สวนรถไฟ ร.5 ทุ่งสง หรือ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา

สวนรถไฟ ร.5 ทุ่งสง หรือ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา

“สวนรถไฟ ร.5” หรือเรียกว่า “สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา”  ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือชาวทุ่งสงเรียกกันว่า สวนสาธารณะ ร.5 ตั้งอยู่ที่อำเภอทุ่งสง บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมระหว่างทางแยกรถไฟสายทุ่งสง-กันตัง ทุ่งสง-หาดใหญ่ ไปถึงทางหลวงแผ่นดินเลข 403 ถนนสายทุ่งสง-ร่อนพิบูลย์ รวมพื้นที่ประมาณ 16.50 ไร่ การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง ระยะทาง 50 กิโลเมตร จะอยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียนสตรีทุ่งสง และอยู่ตรงข้ามกับปากทางเข้าวัดเขาปรีดี (เทศบาลเมืองทุ่งสง, 2564) บริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นพื้นที่ของการรถไฟ และมีสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงอยู่คนละฟากถนน พื้นที่ตรงนี้จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ความเป็นมาของการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา

ด้วยพื้นที่อำเภอทุ่งสง เป็นพื้นที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงประกอบพระราชภารกิจอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ชาวทุ่งสงได้มีโอกาสได้รับเสด็จในแต่ละปีเป็นจำนวนหลายครั้งหลายคราว ยังความปลาบปลื้มปิติยินดีต่อประชาราษฎร์ชาวอำเภอทุ่งสงเป็นล้นพ้น ประกอบกับพื้นที่ในโรงงานปูนซิเมนต์ทุ่งสง ซี่งอยู่ห่างจากเทศบาลตำบลปากแพรกไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจอยู่เสมอ ทำให้ชาวทุ่งสงได้มีโอกาสได้รับเสด็จต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ชาวทุ่งสงได้มีโอกาสใกล้ชิดในพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ดังนั้น ในวโรกาสมหามงคลสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พสกนิกรชาวทุ่งสงทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมงานอย่างทั่วถึง ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ซึ่งการแสดงออกของประชาชนชาวทุ่งสงในวโรกาสสำคัญดังกล่าวนี้เกิดจากความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถอย่างล้นเหลือ

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2542 พสกนิกรชาวอำเภอทุ่งสงจึงพร้อมใจกันที่จะสร้างอนุสรณ์สถาน เพื่อเทิดพระเกียรติในมหามงคลดังกล่าว ประกอบกับเทศบาลตำบลปากแพรก ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในการดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีในวันสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง มีดำริที่จะสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นที่ระลึกในมหามงคลครั้งนี้ คือ การจัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นจุดรวมจิตใจของพสกนิกรชาวทุ่งสง น้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลครั้งนี้ ซึ่งตรงกับความประสงค์ของชาวอำเภอทุ่งสง จึงได้เข้าร่วมในการดำเนินการครั้งนี้ เพื่อความเป็นเอกภาพของพสกนิกรชาวอำเภอทุ่งสงทุกหมู่เหล่า

เทศบาลตำบลปากแพรก ได้เตรียมการฉลองเนื่องในวโรกาสมหามงคลดังกล่าว โดยได้จัดทำโครงการ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ทั้งนี้ ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2539 โดยพันเอกชุมพล จินดาโชติ นายกเทศมนตรีตำบลปากแพรก เตรียมวางแผนดำเนินการร่วมกับบุคคลหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการจัดให้มีสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โดยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2539 เทศบาลตำบลปากแพรก ได้เสนอโครงการ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ต่อผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยสำหรับก่อสร้างเป็น สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ (72 พรรษา) และเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ประกอบกับที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีถนนตัดผ่านหลายสายทั้งทางรถยนต์และรถไฟ พื้นที่จุดนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นประตูเมืองทุ่งสง เหมาะสมที่จะสร้างเป็นสวนสาธารณะเพื่อเทิดพระเกียรติในมหามงคลครั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมระหว่างทางแยกรถไฟสายทุ่งสง-กันตัง ทุ่งสง-หาดใหญ่ ไปถึงทางหลวงแผ่นดินเลข 403 ถนนสายทุ่งสง-ร่อนพิบูลย์ เป็นพื้นที่ประมาณ 16.50 ไร่

เทศบาลตำบลปากแพรก ได้ขออนุญาตก่อสร้าง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย และเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2540 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้อนุมัติมอบพื้นที่เพื่อให้เทศบาลดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะ การรถไฟพิจารณาเห็นว่าที่ดินของการรถไฟดังกล่าว ซึ่งมีราคาประมาณไร่ละ 7.2 ล้านบาท เป็นบริเวณที่สามารถให้เช่าเพื่อหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่เห็นว่าพื้นที่นี้เปรียบดั่งเป็นปอดของเมือง ไม่สมควรมุ่งหาประโยชน์ด้านเดียวโดยปล่อยให้มีอาคารพาณิชย์เต็มพื้นที่ ซึ่งในอนาคตก็จะแออัด เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ขาดทัศนียภาพที่ดี โดยเฉพาะพื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนประตูเมืองทุ่งสง และเป็นบริเวณที่ถนนสายต่าง ๆ ตัดผ่านรอบด้านทั้งรถไฟและรถยนต์ ประกอบกับเทศบาล และรถไฟเองมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างสวนสาธารณะ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุ 6 รอบ (72 พรรษา) จึงอนุญาติให้เทศบาลดำเนินการใช้สถานที่ดังกล่าวสร้างสวนสาธารณะขึ้น เพื่อให้สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวทุ่งสงและเป็นอนุสรณ์ในมหามิ่งมงคลดังกล่าว และต้องการทำให้สถานที่แห่งนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นปูชนียสถานให้ประชาชนรุ่นหลังได้ชื่นชม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวประกอบด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนและใช้ประกอบงานพิธีการ ๆ และ เทศบาลตำบลปากแพรก ได้หารือกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ไปประดิษฐาน ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9

ทั้งนี้เนื่องจากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาแห่งการรถไฟไทย พระองค์ทรงวางรากฐานการรถไฟมาตั้งแต่อดีต จึงมีผลให้อำเภอทุ่งสงเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และความเจริญรุ่งเรืองตลอดมา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของการรถไฟ สำหรับการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 หลายฝ่ายได้มองเห็นว่ามีความเหมาะสม เพราะทุ่งสงเป็นอำเภอที่ใหญ่อำเภอหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับอำเภออื่น ๆ ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าได้หลายด้าน เช่น เป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค จึงสมควรมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ประดิษฐานไว้เพื่อการสักการะบูชา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวทุ่งสงและบริเวณไกล้เคียง

เทศบาลตำบลปากแพรก ได้ทำหนังสือขออนุญาติก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และขอพระราชทานนามสวนสาธารณะแห่งนี้ ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราชและสำนักราชเลขาธิการ เพื่อกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทและได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อสร้างได้ และพระราชทานนามสวนสาธารณะแห่งนี้ว่า “สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา”

เทศบาลได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะแห่งนี้ โดยใช้งบประมาณประจำปี 2541 และ 2542 ของเทศบาลเป็นเงิน 7 ล้านบาท ในการก่อสร้างสวนสาธารณะดังกล่าว โดยห้างหุ้นส่วนจำกัดสินประสานมิตร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2542

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542 กรมศิลปากรได้ดำเนินการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตบแต่งแล้วเสร็จและอัญเชิญมาประดิษฐานชั่วคราว ณ ศาลจังหวัดทุ่งสง

วันที่ 10 กรกฎาคม 2542 ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลากฤษ์ และอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐาน ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มอบหัวรถจักรไอน้ำโบราณ ซึ่งเป็นรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ของการรถไฟ ยี่ห้อ แปซิฟิค (ฮาโนแมก) รุ่นเลขที่ 277 มาติดตั้งไว้ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปได้ศึกษา และเพื่อเป็นอนุสรณ์ของการรถไฟไทย การก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2542 ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้จะประกอบไปด้วยทางเดินชมทิวทัศน์ ซึ่งปูลาดด้วยหินศิลาแลงทั้งหมด เชื่อมต่อกันทั่วทุกจุด สนามหญ้า สวนหย่อม ดอกไม้ประดับ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขนาดเท่าครึ่ง ลานหินศิลาแลงหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์และหัวรถจักรไอน้ำโบราณ

เพื่อเป็นศิริมงคลแก่พสกนิกรชาวทุ่งสง และเพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสมหามงคล พระชนมายุ 72 พรรษา เทศบาลตำบลปากแพรก จึงได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษาในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2542

รายละเอียดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพอนุสาวรีย์)

  1. ฉลองพระองค์ – ฉลองพระองค์ชุดจอมพลทหารบก (ทั่วไป) เต็มยศใหญ่
  2. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ – ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตน์ราชวราภรณ์
  3. เครื่องราชอิสริยยศ – ประดับดวงตราเหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ฉลองพระองค์เบื้องซ้าย
  4. ขนาด – ทรงยืนขนาดหนึ่งเท่าครึ่งพระองค์จริง
  5. วัสดุที่ใช้ – โลหะสัมฤทธิ์รมแดง
  6. อื่น ๆ – พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคทาจอมพล (รูปช้างสามเศียร) พระหัตถ์ซ้ายถือพระแสงกระบี่

(เทศบาลเมืองทุ่งสง, ม.ป.ป.)

ลักษณะทางกายภาพทั่วไปของสวนสาธารณะแห่งนี้

สวนสาธารณะแห่งนี้ เป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงาม มีดอกไม้หลากหลาย  และออกดอกสวยงามให้ชื่นชม ถือเป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สวนสาธารณะแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 5 จึงเป็นที่ตั้งของพระบรมราชาอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่าน และได้มีการนำเอาหัวรถไฟโบราณ ที่เคยใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้ในบริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเมืองทุ่งสงเป็นชุมทางรถไฟที่เก่าแก่ และมีความเจริญเข้ามาในเขตอำเภอทุ่งสงเป็นเวลาช้านานแล้ว (เพจที่นี่ทุ่งสง, 2563)

ปัจจุบันที่นี่ถือเป็นปอดกลางเมืองของชาวอำเภอทุ่งสง ที่ใช้สำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย  สำหรับการเดินหรือวิ่งวนโดยรอบจะมีระยะทางประมาณ 500 เมตร เป็นสนามที่มีความเป็นส่วนตัว เพราะเป็นสนามปิด รถไม่สามารถวิ่งผ่านในบริเวณสนามได้ จึงเหมาะกับผู้รักสุขภาพในทุกเพศทุกวัย

และบริเวณฝั่งด้านตรงกันข้ามกับร้านอาหารช้อนทองจะมีศาลาพักคอย 2 ศาลา ไว้ให้ผู้คนได้มานั่งพักผ่อน ทั้งนี้บริเวณมุมสามเหลี่ยมของสวนสาธารณะนั้น ทางเทศบาลเมืองทุ่งสงก็ได้มีการนำเครื่องออกกำลังกายที่ทันสมัยในทุกประเภทเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะกับสวนสาธารณะแห่งนี้มาติดตั้งไว้  และใกล้กันก็จะมีห้องน้ำไว้ให้บริการทำให้มีความสะดวกกับผู้มาออกกำลังกายที่นี่ในทุกช่วงเวลาด้วย

โดยเฉพาะยามเย็นประชาชนจะมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้สวนสาธารณะแห่งนี้มีความคึกคักและเป็นสีสันอย่างหนึ่งของเมืองทุ่งสง ซึ่งบริเวณโดยรอบมีร้านอาหาร ร้านน้ำชา โรงแรม รีสอร์ท ช่วงไหนอากาศดีจะมีร้านทำเล็บ ร้านขายตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ที่ตั้งโต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ มาระบายสี เรียกว่าเป็นจุดนัดพบของคนในอำเภอก็ว่าได้ (เพจที่นี่ทุ่งสง, 2563)

กิจกรรมสำคัญที่จัดเป็นประจำในทุกปี ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ คือ

ในทุกวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันปิยมหาราช ที่ว่าการอำเภอทุ่งสงจะมีการจัดพิธีวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระปิยมหาราช) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี โดยมีข้าราชการ ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน องค์กรเอกชน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

จะเห็นได้ว่าสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นจุดสำคัญสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายของเมืองทุ่งสง และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สักการะขอพรองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 5 หรือ ที่เรียกกันว่า “เสด็จพ่อ” ซึ่งผู้คนจะมีการบนบานขอพรต่อพระองค์ท่าน เมื่อสำเร็จดังหวังก็จะมีการนำดอกกุหลาบสีแดงหรือสีชมพูมาถวาย รวมทั้งสิ่งของต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวขอไว้  รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดแวะมาชม คือ หัวรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ของการรถไฟ ยี่ห้อ แปซิฟิค (ฮาโนแมก) รุ่นเลขที่ 277 ที่ตั้งอยู่เหมาะในการมาถ่ายรูปเช็คอินเป็นอย่างมาก

และอีกจุดที่สร้างความประทับใจสำหรับผู้ที่นิยมชมชอบบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองทุ่งสง นั่นก็คือต้องมีนัดกันเพื่อมา “กินน้ำชา” ซึ่งที่นี่มีร้านน้ำชาหลากหลายร้านมาก ตั้งอยู่ริมถนนเรียงรายกันไปทั้งสองฟากถนน ไล่ไปจนถึงหน้าโรงเรียนสตรีทุ่งสง ถือเป็นจุดใหญ่สำหรับเมืองทุ่งสงกันเลยทีเดียว จนที่นี่ได้รับการเรียกขานติดหูกันว่า “น้ำชา ร.5” ที่ชาวทุ่งสงและผู้มาเยือนต้องไม่ลืมแวะมาชมมาชิมกันในได้ทุกวันนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

เทศบาลเมืองทุ่งสง. (2564). สวนหลวง. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 . จาก https://www.thungsongcity.go.th/travel_top/detail/32/data.html

เทศบาลเมืองทุ่งสง. (ม.ป.ป.). สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 . จาก https://www.tungsong.com/ram5/Rama5001.html

เพจที่นี่ทุ่งสง. (2563). สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา 2563.  สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568. จาก https://www.facebook.com/TeeNeeThungSong/posts/สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ-6-รอบพระชนมพรรษาสวนหลวงร9-เป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงา/113550863734364/

Views: 341

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.