
“สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84” ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 1,257 ไร่ ตั้งอยู่หลังสนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ “สวนราชฤดี” ในสมัย ร.5 ด้วยพื้นที่ที่กว้างมาก จึงเป็นแหล่งรวบรวมความบันเทิง พักผ่อนหย่อนใจ ของทุกเพศทุกวัย (Pichayanan, 2565) สำหรับการเดินทางมาที่นี่นั้น อาจมาด้วยรถส่วนตัว หรือ รถโดยสารประจำทาง รถสองแถวสายหัวถนน-สนามกีฬา และจะมีซอยให้เข้าคือจะติดกับโรงเรียนศรีธรรมราช ซึ่งสามารถใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ ต่อไปยังทุ่งท่าลาดได้เลย

สำหรับพื้นที่ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ประกอบด้วยพื้นที่ต่างๆ ดังนี้คือ
- พิพิธภัณฑ์เมือง
- อาคารกองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
- หอประชุมเมือง
- สวนสัตว์และสวนสัตว์เปิด (สวนเต่า สวนนก และอื่นๆ)
- ศูนย์วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น
- ทะเลสาบ เป็นจุดเดินออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน มีสะพานเชื่อมต่อรอบๆ
- เกาะสวนกลาง
- อนุสาวรีย์สมเด็จย่า
- สวนพักผ่อน
- ทะเลสาบอีกด้านที่มีเรือถีบให้บริการ
- สวนเด็กเล่น
- สวนสุขภาพ
- อาคารละหมาด
- พิพิธภัณฑ์เครื่องจักรเก่า
- พุทธภูมิ
- เจ้าแม่กวนอิม
- โซนบริเวณร้านขายส้มตำ
ข้อมูลจุดที่ไม่ควรพลาดในทุ่งท่าลาด
1. สวนสัตว์และสวนสัตว์เปิด
สำหรับในส่วนพื้นที่ของสวนสัตว์และสวนสัตว์เปิด มีพื้นที่ 14 ไร่ มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิดที่อาศัยอยู่อย่างอิสระ ได้แก่ กวาง , อีเก้ง , เลียงผา , เนื้อทราย , นกคาสโซวารี และสัตว์ที่อยู่ในกรงจำนวนมาก ดังเช่น นกแก้ว นกโนรีสีเขียว นกขุนแผน นกกาบบัว นกตะกรุม และยังมีสัตว์ที่อยู่ภายนอกริมรั้วสัตว์สัตว์เปิด เช่น เหยี่ยวแดงใหญ่ นกเหงือกหัวหงอก สวนสัตว์ภายนอก เป็นส่วนสัตว์ริมคลอง มีสัตว์หลายชนิด ได้แก่ เหยี่ยวแดง นกเหยี่ยวหัวหงอก ลิงหางยาว ชะนีมงกุฏ ลิงกัง สวนนก มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ หลังคาปกคลุมด้วยลวดตาข่าย ภายในบริเวณส่วนนก มีน้ำตก ลำธาร สะพานไม้ ทางเดินชมนก ที่นั่งชมนกตามจุดต่าง ๆ ภายในมีนกประเภทสวนงามหลายชนิด เช่น นกเขียวควาย นกหว้า นกกางเขน นกขมิ้นใหญ่ นกหงส์หยก นกซู่อู้ นกต้อยตีวิด นกอีล้ำ เป็นต้น สวนนกน้ำ มีพื้นที่ 6 ไร่ มีนกประเภทต่าง ๆ ถึง 300 ชนิด เช่น นกตีนเทียน นกยูง นกพริก นกอีโก้ง ซึ่งผู้เยี่ยมชมต้องเดินบนสะพานทางเดินเท่านั้น (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 2564)
สวนสัตว์เปิดของทุ่งท่าลาดนั้นได้เปิดตั้งแต่ปี 2533 และได้ปิดไปช่วงหนึ่งเนื่องจากภาวะโควิดระบาด และได้ทำการเปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช ดร.กณพ เกตุชาติ ได้กล่าวเปิดและเชิญนักท่องเที่ยวมาชมกันได้ ทั้งนี้ท่านได้แถลงว่า ทางคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและสัตวแพทย์ในการดูแลสัตว์ ร่วมกับสัตวแพทย์ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ด้วย ทำให้สามารถเปิดสวนสัตว์ได้อีกครั้ง (เทศบาลนครนครศรีธรรมราช, 2564)






2. สระน้ำขนาดใหญ่ หรือทะเลสาบทุ่งท่าลาด จะอยู่บริเวณเลยจากอนุสาวรีย์สมเด็จย่า ตรงไปทางด้านหลัง บรรยากาศร่มรื่น เป็นจุดที่เหมาะในการเดินออกกำลังกาย มีเส้นทางปั่นจักรยาน มีสะพานทางเดินรอบ ๆ สระน้ำ มีลานกว้างเหมาะสำหรับเล่นสเก็ต ชักว่าว หรือกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งบริเวณรอบๆ สระ จะมีศาลาพักผ่อนหลายหลังให้นั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ของที่นี่ด้วย จึงถือเป็นจุดเช็คอินสำคัญของที่นี่ก็ว่าได้


3. พิพิธภัณฑ์เมือง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบด้วยหมู่อาคารจำนวน 4 หลัง ด้วยกัน คือ วีระไทย เทิดไท้ราชินี รวมใจภักดิ์ และนานัครรส แต่อาคารที่มีการจัดแสดงนิทรรศการมีเพียง 2 อาคาร คือวีระไทย และเทิดไท้ราชินี รูปแบบการนำเสนอของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เน้นที่วัตถุจัดแสดง ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สื่อหลากหลายรูปแบบในการเล่าเรื่อง อาทิ บอร์ดแสดงเนื้อหา โมเดลจำลอง ภาพถ่าย แผนที่โบราณ หุ่นจำลอง และบรรยากาศจำลอง เป็นต้น
อาคารวีระไทย อาคารแห่งนี้เป็นนิทรรศการแรกของพิพิธภัณฑ์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเกริ่นนำด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และภูมิศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราช
เนื้อหาชั้นล่าง แสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดี ประกอบด้วย
- ตู้ทรายแสดงภูมิประเทศนครศรีธรรมราช ในส่วนเดียวกันนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับปูชนียบุคคลของเมืองนครฯ ซึ่งมีทั้งปฐมกษัตริย์ของเมืองนครฯ โบราณ เจ้าเมือง พระภิกษุ พระเสื้อเมือง และโต๊ะครู (มุสลิม)
- ส่วนจัดแสดงสมัยก่อนประวัติศาสตร์
- การตั้งถิ่นฐานสมัยแรกเริ่มที่เริ่มมีการรับอิทธิพลจากต่างชาติ (ตะวันตก) การเป็นเมืองท่าโบราณบนคาบสมุทรมลายู
- เมืองนครฯ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย – รัตนโกสินทร์
- ประเพณี และสถานที่สำคัญในเมืองนครศรีธรรมราช
- การดำเนินงานของเทศบาลนครศรีธรรมราช
ชั้นบนของอาคารวีระไทย เป็นนิทรรศการที่เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ในเมืองนครฯ ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ พราหมณ์ และอิสลาม ทั้งประวัติการเข้ามาของแต่ละศาสนา และสถานที่สำคัญทางศาสนา นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินมาเมืองนครฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 16ครั้ง (นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ถึงปัจจุบัน)
อาคารเทิดไท้ราชินี เป็นอาคาร 2 ชั้น ที่สร้างขึ้นภายหลัง เนื้อหาที่จัดแสดงในอาคารนี้เป็นการขยายความเนื้อหามาจากนิทรรศการด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมาในอาคารวีระไทย โดยจะมีการใช้สื่อมัลติมีเดียและการจำลองบรรยากาศให้ผู้เข้าชมรู้สึกตื่นตาและเพลิดเพลินในการเข้าชม
ชั้นล่าง แบ่งออกเป็น
- ส่วนแรกที่พบคือโถงชมวีดีทัศน์ที่ม้านั่งเป็นการจำลองท้องเรือเดินสมุทร ทำให้ผู้เข้าชมจะรู้สึกประหนึ่งกำลังล่องเรือขณะรับชมวีดีทัศน์ (เก้าอี้ที่เป็นเรือเดินสมุทรจำลองนี้สามารถโยกได้) เนื้อหาของวีดีทัศน์คือเมืองท่าค้าขายทางทะเลในยุคพุทธศตวรรษที่ 18-19 เมื่อออกจากส่วนวีดีทัศน์นี้แล้วจะเข้าไปสู่ส่วนต่อไปคือ
- ส่วนจำลองบรรยากาศของเมืองท่าโบราณที่ประกอบไปด้วยส่วนจำลองท่าเรือ มีเรือพายที่อยู่ในพื้นที่ลำน้ำจำลอง คลังสินค้าจำลอง (มีหุ่นจำลองของพ่อค้ากำลังต่อรองราคาอยู่ด้านหน้า) และแผนที่เดินเรือสมัยโบราณ
- ศาสนาในเมืองนครฯ ประกอบด้วยศาสนาพุทธ พราหมณ์ อิสลาม และคริสต์ (ส่วนขยายเพิ่มเติมจากอาคารวีระไทย)
- มรดกทางวัฒนธรรมของนครฯ ซึ่งมีทั้งศิลปหัตถกรรม การละเล่น (โนราห์) และงานช่างท้องถิ่น (เครื่องถมเงิน ถมทอง)
ชั้นที่สอง ทางขึ้นเป็นทางลาดที่เอื้อให้กับผู้พิการสามารถเข็นรถขึ้นไปได้ (แต่ค่อนข้างชันจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก)
- ส่วนแรกที่เห็นคือนิทรรศการเกี่ยวกับนครแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ จัดแสดงเครื่องรางของขลัง (พระเครื่อง จตุคามรามเทพ พิธีกรรมในการปลุกเสกมวลสาร ฯลฯ นอกจากนี้ยังตั้งแสดงนางดาน ทั้ง 3 แผ่น ซึ่งตามปกติจะเก็บรักษาไว้ที่นี่ แต่ช่วงสงกรานต์ซึ่งมีพิธีแห่นางดานจะอัญเชิญออกไปประกอบพิธีที่หอพระอิศวรกลางเมืองนครศรีธรรมราช นางดานทั้ง 3แผ่น คือ พระอาทิตย์และพระจันทร์ พระแม่คงคา และพระแม่ธรณี
- ตู้เทิดพระเกียรติราชินี
- นิทรรศการหมุนเวียนเรื่องการสมโภชพระบฏนานาชาติ
- เหตุการณ์สำคัญของเมืองนคร คือเรื่องวาตภัยที่แหลมตะลุมพุกเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2525 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวไปกว่า 1,000 คน และบ้านเรือนในหมู่บ้านแหลมตะลุมพุกเสียหายทั้งหมด และอีกเหตุการณ์คือการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อ พ.ศ.2484
- นครศรีธรรมราชกับต่างชาติ แสดงหุ่นจำลองของชาวต่างชาติที่เข้ามาติดต่อสัมพันธ์กับเมืองนคร คือ อินเดียและลังกา ตะวันตก ญี่ปุ่น จีน อาหรับและเปอร์เซีย
- นครเมืองการศึกษา จัดแสดงเรื่องการจัดการศึกษาในเมืองนครฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่มุ่งเป้าเพื่อก้าวสู่สากล
สำหรับวันเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์เมือง คือ วันอังคาร-ศุกร์ 08.30-16.30 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. เบอร์ติดต่อ 075-358261 สามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (มิวเซียมไทยแลนด์, 2561)
ขอขอบคุณข้อมูลความรู้จากพิพิธภัณฑ์เมือง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’84 (ทุ่งท่าลาด) อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามภาพด้านล่างนี้



4. พุทธภูมิ (จำลอง) ณ สวนสาธารณะสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’84 (ทุ่งท่าลาด)
“พุทธภูมิ คือ สถานที่จำลอง” ที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้จัดเป็นอุทยานเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนาในพื้นที่ 25 ไร่ โดยประมาณ อยู่ทางทิศใต้ของ สวนสาธารณะสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’84 (ทุ่งท่าลาด) เมื่อปีพุทธศักราช 2549 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้จัดโครงการพุทธภูมิ เพื่อเฉลิมพระเกียรติขึ้นโดยฝ่ายบริหาร คือ นายกเทศมนตรีและฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สภาเทศบาลต่างเห็นชอบ อนุมัติโครงการอนุมัติงบประมาณ เพื่อการก่อสร้าง จำนวน 10 ล้านบาท โครงการนี้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายทันตามกำหนดเวลา 5 ธันวาคม 2549 และเปิดให้เยี่ยมชมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยมีพระพุทธสิรินครนาถ เฉลิมราชย์สัฏฐยานุสรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางลีลา ความสูง 4.99 เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธาน แห่งพุทธภูมิ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมระลีกถึงพระพุทธคุณ ก่อนที่จะเดินทางศึกษาเวชนียถสาน ได้แก่ ชาตสถาน ที่พระพุทธเจ้าประสูติ อภิสัมพุทธสถาน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา ปรินิพพุตสถาน ที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน


ประกอบไปด้วยสถานที่ทั้ง 5 ได้แก่
- พระพุทธสิรินครนาฎ เฉลิมราชย์สัฏฐยานุสรณ์
เป็นพระพุทธรูปปางลีลาความสูง 4.99 เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธาน แห่งพุทธภูมิ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมระลึกรู้พระพุทธคุณก่อนที่จะเดินทางศึกษาเวชนียสถาน ได้แก่ ชาตสถาน ที่พระพุทธเจ้าประอภิสัมพุทธสถาน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา ปรินิพพุตสถาน ที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
- ชาตสถาน ที่พระพุทธเจ้าประสูติ
ด้วยบุญญาบารมีแห่งพระมหาสัตว์ เมื่อมาจุติในครรภ์พระมารดามิได้เป็นที่คับแคบเหมือนดั่งสัตว์ทั้งปวง ทรงสถิตอยู่เป็นสุขเหมือนดั่งนั่งอยู่บนเตียงทองดุจมหาพรหม อันสถิตในวิมานแก้วพระกายก็มิได้แปดเปื้อนระคนด้วยอสุจิ กอปรด้วยสติสัมปชัญญะทราบ พระองค์พระมารดาก็มิได้เหน็ดเหนื่อยหนักพระอุทรเมื่อถึงกำหนดคลอดจากครรภ์มารดายืดพระบาทและพระหัตถ์ออกมาก่อนดุจธรรมกถึกลงจากธรรมาสน์บ่มิได้เกิดทุกขเวทนแก่พระองค์ พระมหาบุรุษลงเหยียบยังพื้นบ่ายพระพักตร์ไปทางทิศอุดรแล้วย่างพระบาทไปเจ็ดก้าวบนทิพยปทุมชาติเปล่งสุรเสียงว่า “อาตมานี้ประเสริฐยิ่งใหญ่หาผู้ประเสริฐเสมอมิได้และชาตินี้เป็นที่สุดแห่งอาตมา” ทั้งหมื่นโลกธาตุก็หวาดไหวเกิดโอกาสกว้างไปทั่วทั้งปวง
- อภิสัมพุทธสถาน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
สมเด็จพระมหาสัตว์เสด็จประทับเบื้องบนวชิรรัตนบัลลังก์บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกดำรงพระสติมั่นออกพระโอษฐ์ดำรัสพระสัตยาธิษฐานว่า
“ถ้ากมลสันดานแห่งอาตมาไม่พ้นอาสวิณลสกามคุณ ตราบใดถึงแม้นมาตรว่าหฤทัยและเนื้อหนังทั้งเอ็น อัฐ จะแห้งเหือดตลอดถึงเลือดและมันจนทั่วสรีรกายอาตมาก็มิได้ทำลาย ซี่งสมาธิบัลลังก์อันนี้เลยคงจะเพียรให้บรรลุเสวยพุทธภิเษกสมบัติชิรบัลลังก์อาสน์นี้ให้จงได้” ตั้งพระทัยหมายมั่นพระสัพพัญญุตญาณด้วยพระวิริยะมุ่งมั่นและบำเพ็ญบารมีถ้วนทุกประการ สามารถขจัดเสียซึ่งมารมีกิเลสมาร 14 มัจจุมาร 1 และเทวบุตรมาร 1 ล่วงกาลปัจฉิมยาม พิจารณาพระปฏิจจสมุปบาทแตกฉานสำเร็จพระสัพพัญญตญาณพร้อมกับมหัศจรรย์ทั้งปวง
- ธัมมจักกับปปวัตตนสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
พระสัพพัญญทรงพิจารณาเห็นสัตว์โลกที่พึงแนะนำได้ดั่งบัว 4 เหล่า คือ พร้อมจะบานวันนี้ 1 ดอก ดั่งเสมอจมน้ำจะบานพรุ่งนี้ 1 ดอก ใต้น้ำอีก 3 วัน จะบาน 1 และดอกพึ่งงอกจากเง่า 1 จึงเสด็จไปโปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงแสดงพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตรชี้ทางไม่ควร 2 ทาง คือ กามสุขัลลิกานุโยค คือ ปฏิบัติเอาแต่สะดวกสบายและอัตตกิลมถานุโยค คือ ทรมานตน ให้เกิดความลำบาก และชี้ทางปฏิบัติดำเนินโดยวิถีมัชฌิมปฏิบัติเห็นแจ้งในอริยสัจ 4 เป็นพระโกณฑัญญะ บรรลุพระโสดาปัตติผล เป็นพระเสขะบุคคลในพระศาสนาเป็นองค์แรก
- ปรินิพพุตสถาน ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณสั่งสอนเวไนยสัตว์ทรงประดิษฐานบริษัททั้ง 4 ทรงประกาศสัทธรรมล่วงเข้าพรรษาที่ 45 ทรงปลงอายุสังขารทรงมีปัจฉิมโอวาทว่า “ท่านทั้งหลายจงประกอบด้วยสติอย่าประมาทพึงกระทำซึ่งสิ่งเป็นที่พึ่งแก่อาตมา คือพระจตุปาริสุทธิ์สิลาจารเจริญสมถวิปัสสนากรรมฐานทุกสิ่งสมณธรรมเป็นอันดี” เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยานกุสินาราสมัยกาลวันวิสาขปุณมีราตรี ปัจจุบันสมัยอเนกมหัศจรรย์ก็บันดาลทั่วเมทนีดลสกลนภากาศ
สิ่งที่ได้จากการเยี่ยมชมพุทธภูมิ ได้แก่
- ได้อานิสงส์ของการบูชา ได้แก่ ผู้สักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจักบังเกิดผลสมปรารถนา, สักการะสถานที่ประสูติ จะได้ชีวิตดีมีหลักประกันได้ความเลิศประเสริฐสุด, สักการะสถานที่ตรัสรู้ จักได้ปัญญา ได้ความรู้แจ้ง ได้รับชัยชนะ, สักการะสถานที่ปฐมนิเทศนา จะได้บริวาร เปิดมิตรปิดศัตรู ปราศจากความวุ่นวาย ได้ดวงตาเห็นธรรม, สักการะสถานที่ปรินิพพาน จะได้อายุยืนยาว ป่วยหายได้มรดกยกฐานะ พ้นจากเครื่องเสียดแทงมุ่งร้ายทั้งปวง
- ศึกษาพุทธประวัติ โดยสัมผัสสถานที่จำลอง มองเห็นเรื่องราวได้ชัดเจน ตาเห็นสมองคิด ทำให้จำติดตาติดใจ
- ปฏิบัติธรรม เดินจงกรมสังเวชนียสถาน 4 ตำบล, ร่วมเวียนเทียนวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบูชา วันอาสาฬบูชา, ร่วมสวดมนต์ พังธรรมในโอกาสพิเศษต่างๆ
- ออกกำลังกาย พักผ่อน ตามแนวถนนรอบสังเวชนียสถาน ทำให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจเบิกบานแจ่มใส หรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจ สูดดมพันธุ์ไม้หอมนานาชนิดเย็นกายสบายใจ
หมายเหตุ นอกจากนี้ยังมีศาลาหลวงปู่ทวด และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ให้สักการะอยู่บริเวณติดกันด้วย

5. พระแม่กวนอิม ประติมากรรม หินแกรนิต ที่พุทธภูมิ
เพื่อเฉลิมฉลองปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกับ คุณสันติ อู่รังสิมาวงศ์และคณะ ได้จัดหาทุนสร้างพระแม่กวนอิมมาประดิษฐาน ณ บริเวณพุทธภูมิ (ทุ่งท่าลาด) โดยติดต่อสั่งทำพระแม่กวนอิมแกะสลักด้วยหินแกรนิตทั้งองค์ไม่มีรอยต่อ สูงรวมฐานดอกบัว 9.9 เมตร น้ำหนักประมาณ 80 ตัน มีองค์เทพโป้ยเซียน ประดิษฐานรอบฐาน พระแม่กวนอิม พระแม่กวนอิมได้รับการขนส่งจากเมืองเซียะเหมิน มณฑลฟูเจี๋ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน มาถึงนครศรีธรรมราช เมื่อ 21 มกราคม 2550 และประกอบพิธีอัญเชิญพระแม่กวนอิมขึ้นประดิษฐานบริเวณกลางน้ำด้านหลังวิหารสาลวโนทยาน เสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2550 งบประมาณ 9 ล้านบาท
โป้ยเซียน คือ ผู้วิเศษ
โป้ยเซียน คือ ผู้วิเศษตามความเชื่อในลัทธิบำเพ็ญธรรมจนบรรลุธรรมพิเศษแตกต่างกัน อยู่ร่วมกันเป็นคณะ มีจำนวน 8 ท่าน เป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยราชวงศ์ถัง อาศัยอยู่ด้วยกัน ณ หมู่เกาะหนึ่งในทะเลปั่ว มักได้รับการแสดงภาพเป็นกลุ่มบุคคล ที่นั่งเรือกลับจากงานประชุมท้อสวรรค์ ดังนี้
- หลีทิก๊วย – เซียนเกี่ยวกับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ปรารถนาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ
- ฮั่นเจ็งหลี – เซียนแห่งโชคลาภและการปกครอง ปรารถนาให้ค้าขายมีกำไร
- สื่อทงบิน – เซียนแห่งธุรกิจการค้า ปรารถนาให้ค้าขายมีกำไรร่ำรวยเป็นเศรษฐี
- เตียกั๋วเล้า – เซียนแห่งความมั่นคง สุขภาพ ปรารถนาให้มีเสน่ห์เป็นที่นิยมรักใคร่
- น่าไช่อั้ว – เซียนแห่งบุปผชาติ อุดมสมบูรณ์ ปรารถนาอารมณ์ศิลปินมีผู้คนนิยมชื่นชม
- ฮ่อเซียนโกว – เซียนแห่งคามดีงาม กตัญญู ปรารถนาให้มีอายุยืน ปัญญาดี มีรูปร่างงดงาม
- ฮั่นเชียงจือ – เซียนผู้หยั่งรู้ และเชี่ยวชาญการดนตรี ปรารถนาเป็นนักประพันธ์กวีที่มีชื่อเสียง
- เช่าก๊กภู๋ – เซียนแห่งยศถาบรรดาศักดิ์ ปรารถนาให้มีความซื่อสัตย์ มียศ มีอำนาจ
(เทศบาลนครนครศรีธรรมราช, 2566)

“สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด)” เป็นสวนสาธารณะที่มีทั้งสวนสัตว์เปิดให้ชม มีทะเลสาบที่ให้บริการเรือถีบ มีสถานที่พักผ่อน เดินออกกำลังกาย รวมถึงยังมีแหล่งให้ความรู้สำคัญของเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์โบราณนานมา นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เมือง ซึ่งหากท่านได้เข้าไปชมแล้วจะต้องประทับใจมิรู้ลืม รวมถึงยังมี พุทธภูมิ รวมพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า และยังเป็นแหล่งรวมร้านส้มตำอร่อย ๆ อีกด้วย สถานที่แห่งนี้จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทุกคนต้องไม่พลาดแวะเวียนไปเที่ยวชม
ข้อมูลอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2564). สวนสัตว์เปิดท่าลาด. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568. จาก https://thailandtourismdirectory.go.th/attraction/21190
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช (2564). เปิดแล้ว!! สวนสัตว์สะอาด “สวนสัตว์เปิดท่าลาด” เทศบาลนครนครศรีธรรมราข ฟื้นสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568. จาก https://www.facebook.com/watch/?v=432134274849103
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช. (2566). พุทธภูมิ (จำลอง) ณ สวนสาธารณะสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’84 (ทุ่งท่าลาด). สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จาก https://www.google.com/search?q=พุทธภูมิ+(จำลอง)+ณ+สวนสาธารณะสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’84+(ทุ่งท่าลาด).
เพจไปไหนไปกัน. (2567). ขอขอบคุณภาพถ่ายสวนสัตว์เปิดทุ่งท่าลาด. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568. จาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1013354793806760&set=pcb.1013355700473336
มิวเซียมไทยแลนด์. (2561). พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568. จาก https://www.museumthailand.com/th/museum/Phiphitthaphan-Mueang-Nakhon-Sri-Thammarat
Pichayanan. (2565). สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568. จาก https://th.trip.com/moments/detail/nakhon-si-thammarat-1447082-13548443/
Views: 1126

