คลองท่าแพ กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน

คลองท่าแพ กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน

“บ้านท่าแพ” มาจากสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเป็นท่าน้ำขนาดใหญ่ มีแพและเรือมาจอดเทียบท่าค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง จึงเรียกว่า “ท่าแพ”

ชุมชนท่าแพ ตั้งอยู่ตำบลปากพูน อ.เมือง นครศรีธรรมราช ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปทางทิศเหนือเพียง 9 กิโลเมตร มีชัยภูมิเป็นเมืองอกแตก เนื่องจากตัวชุมชนเป็นจุดที่คลอง 3 สาย ได้แก่ คลองคอน คลองสันหยู และคลองน้ำแคบ ไหลมาบรรจบกันเป็นคลองท่าแพ ซึ่งจะไหลคดเคี้ยวลงไปสู่อ่าวไทย ลำน้ำคลองท่าแพ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวถึง 32 โค้ง

นายวุฒิ ถาวรพราหมณ์ เล่าว่าบริเวณริมคลองท่าแพ (คลองปากพูน) ซึ่งมีต้นน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชในท้องที่อำเภอพรหมคีรี นับเป็นสถานีการค้าสำคัญของตำบลปากพูน คนเฒ่าคนแก่เคยเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมบริเวณท่าน้ำมีแพและเรือจากท้องที่ต่างๆ มาชุมนุมซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคักเป็นประจำทุกวัน เช่น จากบ้านนอกท่า บ้านพรหมโลก (อำเภอพรหมคีรี) บ้านในถุ้ง บ้านหน้าทัพ (อำเภอท่าศาลา) บ้านปากพญา บ้านท่าซัก (อำเภอเมือง) บ้านบางวำ บ้านเปียะ (อำเภอปากพนัง) เป็นต้น ทำให้คลองนี้ มีชีวิตชีวาทั้งวัน

  1. หลวงปู่ทวด กับคลองท่าแพถือว่ามีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน หากย้อนกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตรงกับสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากตำนานการอุปสมบทของหลวงปู่ทวดหรือสมเด็จเจ้าพระโคะ (หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี) ซึ่งเป็นตำนานที่อธิบายที่มาของคำว่า “ท่าแพ” ที่มีความเชื่อมโยงกับการอุปสมบทโดยการใช้เรือ ได้แก่ เรือมาดตะเคียน เรือมาดพะยอม เรือมาดยาง มาต่อกันเป็นแพที่เรียกว่า “อุทกสีมา” เพื่อบวชสมเด็จเจ้าพะโคะ โดยมีพระขุนลก เป็นธุระจัดการอุปสมบทให้ มีพระมหาเถรปิยทสสีเป็นพระอุปัชฌาย์ ณ บริเวณคลองท่าแพ อุทกสีมา หมายถึง การบวชกลางลำน้ำ โดยผูกกันเป็นแพ หากการบวชสงฆ์ในอาราม เรียกว่า พัทธสีมา สามเณรปู (ชื่อเดิมหลวงปู่ทวด) บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดกุฏีหลวง (วัดดีหลวงปัจจุบัน อ.ระโนด จ.สงขลา) กับอาจารย์จวงผู้เป็นลุง แล้วเข้ามาศึกษาต่อกับพระครูกาเดิม ณ วัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช เมื่ออายุครบ 20 ปี อุปสมบทเป็นพระ ในปี พ.ศ.2145 โดยมีฉายาว่า “เจ้าสามิราม” หรือ “สามีราโม”  

2. สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาชุมชนท่าแพเลยก็คือ การไปย้อนรอยตามประวัติศาสตร์ และเคารพอนุสรณ์วีรไทยหรือที่รู้จักกันในนามอนุสรณ์พ่อจ่าดำ โดยอนุสรณ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญ ความสามัคคี และความเสียสละของวีรชนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองกําลังทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกตามจังหวัดต่างๆ รวม 7 จังหวัดที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย ในช่วงรุ่งสางของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 โดยฝั่งญี่ปุ่นให้เหตุผลว่ากองทัพญี่ปุ่น จะขอใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อข้ามเข้าไปตีดินแดนมลายูและอินเดีย ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

ภาพอดีตสะพานท่าแพถูกทำลายเมือ ญี่ปุ่นบุกท่าแพ เมื่อ 8 ธค.2484 ภาพจากร้าน “น้ำชาลุงพล” ตลาดท่าแพ ภาพปัจจุบันถ่ายเมื่อ ม.ค.2555

สำหรับการยกพลขึ้นบกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งนั้น กองกําลังประเทศญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่ตลาดท่าแพและได้ทำการต่อสู้กับกองกําลังทหารในบริเวณชุมชนท่าแพเกิดเป็นวีรบุรุษที่ชาวบ้านเคารพคือ พ่อจ่าดํา ซึ่งเป็นตัวแทนของทหารกล้าที่ยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวกับกองทัพญี่ปุ่นอันเกรียงไกรถึงแม้ว่าทางฝ่ายไทยจะเป็นรองทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นอย่างมากก็ตาม

3. คลองท่าแพ เส้นทางทางน้ำสายนี้ ยังคงเป็นเส้นทางเดียวกับครั้งเมื่อสมัยเมื่อล้นเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จทางชลมารคโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี เพื่อเสด็จประพาสแหลมมลายูและพักผ่อนกริยาตามพระราชอัธยาศัย เสด็จเข้ามาทางคลองท่าแพ จังหวัดนครศรีธรรมราช

(ภาพซ้าย) ครั้งเมื่อ ร.5 เสด็จเข้ามาทางคลองท่าแพ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ (ภาพขวา) เป็นภาพที่ ร.5 ทรงถ่ายคหปตานีและราษฎรในเมืองนครศรีธรรมราช (อ้างอิงภาพจากหอจดหมายเหตุ)

ในอดีตการเดินทาง โดยสารด้วยเรือผ่านแม่น้ำลำคลองเป็นหลัก พื้นที่ใดที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลอง พื้นที่นั้นจะมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นชุมชนใหม่ คลองท่าแพก็เช่นกัน วิถีชีวิตของชุมชนคลองท่าแพ อาชีพหลักที่มีมาตั้งแต่โบราณ ได้แก่ อาชีพประมง การค้าขายทางเรือ วิถีชีวิตของคนบนฝั่ง หลังจากเสร็จงานประจำวัน ก็มานั่ง ถักแห ถักอวน ตากปลาแห้ง ทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ เมื่อมีการเดินทางค้าขาย มีสินค้ามาจำหน่าย ทำให้มีตลาด ชุมชนท่าแพ มีตลาดเก่าแก่ร้อยปี ชื่อว่าตลาดท่าแพ มีอาหารพื้นบ้าน ขนมอร่อยๆ ให้เลือกซื้อ เลือกทานมากมาย ห่างจากตลาดไม่เกิน 50 เมตร มีชุมชนมุสลิม จะเห็นความงดงามของมัสยิดการุ้ลมุสลิมีน ประจำชุมชนท่าแพ ติดกับคลองท่าแพ มีวัดท่าแพ ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่ทวดเคยอุปสมบท โดยผูกเรือมาดเป็นแพขึ้นกลางน้ำ เรียกว่า อุทกสีมา ณ ท่าน้ำหน้าวัดท่าแพ (ในปัจจุบัน)

ด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่แปลกกว่าที่อื่น คือ อุโมงค์ป่าโกงกาง ตั้งอยู่ในคลองท่าแพของพื้นที่หมู่ 4 คลองที่ไหลเชื่อมวิถีชีวิตของชาวประมงปากพูนออกสู่ท้องทะเลอ่าวไทย อุโมงค์ป่าโกงกางมีระยะทางสั้นๆ เพียงหนึ่งกิโลเมตร หากตลอดเส้นทางไม่เพียงจะมีทิวทัศน์น่าตื่นตาจากทิวต้นโกงกางที่กิ่งก้านของมันโน้มเข้าหากันจนดูคล้ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ หากที่นี่ยังเต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากชนิด และวิถีชาวประมงที่พึ่งพิงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยพื้นที่เป็นป่าโกงกางอันงดงามและอุดมสมบูรณ์ได้รับขนานนามว่า ป่าอเมซอนเมืองไทย วิธีการเดียวที่จะชื่นชมอุโมงค์แห่งนี้คือการโดยสารเรือของชาวบ้าน ซึ่งมีให้บริการนำเที่ยว ที่ท่าเรือซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดท่าแพ ทริปล่องเรือจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ลัดเลาะไปตามคลองท่าแพ ตัดผ่านหมู่บ้าน เข้าสู่อุโมงค์ป่าโกงกาง ก่อนออกสู่ปากอ่าวปากพูน

คลองท่าแพ ในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย การท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ คืออุโมงค์ป่าโกงกาง แต่ในความเรียบง่าย ธรรมดาๆ นี้ ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจ มีทั้งกลิ่นอายของการสู้รบ และความสงบจากเกจิอาจารย์ที่ผู้คนทางภาคใต้ให้ความนับถือ และที่นี่ เคยเป็นสถานที่การเสด็จเยือนภาคใต้ของเสด็จพ่อ ร.5 อีกด้วย

ประไพพิมพ์ พานิชสมัย. ล่องลำน้ำ 32 คด พบความหมาย ที่เมืองสองธรรม. สืบค้นจาก https://travel-thapair.blogspot.com/

Komol. ภาพแปะฟ้าช่วง”ท่าแพ (ตำบลหอกโมกข์)-อ้อมค่าย-พัฒนาการคูขวาง”. สืบค้นจาก https://www.gotonakhon.com/?p=9676

ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์. (2541). บ้านท่าแพ. สารนครศรีธรรมราช, 28(7), 22-25.

เส้นทางแห่งความสุขในชุมชนริมป่าอเมซอนเมืองนคร สำรวจ 5 พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ทำให้คุณอิ่มท้อง อิ่มสมอง อิ่มใจในปากพูน. สืบค้นจาก https://wecitizensthailand.com/เส้นทางแห่งความสุขในชุ/

ชุมชนท่าแพ นครศรีธรรมราช เที่ยวสไตล์ One day trip. สืบค้นจาก https://nakhonsidee.com/show/read/2/95

Views: 1388

Comments

comments

Leave a Reply

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.