วัดก้างปลา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

วัดก้างปลา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง

ที่อยู่ของวัด      วัดก้างปลา เลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110

นิกาย             สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

ประเภทวัด       วัดราษฎร์

ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2400

ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2518

เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร

(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)

เจ้าอาวาส        ตามที่เล่าขานกันมา มีดังนี้ คือ

1.พ่อท่านภิญโญ พ่อท่านสาคร พระสองพี่น้องที่ได้มาอยู่และเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้าน จนถึงกับสร้างพระพุทธรูป 2 องค์ เอา

ไว้เป็นอนุสรณ์

2.พ่อท่านสมภารศรี ก็เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเหมือนกัน จนชาวบ้านแกะสลักไม้เป็นรูปเจดีย์เอาไว้เป็นอนุสรณ์

3.พ่อท่านคลิ้ง (คลิ้งโกะ)

4.พ่อท่านคลิ้ง (คลิ้งกุย)

5.พ่อท่านแก้ว มณิโช พ.ศ. 2490-2500

6.พระครูพิพิธพัฒนานุยุต (เนื่อง วิสุทธสีโล) พ.ศ. 2500-2505

7.พระครูวิทิตธรรมโสภณ (มหาเลียบ ฐิตธมโม) พ.ศ. 2505-2535

8.พระครูวรธรรมวิภัช (เสฏฐี สุธมโม) พ.ศ. 2536-ถึงปัจจุบัน

(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)

ประวัติวัด

เดิมทีที่บริเวณวัดก้างปลานี้ เป็นป่าดงดิบชื้น มีต้นไม้ชื่อก้างปลาขึ้นมาก จึงได้ชื่อตามต้นไม้ว่า “วัดก้างปลา” “บ้านก้างปลา”

ผู้สร้างไม่มีใครตั้งและถวายที่หากแต่เป็นป่าดงดิบและเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญ ในอดีตเพราะอยู่ใกล้คลองใหญ่ (เภาลาย)

ตามประวัติของพระแม่แก่ได้มีพระภิกษุธุดงค์มาปักกรดพักอยู่เสมอ มิได้ขาดชาวบ้านก็ตามทำบุญกัน

เลยคิดว่าจะสร้างให้เป็นวัดขึ้นโดย มีผู้นำมาสร้างถวาย 2 คน คือ ท่านหมื่นแก้ว และท่านหมื่นวัง ซึ่งท่านทั้งสองคนได้เป็นคน

ของพระยานคร โดยเจ้าพระยานคร ได้ส่งมาเพื่อดูแลเก็บส่วยค่าเช่านา ค่าข้าว ส่งส่วยเข้าไปในเมืองนครฯ โดยการบรรทุกช้างไป

ถวาย เจ้าเมืองและบางครั้งเจ้าพระยานคร ก็ได้เดินทางมาดูแลด้วยตนเอง ซึ่งชื่อยังปรากฏอยู่ จนถึงทุกวันนี้ เช่น “บ้านฉาง”

(ปัจจุบัน คือ หมู่ที่ 4 บ้านฉาง ตำบลที่วัง) เพราะเป็นฉางเก็บข้าวของเจ้าเมือง หรือ “บ้านด่านใหญ่” ปัจจุบันเป็น “บ้านที่วัง”

ด้วยเหตุนี้ท่านหมื่นทั้งสองก็ได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านจะได้บำเพ็ญกุศล และก็ได้ชื่อว่า “วัดก้างปลา” มาจนบัดนี้

และชื่อของท่านหมื่นทั้งสองก็ยังปรากฎอยู่จนปัจจุบันนี้ว่า “ตามหมื่นแก้ว ตาหมื่นวัง” การสร้างวัดก็เจริญ และทรุดโทรมไปตามกาล

เวลาและสมัยของโลก

ตามที่เล่าสืบกันว่า วัดก้างปลามีลายแทงขุมทรัพย์ มีสระโบราณ 1 สระ เจ้าอาวาสในอดีตเคยดำเนินการขุดรื้อสระ ปรากฎมี

เสียงการเคลื่อนสิ่งของบางอย่างในสระ

(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)

พื้นที่ต่างๆ ภายในวัดก้างปลา

“รูปปั้นนางมโนราห์ร่ายรำ 12 ท่า” จะเรียงรายอยู่หน้า “วิหารทรงเทริดมโนราห์” รวมทั้งมี “รูปปั้นปัญจสิขรคนธรรพ์ดีดพิณ”

รูปปั้นมโนราห์ฝ่ายชาย 2 ท่าน ที่จะเป็นเก้าอี้ให้นั่งเช็คอินถ่ายภาพกับวิหารทรงเทริดมโนราห์ด้วย

“รูปปั้นตาพรานบุญ” จะอยู่ทางด้านซ้ายและขวา ด้านหน้าของ “วิหารทรงเทริดมโนราห์” ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่ให้ผู้คนได้

จุดธูปเทียน ถวายผ้าขาวม้า กับตาพรานบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง

“รูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ” ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัด ติดกับ “โบสถ์ 3 สไตล์” และ อีกฝั่งคือ “วิหารทรงเทริดมโนราห์”

ซึ่งจะเป็นจุดแรกที่ผู้มาเยือนจะได้ไหว้สักการะ

“โบสถ์ 3 สไตล์” ตั้งอยู่ติดกับ “รูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ” โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีลักษณะพิเศษคือ จะเปิดโล่งไม่มีกำแพงกั้น

และบนหลังคาจะมีช่อฟ้าที่แตกต่างกันไป ดูแปลกตา ด้านในโบสถ์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วย

พระพุทธรูปสีขาวอื่นๆ อีก 3 องค์ ทางด้านหน้าและซ้ายขวา ตัวเสาและฝ้าเพดาน มีการตกแต่งอย่างมีศิลปะที่วิจิตรงดงามมาก

“ศาลาธรรมโสภณ” ตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง “โบสถ์ 3 สไตล์” เป็นศาลาที่ใช้ปฏิบัติศาสนกิจของทางวัดและพุทธศาสนิกชนใน

โอกาสสำคัญต่างๆ

“รูปปั้นหลวงพ่อแก่สีเหลืองทององค์ใหญ่” ตั้งอยู่ระหว่าง “ศาลาธรรมโสภณ” และ “วิหารหลวงพ่อแก่” รูปปั้นดังกล่าวจะดูเด่น

ชัดมาก จะเป็นจุดที่ผู้มาเยี่ยมเยียนต้องแวะทำบุญอีกจุดหนี่ง

ลักษณะเด่น

บริเวณชั้น 1  เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางปิตุอุปัฏฐาก (5 อรหันต์)  และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (อิริยาบถบรรทม) ให้

พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะขอพร และที่เด่นชัดมากคือ ภาพเขียนฝาผนังเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลต่างๆ

รวมถึงเรื่องราวของนางมโนราห์และพรานบุญ

บริเวณชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานของพระแม่แก่ หรือ แม่แก่ หรือ หลวงพ่อแก่ ที่เชื่อว่ามีอายุประมาณ 700 ปี แล้ว และมีภาพเขียน

ฝาผนังบอกเล่าถึงความเป็นมาของพระสังฆราชทุกพระองค์ และพระเกจิอาจารย์ของทั้ง 4 ภาคด้วย

บริเวณชั้น 3 เป็นที่ประดิษฐานของสมเด็จพระบรมราชา (หลวงพ่อทองจันทร์) และภาพเขียนพุทธประวัติของพระพระพุทธเจ้าที่

สวยงามวิจิตรมาก

โบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ

ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า

พระแม่แก่เป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นเชื้อพระวงศ์ไม่มีคู่ครอง เป็นผู้ที่มีใจบุญ สุนทาน มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

อย่างแรงกล้า ชอบทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนา ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 1800 ท่านทราบว่าที่เมืองนครศรีธรรมราช มีการบูรณะ

ซ่อมแซมพระบรมธาตุ ท่านได้บอกบุญแก่ผู้มีจิตศรัทธารวบรวมทรัพย์สินที่มีค่าพร้อมเสบียงอาหาร ชวนคณะผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย

พร้อมทั้งบริวารลงสำเภาเดินทางมาทางทะเลสิ้นระยะเวลาแรมเดือน เดินทางมาตามเส้นทางแม่น้ำตรัง มาตามลำคลอง (คลองใหญ่)

มาถึงคุ้งน้ำวัน (คลองเภาลายในปัจจุบัน) เรือสำเภาก็อับปางลง ทรัพย์สินต่างๆ จมลงในแม่น้ำสิ้น ผู้คนที่มาต่างก็กระจัดกระจายไป

คนละทิศละทาง ส่วนองค์ท่านเองมาติดอยู่ที่เกาะวัดก้างปลา และสิ้นพระชนม์ที่เกาะวัดก้างปลาแห่งนี้ ต่อมาพระภิกษุเชื้อสายจีนได้สืบ

ทราบว่ามีคณะที่เดินทางมาจากประเทศจีน เพื่อมาร่วมบูรณะพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตในระหว่างทางเพราะเรือ

สำเภาอับปางลง จึงได้สร้างพระไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนาและคุณความดีของท่านไว้ที่เกาะก้างปลาแห่งนั้น

และที่เรียกกันหลายชื่อก็เพราะหลายสาเหตุ ดังนี้ คือ

อภินิหารหรือความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่แก่ ในสมัยโบราณ มีคณะของศิลปินมโนราห์ไม่ว่าคณะใหญ่ หรือคณะเล็กเมื่อเดินทางผ่าน

หน้าวัดก้างปลา ถ้าไม่แวะรำถวายก่อนก็ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จะต้องแวะรำถวายก่อนเสมอจึงจะผ่านไปได้ จนเป็นที่ร่ำลือกัน

ทั้งใกล้และไกลและเมื่อปี พงศ. 2505 พระครูวิฑิตธรรมโสภณ (มหาเลียบ ฐิตธมโม) ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดก้างปลาได้ทำการเคลื่อน

ย้ายรูปพระแม่แก่ไปไว้ที่หน้าวัด เป็นเหตุให้ท่านเจ็บป่วยลงโดยหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะไปหาหมอที่ไหนก็ไม่พบสาเหตุของอาการป่วย

ท่านคิดขึ้นมาได้ว่าน่าจะมาจากเหตุที่เคลื่อนย้ายรูปพระแม่แก่เป็นแน่ จึงได้บนบานศาลกล่าวขอขมาพระแม่แก่ อาการของท่านจึงได้

ทุเลาหายจากการอาพาธ หลังจากนั้นจีงได้ย้ายพระแม่แก่มาไว้ที่เดิม

ต่อมาประมาณปี 2518 ได้มีโจรใจบาปได้ทำการขโมยรูปพระแม่แก่ไปเพราะคิดว่าเป็นทองคำ จึงได้ขโมยใส่กระสอบไป

เมื่อถึงสะพานคลองหอมในปัจจุบัน พระแม่แก่ก็ได้แสดงอภินิหารให้เห็นด้วยการเปล่งออกมา โจรที่พาก็ตกใจกลัว ทิ้งไว้ที่สะพาน

คลองหอมนั่นเอง ชาวบ้านทราบข่าวว่าพระแม่แก่โดนขโมยไปก็ร้องไห้เสียใจ และก็ออกกันไปตามหาจนพบ และนำมาที่วัดก้างปลา

พร้อมด้วยชาวบ้านที่ศรัทธาได้สร้างวิหารหลังใหม่ไว้ประดิษฐานรูปพระแม่แก่ ได้จัดฉลองสมโภชในปีนั้นเอง ซึ่งตรงกับวันที่ 9

เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ และเมื่อถึงเดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ ของทุกปีทางวัดก้างปลาจะมีการฉลองสมโภชพระแม่แก่ ตามตำราโบราณ

และมีหลายครั้งที่พระแม่แก่ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้เห็น จนประชาชนกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ ต่างพากันมาก

ราบไหว้ขอพรท่านตลอดมาตราบจนปัจจุบัน

(แผ่นป้ายข้อมูลของวัดก้างปลา, ม.ป.ป.)

ข้อมูลอ้างอิง

แนวหน้า. (2562). สุดทึ่ง!วิหารใหญ่วัดก้างปลาเมืองคอนสร้างหลังคาเป็นยอดเทริดรอบสี่ทิศ. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568

จาก https://www.naewna.com/likesara/413308

แผ่นป้ายข้อมูลวัดก้างปลา. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมาของวัดก้างปลาและหลวงพ่อแก่. ค้นหาข้อมูลเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์

2568.

Views: 2298

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.