ปล่องโรงสีไฟโบราณ : สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำปากพนัง
ปล่องโรงสีไฟโบราณ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และยังมีการเปรียบเป็นกระถางต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ปล่องโรงสีไฟโบราณ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และยังมีการเปรียบเป็นกระถางต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
เดินป่าหน้าฝน กับเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกกรุงชิง เพื่อสัมผัสความความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบชื้น และความสวยงามของน้ำตกหนานฝนแสนห่า แห่งน้ำตกกรุงชิงที่เป็นที่เลื่องลือ
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณ แร่ธาตุและธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญหลายสาย ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของแดนใต้ตอนกลาง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช
ป่าจาก” ซึ่งป่าจากนั้นมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านลุ่มน้ำปากพนังและได้ใช้ประโยชน์จากป่าจากมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพราะส่วนต่าง ๆ ของต้นจากนำมาใช้ประโยชน์และนำมาแปรรูปก่อให้เกิดรายได้
" หนมปะดา " แป้งทําจากกล้วยนํ้าว้าผสมแป้งห่อไส้ เจาะรูตรงกลาง แต่บางที่ก็แอบไม่มีรู ทอดในน้ำมัน ส่วนประกอบหลักแบ่งเป็น แป้ง ไส้ และการทอ
ขนมกวนขาวมีมา ขนมพื้นธรรมดาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล มีลักษณะนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น คล่องคอชื่นใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
ความเกี่ยวโยงกันระหว่างเมืองนครศรีธรรมราช กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดูจะเป็นเรื่องที่เหมาะเจาะลงตัว จนบางครั้งดูเป็นเรื่องบังเอิญที่ลงตัว แต่ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผล เริ่มด้วยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยดํารงตําแหน่งพระยาตาก (สิน) ได้ มีความเกี่ยวข้องกับภูมิภาคครบทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศ นับตั้งแต่กําเนิดขึ้นในภาคกลาง แล้วไปเป็นพระยาตากที่ภาคเหนือ ต่อมาไปตั้งชุมชุมเจ้าตากที่ภาคตะวันออก แล้วไปรบชนะข้าศึกที่มาจากภาคตะวันตก และสุดท้ายได้กลับมาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่ภาคใต้ และในภาคใต้นี่เอง ชะตาได้กําหนดให้พระองค์มาพบกับความสงบสุขในบั้นปลาย ชีวิตที่เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกัน ที่เมืองนี้ มีพระมหากษัตริย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับ พระองค์ ได้สร้างเมืองไว้รอต้อนรับพระองค์ถึง 300 ปี ก่อนหน้าที่ พระองค์จะเสด็จมาถึง เรื่องนี้คงไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลได้ นอกจากการอธิบายด้วยความศรัทธาที่มีต่อ อดีตพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์…
พระเจ้าตากสินกับวัดเขาขุนพนม ที่อยู่ : หมู่ที่ 3 ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช (ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร) เนื้อที่ : มีเนื้อที่ทั้งหมด 35 ไร่ นิกาย : มหานิกาย ประเภทวัด : วัดราษฎร์ ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด : เมื่อปีพุทธศักราช 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา : เมื่อปีพุทธศักราช 2360 ประวัติวัด วัดเขาขุนพนม ชื่อเดิมคือ…
น้ําตกอ้ายเขียว มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ แบบเดินสบายตามสวนหินเลียบลำธารน้ำตก และสองข้างทางเต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากธรรมชาติ อันน่าตื่นตา เช่น เรื่องราวของกูดพร้าว เฟินโบราณ หรือหลากหลายพืชจิ๋วยุคสร้างโลก พืชเวหานักป่ายปีนตัวยง การปรับตัวของพืชสังคมชีวิตในป่าดิบชื้นและป่าต้นน้ํา
จากหลักฐานที่พบทั้งเทวสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ สระน้ำโบราณ ในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกายในแดนนี้มาก่อน ต่อมาด้วยอิทธิพลของพุทธศาสนาที่ได้เข้ามาแพร่หลายและรุ่งเรืองในแถบนี้ ทำให้ชุมขนโมคลานเปลี่ยนมารับนับถือพุทธศาสนาไปด้วย สันนิษฐานว่าในช่วงแรกน่าจะเป็นพุทธศาสนานิกายเถรวาทหรือลัทธิหินยาน ซึ่งกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในแถบนี้ หลังจากนั้นราวปี พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๐๐ สมัยอาณาจักรสุโขทัย (วัดโมคลาน https://th.wikipedia.org/wiki/วัดโมคลาน) โบราณสถานโมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โบราณสถานโมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โบราณสถานหรือแหล่งโบราณคดี แต่เดิมเป็น ศาสนสถาน ประจำชุมชนหรือหมู่บ้าน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำลำคลองตามธรรมชาติ จากการสำรวจแหล่งโบราณคดีในเขตอำเภอสิชล-ท่าศาลา ปรากฏว่าชุมชนโบราณมักตั้งถิ่นฐานไม่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติเท่าใดนัก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ชุมชนโบราณที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 มักเป็นกลุ่มชุมชนนับถือศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่…