ต้นแซะ เป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงโปรดพระราชทานกล้าไม้มงคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำไปปลูกเพื่อเป็นศิริมงคลในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ ในวโรกาสที่เสด็จ พระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดวันรณรงค์โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ปีที่ 50
ต้นแซะ มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แซะ และชื่อท้องถิ่น เรียกว่า กระแซะ, ยีนิเก๊ะ และ มะค่าขี้หมู ชื่อเรื่องทางวิทยาศาสตร์ Callerya Atropurpurea (Wall.) Schot จัดอยู่ในวงศ์ Fabaceae เป็นต้นไม้่ขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 20-30 เมตร มีเปลือกสีน้ำตาลปนเทา ดอกมีสีแดงแกมม่วง เกิดบนช่อดอกแตกแขนงตามปลายกิ่ง ดอกยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่มีใบย่อย 4-6 คู่ เรียงตรงข้าม ปลายใบเรียวแหลม มีผลแบบฝักแบนด้านข้าง รูปรี-ใบหอก-ขอบขนาน ยาว 7–14 ซ ซี่งเปลือกฝักมีสีเขียวอ่อนหรือสีแดงอมม่วงเข้ม ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เหมาะสมกับสภาพดินทุกชนิด แสงแดดจัด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง ถิ่นกำเนิดอยู่ตามชายป่าดิบชื้นภาคใต้ของไทย สูงจากระดับน้ำทะเล 10 – 50 เมตร
ลักษณะท้่วไป
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Callerya Atropurpurea (Wall.) Schot
ชื่อพ้อง : Millettia atropurpurea Benth.
ชื่อวงศ์ : Fabaceae
ชื่อสามัญ : Purple Millettia
ชื่อเรียกทั่วไป : แซะ
ชื่อท้องถิ่น : กาแซะ, แซะ (ตรัง ), มะค่าขี้หมู (อุดรธานี) ยีนิเกะ, (มาเลเซีย, นราธิวาส)
ต้น : เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูง20 – 30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ กิ่งอ่อนและช่อดอกมีขนปกคลุม
เปลือก : สีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นสะเก็ดและล่อนเป็นแผ่นเล็ก ๆ
ใบ : ลักษณะใบเป็นใบประกอบรูปขนนก ใบย่อยที่ยอดเดี่ยว ๆ ยาว 20 – 35 เซนติเมตร นอกนั้นจับกันเป็นคู่ ๆ เกือบตรงกันข้าม 3 – 5 คู่ ใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 3 – 8 เซนติเมตร ยาว 8 – 18 เซนติเมตร
ดอก : เกิดบนช่อดอกแตกแขนงตามปลายกิ่ง ดอกยาวประมาณ 2 เซนติเมตร สีแดงแกมม่วงทึบ กลิ่นหอม
ผล : ลักษณะผลแบบฝักแบนด้านข้าง รูปรี-ใบหอก-ขอบขนาน ยาว 7–14 ซม. เปลือกฝักสีเขียวอ่อนหรือสีแดงอมม่วงเข้ม หนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง บวมตามตำแหน่งเมล็ด
การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ดิน : ปลูกได้ในดินทุกชนิด
นิเวศวิทยา : พบได้ตามป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และ ป่าดิบชื้น จนถึงที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1200 เมตร โดยพบได้ทุกภาคของประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดเนียเซีย คาบสมุทรมลายู และสุมาตรา
การใช้ประโยชน์
สรรพคุณทางด้านสมุนไพร : เนื้อไม้หรือราก มีสรรพคุณ แก้ซาง แก้โรคซางในเด็ก รักษาโรคเก๊าท์ แก้ปวดข้อ ปวดเข่า แก้พิษในกระดูก บำรุงกระดูก
การใช้เป็นอาหาร : สามารถนำยอดอ่อนมารับประทานเป็นผักสด
การใช้ประโยชน์ทั่วไป : เนื้อไม้ใช้ทำฟื้นและเผาถ่าน
ภาพส่วนต่าง ๆ ของต้นแซะ
ภาพส่วนต่าง ๆ ของต้นแซะ ( หอพรรณไม้ Forest Herbarium – BKF)
ใบ ลักษณะใบเรียงเวียน เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 4–6 คู่ เรียงตรงข้าม รูปไข่-ใบหอก ยาว 7–17 เซ็นติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง
ดอก ช่อดอกตั้งขึ้น กลีบดอกสีแดงเข้ม-ชมพูอมม่วง ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน
ผล ลักษณะผลฝักแบบฝักแบนด้านข้าง รูปรี-ใบหอก-ขอบขนาน ยาว 7–14 ซม. เปลือกฝักสีเขียวอ่อนหรือสีแดงอมม่วงเข้ม หนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง
ดอก ช่อดอกตั้งขึ้น กลีบดอกสีแดงเข้ม-ชมพูอมม่วง ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน
ต้นแซะ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
เอกสารอ้างอิง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. ” แซะ ” พืชสมุนไพร มากประโยชน์.
วรวุฒน์ ศิริกิม. ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช : แซะ
“หอพรรณไม้” กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. แซะ.
พืชป่าสมุนไพร (หน้า 253).
ภาพประกอบ โดย หอพรรณไม้ Forest Herbarium – BKF
Views: 3382
