นครศรีธรรมราชเมืองเก่าแก่บนคาบสมุทรภาคใต้ มีประวัติการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช นับเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์สถานที่หนึ่ง มีการบูรณะกำแพงเมือง ต่อเนื่องกันมาหลายครั้งและทุกครั้งก็พยายามที่จะรักษาแนวกำแพงเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้จะระบุเวลาที่แน่ชัดของการสร้าง กำแพงเมืองไม่ได้แต่ก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุไว้ให้เห็น
- หนังสือตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช “… เกนตั้งค่ายลงมั่น แล้วเกนทำนาทำไร่ แลเกนทำอิฐปูนก่อกำแพงเมืองรอบแล้ว ก่อพระมหาธาตุขึ้น…”
- รวมเรื่องเมืองนครศรีธรรมราช “…สำหรับกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ เป็นของสร้างขึ้นใหม่ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือโปรดให้ก่อสร้างขึ้นตามแบบอย่างของช่างฝรั่งเศส และได้ซ่อมครั้งสุดท้ายเมื่อรัชกาลที่ 2 …”
- จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 “…เมืองนี้กำแพงยังมีอยู่รอบ แต่มีบริบูรณ์ดีที่สุดอยู่ทางด้านประตูไชยใกล้พลับพลานี้คือมีตลอดจนถึงใบเสมา ข้างในมีเชิงเทินดินแน่นหนาดี … ตลาดร้านรวงมีอยู่พร้อมภายในกำแพง
- สถานที่ตั้ง ถนนมุมป้อม ริมคลองหน้าเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานที่ใกล้เคียง กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
- ทิศเหนือ ศาลาประดู่หก สนามหน้าเมือง ศาลหลักเมือง ตลาดแขก มัสยิดซอลาฮุดดีน
- ทิศใต้ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช วัดเสมาเมือง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ศาสนสถานพราหมณ์ หอพระอิศวร เสาชิงช้า หอพระนารายณ์
กำแพงเมือง มรดกทางประวัติศาสตร์ ของเมืองนครศรีธรรมราช สันนิษฐานว่าเดิมเป็นกำแพงดินสร้างในสมัยศรีวิชัย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ปรับปรุงกำแพงดินให้เป็นกำแพงก่ออิฐฉาบปูนมีใบเสมาและตั้งฐานปืนใหญ่ เพื่อให้เป็นป้อมปราการที่แข็งแรง ตามอิทธิพลยุโรป โดยเดอ ลามาร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศส มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านแคบอยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ ด้านยาวอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แนวกำแพงเมืองด้านเหนือได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตลอดแนวเลียบถนนมุมป้อมและถนนประตูชัย
- ทิศเหนือเลียบถนนมุมป้อมและถนนประตูชัย
- ทิศตะวันออกเป็นแนวถนนศรีธรรมโศก
- ทิศใต้เป็นแนวถนนชลวิถีและถนนประตูชัยใต้
- ทิศตะวันตกเป็นแนวถนนศรีธรรมราช
ป้อมและประตูเมือง หลักฐานทางเอกสารบอกว่ามีป้อมปรากฏอยู่ตามมุมกำแพงเมืองทั้ง 4 มุม และบริเวณกลางแนวกำแพงเมืองทั้ง 4 ด้าน ดังนั้นกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชจึงมีป้อมอยู่โดยรอบทั้งหมด 8 ป้อม ปัจจุบันป้อมทั้ง 8 ได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว และไม่มีหลักฐานชัดเจนที่บอกตำแหน่งประตูเมือง จากการสันนิษฐานโดยพิจารณาจากชื่อถนน พอจะบอกได้ว่าประตูเมืองนครศรีธรรมราชทางด้านทิศใต้อาจจะอยู่ตรงถนนราชดำเนินตัดกับถนนชลวิถีและถนนประตูชัยใต้ ด้านทิศตะวันออกอาจจอยู่บริเวณถนนประตูท่าโพธิ์ ถนนประตูลอด และถนนประตูรักษ์ ด้านทิศตะวันตกอาจจะอยู่บริเวณถนนท่าชีและถนนท่าม้า และปัจจุบันมีประตูเมืองเหลืออยู่ 1 ประตู คือประตูชัยเหนือหรือประตูชัยศักดิ์ อยู่ติดกับแนวกำแพงเมืองที่เหลืออยู่ทางด้านทิศเหนือ มีลักษณะโครงสร้างคานโค้ง
คูเมือง ปัจจุบันคือ คลองรับน้ำระบายน้ำของเมือง โดยคูเมืองด้านทิศเหนือ คือ คลองหน้าเมือง ด้านทิศใต้คือคลองป่าเหล้า ด้านทิศตะวันตกคือคลองท้ายวัง และด้านทิศตะวันออกคูเมืองขนานกับแนวถนนศรีธรรมโศก
ถนน มีโดยรอบกำแพงเมืองทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ถนนประตูชัยเหนือและถนนมุมป้อมทางทิศเหนือ ถนนชลวิถีและถนนประตูชัยใต้ทางทิศใต้ ถนนศรีธรรมโศกทางทิศตะวันออกและถนนศรีธรรมราชทางทิศตะวันตก
กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
- สมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช สร้างกำแพงเมืองขึ้นเป็นกำแพงดินมีน้ำล้อมรอบ ในสมัยหลังได้มีการก่ออิฐขึ้นบนแนวคันดิน
- สมัยสมเด็จพระราเมศวรแห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1950 ชาวล้านนาไทยบูรณะกำแพงเมืองโดยเอาต้นแบบจากกำแพงเมืองเชียงใหม่ โดยทำเป็นกำแพงแบบปักเสาพูนดิน
- ในราว พ.ศ. 2100 ชาวโปรตุเกสนำวิธีการสร้างแบบก่ออิฐและตั้งฐานปืนใหญ่เข้ามา กำแพงเมืองนครศรีธรรมราชได้ถูกดัดแปลงเป็นกำแพงก่ออิฐเพื่อให้เป็นป้อมปราการตั้งฐานปืนใหญ่ตามแบบตะวันตก
- สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราว พ.ศ. 2229 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ เดอ ลามาร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศส เข้ามาทำแผนที่และร่างแบบแปลนแผนผังป้อมกำแพงเมือง
- พ.ศ. 2230 ซ่อมกำแพงเมืองครั้งใหญ่โดยสร้างป้อมปราการแบบชาโต (Chateau) กำแพงเมือง ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นกำแพงเมืองแบบที่สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
- พ.ศ. 2327 กรุงรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระยานครศรีธรรมราช (พัด) ซ่อมแซมและบูรณะกำแพงเมือง เพิ่มเติม
- พ.ศ. 2439 รื้อกำแพงเมืองเอาอิฐไปทำถนน
- พ.ศ. 2479 ให้รื้อกำแพงทางด้านทิศเหนือ ตั้งแต่ทางตอนเหนือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อใช้พื้นที่เป็นโรงเลื่อยจักรสำหรับฝึกหัดอาชีพให้นักโทษ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 27 กันยายน พุทธศักราช 2479
- พ.ศ. 2483 เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ถือสิทธิ์บนที่ดินซากกำแพงเมืองด้านทิศใต้ทั้งหมด
- พ.ศ. 2485 รื้อกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซีกตะวันออกสุดที่เคยจรดป้อมปราการ เพื่อสร้างสะพานข้ามคลองหน้าเมือง เชื่อมระหว่างถนนศรีปราชญ์ที่อยู่นอกเมือง กับ ถนนศรีธรรมโศกที่อยู่ในเมือง ซึ่งสร้างทับแนวกำแพงด้านทิศตะวันออก เดิมตรงนี้มีป้อมปราการ อันเป็นที่มาของวัดมุมป้อมอยู่ แต่ถูกรื้อออกไปก่อนที่จะมีการสงวนรักษาเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ด้วยเหตุให้สะดวกแก่การคมนาคม
- พ.ศ. 2495 รื้อป้อมที่ติดกับประตูชัยเหนือ ออก 2 เมตร เพื่อขยายสะพานนครน้อย ให้เชื่อมต่อถนนราชดำเนินระหว่างนอกเมืองและในเมือง
- พ.ศ.2479 ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน (ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 53 หน้า 1530 วันที่ 27 กันยายน 2479)
- พ.ศ. 2506 รื้อป้อมที่ริมสะพานนครน้อยอีกครั้ง ขยายถนนและสะพาน เหลือเพียงประตูชัยเหนือ ป้อมปราการ และ กำแพงเมือง ตั้งแต่ถนนราชดำเนินจรดถนนศรีธรรมโศก
- พ.ศ. 2530 บูรณะเพิ่มเติม แนวกำแพงเมืองขนานไปกับคูเมืองตั้งแต่ประตูชัยเหนือไปทางตะวันออกยาวประมาณ 100 เมตร
- พ.ศ. 2532-2533 กรมศิลปากรดำเนินการบูรณะและอนุรักษ์กำแพงเมืองส่วนที่เหลือให้คงอยู่สภาพตามที่เป็นในปัจจุบัน
- พ.ศ. 2552-2554 กรมศิลปากรดำเนินการบูรณะและอนุรักษ์กำแพงเมือง ครั้งหลังสุด
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน กำแพงเมือง เป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 27 กันยายน พุทธศักราช 2479 และได้บูรณะครั้งล่าสุดเมื่อปี พุทธศักราช 2552-2554
กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ถือเป็นป้อมปราการเมืองนครศรีธรรมราช มรดกทางประวัติศาสตร์ ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นกำแพงที่บูรณะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยวิศวกรฝรั่งเศส เดอ ลามาร์ (Monsieur de Lamare) ออกแบบการสร้างแบบ ชาโต (Chateau) เป็นกำแพงก่ออิฐทับบนคันดินเดิม ตั้งฐานปืนใหญ่ มีใบเสมาบนกำแพงเพื่อบังทางปืน หลังใบเสมาเป็นเชิงเทิน มีทางเดินบนกำแพง มีป้อม หลายคนที่เคยไปเยือนกำแพงเมืองเชียงใหม่ ต้องบอกว่าคล้ายกัน เนื่องจากมีการบูรณะโดยเอาต้นแบบจากกำแพงเมืองเชียงใหม่ สมัยสมเด็จพระราเมศวรนั่นเอง โดยทำเป็นกำแพงแบบปักเสาพูนดิน
และถืออีกหนึ่งจุดเช็คอินของเขตเมืองเก่านครศรีธรรมราช ต้องยอมรับว่า #กำแพงเมืองเก่า #กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช #กำแพงเมืองคอน ต้องมีผ่านตาให้เห็น เคยเห็น หรือเคยใช้ด้วยตัวเอง นครศรีธรรมราชมี สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เป็นจุดเด่นของเขตเมืองเก่าคือ มีโบราณสถานเป็น สถานท่องเที่ยว มีศาสนสถานเก่าแก่ ทั้งวัด โบถส์คริสต์ มัสยิด และศาสนสถานพราหมณ์ และมีร้านอาหาร ร้านน้ำชา ให้แวะนั่งพัก การเดินทางสะดวก แต่ละสถานที่สามารถเดินถึงกันได้ ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน และบริเวณใกล้เคียง หรือถ้าจะใช้รถโดยสารสาธารณะก็สะดวก แนะนำให้เริ่มต้นทริปกันที่วัดมเหยงคณ์ มัสยิดญาเมี๊ยะ มัสยิดซอลาฮุดดีน (ท่าช้าง ถนนกะโรม) สี่แยกตลาดแขก แล้วแวะหาร้านน้ำชา กินเติมพลังกันก่อน (มีหลายร้านให้เลือก) ไปต่อกันที่ ศาลหลักเมือง หอพระสูง สนามหน้าเมือง ข้ามถนนมาที่สระล้างดาบศรีปราชญ์ ศาลาประดู่หก กำแพงเมือง ทิศตะวันออกของถนนมีหลวงพ่อเสมาชัย เจ้าแม่อ่างทอง วัดเสมาเมือง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หอพระอิศวร เสาชิงช้า โบสถ์พราหมณ์ ฝั่งตรงข้ามมีหอพระนารายณ์ แวะร้านโกปี๊ ผ่านหอนาฬิกา วัดสวนป่าน ศาลพระเสื้อเมือง ฐานพระสยมภูวนาถ แวะกินขนมจีนเมืองคอน (พานยม) ไปต่อกันที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (ซึ่งน่าจะใช้เวลานานและจบทริปของวันกันที่นี่) หามื้อเย็นอร่อย ๆ แถวนี้ได้ไม่ยาก หรือจะกลับไป “จิบกาแฟ แลกำแพง” ก็มีร้านน้ำชาริมกำแพงเมือง ถ้าตรงกับวันเสาร์ก็ไปเดิน “หลาดกำแพงเมืองคอน” ไปชม ไปชิม ไปดูความเป็นอยู่และประเพณีของคนเมืองคอนกันที่ตลาดนัด ย้ำว่ามีเฉพาะเย็นวันเสาร์ เท่านั้นนะคะ
หนึ่งวันบนถนนราชดำเนิน กับ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ #กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช #เมืองเก่านครศรีธรรมราช #หลาดกำแพงเมืองคอน #จิบกาแฟแลกำแพง และอีกมากมายแฮชแท็ก เมืองที่มีมากกว่าโบราณสถาน (แผนที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช)
หนึ่งวันบนถนนราชดำเนิน เขตเมืองเก่านครศรีธรรมราช กับสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เมืองที่มีมากกว่าโบราณสถาน
- ตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช หน้า 10
- รวมเรื่องเมืองนครศรีธรรมราช หน้า 28
- การค้าในการเมือง กับ มองซิเออร์ เดอ ลามาร์ วิศวกรฝรั่งเศสผู้ออกแบบป้อมกําาแพงเมืองในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ วิจิตรศิลป์ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 (กค.-ธค. 2560)
- จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 หน้า 216
- ภูมิ จิระเดชวงศ์.เปิดเรื่องไม่ลับกับประวัติการรื้อกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
Views: 3898

