ข้าวตอก ถือเป็นสิ่งที่เป็นสิริมงคล คนไทยจึงนิยมใช้ข้าวตอกเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลที่มีความหมายดีต่อชีวิต ซึ่งในวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่โบราณกาลมานั้นมักจะใช้เข้าตอกในพิธีและงานบุญต่าง ๆ เช่น งานบุญเข้าพรรษา เรามักเห็นข้าวตอกในงานพิธีต่าง ๆ เช่น การนำข้าวตอกไปวัดในงานบุญเข้าพรรษา เพราะว่าข้าวตอกเป็นอาหารที่เหมาะสมกับสภาวะและความเป็นอยู่ของพระภิกษุในฤดูกาลเข้าพรรษา เพราะเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน
ความหมายของ “ข้าวตอก”
ข้าวตอก ประกอบด้วยคำว่า ข้าว กับคำว่า ตอก ที่แปลว่า แตก ข้าวตอกจึงหมายถึงข้าวเปลือกที่นำมาคั่วให้เปลือกแตกออกและเมล็ดข้าวบานเป็นดอกสีขาวนวล มีลักษณะคล้ายกับดอกมะลิ

ข้าวตอกกับงานบุญเข้าพรรษา
เมื่อถึงงานบุญเข้าพรรษาของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช สิ่งหนึ่งที่เหล่าพุทธศาสนิกชนจะนำไปวัดก็คือ “ข้าวตอก” เพื่อนำไปถวายพระในวันเข้าพรรษา นอกเหนือจากข้าวตอกแล้วก็จะมีน้ำตาลทรายด้วย ซึ่งข้าวตอกที่นำไปถวายพระนั้น จะเก็บไว้ที่วัด พระ-เณรจะยังฉันไม่ได้ ต้องมีการฉลองก่อนตามประเพณี “หลองตอก” หรือเรียกว่า พิธีฉลองตอก ในวันพระถัดไป คือวันแรมแปดค่ำ เดือนแปด ส่วนวันออกพรรษาจะมีการทำต้มไปวัดสำหรับการตัดบาตรหน้าล้อ และแขวนที่เรือพระ ตามที่พูดกันติดปากว่า “เข้าพร้อมตอก ออกพร้อมต้ม“
การฉลองตอกสำหรับวัดวาต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีการทำ “น้ำทิเรียน” ไปวัดด้วย เพื่อรับประทานกับตอก (ใช้แทนข้าวเหนียว) ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลที่ทุเรียนสุกและได้เก็บผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน ทุเรียนหมอนทอง ชะนีไข่ เป็นต้น

ข้าวตอกกับงานมงคล
ข้าวตอก ถือเป็นสิ่งที่เป็นสิริมงคล คนไทยจึงนิยมใช้ข้าวตอกเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลที่มีความหมายดีต่อชีวิต ซึ่งในวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่โบราณกาลมานั้นมักจะใช้เข้าตอกในพิธีและงานบุญต่าง ๆ เช่น
งานบุญเข้าพรรษา นำข้าวตอกไปวัดในงานบุญเข้าพรรษา เพราะว่าข้าวตอกเป็นอาหารที่เหมาะสมกับสภาวะและความเป็นอยู่ของพระภิกษุในฤดูกาลเข้าพรรษา เพราะเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน
ในพิธีบวงสรวงบูชาเทพยดา จะใช้ข้าวตอกและดอกไม้เป็นส่วนประกอบ
พิธีการไหว้ครู ในสมัยโบราณในพานไหว้ครูจะต้องมีข้าวตอกใส่ในพานไหว้ครู ซึ่งสื่อความหมายถึง ผู้มีความรู้แตกฉาน ดั่งข้าวตอกที่แตกบานสวยงาม
งานมงคลสมรส ใช้ข้าวตอกโปรยสินสอดทองหมั้น และโปรยเตียงคู่บ่าวสาว มีความหมายว่า เจริญรุ่งเรือง
ข้าวตอก กับ นำทิเรียน
การทำข้าวตอก
นำเมล็ดข้าวเปลือกที่ได้เลือกไว้เรียบร้อยแล้ว มาใส่กะทะใบบัวมาตั้งไฟปานกลางใส่ข้าวเปลือกลงไปคั่ว ซึ่งการคั่วจะใช้ทางมะพร้าว และนกพร้าวในการคั่วตอก ซึ่งการคั่วตอกต้องคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ข้าวเปลือกไหม้ รอจนข้าวเปลือกแตกบานเป็นดอก แล้วนำมาใส่ในกระด้งเพื่อขวัดเอาเปลือกข้าวออก ซึ่งรสชาติของข้าวตอกจะมีรสจืด แต่จะมีความมัน และความกรุบกรอบ ซึ่งเมื่อนำน้ำทิเรียนมาราดลงบนตอกที่คั่วแล้วนั้นยิ่งเสริมให้ข้าวตอกมีความอร่อยมากยิ่งขึ้น เพิ่มความหอมหวานมัน จากน้ำทิเรียน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและอร่อยมากชวนให้ลิ้มลอง
การทำน้ำทิเรียน
การทำน้ำทิเรียน จะมี 2 สูตร คือ สูตรน้ำเคี่ยวน้ำกะทิ และ สูตรน้ำกิทิสด ซึ่งสำหรับการนำไปวัดเพื่อฉลองตอกนั้น ทำได้ทั้งสองสูตร แต่ส่วนมากชาวบ้านนิยมจะทำแบบเคี่ยวน้ำกะทิ เพราะสามารถเก็บไว้ได้ระยะเวลานานกว่าไม่เสี่ยงต่อการบูด
วัตถุดิบสำหรับทำน้ำทิเรียน
- ทุเรียน ซึ่งสวนมากชาวบ้านมักจะเลือก ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน ทุเรียนหมอนทอง ชะนีไข่
- น้ำกะทิสด (มะพร้าวที่ทำขนมหวาน จะเลือกใช้ มะพร้าวทึนทึก)
- น้ำตาลโตนด (เพื่อเพิ่มความหอมหวานและสีสัน ให้กับน้ำทิเรียน)
- น้ำตาลทราย (น้ำตาลทรายขาว หรือ ทรายแดง ก็ได้ ตามความชอบของแต่ละคน แต่โดยมากมักจะใช้น้ำตาลทรายแดง)
- เกลือ (จะเป็นเกลือป่น หรือ เกลือเม็ด ก็ได้ แล้วแต่ความชอบ ถ้าเป็นคนสมัยก่อนมักจะใช้เกลือเม็ดเป็นหลัก)
- พริกขี้หนูสดสีแดง (สำหรับการทำน้ำทิเรียนกะทิสด)


ทุเรียนสุกสำหรับการทำน้ำทิเรียน
วิธีการน้ำทิเรียนสูตรเคี่ยวน้ำกะทิ
- นำน้ำกะทิใส่ในหม้อและนำขึ้นตั้งไฟอ่อน
- ใส่น้ำตาลโตนด และ น้ำตาลทราย พร้อมเกลือลงไป คนจนน้ำตาลละลาย
- เมื่อน้ำกะทิเริ่มเดือดนำเนื้อเนื้อทุเรียนที่ฉีกออกจากเม็ดใส่ลงไป (บางคนอาจเนื้อที่ติดเม็ดลงไปด้วย) คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามความชอบ แล้วยกลงจากเตา
วิธีการน้ำทิเรียนสูตรน้ำกะทิสด
- นำน้ำกะทิใส่ในหม้อ ใส่น้ำตาลโตนด และ น้ำตาลทราย พร้อมเกลือลงไป คนจนน้ำตาลละลาย
- นำเนื้อเนื้อทุเรียนที่ฉีกออกจากเม็ดใส่ลงไป (บางคนอาจเนื้อที่ติดเม็ดลงไปด้วย) คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามความชอบ
- สำหรับน้ำทิเรียนสดนี้ เนื่องจากทำด้วยน้ำกะทิสด จะมีเคล็ดลับที่คนสมัยก่อนทำกันคือให้นำพริกขี้หนูสีแดงสดมาลอยในน้ำกะทิ 2-3 เม็ด เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้น้ำกะทิบูดช้า ซึ่งในปัจจุบันก็ยังใช้วิธีนี้เมื่อทำขนมหวานด้วยน้ำกะทิสด

เคล็ดลับสำหรับการทำน้ำทิเรียน
- มะพร้าว เลือกใช้มะพร้าวทึนทึก ที่เปลือกของมะพร้าวมีสีเขียวสด ๆ เพราะน้ำกะทิจะหอมหวานกว่าอร่อยกว่ามะพร้าวห้าว
- การคั่นน้ำกะทิ คั้นด้วยน้ำต้มสุกอุ่น ๆ โดยมากจะคั่นประมาณ 2 ครั้ง และกรองน้ำกะทิใช้ผ้าขาวบางวางบนกะชอน เพื่อป้องกันกากมะพร้าวติดลงมาในน้ำกะทิ
- ทุเรียน จะเลือกทุเรียนที่สุก เพราะจะทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติหวาน
ในสมัยโปบราณ “การคั่วตอก” จะทำกันแทบทุกครัวเรือน เพื่อนำมาทำบุญในวันเข้าพรรษา แต่ในปัจจุบันการคั่วตอกเริ่มลดน้อยลงมาก สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ฟื้นฟูการคั่วตอกโดยได้จัดกิจกรรมคั่วตอกเข้าพรรษา ทำขนมขี้หมาพองเซ ในประเพณีวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ณ ลานทราย หน้าพิพิธภัณฑ์ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ซึ่งถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยูตลอดไป นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพุทธศาสนิกชนด้วยกัน และเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนต่อไป




กิจกรรมคั่วตอกเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๖๖.
วันพระ สืบสกุลจินดา. ตอกคั่วเข้าษา เรื่องเล่าจากภาคสนามบ้านบางด้วน.
ภาพประกอบบางส่วนจาก
วัดขรัวช่วย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช
Views: 4685

