ตำนาน "พลายจำเริญ"
พลายจำเริญ หรือ คชานุสรณ์ เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช ต้นฉบับบันทึกลงในกระดาษห่อใบชาที่เย็บติดรวมเป็นเล่ม เป็นเรื่องราวของช้างแสนรู้ซึ่งเคยมีตัวตนจริงๆ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบกันมาว่าช้างเชือกนี้มีความฉลาดและรู้ภาษามนุษย์ และเป็นช้างที่มีลักษณะต้องตามตำราคชลักษณ์ “ช้างเนียม” ซึ่งเป็นช้างสงคราม มีลักษณะเป็นมงคล คือ มีกายดำ นิล เล็บดำ ขนทวน และมีหางเป็นพวงยาวกวาดดิน ” ในหนังสือ “พระสมุดตำราแผนคชลักษณ์” ได้อธิบายลักษณะของช้างเนียมไว้ว่ารูปพระคชลักษณ์ช้างเนียม ๓ ประการ ๓ ช้าง ในนี้
ทีนี้ช้างเนียม ๔๒ ตัว รูปพระคชลักษณ์ตัวนี้มีนามชื่อว่า มณีจักร ราชาเนียมเอก มีพรรณลักษณะ สงสถานตนนั้นสั้นก็สั้นกว่าเนียมโท และงานั้นเป็นจาวมะพร้าว ยาวแต่สองนิ้วเข้ามาจนไพรปาก กล้าหาญนักทรงเสด็จราชา ชนะศัตรูทุกทิศแล
ทีนี้ช้างเนียมโท ๔๓ ตัว รูปพระคชลักษณ์ตัวนี้มีนามชื่อว่า มณีจักรราชาเนียมโท มีพรรณลักษณะสมบูรณ์ สงสถานตนนั้นสั้นก็สั้นพร้อม สั้นกว่าเนียมตรี แลงานั้นเป็นรูปไข่ยาวพ้นไพรปาก แต่ห้านิ้วเข้ามาจนสองนิ้ว กล้าหาญนักทรงเสด็จราชามีชัยชนะมากแล
ทีนี้ช้างเนียมตรี ๔๔ ตัวแล รูปพระคชลักษณ์ตัวนี้มีนามชื่อว่า มณีจักรราชาเนียมตรีเนียมเขม มีพรรณลักษณะสมบูรณ์ สงสถานตนนั้น สั้นก็สั้นพร้อมกว่าช้างทั้งปวง แลงานั้นเป็นรูปปลีกล้วย ยาวแต่หน้างวงเข้ามา ห้านิ้ว กล้าหาญนัก ทรงเสด็จราชา ชนะแก่ราชศัตรูทุกเมื่อแลถ้างายาวพ้นหน้างวงออกไป ๒ นิ้ว ออกไป ๔ นิ้วไซร้ มิได้ชื่อว่าเป็นช้างเนียม
พลายจำเริญ เป็นช้างของตระกูล ณ นคร ถือกำเนิดในใบบุญของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พร้อม หรือ หนูพร้อม) เกิดเมื่อปีขาล วันอังคาร เดือนห้า ในฐานโบสถ์ร้างวัดท่าช้าง เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้นกลัวว่าพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จะทรงโปรด จึงให้ถอนขนหางของลูกช้างให้เป็นหางช้างธรรมดา เพื่อจะได้ไม่ต้องส่งลูกช้างที่มีลักษณะดีไปยังกรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็ได้มอบให้ “ขุนทิพย์พิมล” นำไปเลี้ยงที่บ้านฉลอง ขุนทิพย์พิมล ได้มอบให้นายจันทร์เป็นผู้ฝึกหัด ครั้นลูกช้างโตขึ้นก็ให้ทำพิธีทำขวัญและตั้งชื่อว่า “พลายจำเริญ” ต่อมาเมื่อขุนทิพย์พิมลมีลูกสาวก็ให้ชื่อว่า “จำรัส” เพื่อให้คล้องจองกับชื่อ พลายจำเริญ วันหนึ่งขณะที่ขุนทิพย์พิมลนำพลายจำเริญไปเล่นน้ำที่คลอง ขุนทิพย์พิมล ว่ายน้ำจนเหนื่อยอ่อนจึงจมน้ำลงไป เมื่อพลายจำเริญเห็นได้ช่วยชีวิตไว้ โดยใช้งาช้อนร่างของขุนทิพย์ตั้งเหนืองานำกลับไปบ้าน ทุกคนต่างสรรเสริญความสามารถของพลายจำเริญ
ต่อมาพระยานครศรีธรรมราชได้มีสาสน์มายังขุนทิพย์ให้นำพลายจำเริญไปให้ดูขุนทิพย์พร้อมด้วยจำรัสลูกสาว และควาญช้างได้เดินทางออกจากบ้านฉลองมาหยุดพักที่บ้านเสาเภาแล้วเดินทางต่อมาจนถึงคลองพยิงก็พบกับช้างป่าตกมันเชือกหนึ่งออกมาขวางหน้า พลายจำเริญได้ถอยกลับมายังศาลาแล้วโซมลง ขุนทิพย์เข้าใจเจตนาจึงให้ทุกคนลงจากหลังช้าง และช่วยกันยกโวงลงมา ต่อจากนั้นพลายจำเริญก็พุ่งเข้าชนกับช้างป่า ช้างป่าถูกพลายจำเริญแทงเสียชีวิต ขุนทิพย์และควาญช่วยกันถอดช้างป่า แล้วจัดสิ่งของขึ้นหลังพลายจำเริญ เดินทางเข้าเมืองนครศรีธรรมราชเข้าเฝ้าเจ้าพระยานครศรีธรรมราช เมื่อเจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้พบกับพลายจำเริญ และทราบเรื่องราวต่างๆ ก็ให้รางวัลแก่ขุนทิพย์และควาญมากมาย หลังจากนั้นเมื่องานบวชบุตรชายของเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเสร็จสิ้นลง ขุนทิพย์ก็พาพลายจำเริญกลับไปบ้านที่ฉลอง
เมื่อถึงวันตรุษไทย (เดือนห้า) เมืองนครศรีธรรมราชจะมีการแห่พระทุกตำบล ขุนทิพย์และหมื่นเห็ด พาพลายจำเริญไปงานแห่พระที่อำเภอสิชล ขุนทิพย์เกิดทะเลาะกับพวกของนายเอียงและนายริด ขณะที่ดื่มสุรากันเมามาย ขุนทิพย์เห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงเรียกให้พลายจำเริญช่วย พลายจำเริญไล่แทงพวกนายเอียงและนายริดจนหนีไปสิ้น หลังจากนั้นขุนทิพย์ได้ประกาศว่าจะเล่นกีฬากับพลายจำเริญให้ประชาชนดู หมิ่นเห็ดพยายามห้ามปรามแต่ขุนทิพย์กำลังเมาสุราก็ไม่ยอมฟัง ได้ล้มตัวลงนอนแล้วเรียกให้พลายจำเริญแทงตน พลายจำเริญ แม้จะเมาสุราอยู่ก็ไม่ยอมทำตาม ขุนทิพย์อับอายชาวบ้านที่ทำไม่ได้อย่างที่พูด จึงใช้ขอสับพลายจำเริญและด่าด้วยคำหยาบคาย พลายจำเริญโกรธจึงลงงาแทงขุนทิพย์ถึงแก่ความตาย เมื่อพลายจำเริญได้สติก็ล้มตัวลงกลิ้งเกลือกทรายร้องไห้ และยกศพใส่งานำกลับไปบ้านของขุนทิพย์ พลายจำเริญ เมื่อแทงขุนทิพย์ตายก็มีแต่ความเศร้าสร้อยไม่ยอมกินน้ำกินหญ้า เมื่อถึงวันเผาศพของขุนทิพย์ ก็ซื้อไม้ฟันทิ้งไม่ยอมให้สุมไฟเผา ครั้นเมื่อกลับเข้าไปพูดจาขอร้องพลายจำเริญก็ยินยอมแต่โดยดี แต่ก็ยืนเฝ้าเชิงตะกอนไม่ยอมกินน้ำกินหญ้าอยู่หลายวันจนผอมลง
หลังจากขุนทิพย์พิมลเสียชีวิต เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ได้หาควาญคนใหม่ชื่อนายสมบุญ ชาวบ้านท่าศาลาให้เลี้ยงพลายจำเริญ มีอยู่คราวหนึ่งพลายจำเริญตกมัน นายสมบุญตามจับไม่ได้ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ได้ประกาศจ้างมาทำพิธีจับพลายจำเริญ พลายจำเริญได้แทงหมอช้างและช้างล่อตาย แต่ในที่สุดเมื่อนำช้างพังหงส์แม่ของพลายจำเริญมาล่อ ก็สามารถจับพลายจำเริญได้ นายสมบุญเลี้ยงพลายจำเริญได้ ๑๕ ปี ก็สิ้นชีวิต เจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้จัดหาควาญและคนเลี้ยงมาดูแลแทน แต่ถูกพลายจำเริญแทงตาย เนื่องจากให้พลายจำเริญทำงานหนักและพูดจาหยาบคาย เจ้าพระยานครศรีธรรมราช จึงจัดหาควาญคนใหม่มาดูแลแทนนานถึง ๑๐ ปี จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมตลาดทุ่งสงควาญฉีดนำพลายจำเริญไปรับจ้างขนผ้า โดยสัญญาว่าเมื่อกลับไปบ้านจะให้กินเหล้า แต่ควาญฉีดผิดสัญญาจึงถูกพลายจำเริญแทงตาย
เมื่อเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ถึงแก่อนิจกรรม พลายจำเริญก็ตกเป็นมรดกของพระเสน่หามนตรี บุตรเจ้าเมืองนครฯ พระเสน่หามนตรีได้สั่งให้นายจ่างไปจับพลายจำเริญ แต่ถูกพลายจำเริญแทงตาย ครั้นต่อมาจับได้ มอบให้ควาญช่วยชาวลานสกาดูแล เมื่อควาญช่วยตายก็ได้เปลี่ยนควาญอีกหลายคน จนในที่สุดเจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้ให้ควาญปาน ชาวบ้านโพรงหมี ตำบลท้ายสำเภา นำไปเลี้ยง ควาญผู้นี้ชอบเล่นการพนันจึงมักใส่ปลอกเท้าหน้าพลายจำเริญไว้ และปล่อยให้เที่ยวไปในป่า ในที่สุดพลายจำเริญก็ถูกช้างป่า ๒ เชือกรุมแทงล้มลงทับตอไม้ถึงแก่ความตาย
ตามรอย "คชานุสรณ์"
ปัจจุบันได้มีการจัดสร้างรูปปั้น “พลายจำเริญ” ช้างคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชไว้ 3 แห่ง ได้แก่ 1. บริเวณฐาน “คชานุสรณ์” หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2. สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ 3. อนุสรณ์สถานพลายจำเริญ(คชานุสรณ์) ณ จุดชมวิวบนนถนนเส้นทางตัดใหม่เขาพลายดำ-ขนอม โดยแต่ละแห่งสะท้อนเรื่องราวความสำคัญของพลายจำเริญที่เป็นอนุสรณ์และสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างช้างคู่เมืองกับชาวนครศรีธรรมราช ดังนี้
1. บริเวณฐาน “คชานุสรณ์” หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีเหตุการณ์สำคัญในปี พ.ศ. 2560 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ได้ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและเมื่อเข้าพักที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้ต้อนรับได้จัดพวงมาลัยคล้องอนุสาวรีย์ช้างที่หน้าจวนด้วย ท่านสงสัยว่าทำไมจะต้องคล้องพวงมาลัยช้างตัวนี้ เมื่อคณะผู้ต้อนรับแจ้งว่า ช้างนี้ชื่อพลายจำเริญเป็นช้างแสนรู้สำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช ท่านจึงให้ศึกษาเรื่องนี้เพื่อความกระจ่าง และบันทึกเหตุการณ์คู่บ้านคู่เมืองด้วย ต่อมาได้บูรณะปรับแต่งอนุสาวรีย์ช้างหน้าจวนให้ดูดีมีสง่าน่าสนใจยิ่งขึ้น และจัดทำคำ บรรยายไว้ที่ฐานเพื่อการศึกษา
และในห้องเก็บรักษาพิพิธภัณฑ์สำคัญของบ้านเมืองที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการเก็บรักษางาช้างไว้หลายคู่ และมีบางคู่สอดคล้องกับตำราคชลักษณ์ช้างเนียม คือ งาช้างประกอบคู่กันแล้ว ปลายงาจะโค้งเข้าหากันรีคล้ายรูปไข่ ในจำนวนเหล่านั้นว่ากันว่าเป็นงาของพลายจำเริญอยู่ด้วย
2. รูปปั้น “พลายจำเริญ” ภายในสวนสาธารณเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนพุทธภูมิ ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมือง รายล้อมด้วยเส้นทางออกกำลังกาย สนามกีฬา และบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน รูปปั้นพลายจำเริญเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงช้างแสนรู้คู่บ้านคู่เมืองนครฯ โดยตั้งอยู่ใกล้อนุสาวรีย์พลเอกเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ทำให้พื้นที่สวนแห่งนี้มีคุณค่าทั้งด้านการพักผ่อนและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
3. อนุสรณ์สถานพลายจำเริญ (คชานุสรณ์) ณ จุดชมวิวบนถนนเส้นทางตัดใหม่เขาพลายดำ-ขนอม ณ สถานที่นี้ได้มีพิธีเปิดรูปปั้นพลายจำเริญคชานุสรณ์ บริเวณจุดชมวิวริมถนนเลียบชายฝั่งทะเลสิชล-ขนอม ถนนสวยที่สุดของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิด และประกอบพิธีทางศาสนา มีพระราชวิสุทธิกวี เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานสงฆ์ รวมทั้งนายอำเภอสิชล นายอำเภอขนอม และประชาชนเข้าร่วมพิธี สำหรับการก่อสร้างอนุสรณ์ดังกล่าวเป็นการนำรูปปั้นพลายจำเริญ ช้างแสนรู้คู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชแต่โบราณ มาตั้งไว้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้
พลายจำเริญตกจากท้องแม่ เมื่อ พ.ศ.๒๓๘๒ มีอายุถึง พ.ศ.๒๔๗๙ เกิดและมีชีวิตในเมืองนครศรีธรรมราช ช่วงรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นช้างที่มีลักษณะต้องตามตำราคชลักษณ์ มีลักษณะเป็นมงคล เป็นช้างสำคัญคือ มีกายดำนิล เล็บดำ ขนทวน และมีหางเป็นพวงยาวลากดิน เชื่อกันว่าเป็นช้างที่รู้ภาษามนุษย์ เฉลียวฉลาดเท่ามนุษย์ จึงเป็นที่มาของช้างแสนรู้คู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช
อ้างอิง
Views: 6

