ขนมหวานแสนอร่อย พิกัดที่ต้องลองชิมเมื่อมาเมืองคอน

ขนมกวนขาว

ขนมพื้นบ้านนครศรีธรรมราช มีลักษณะนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น คล่องคอชื่นใจ  เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

ขนมน้ำดัง

ขนมที่มีความหนึบ หอมและอร่อยเฉพาะตัวของอำเภอนบพิตำ

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

ขนมขึ้น

ขนมขึ้น 

รสชาติที่หายไปของนครศรีธรรมราช

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

ขนมขึ้น

ขนมกรวย

ขนมโบราณ รสชาติคล้ายๆขนมถ้วย แต่ทำเป็นกรวย และราดกะทิด้านบน

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

มักจะพบได้ตามตลาดพื้นถิ่นหรือตลาดโบราณ เช่น ร้านสีอ่อน ข้าง 7-11 ตลาดแม่สมจิตเก่า หน้าร้านนครเครื่องเย็น

ขนมกรอก

ขนมกรอก

ขนมพื้นบ้านโบราณของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นิยมทำและรับประทานกันใน ประเพณีให้ทานไฟ ช่วงฤดูหนาวปลายเดือนอ้ายถึงเดือนยี่

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

หนมกรอกยายล้วน หลังวัดโคกธาตุ

ขนมกรอก

ขนมต้ม หรือเหนียวห่อใบพ้อ

ขนมต้ม (เหนียวห่อใบพ้อ) ขนมไทยโบราณที่ทำจากข้าวเหนียวผัดกะทิแล้วห่อด้วยใบกะพ้อ เป็นขนมพื้นบ้านและอาหารในงานบุญประเพณีที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ โดยเฉพาะในเทศกาลวันสารทเดือนสิบ

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

หนมกรอกยายล้วน หลังวัดโคกธาตุ

ขนมกรอก

ขนมขี้หมาพองเช

ขนมอร่อยเมืองปากพนัง

พิกัดที่ต้องไปลองชิม

หนมกรอกยายล้วน หลังวัดโคกธาตุ

 

เหนียวสองดังกรอบลานสกา
ขนมหม้อแกงพิกัดตลาดวัดท้าวโคตร
ขนมถ้วยคะ ขายตลาดท่ายาง ทุ่ง ใหญ่
หนมรังต่อพิกัดหลาดเปิดท้ายดอนคาอ.พรหมคีรี
ขนมกวนขาวราดน้ำกะทิ
ขนมจู้จุนหรือขนมฝักบัว
นมแป้งกลาง(หม้อแกงแป้ง) ขนมโบราณหากินยากมากๆ
ขนมถั่วเหลือง (หม้อแกงถั่ว)
หนมกวนแป้งสาคูหน้าขี้มัน
ขนมหวัก ฉวาง ทานพอ ทุ่งสง
 
 
  •  
 
 
 
 
  •  
 
เป็นต้น
 
 

         Kuih Talam Ubi Kayu แปลเป็นไทยว่า ขนมถาดมันสำปะหลัง หรือ ขนมชั้นมันสำปะหลังนึ่งสองชั้น

     ขนมหัวมันหน้ากะทิ (หรือที่นิยมทำเป็นถาดเรียกว่า ขนมถาดหัวมันหน้ากะทิ) เป็นหนึ่งในขนมไทยโบราณที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นประจำท้องถิ่นภาคใต้และแถบคาบสมุทรมาลายู ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบ และภูมิปัญญาการทำขนม
     ขนมชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยที่ลงตัวระหว่างเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับและความเค็มมันกลมกล่อม หวานแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน  นับเป็นหนึ่งในขนมหาทานยากที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต วัตถุดิบพื้นถิ่น และความประณีตในการทำอาหาร

 “ขนมถาดหัวมันหน้ากะทิ” กับวัฒนธรรมอาหารแห่ง คาบสมุทรมาลายู (ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ของไทยและมาเลเซียตอนบน) สะท้อนผ่านบริบททางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาพื้นบ้านที่น่าสนใจ

การปรับใช้วัตถุดิบหลักแห่งท้องถิ่นร้อนชื้น : คาบสมุทรมาลายูเป็นภูมิภาคที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกพืชตระกูลหัวและมะพร้าว มันสำปะหลัง (หรือในท้องถิ่นนิยมใช้พันธุ์มัน 5 นาที) รวมถึง มะพร้าว ซึ่งให้หัวกะทิเข้มข้น กลายเป็นวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่ายในวิถีชีวิตดั้งเดิม การนำวัตถุดิบทั้งสองมารวมกันจึงสะท้อนถึงการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติในเขตภูมิอากาศแบบป่าฝนเขตร้อน

  อิทธิพลของวัฒนธรรม “กะทิ” ในอาหารหวานคาบสมุทรมาลายู: อาหารและขนมหวานในแถบคาบสมุทรมาลายู (รวมถึงอาหารพื้นถิ่นปักษ์ใต้และ  เปอรานากัน) มีเอกลักษณ์ร่วมกันคือการใช้ กะทิสด เป็นตัวชูรสชาติ เพื่อเพิ่มความมันและตัดเลี่ยน รสชาติของขนมในแถบนี้จึงมักมีความจัดจ้าน  กลมกล่อม เช่น หน้ากะทิของขนมหัวมันที่มีรสเค็มนำและมันเข้มข้น ซึ่งช่วยตัดกับความหวานของตัวเนื้อมันด้านล่างได้อย่างลงตัวตามรสนิยมการกินอาหารที่ผสานความหวานมันเค็ม

ขนมถาดสำหรับงานบุญและวิถีชุมชนร่วมกัน  : ในสังคมเกษตรกรรมและชุมชนดั้งเดิมตามแนวคาบสมุทรมาลายู การทำขนมมักเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและการรวมกลุ่มกันในงานบุญ งานประเพณี หรือพิธีกรรมท้องถิ่น รูปแบบการทำขนมแบบ “ใส่ถาด” แล้วตัดแบ่ง (คล้ายคลึงกับขนมถาดหรือขนมประเภทนึ่งในถาดอื่น ๆ ของภูมิภาค) เอื้อต่อการทำในปริมาณมาก ๆ เพื่อแจกจ่ายและแบ่งปันกันในครอบครัวและเครือญาติ สะท้อนถึงวัฒนธรรมการพึ่งพาอาศัยและความผูกพันในชุมชน

เอกลักษณ์และรสชาติ : สัมผัสสองชั้นที่ลงตัว

ชั้นล่าง (ตัวขนม) : ทําจากมันสำปะหลังขูดละเอียด (นิยมใช้มันสำปะหลังพันธุ์ 5 นาที) ผสมกับน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำต้มใบเตย นำไปนึ่งจนสุกใส เนื้อขนมจะมีลักษณะเหนียวนุ่ม หนึบหนับ และมีกลิ่นหอมธรรมชาติของมันสำปะหลังผสมใบเตย

ชั้นบน (หน้ากะทิ) : ทำจากหัวกะทิสดเคี่ยวกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือป่น มีรสชาติเค็มมันตัดกับความหวานของตัวขนมด้านล่างอย่างกลมกล่อม เมื่อทานคู่กันจะได้รสชาติหวานมันกำลังดีและไม่เลี่ยน

เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้ขนมของคุณน่าทานยิ่งขึ้น

  • การเลือกมันสำปะหลัง : ควรื้อมันสำปะหลังที่สดใหม่และขูดสดๆ จะทำให้ตัวขนมมีกลิ่นหอมและเนื้อเหนียวหนึบตามธรรมชาติ ไม่ควรื้อมันที่ค้างคืนเพราะอาจทำให้เนื้อขนมกระด้างและมีรสขื่น

  • การเคี่ยวหน้ากะทิ : หน้ากะทิที่ดีควรมีรสเค็มนำและหวานตามเล็กน้อย เพราะเมื่อทานคู่กับตัวขนมที่มีความหวานอยู่แล้ว จะช่วยตัดเลี่ยนและทำให้รสชาติกลมกล่อมพอดี

  • การตัดแบ่ง : ต้องรอให้ขนมเย็นสนิทเสียก่อน (อาจนำไปแช่ตู้เย็นสักครู่เพื่อให้เซ็ตตัวดี) แล้วจึงใช้มีดทาน้ำมันพืชบางๆ ตัด จะทำให้ได้ชิ้นขนมที่สวยงาม ขอบไม่ติดมีดและหน้ากะทิไม่เละ

ขนมถาดหัวมัน 7
ขนมถาดหัวมัน 6

คุณค่าทางวัฒนธรรมและความหายากในปัจจุบัน

ขนมถาดหัวมันหน้ากะทิถือเป็นภูมิปัญญาที่ใช้ประโยชน์จากผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นอย่าง “มันสำปะหลัง” ผสมผสานเข้ากับกะทิซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในวัฒนธรรมอาหารของคาบสมุทรมาลายู แม้ในปัจจุบันจะหาทานได้ยากตามตลาดสดทั่วไป (มักพบตามตลาดโบราณหรือตลาดนัดพื้นถิ่นในภาคใต้ เช่น จังหวัดพัทลุงหรือนครศรีธรรมราช) แต่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และความนุ่มหนึบของตัวขนมก็ยังคงเป็นที่ประทับใจของคนที่ชื่นชอบขนมไทยโบราณเสมอมา

มันสัมปะหลัง
มันสัมปะหลัง1
วัตถุดิบ

เคล็ดลับความอร่อย

  1. เลือกมันสด: ควรื้อมันสำปะหลังที่ขูดสดใหม่ เนื้อจะเหนียวและไม่มีรสขื่น

  2. การนึ่งแบบแบ่งจังหวะ: ต้องนึ่งตัวขนมชั้นล่างให้สุกใสเสียก่อน (ประมาณ 20 นาที) จึงค่อยราดหน้ากะทิแล้วนึ่งต่ออีก 15-20 นาที เพื่อไม่ให้ชั้นขนมผสมปนกันเละ

  3. พักให้เย็นสนิท: ก่อนตัดแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ควรปล่อยให้ขนมเย็นสนิทและเซ็ตตัวเสียก่อน (อาจนำไปแช่เย็นเล็กน้อย) จะทำให้ตัดเป็นชิ้นสวยงาม ขอบไม่ติดมีด

ขนมถาดมันสัมปะหลัง_2

ที่มา

ภาพประกอบจาก 
http://krua.com, story by สุริวัสสา กล่อมเดช,   ขนมมันสำปะหลังวัตถุดิบน้อยอร่อยด้วยความเรียบง่าย
บ้านเมือง, ขนมหัวมันหน้ากะทิ สูตรแม่สู่ลูก ป้าตุ้นยึดอาชีพสร้างรายได้ 40 ปี, วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569 

Views: 10

Comments

comments

Scroll to Top