เพลงบอกเมืองนครศรีธรรมราช : การแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ

เพลงบอกเมืองนครศรีธรรมราช : การแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ

เพลงบอกเมืองนครศรีธรรมราช : การแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ

ความเป็นมา

เพลงบอก เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ประเภทหนึ่ง บริเวณจังหวัดภาคใต้ตอนบนและตอนกลาง ได้แก่ จังหวัด จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และสงขลา ซึ่งนิยมเล่นกันแพร่หลายที่สุดในวันสงกรานต์ เพื่อเป็นการป่าวประกาศให้ชาวบ้านได้รู้โดยทั่วกันว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่แล้ว หรือใช้เป็นการบอกเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ เช่น บอกงานบุญกุศล เพราะในสมัยโบราณคนที่รู้หนังสืออ่านออกเขียนได้มีน้อย กิจการการพิมพ์ก็ไม่แพร่หลายโดยเฉพาะรายละเอียดการเปลี่ยนปี หรือการประกาศสงกรานต์ประจำปีไม่ได้มีการพิมพ์ปฏิทินอย่างเช่นปัจจุบัน เพลงบอกมีลักษณะของการแสดงเป็นการร้องปากเปล่า ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกโดยใช้ถ้อยคำที่ง่าย ๆ แต่ใช้โวหารหรือการเปรียบเทียบที่คมคาย สมัยก่อนเพลงบอกเปรียบเสมือนกระบอกเสียงในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารบ้านเมืองจากผู้แสดงไปสู่ชาวบ้าน

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (2558) ได้กล่าวว่าเพลงบอกนั้นประกอบด้วยคำ 2 คำ คือคำว่า “เพลง”  กับคำว่า “บอก”  เพลงหมายถึงสำเนียงขับร้อง, ทำนองดนตรี หรือชื่อการร้องแก้กัน ส่วนบอกหมายถึงพูดให้รู้หรือเล่าให้ฟัง เพราะฉะนั้นเพลงบอกเพลงเล่าเรื่องหรือเล่าเป็นเพลง,พูดเป็นเพลง เพลงบอกเป็นเพลงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีการแพร่กระจายทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดไปจนถึงคนไทยในประเทศมาเลเซีย

จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีนักเล่นเพลงบอกมากที่สุด ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จนได้รับสมญานามว่าเมืองเพลงบอก นอกจากมีนักเล่นเพลงบอกเป็นจำนวนมากแล้ว นักเล่นเพลงบอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมชมชอบว่ามีฝีปากคมคายเป็นที่ดีเยี่ยมส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  เพลงบอกเป็นการละเล่นประเภทการขับร้องที่ต้องใช้สำเนียงภาษาถิ่นใต้ในการร้องบท ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ได้เล่าว่าเพลงบอกนั้นมีมานานแล้ว โดยนักวิชาการและผู้สนใจศึกษาค้นคว้าสืบหาประวัติความเป็นมาของเพลงบอกต่างมีข้อสันนิษฐานตรงกันว่า มีการเล่นเพลงบอกอย่างแพร่หลายในนครศรีธรรมราชมานานแล้ว ประมาณ 150 – 200 ปีที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลและเหตุผลประกอบการพิจารณา ดังนี้  1) ชวน เพชรแก้ว เขียนไว้ในหนังสือเพลงบอก และนักเล่นเพลงบอกรุ่นเก่าของเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ.2523 ความว่า



        “เมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมมาแต่สมัยโบราณ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าความเจริญทางด้านการศึกษาเล่าเรียน และศิลปวิทยาการ เกิดขึ้นที่เมืองนี้ก่อนในสมัยสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณดังกล่าวแล้ว ก็ชวนให้คิดว่าเพลงบอกน่าจะถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ก่อน แ้วแพร่กระจายออกไปยังจังหวัดใกล้เคียง คือ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง พัทลุง และสงขลา” (ชวน เพชรแก้ว, 2523, น. 4-5) 

“การเล่นเพลงบอกเป็นศิลปะของชาวภาคใต้โดยแท้ ไม่ได้รับเอามาจากที่ใด และการเล่นชนิดนี้น่าจะเริ่มที่เมืองนครศรีธรรมราชอย่างแน่นอนเพราะเมืองนครฯ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับเป็นพันปี ศิลปวัฒนธรรมและวิชาการต่าง ๆ ก็เริ่มต้นที่เมืองนี้”  (ขุนอาเทศคดี, 2523)

“…เชื่อว่าเพลงบอกต้องเป็นการเล่นรุ่นเก่าของเมืองนครศรีธรรมราชคือ เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองนี้อย่างแน่นอน… นักเล่นเพลงบอกของเมืองนี้มีมากมาย และมีแบบฉบับการเล่นที่เป็นแบบของตัวเอง นักเล่นเพลงบอกรุ่นเก่า เช่น นายเรือง นาใน นายควาย ท่านพานรักษ์ นายช่วย เสมาชัย ก็เป็นชาวเมืองนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น”  (เนตร ชลารัตน์, 2520)

2) พร้อม บุญสุข เขียนไว้ในวารสาร วิชชา ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มิถุนายน – กันยายน 2519 หน้า 192 ความว่า “พอถึงปลายเดือนสี่ต่อกับต้นเดือนห้า ซึ่งย่างเข้าเขตตรุษย์สงกรานต์ ถ้าท่านท่องเที่ยวไปในท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง หรือสงขลา ตอนพลบค่ำมักจะได้ยินเสียง เอ้ๆ อ้าๆ ตามละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง นั่งแหละคือเสียงของนักเพลงลูกทุ่งของปักษ์ใต้ โดยทั่ว ๆ ไปเรียกกันว่า “เพลงบอก” 

3) สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา หน้า 2542-2543 บันทึกเรื่องเพลงบอกไว้ดังนี้ เพลงบอก เป็นเพลงพื้นเมืองที่นิยมเล่นแพร่หลายที่สุด ในสมัยก่อนเมื่อถึงหน้าสงกรานต์ยังไม่มีปฏิทินบอกสงกรานต์แพร่หลายอย่างปัจจุบัน แม่เพลงจำรายละเอียดเกี่ยวกับสงกรานต์ออกป่าวประกาศแก่ชาวบ้าน โดยร้องเป็นเพลงพื้นบ้าน มีลูกคู่รับเป็นทำนองเฉพาะ เพลงดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า “เพลงบอก” ด้วยเหตุนี้


ประเภทของเพลงบอก

•  เพลงบอกบอกสงกรานต์
เพลงบอกบอกสงกรานต์ถือเป็นการละเล่นที่เป็นจุดเริ่มต้นของเพลงบอก จะเล่นกันราว ๆ ประมาณปลายเดือน 4 หรือย่างเข้าเดือน 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวนาทางภาคใต้ใต้ส่วนใหญ่ทำการเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นยุ้งฉางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนพลบค่ำตามละแวกบ้านจะได้ยินเสียงเพลงบอกแทบทุกบ้านของจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะเพลงบอกจะออกตระเวณตามบ้านใกล้เรือนเคียง โดยมีบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่บ้านนั้น ๆ เป็นคนนำทางคอยไปปลุกเจ้าของบ้านให้เปิดประตูรับเจ้าของบ้านจะเปิดประตูรับ ก็ต่อเมื่อเขาแน่ใจว่าคนที่มานั้นเป็นผู้ซึ่งเขารู้จักดี ทั้งนี้เพราะว่าบางทีก็มีการสวมรอยของผู้ร้ายมาทำทีเป็นเพลงบอก แล้วเข้าปล้นบ้านก็มี เมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูรับแม่เพลงก็จะขับกล่อมเพลงบอกขึ้นในทันที เนื้อความตอนแรกมักจะเป็นบทไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวขมเชยเจ้าของบ้านตามสมควร ต่อจากนั้นเจ้าของบ้านก็จะเชิญขึ้นบนเรือน

เพลงบอกบอกข่าวทั่ว ๆ ไป
เพลงบอกบอกข่าวทั่ว ๆ ไป ในการว่าเพลงบอกนอกจากเพลงบอกจะบอกสงกรานต์อันถือเป็นสัญลักษณ์เฉพาะแล้วยังบอกข่าวคราวทั่ว ๆ ไปด้วย เช่น บอกบุญเรี่ยไรในงานบุญงานกุศล ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งและเชิญชวนให้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง ตลอดจนโฆษณาสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น ข่าวที่ใช้เพลงบอกจะเข้าถึงและได้รับความสนใจจากชาวบ้านมากกว่าการสื่อสารธรรมดา เพราะท่วงท่าทำนองลีลาจังหวะ ถ้อยคำ และน้ำเสียง ชวนให้เกิดความหรรษาไปด้วย

•  เพลงบอกประชัน
     การละเล่นเพลงบอกเพื่อการประชันเป็นการว่าเพลงอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม ในสมัยก่อนการประชันเพลงบอกส่วนมากจะจัดขึ้นภายในวัด โดยมีแม่เพลงบอกนั่งร้องขับบทกันที่ศาลากลางวัด แม่เพลงผู้อวุโสจะเป็นผู้แสดงฝีปากก่อน ซึ่งจะเริ่มร้องด้วยบทไหว้ครู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บุคคลสำคัญ และเจ้าบ้านผ่านเมือง เมื่อแม่เพลงร้องจบ ฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มร้องบทไหว้ครูเช่นเดียวกัน

เพลงบอกร้องชา
   เพลงบอกร้องชาเป็นการร้องบูชาหรือชมเชยสิ่งชองหรือบุคคลที่ควรชมเชยหรือบูชา เช่น ชาขวัญข้าว ชาประธาตุ ชาเจ้านายหรือข้าราชการผู้ใหญ่ ชาผู้อาวุโสและครูอาจารย์ เป็นต้น การร้องชาแม่เพลงจะสรรหาแต่สิ่งดีงาม สวยงามขึ้นมากล่าว เพื่อให้สิ่งของหรือผู้ที่ถูกชาเกิดความมีคุณค่า รู้สึกอิ่มเอมใจ การชาพบได้บ่อยในงานบุญ โดยเพลงบอกจะชาผู้ทำบุญว่าเป็นผู้สูงส่งด้วยคุณธรรมต่าง ๆ



ปัจจุบันเพลงบอกได้รับความนิยมลดน้อยลง เนื่องจากถูกแทนที่ด้วยสื่อบันเทิงรูปแบบใหม่ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ฯลฯ (Utong, Interview, February 2, 2016) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้ค่านิยมของคนเปลี่ยนไป เพลงบอกจึงตกอยู่ในภาวะของการแสดงที่ล้าสมัยมีพื้นที่ในสังคมลดน้อยลง จากผลกระทบดังกล่าวทำให้เพลงบอกพยายามปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความทันสมัยและดึงดูดความสนใจจากผู้ชม มีเพลงบอกหลายคณะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พยายามปรับประยุกต์การแสดงเพื่อความอยู่รอด


เพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง

เพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง ก็เป็นอีกคณะหนึ่งที่พยายามปรับเปลี่ยนการแสดงเพลงบอกให้มีความแตกต่างไปจากเดิมเพื่อความอยู่รอดในสังคมปัจจุบัน เพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง เป็นคณะเพลงบอกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2525 นายสมใจ อู่ทอง ได้ตั้งคณะเพลงบอกของตนเองขึ้น โดยมีชื่อว่า “เพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง” หลังจากนั้นได้ตระเวนแสดงเพลงบอกในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงเรื่อยมาจนเป็นคณะเพลงบอกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในภาคใต้ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเพลงบอก ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2552 และประจำปี พ.ศ. 2554 องค์ประกอบในการแสดงของเพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง ปัจจุบันมีสมาชิกในคณะทั้งหมด 4 คน คือนายสมใจ อู่ทอง หัวหน้าคณะ ทำหน้าที่เป็นแม่เพลง มีลูกคู่ 3 คน คือ นายเวียง แซ่ภู่ นายปาน กาญเจริญ และนายนิวร นาคาชล เครื่องดนตรีการแสดงแบบดั้งเดิมจะใช้ฉิ่งเพียงอย่างเดียว หากแสดงแบบประยุกต์จะมีเครื่องดนตรีชนิดอื่น คือ รำมะนา ทับ ฆ้อง ลูกแซ็ก (มาราคัส) กลอนเพลงบอก มีกลอนจำที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูเพลงบอกและกลอนจากการด้นสดที่แม่เพลงแต่งขึ้นเอง การแต่งกาย แต่งแบบเรียบง่ายเหมือนที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน

เมื่อเริ่มการแสดงเพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง จะได้รับความสนใจจากผู้ชมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและคนอายุวัย 50 ปีขึ้นไป เพราะชื่นชอบการขับกลอนเพลงบอก การใช้ภาษาถิ่นใต้ทำให้เข้าถึงอารมณ์สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินทั้งยังได้สาระและความรู้จากบทกลอนเพลงบอกอีกด้วยเพลงบอกคณะสมใจ ศรีอู่ทอง ได้มีการปรับประยุกต์การแสดงเพลงบอก โดยการนำเครื่องดนตรีประกอบจังหวะชนิดอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้การแสดงเพลงบอกมีจังหวะที่สนุกสนานครึกครื้นขึ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการแสดงเพลงบอกคณะนี้ นับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ของการแสดงเพลงบอกทั้งเป็นคณะแรก ๆ ของการแสดงเพลงบอก



เพลงบอกเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันเพลงบอกยังคงเป็นที่รู้จักและได้รับการอนุรักษ์ โดยมีการจัดการแสดงในงานประเพณีและงานเทศกาลต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบทอดศิลปะการแสดงนี้ผ่านการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนและกิจกรรมชุมชน การอนุรักษ์และส่งเสริมเพลงบอกยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ศิลปะการแสดงนี้ยังคงอยู่และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยต่อไป



เอกสารอ้างอิง

เพลงบอก. 2556. สืบค้นวันที่ 5 ก.ค. 67, จาก https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/2/c7f436bf
เพลงบอก. (2550). สืบค้นวันที่ 5 ก.ค. 67, จาก http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/bitstream/123456789/490/1/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A.pdf
การละเล่นพื้นบ้านภาคใต้. (2557). สืบค้นวันที่ 8 ก.ค. 67 https://library.stou.ac.th/odi/songkran-music/index. http://www.prapayneethai.com/เพลงบอก

Views: 3758

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.