผิดท่านประหาร                 เราชอบ

เราบ่ผิดท่านมล้าง                  ดาบนี้คืนสนอง

คำกลอนของศรีปราชญ์

เมื่อพระนารายณ์มหาราชทรงเรียกตัวศรีปราชญ์กลับมายังกรุงศรีอยุธยา แต่ทราบว่าศรีปราชญ์ถูกประหารแล้ว ทรงพิโรธมาก จึงสั่งประหารเจ้าพระยานครฯ สุดท้ายเจ้าพระยานครฯก็ต้องจบชีวิตลงด้วยดาบเล่มเดียวกันที่ใช้ประหารศรีปราชณ์ ตามที่ศรีปราชญ์ได้กล่าวไว้คือ “ดาบนี้คืนสนอง”

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่บ่งบอกถึงการการมีอยู่ของศรีปราชญ์ จนกระทั่งศรีปราชญ์จบชีวิตลงที่เมืองนครศรีธรรมราช คือ มีสระล้างดาบที่ใช้ประหารศรีปราชญ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช  

สระล้างดาบศรีปราชญ์
รูปปั้นศรีปราชญ์
Click Here
ธรณีนี่นี้
Click Here

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.การดำเนินงานของศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษาเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ณ ศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์กรุงเทพมหานคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้ย้ายมาดำเนินการที่อาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ปัจจุบัน ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มีการบริหารงานโดยแบ่งเป็น 4 ฝ่าย ได้แก่

  1. ฝ่ายบริหารทั่วไปและธุรการ
  2. ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
  3. ฝ่ายส่งส่งเสริมการเรียนรู้และให้บริการการศึกษา
  4. ฝ่ายสนับสนุนการเรียนการสอนและสื่อการศึกษา

Views: 918

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.