
สถานที่ตั้ง
วัดก้างปลา ตั้งอยู่เลขที่ 88 บ้านก้างปลา ถนนทุ่งสง-ห้วยยอด หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้เวลาเดิน
ทางจากในตัวอำเภอทุ่งสงออกไปทางถนนทุ่งสง-ห้วยยอด ประมาณ 20 นาที ซึ่งวัดจะอยู่ทางฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งจะมองเห็นประตูวัดที่
มีความแปลกตาออกไป
ที่อยู่ของวัด วัดก้างปลา เลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110
นิกาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ประเภทวัด วัดราษฎร์
ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2400
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2518
เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร
(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)
เจ้าอาวาส ตามที่เล่าขานกันมา มีดังนี้ คือ
1.พ่อท่านภิญโญ พ่อท่านสาคร พระสองพี่น้องที่ได้มาอยู่และเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้าน จนถึงกับสร้างพระพุทธรูป 2 องค์ เอา
ไว้เป็นอนุสรณ์
2.พ่อท่านสมภารศรี ก็เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเหมือนกัน จนชาวบ้านแกะสลักไม้เป็นรูปเจดีย์เอาไว้เป็นอนุสรณ์
3.พ่อท่านคลิ้ง (คลิ้งโกะ)
4.พ่อท่านคลิ้ง (คลิ้งกุย)
5.พ่อท่านแก้ว มณิโช พ.ศ. 2490-2500
6.พระครูพิพิธพัฒนานุยุต (เนื่อง วิสุทธสีโล) พ.ศ. 2500-2505
7.พระครูวิทิตธรรมโสภณ (มหาเลียบ ฐิตธมโม) พ.ศ. 2505-2535
8.พระครูวรธรรมวิภัช (เสฏฐี สุธมโม) พ.ศ. 2536-ถึงปัจจุบัน
(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)
ประวัติวัด
วัดก้างปลา มีที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 66 ไร่ ส.ค.1 เลขที่ 316 อาณาเขตทิศเหนือและทิศใต้จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกติดถนนหลวง
ทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน
เดิมทีที่บริเวณวัดก้างปลานี้ เป็นป่าดงดิบชื้น มีต้นไม้ชื่อก้างปลาขึ้นมาก จึงได้ชื่อตามต้นไม้ว่า “วัดก้างปลา” “บ้านก้างปลา”
ผู้สร้างไม่มีใครตั้งและถวายที่หากแต่เป็นป่าดงดิบและเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญ ในอดีตเพราะอยู่ใกล้คลองใหญ่ (เภาลาย)
ตามประวัติของพระแม่แก่ได้มีพระภิกษุธุดงค์มาปักกรดพักอยู่เสมอ มิได้ขาดชาวบ้านก็ตามทำบุญกัน
เลยคิดว่าจะสร้างให้เป็นวัดขึ้นโดย มีผู้นำมาสร้างถวาย 2 คน คือ ท่านหมื่นแก้ว และท่านหมื่นวัง ซึ่งท่านทั้งสองคนได้เป็นคน
ของพระยานคร โดยเจ้าพระยานคร ได้ส่งมาเพื่อดูแลเก็บส่วยค่าเช่านา ค่าข้าว ส่งส่วยเข้าไปในเมืองนครฯ โดยการบรรทุกช้างไป
ถวาย เจ้าเมืองและบางครั้งเจ้าพระยานคร ก็ได้เดินทางมาดูแลด้วยตนเอง ซึ่งชื่อยังปรากฏอยู่ จนถึงทุกวันนี้ เช่น “บ้านฉาง”
(ปัจจุบัน คือ หมู่ที่ 4 บ้านฉาง ตำบลที่วัง) เพราะเป็นฉางเก็บข้าวของเจ้าเมือง หรือ “บ้านด่านใหญ่” ปัจจุบันเป็น “บ้านที่วัง”
ด้วยเหตุนี้ท่านหมื่นทั้งสองก็ได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านจะได้บำเพ็ญกุศล และก็ได้ชื่อว่า “วัดก้างปลา” มาจนบัดนี้
และชื่อของท่านหมื่นทั้งสองก็ยังปรากฎอยู่จนปัจจุบันนี้ว่า “ตามหมื่นแก้ว ตาหมื่นวัง” การสร้างวัดก็เจริญ และทรุดโทรมไปตามกาล
เวลาและสมัยของโลก
ตามที่เล่าสืบกันว่า วัดก้างปลามีลายแทงขุมทรัพย์ มีสระโบราณ 1 สระ เจ้าอาวาสในอดีตเคยดำเนินการขุดรื้อสระ ปรากฎมี
เสียงการเคลื่อนสิ่งของบางอย่างในสระ
ลายแทงวัดก้างปลา คือ วัดก้างปลามีนาสามมุม ตุมทองสามตุม อยู่ที่มุมนาสระหนึ่งเก็บของ เก็บทองบูชา พระแม่แก่มานาน
(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)
พื้นที่ต่างๆ ภายในวัดก้างปลา
“รูปปั้นนางมโนราห์ร่ายรำ 12 ท่า” จะเรียงรายอยู่หน้า “วิหารทรงเทริดมโนราห์” รวมทั้งมี “รูปปั้นปัญจสิขรคนธรรพ์ดีดพิณ”
รูปปั้นมโนราห์ฝ่ายชาย 2 ท่าน ที่จะเป็นเก้าอี้ให้นั่งเช็คอินถ่ายภาพกับวิหารทรงเทริดมโนราห์ด้วย
“รูปปั้นตาพรานบุญ” จะอยู่ทางด้านซ้ายและขวา ด้านหน้าของ “วิหารทรงเทริดมโนราห์” ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่ให้ผู้คนได้
จุดธูปเทียน ถวายผ้าขาวม้า กับตาพรานบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง
“รูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ” ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัด ติดกับ “โบสถ์ 3 สไตล์” และ อีกฝั่งคือ “วิหารทรงเทริดมโนราห์”
ซึ่งจะเป็นจุดแรกที่ผู้มาเยือนจะได้ไหว้สักการะ
“โบสถ์ 3 สไตล์” ตั้งอยู่ติดกับ “รูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ” โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีลักษณะพิเศษคือ จะเปิดโล่งไม่มีกำแพงกั้น
และบนหลังคาจะมีช่อฟ้าที่แตกต่างกันไป ดูแปลกตา ด้านในโบสถ์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วย
พระพุทธรูปสีขาวอื่นๆ อีก 3 องค์ ทางด้านหน้าและซ้ายขวา ตัวเสาและฝ้าเพดาน มีการตกแต่งอย่างมีศิลปะที่วิจิตรงดงามมาก
“ศาลาธรรมโสภณ” ตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง “โบสถ์ 3 สไตล์” เป็นศาลาที่ใช้ปฏิบัติศาสนกิจของทางวัดและพุทธศาสนิกชนใน
โอกาสสำคัญต่างๆ
“รูปปั้นหลวงพ่อแก่สีเหลืองทององค์ใหญ่” ตั้งอยู่ระหว่าง “ศาลาธรรมโสภณ” และ “วิหารหลวงพ่อแก่” รูปปั้นดังกล่าวจะดูเด่น
ชัดมาก จะเป็นจุดที่ผู้มาเยี่ยมเยียนต้องแวะทำบุญอีกจุดหนี่ง





ลักษณะเด่น
“วิหารทรงเทริดมโนราห์” ตัวอาคารจะมีสีฟ้าและสีเหลืองที่ดูเด่นชัดมาก ได้ทำการจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562
เพื่อเป็นที่สักการะบูชา “หลวงพ่อแก่” อีกวิหารหนึ่ง ซึ่งวิหารยอดเทริดมโนราห์นี้จะมีรูปร่างแปลกตาไม่เหมือนใคร โดยบนหลังคามี
รูปร่างยอดเทริดมโนราห์หันหน้าออกนอกทั้ง 4 ทิศทาง ส่วนตรงกลาง มียอดเทริดใหญ่อยู่บนสุด 1 ยอด หันหน่าออกถนนใหญ่ด้าน
หน้าวัด (แนวหน้า, 2562)
และด้วยวิหารดังกล่าวได้จัดสร้างให้มียอดเทริดมโนราห์อยู่ในบริเวณของอาคาร 3 ชั้น จึงมี 4 ยอดเทริด จะอยู่บริเวณชั้น 2
และ อีก 1 ยอดเทริด จะอยู่บริเวณชั้น 3
โดยภายในวิหาร 3 ชั้น จะประกอบไปด้วย
บริเวณชั้น 1 เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางปิตุอุปัฏฐาก (5 อรหันต์) และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (อิริยาบถบรรทม) ให้
พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะขอพร และที่เด่นชัดมากคือ ภาพเขียนฝาผนังเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลต่างๆ
รวมถึงเรื่องราวของนางมโนราห์และพรานบุญ
บริเวณชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานของพระแม่แก่ หรือ แม่แก่ หรือ หลวงพ่อแก่ ที่เชื่อว่ามีอายุประมาณ 700 ปี แล้ว และมีภาพเขียน
ฝาผนังบอกเล่าถึงความเป็นมาของพระสังฆราชทุกพระองค์ และพระเกจิอาจารย์ของทั้ง 4 ภาคด้วย
บริเวณชั้น 3 เป็นที่ประดิษฐานของสมเด็จพระบรมราชา (หลวงพ่อทองจันทร์) และภาพเขียนพุทธประวัติของพระพระพุทธเจ้าที่
สวยงามวิจิตรมาก
และหากเราเดินขึ้นบันไดไปถึงบริเวณชั้น 3 แล้วมองไปรอบๆ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาที่อยู่ไกลๆ ออกไป ได้อย่าง
สวยงามมากเช่นกัน



โบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ
“วิหารหลวงพ่อแก่” ซึ่งมีประวัติพระแม่แก่วัดก้างปลา ดังนี้ คือ “พระแม่แก่” หรือ “แม่แก่” หรือ “หลวงพ่อแก่” เป็นพระพุทธ
รูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดก้างปลา หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า
พระแม่แก่เป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นเชื้อพระวงศ์ไม่มีคู่ครอง เป็นผู้ที่มีใจบุญ สุนทาน มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
อย่างแรงกล้า ชอบทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนา ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 1800 ท่านทราบว่าที่เมืองนครศรีธรรมราช มีการบูรณะ
ซ่อมแซมพระบรมธาตุ ท่านได้บอกบุญแก่ผู้มีจิตศรัทธารวบรวมทรัพย์สินที่มีค่าพร้อมเสบียงอาหาร ชวนคณะผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย
พร้อมทั้งบริวารลงสำเภาเดินทางมาทางทะเลสิ้นระยะเวลาแรมเดือน เดินทางมาตามเส้นทางแม่น้ำตรัง มาตามลำคลอง (คลองใหญ่)
มาถึงคุ้งน้ำวัน (คลองเภาลายในปัจจุบัน) เรือสำเภาก็อับปางลง ทรัพย์สินต่างๆ จมลงในแม่น้ำสิ้น ผู้คนที่มาต่างก็กระจัดกระจายไป
คนละทิศละทาง ส่วนองค์ท่านเองมาติดอยู่ที่เกาะวัดก้างปลา และสิ้นพระชนม์ที่เกาะวัดก้างปลาแห่งนี้ ต่อมาพระภิกษุเชื้อสายจีนได้สืบ
ทราบว่ามีคณะที่เดินทางมาจากประเทศจีน เพื่อมาร่วมบูรณะพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตในระหว่างทางเพราะเรือ
สำเภาอับปางลง จึงได้สร้างพระไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนาและคุณความดีของท่านไว้ที่เกาะก้างปลาแห่งนั้น
และที่เรียกกันหลายชื่อก็เพราะหลายสาเหตุ ดังนี้ คือ
เรียกว่า “แม่แก่” เรียกตามตนในสมัยโบราณ เพราะเมื่อมีคนมาบนบานศาลกล่าวขอพร เมื่อได้สำเร็จตามความปรารถนา ก็เรียกตาม
ความรู้สึกของตนด้วยความเคารพว่า “แม่แก่” (แม่เฒ่า) เนื่องจากอยู่มานานแต่ไม่มีใครรู้จักชื่อ
ที่เรียกว่า “พระแก่” เพราะชาวบ้านมีความรู้สึกว่าท่านเป็นผู้ทรงศีล ทรงธรรม มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระ เป็นที่พึ่งได้ในยามที่
พวกเขามีทุกข์ จึงเรียกว่า “พระแก่”
ที่เรียกว่า “หลวงพ่อแก่” เป็นชื่อที่ใช้เรียกกันในสมัยพระครูวิฑิตธรรมโสภณ (มหาเลียบ ฐิตธมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดก้างปลา ซึ่งเป็น
พระที่เก่งทางด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม มีคนมาสักการะท่านมากมายและถามถึงเรื่องพระแก่ แม่แก่ ท่านจึงสร้างวิหารและเขียนไว้ที่
หน้าวิหารว่า “วิหารหลวงพ่อแก่” เพื่อให้เป็นชื่อสากล เพราะเป็นชื่อที่เรียกง่ายและเป็นคำที่ไพเราะ
อภินิหารหรือความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่แก่ ในสมัยโบราณ มีคณะของศิลปินมโนราห์ไม่ว่าคณะใหญ่ หรือคณะเล็กเมื่อเดินทางผ่าน
หน้าวัดก้างปลา ถ้าไม่แวะรำถวายก่อนก็ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จะต้องแวะรำถวายก่อนเสมอจึงจะผ่านไปได้ จนเป็นที่ร่ำลือกัน
ทั้งใกล้และไกลและเมื่อปี พงศ. 2505 พระครูวิฑิตธรรมโสภณ (มหาเลียบ ฐิตธมโม) ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดก้างปลาได้ทำการเคลื่อน
ย้ายรูปพระแม่แก่ไปไว้ที่หน้าวัด เป็นเหตุให้ท่านเจ็บป่วยลงโดยหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะไปหาหมอที่ไหนก็ไม่พบสาเหตุของอาการป่วย
ท่านคิดขึ้นมาได้ว่าน่าจะมาจากเหตุที่เคลื่อนย้ายรูปพระแม่แก่เป็นแน่ จึงได้บนบานศาลกล่าวขอขมาพระแม่แก่ อาการของท่านจึงได้
ทุเลาหายจากการอาพาธ หลังจากนั้นจีงได้ย้ายพระแม่แก่มาไว้ที่เดิม
ต่อมาประมาณปี 2518 ได้มีโจรใจบาปได้ทำการขโมยรูปพระแม่แก่ไปเพราะคิดว่าเป็นทองคำ จึงได้ขโมยใส่กระสอบไป
เมื่อถึงสะพานคลองหอมในปัจจุบัน พระแม่แก่ก็ได้แสดงอภินิหารให้เห็นด้วยการเปล่งออกมา โจรที่พาก็ตกใจกลัว ทิ้งไว้ที่สะพาน
คลองหอมนั่นเอง ชาวบ้านทราบข่าวว่าพระแม่แก่โดนขโมยไปก็ร้องไห้เสียใจ และก็ออกกันไปตามหาจนพบ และนำมาที่วัดก้างปลา
พร้อมด้วยชาวบ้านที่ศรัทธาได้สร้างวิหารหลังใหม่ไว้ประดิษฐานรูปพระแม่แก่ ได้จัดฉลองสมโภชในปีนั้นเอง ซึ่งตรงกับวันที่ 9
เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ และเมื่อถึงเดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ ของทุกปีทางวัดก้างปลาจะมีการฉลองสมโภชพระแม่แก่ ตามตำราโบราณ
และมีหลายครั้งที่พระแม่แก่ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้เห็น จนประชาชนกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ ต่างพากันมาก
ราบไหว้ขอพรท่านตลอดมาตราบจนปัจจุบัน
การแก้บน พระแม่แก่ จะนิยมแก้บนโดย รำมโนราห์ ทาเทียนหวาย ข้าว 1 ถ้วย กล้วย 1 หวี แกง 2 ถ้วย เผือกมัน ผลไม้ น้ำชา
ปัจจัยใส่ตู้ จุดประทัด บวช 7 วัน 15 วัน ปิดทอง หรือแล้วจะบน
(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)

วัดก้างปลา จัดว่าเป็นวัดสำคัญอีกวัดหนึ่งของอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มี “ความพิเศษหนึ่งเดียวในโลก” กับ
“วิหารทรงเทริดมโนราห์” เสน่ห์ที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้มาสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายมูทั้งหลายไม่ควรพลาด
ที่ต้องแวะมาที่นี่เพื่อสักการะ “หลวงพ่อแก่” เพื่อเสริมสิริมงคลและผู้เขียนในฐานะเป็นชาวอำเภอทุ่งสงคนหนึ่ง ก็รู้สึกมีความภาคภูมิใจ
ที่อำเภอทุ่งสงมีสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ควรค่าแก่การระลึกถึงอำเภอหนึ่งที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก
ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
แนวหน้า. (2562). สุดทึ่ง!วิหารใหญ่วัดก้างปลาเมืองคอนสร้างหลังคาเป็นยอดเทริดรอบสี่ทิศ. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568
จาก https://www.naewna.com/likesara/413308
แผ่นป้ายข้อมูลวัดก้างปลา. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมาของวัดก้างปลาและหลวงพ่อแก่. ค้นหาข้อมูลเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์
2568.
Views: 2296

