นกกรงหัวจุก นกปรอดหัวโขน หรือ นกปรอดหัวจุกอยู่ในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ในประเทศไทยพบได้ 36 ชนิด เป็นนกขนาดเล็ก ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 20 เซนติเมตร ที่มีสีสันสวยงามและเสียงร้องไพเราะ ขนเป็นหน่อตั้งอยู่บนหัวสูงขึ้นไปเหมือนหัวโขน อันเป็นที่มาของชื่อ นกกรงหัวจุก พบกระจายอยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก
https://th.wikipedia.org/wiki/นกปลอดหัวโขน
ภาคใต้เป็นแห่งแรกที่เริ่มเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยนกกรงหัวจุกมีรูปร่างมีสีสันสวยงามและมีเสียงที่ไพเราะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนก จึงมักมีผู้นำนกไปเลี้ยงภายในบ้านเพื่อสันทนาการและฟังเสียงเสียงอันไพเราะอยู่เสมอ ซึ่งพบได้ทั่วไปตามบ้านเรือนและชุมชนเมืองของทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากค่านิยมที่ชอบเลี้ยงนกกรงหัวจุกกันมากขึ้นตามลำดับ ต่อมากลุ่มคนเลี้ยงนกกรงหัวจุกจึงได้ริเริ่มรวมกลุ่มกันภายในจังหวัดเพื่อคิดค้นกติกาเพื่อการประกวดแข่งขันกรงหัวจุกขึ้นโดยยึดเอาสำนวนเพลงร้องของนกภาคใต้มาเป็นมาตรฐาน พื่อเป็นกิจกรรมสันทนาการและแลกเปลี่ยนความรู้การเลี้ยงนกหัวจุกขึ้น อีกทั้งยังหาแนวทางในการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกเพื่อมิให้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย ซึ่งตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 17 ให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้
การแข่งขันนกกรุงหัวจุก
การแข่งนกกรงหัวจุกทางจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบันทุกอำเภอจะนิยมนำนกที่เลี้ยงมาแข่งขันกันทุกสัปดาห์ เพื่อมานับดอกหรือประชันน้ำเสียงกัน เพื่อทดสอบนกที่ตนเองเลี้ยงและฝึกฝนมากับมือไปทดสอบที่ราวแข่งขัน ถ้าหากนกตัวเองติดรางวัลก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการเลี้ยงนก หรือถ้าติดรางวัลหัวอับดับที่ 1-3 รายการใหญ่ ๆ ก็จะทำให้นกและเจ้าของมีชื่อเสียงไปด้วย ซึ่งจากการสอบถามกลุ่มผู้เลี้ยงนกบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา ซึ่งเป็นอำเภออันดับต้น ๆ ของจังหวัดที่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกมากที่สุด ซึ่งค่านิยมในการเลี้ยงนกของผู้รักนกกรงหัวจุกหลายๆ ท่าน ก็ได้คำตอบที่ไม่เหมือนกัน คือบางคนเลี้ยงเพื่อการขายหรือเชิงพาณิชย์ และบางคนเลี้ยงเพื่อการแข่งขัน สำหรับผู้เลี้ยงนกเพื่อการแข่งขันได้ข้อมูลว่ากว่าจะเลี้ยงนกที่สามารถแข่งขันได้หรือได้นกที่ถูกใจมันต้องใช้ระยะนาน แม้ใครมาเสนอราคาขอซื้อในหลักหมื่นหลักแสนก็จะไม่ขายเพราะมีความรักความผูกพันธ์เสมือนเป็นบุคคลหนึ่งในครอบครัว และขั้นตอนการเลี้ยงนกของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งพอสรุปเป็นแนวทางได้คือเริ่มตั้งแต่การหานก (คัดนกมาเลี้ยง) สูตรการให้อาหารหลักอาหารบำรุงนก มินตามินแร่ธาตุต่าง ๆ การตากแดดนก การอาบน้ำนก ตลอดจนการไล่นกให้แข็งแรง เพื่อมีพละกำลังในการแข่งขัน ซึ่งแหล่งที่ซื้อนกส่วนใหญ่มีกระจายอยู่หลายแหล่ง กระจายอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ แหล่งจำหน่ายนกที่ถูกกฎหมายและใหญ่ที่สุดในจังหวัดคือ ซอยเพนียด ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งมีจำหน่ายตั้งแต่ลูกนกป้อน นกป่า และนกเพาะพันธ์ุจากฟาร์ม ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับสมบูรณ์ความสวยและการร้องของนก จากข้อมูลพบว่าเหตุผลของคนที่ชอบเลี้ยงนกกรงหัวจุกส่วนใหญ่ได้คำตอบไปในแนวทางเดียวกันคือมีความรักความผูกพันธ์ระหว่างคนกับนก เพราะเมื่อเลี้ยงแล้วก็ต้องทะนุถนอมอย่างดี อีกทั้งนกกรงหัวจุกยังมีความงดงามในรูปร่างลีลาเป็นนกขนาดเล็กที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียว มีสีสันสวยงาม สำนวนเพลงร้อง ถ้าฟังกันให้ดี แต่ละเพลงที่นกร้องออกมา จะไม่ค่อยซ้ำกัน หมุนเวียนกันไป ทำให้ฟังไม่เบื่อ ยิ่งเมื่อนกอยู่ในกรงที่สวยงาม และกระโดดโลดเต้นไปตามลีลาอันเป็นธรรมชาติ ก็จะยิ่งน่าดู เป็นการสร้างความประทับใจและสบายใจให้กับเจ้าของอย่างมาก และการไปแข่งนกก็ถือได้ว่าไปหาความเพลิดเพลิน พักผ่อน พบปะเพื่อนฝูงในวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ดี
ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันนกกรงหัวจุกมีหลายประเภท เช่น 4 ยก 8 ดอก, 4 ยก 12 ดอก, สากล, เสียงทอง, 4G, 3G เป็นต้น
แต่ที่ได้รับความนิยมจะมี 3 ประเภทได้แก่
1. การแข่งขับประเภทนับดอก (4 ยก 8 ดอก)
การแข่งขันประเภทนี้นกจะต้องร้องเพลงให้ได้ติดต่อกัน 3 พยางค์หรือมากกว่านั้น ซึ่งสำนวนนกที่พบในปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สำนวนสั้น (เพลงสั้น) เพราะเป็นเพลงสั้น 3 – 4 พยางค์ เช่น ฟิก – ฟี – เลี่ยว ฉก – ฟิก – ฟี – เลี่ยว ฟิก – ฟี – กว่อ ฟิก – ไกว๊ – หย่อ สำนวนกลาง (เพลงกลาง) เป็นเพลง 5 – 6 พยางค์ เช่น ฉก – ฟิก – ฟอ – ฟี้ – เลี่ยว หรือ ฉก – ฟิก – ฟี – เลี่ยว ฟิก – ฉก – ฟิก – ไกว๊ – หย่อ สำนวนยาว (เพลงยาว) เป็นไพเราะมาก เพราะร้องได้ถึง 7 – 9 พยางค์ ปัจจุบันจะหาฟังได้ค่อนข้างยาก เช่น ฉก – ฟิก – ฟอ – ฟี้ – เลี่ยว – ฉก – ฟิก – ฟอ – ฟี้ – เลี่ยว หรือ ฟิก – ฉก – ฟิก – ฟอ – ลิ – ติ – กว่อ ฟิก – ฉก – ฟิก – ฟอ – ลิก – ฟี้ – เลี่ยว ซึ่งการแข่งขันนกจะต้องร้องตามเพลงที่กล่าวมาข้างต้นแตกต่างไม่ซ้ำกันในแต่ละพยางค์ ถึงจะผ่านการคัดเลือกและได้คะแนน ถ้านกร้อง 1 พยางค์หรือ 2 พยางค์จะเป็นเพลงเรียกนกจะไม่มีการนับดอก เช่น ควิก – ควิก ฟิด – เฟี่ยว ฉก – ฉก ปิ๊ด – ปิ๊ด ฉก – ฟิก ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการร้องที่มีการนับสำนวน ไม่เป็นเพลง ไม่มีเสียงสูง – ต่ำ และในแต่ละคำไม่ถึง 3 พยางค์ การแข่งประเภทนี้จะแข่งทั้้งหมด 2 รอบ คือรอบที่ 1 จะคัดนกที่มีเสียงร้องและพยางค์ตรงกับกฎที่ตั่งไว้จึงจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้
กติกาการแข่งขันนกกรงหัวจุกประเภทนับดอก (4 ยก 8 ดอก)
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ยกคัดนก และ รอบชิงชนะเลิศ
นกร้อง 3 พยางค์ชัดเจนหรือมากกว่านั้น นับ 1 คะแนน
ในรอบคัดนก ทางผู้จัดจะใช้ราวทั้งหมด คือ 1 ล็อค แขวนนกทั้งหมด 4 แถว เท่ากัน 16 ตัว ภายใน 4 ยก ซึ่งจะมีบัตรแขวนติดกับกรงนกที่ลงแข่งขันโดยทำเป็นตารางจำนวน 4 ช่อง ซึ่งกรรมการจะเดินให้คะแนนตั้งแต่ยกที่ 1-4 ครบทุกนก หากนกที่ทำการแข่งขันร้องครบ 8 ดอก ภายใน 4 ยก หรือสรุปง่าย ๆ คือนกที่ทำการแข่งขันหากร้องครบ 8 ดอกแล้วไม่ว่าจะเป็นยกใดก็ตาม กรรมการจะทำการพับบัตรเพื่อรอเข้าชิงทันที หากนกท่านใด ไม่ถึง 8 ดอก จะถูกคัดออก โดยกรรมการจะเป็นผู้ยกนกลงให้เอง เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
การให้คะแนน
-เพลง 3 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
-เพลง 4 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
-เพลง 5 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
-เพลง 6 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
-เพลง 7 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
-เพลง 8 พยางค์ ได้ 1 คะแนน
*กรณีนกริก* (นกสำนวนพิเศษที่คิกจัดแล้วร้องข่มคู่) ในยกคัดนก พับเบอร์รอเข้ารอบชิง และกรณีเพลงเบิ้ล อยู่ที่ดุลยพินิจของกรรมการกติกาของภาคใต้ อาจจะไม่เหมือนกับกติกาของทั่วไปบ้าง ซึ่งเป็นกติกาที่ใช้กันมาโดยตลอดที่สำคัญกรรมการสามารถชี้แจงเหตุผลให้กับเจ้าของนกได้ทราบว่า นกมีเพลงเบิ้ลชัดเจนมากแค่ไหนโดยทั่วไป นกร้องเพลงยาว มักมีปัญหา เพราะเจ้าของนกมักบอกว่า “นกมีเพลงเบิ้ล” ส่วนนกร้องเพลงสั้น ต้องเป็น 3 พยางค์ขึ้นไป หากเป็นเพียงการบ่น จะไม่ได้คะแนน ในรอบชิง ทางผู้จัดจะใช้ราวเพียงสองแถว แขวนราวคู่ใน 1 คือ 1 ล็อค แขวนนกทั้งหมด 2 แถว เท่ากัน 8 ตัว กรรมการจะเข้าให้คะแนนนกครั้งละ 2 ตัวซ้าย – ขวา ซึ่งจะเริ่มจากหัวแถวทางด้านไหนกรรมการทำการเสี่ยงว่าข้างไหนจะได้นับก่อน ในรอบชิงนกที่ร้องคะแนนรวมมากที่สุดจะเป็นนกที่ชนะเลิศแล้วเรียงลำดับดอกนกที่ร้อง หากนกร้องดอกเท่ากันให้ทำการให้คะแนนใหม่จนสามารถเรียงลำดับการให้รางวัลได้
2. การแข่งขันแบบสากล
การแข่งขันแบบนี้จะเป็นการแข่งเพื่อคัดเลือกนก โดยจะตัดสินจากการต่อสู้ของนก คือสามารถต่อสู้หรือตอบโต้กับตัวอื่นได้หรือไม่ โดยการแข่งประเภทนี้จะแข่งทั้งหมด 3 ยก ยกที่ 1-2 กรรมการจะดูว่านกมีการต่อสู้กับนกตัวอื่นมากน้อยแค่ไหน ส่วนยกที่ 3 จะนับจากเสียงร้องและพยางค์ที่จะต้องมากกว่า 3 พยางค์ขึ้นไปถึงจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

กติกาการแข่งขันแบบสากล
การแข่งขันนกแบบสากลจะเป็นการให้คะแนนนกที่มีการอาการสู้และร้องอีดเป็นหลัก โดยยกที่ 1-2 กรรมการเข้าขันแล้วจะดูว่านกร้องต่อสู้กับตัวอื่นหรือไม่ถ้านกที่นำมาแข่งร้องดีใจสู้เต็ม 100 ถือว่าเข้ารอบต่อไป คือรอบที่ 2 ในรอบที่ 2 หากนกมีใจสู้และร้องก็เข้ารอบที่ 3 เพื่อชิงชนะเลิศได้ ส่วนนกที่ไม่มีอาการสู้นกหรือไม่ร้องก็จะถูกคัดตกรอบไปเหมือนรอบที่ 1 พอมาถึงยกที่ 3 กรรมการจะเข้ามาตัดสิน 2 คน เพื่อลงความเห็นในการให้คะแนนและเพื่อความสบายใจของเจ้าของนกและความโปร่งใสและชัดเจนในตัวของคณะกรรมการตัดสิน
การให้คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ คะแนนเต็ม 50
– ร้องสำนวน 20 คะแนน
– น้ำเสียง 15 คะแนน
– ลีลาท่าทาง 5 คะแนน
– ร้องทน 5 คะแนน
– ร้องริก 5 คะแนน
นกตัวใดมีจำนวนคะแนนมากที่สุด ถือเป็นผู้ชนะ เรียงตามลำดับตามรางวัลในการแข่งขันในแต่ละครั้งเช่นเดียวกับการแข่งนับดอก
3. การแข่งขันประเภทนกเสียงทอง
การแข่งประเภทนี้กรรมการจะตัดสินจากน้ำเสียงของนก การเปิดเพลงร้องแบบสั้น-ยาว เเละความไพเราะจากเพลงนกที่เปิดเสียงร้องของแต่ละตัว โดยจะมีคะแนนตัดสินจากน้ำเสียง 25-30 คะแนน และสำนวนความไพเราะ 15-20 คะแนน หรืออยู่ที่กติกาที่ตั้งกับไว้ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนกที่เข้าร่วมการแข่งขันประเภทนี้นับว่าเป็นนกที่ค่าตัวค่อนข้างสูงมากเพราะมีน้ำเสียงที่ใหญ่ มีเพลงนกที่ยาวและไพเราะนกแต่ละตัวที่นำมาแข่งเรื่องราคานี้ไม่ต้องพูดถึงเลยมีตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงราคาหลักแสน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

กติการแข่งขันประเภทเสียงทอง
การให้คะแนนในการแข่งเสียงทอง คะแนนเต็ม 50
– น้ำเสียง 30 คะแนน
– การวางคำสำนวน 20 คะแนน
รอบชิงชนะเลิศกรรมการแต่ละคนจะใช้วิธีเดินรอบสนามหรือราวนกเพื่อให้คะแนนหลายๆ รอบจนครบหมดทุกตัวในการตัดสินรอบแรกจะดูนกที่ร้องก่อนตัวอื่นๆ โดยเดินวนตามหลังกันเว้นระยะห่างพอประมาณไปในทิศทางเดียวกัน ใช้ระยะเวลาในการเดินให้คะแนนคนละเท่าๆ กันคือ 1 นาทีต่อ 1 ล๊อก ดูนกประมาณ 3 ตัว เมื่อพบนกตัวใดร้องก็จะจัดการให้คะแนนตามแบบฟอร์มโดยจะดูลักษณะการ ร้อง (เสียงร้อง) และลีลาการ ร้องประกอบกัน ส่วนนกที่ไม่ร้องในการเดินรอบแรก กรรมการก็จะยังไม่ให้คะแนน แต่ในรอบที่ 2 กรรมการจะต้องให้คะแนนนกให้ครบทุกตัวแม้ว่าจะไม่ร้องก็ตาม เมื่อกรรมการแต่ละท่านตัดสินนกจนครบทุกตัวก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการให้คะแนน และสรุปผลการตัดสินจากคะแนนรวม นกตัวที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รางวัลชนะเลิศ

การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเพื่อนันทนาการ
การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเพื่อนันทนาการ คนที่เลี้ยงนกที่มิได้แข่งขันก็มีจำนวนไม่น้อย ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เลี้ยงเพื่อฟังเสียงอันไพเราะของนกกรงหัวจุกที่ร้อง หรือเพาะขยายพันธุ์นกในถิ่นเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์นกไม่ให้สูญพันธุ์หรือเลี้ยงเชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายอย่างเดียว นอกจากได้ผ่อนคลายและได้ทำในสิ่งที่ชอบ เช่น มีกรรมวิธีการเลี้ยงมากมายเกิดจากการรวมกลุ่มของผู้ที่ชอบในการเลี้ยงนกกรงหัวจุกชาวบ้านจะรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก เพื่อการประกวด หรือเพื่อการค้าขาย นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกันจัดการแข่งขันนกกรงหัวจุกเพื่อการกุศลเพื่อจัดหารายได้ช่วยเหลือกิจกรรมส่วนรวมหรือสาธารณกุศลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การแข่งนกกรงหัวจุก ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นกีฬา เพราะเจ้าของก็ต้องลงสนามคู่กับนกด้วยโดยผู้เลี้ยงต้องหาวิธีการเลี้ยงนก เทคนิคการฝึกนกเพื่อให้ได้นกที่เก่ง แล้วนำมาประชันกันที่สนามแข่งขัน เพราะปัจจุบันทางภาคใต้นิยมจัดรางวัลเป็นของใช้ เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์สี หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลม รถจักรยาน หรือมีการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ที่ชิงรางวัลเงินสดหลักหมื่นหลักแสน พร้อมถ้วยรางวัล พร้อมถ้วยรางวัลระดับพระราชทานหรือถ้วยระดับอาเซียน ถ้านกแแข่งได้รางวัลเหล่านี้กลับบ้าน ก็จะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว นอกจากการเลี้ยงนกเพื่อการแข่งขันและเพื่อการพาณิชย์แล้ว ในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่บ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลายังเป็นแหล่งใหญ่สุดในจังหวัดที่ผลิตกรงนกหัวจุกขายกันเป็นอาชีพหลัก ซึ่งพบเห็นร้านขายกรงนกบริเวณสองข้างทางบนถนน สายนครศรีธรรมราช – สุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจปีละหลายล้านบาท เพราะราคากรงที่ทำจากช่างดังหรือช่างมีฝีมือในวงการภายในจังหวัด ก็จะมีราคาเริ่มตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว
แหล่งที่มา
https://www.oocities.org/homefoy/Foy09.html
https://nokhuajoktha-it.blogspot.com/2015/06/4-8.html
Views: 5141

