ลักษณะทางภูมิศาสตร์
- ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสุราษฏร์ธานีและอ่าวบ้านดอน อำเภอขนอมเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่เหนือสุดของจังหวัด
- ทิศใต้ ติดต่อกับอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อําเภอห้วยยอดจังหวัดตรัง โดยมีอำเภอทุ่งสง อำเภอชะอวดและอำเภอหัวไทร เป็นอำเภอที่มีอาณาเขตอยู่ด้านทิศใต้
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทยเป็นชายฝั่งทะเล มีความยาวตั้งแต่ตอนเหนือของอําเภอขนอมลงไปทางใต้ของอําเภอหัวไทรประมาณ 225 กิโลเมตร นับเป็นจังหวัดที่มีชายทะเลยาวที่สุดของประเทศไทย อำเภอที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเลจากเหนือสุดของจังหวัด ได้แก่ อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุราษฏร์ธานีและจังหวัดกระบี่ ส่วนใหญ่มีภูเขากั้นเป็นตอน อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอพิปูน อำเภอฉวาง และอำเภอทุ่งใหญ่เป็นอำเภอที่ติดต่อกับจังหวัดสุราษฏร์ธานี อำเภอทุ่งใหญ่และอำเภอทุ่งสงคิดต่อกับจังหวัดกระบี่
2. ภูมิประเทศ
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีลักษณะภูมิประเทศทั้งที่เป็นภูเขา เนินเขา และที่ราบชายฝั่งทะเล มีลักษณะ 3 เขตดังนี้
1) เขตเทือกเขาตอนกลาง
2) เขตที่ราบชายฝั่งทะเลตะวันออก
มีอาณาเขตตั้งแต่เทือกเขาตอนกลางไปทางตะวันออกถึงทะเลฝั่งอ่าวไทย และตลอดตามแนวยาวเหนือใต้ เขตที่ราบตอนกลางและตอนใต้ของจังหวัดมีขนาดกว้างขวาง บริเวณเกิดขึ้นจากตอนเหนือการถมของทะเลเป็นสำคัญ บางตอนมีลักษณะเป็นสันทราย มีแม่น้ำลำคลองซึ่งมีต้นน้ำอยู่บริเวณเทือกเขาตอนกลางไหลผ่านที่ราบนี้หลายสาย ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย ดินตะกอนปนทราย และดินเหนียวร่วน เป็นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นา สามารถจําแนกได้ เป็น 2 ตอน คือ ตั้งแต่อําเภอเมืองนครศรีธรรมราชลงไปทางใต้ เป็นที่ราบ ที่มีความกว้างจาก บริเวณเทือกเขาตอนกลางไปถึงชายฝั่งทะเลระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร มีแม่น้ำลําคลอง ที่มีต้นน้ำเกิดจากบริเวณเทือกเขาตอนกลางไหลลงสู่อ่าวไทยหลายสาย นับเป็นที่ราบ ซึ่งมีค่า ทางเศรษฐกิจของจังหวัด ลําน้ำสําคัญ ได้แก่ แม่น้ำปากพนัง และมี คลองสายเล็ก ในเขต อําเภอเมืองนครศรีธรรมราชอีกหลายสาย เช่น คลองปากพญา และคลองท้ายวังเป็นต้น อีก บริเวณหนึ่ง คือตั้งแต่อําเภอท่าศาลาขึ้นไปทางทิศเหนือ เป็นบริเวณฝั่งแคบ ๆ ไม่เกิน 15 กิโลเมตร อําเภอที่อยู่ในเขตที่ราบด้านนี้คือ อําเภอขนอม อําเภอสิชล อําเภอท่าศาลา อําเภอ เมืองนครศรีธรรมราช อําเภอปากพนัง อําเภอเชียรใหญ่ อําเภอหัวไทร และอําเภอชะอวด บริเวณที่ราบใกล้เชิงเขามีการปลูกยางพาราและผลไม้หลายชนิด3) เขตที่ราบชายฝั่งทะเลตะวันตก
ลักษณะเป็นที่ราบเทือกเขานครศรีธรรมราช และเทือกเขาบรรทัด มีลักษณะเป็นเชิงเขาและที่ราบหุบเขา มีเนินเขาเป็นแห่ง ๆ มีอําเภอที่อยู่บริเวณที่ราบด้านนี้ คือ อําเภอพิปูน อําเภอทุ่ง ใหญ่ อําเภอฉวาง อําเภอนาบอน อําเภอบางขัน อําเภอถ้ำพรรณรา และอําเภอทุ่งสง ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย เป็นเขตที่มีการปลูกยางพารามากที่สุด และมีสวนผลไม้ต่าง ๆ มีการทำนาเป็นบางตอน
ลำน้ำที่สําคัญ ได้แก่ ต้นน้ำของแม่น้ำตาปีไหลผ่าน อําเภอพิปูน อําเภอฉวาง และอําเภอทุ่งใหญ่ นอก จากนี้ ยังมีลําน้ำที่เป็นต้นน้ำของแม้น้ำตรังอีกด้วย คือน้ำตกโยง และคลองวังหีบ ซึ่งไหลผ่าน อําเภอทุ่งสง ไปยังอําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และออกทะเลอันดามัน ที่อําเภอ กันตัง
3. แม่น้ำลำคลอง
ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ในเขตตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด ไหลผ่านอำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ และมีสาขาจากอำเภอหัวไทร ไหลมารวมกันที่บ้านปากแพรก กลายเป็นแม่น้ำปากพนังไหลลงสู่อ่าวนครศรีธรรมราช นับเป็นแม่น้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดมากโดยเฉพาะทางการเกษตรกรรม บริเวณลุ่มน้ำปากพนัง และสาขาเป็นบริเวณที่ราบมีพื้นที่นากว่า 500,000 ไร่ มีโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการโดยกรมชลประทาน เพื่อช่วยให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นประโยชน์ในการทำมาหากินมากที่สุด
ลำน้ำที่สําคัญ ได้แก่ ต้นน้ำของแม่น้ำตาปีไหลผ่าน อําเภอพิปูน อําเภอฉวาง และอําเภอทุ่งใหญ่ นอก จากนี้ ยังมีลําน้ำที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำตรังอีกด้วย คือน้ำตกโยง และคลองวังหีบ ซึ่งไหลผ่านอําเภอทุ่งสง ไปยังอําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และออกทะเลอันดามันที่อําเภอ กันตัง

2) แม่น้ำหลวง
เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ต้นน้ำเกิดจากบริเวณทิศตะวันตกของเทือกเขานครศรี-ธรรมราช และเทือกเขาภูเก็ต ส่วนที่เกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช มีต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอพิปูน และอำเภอฉวาง ไหลผ่านอำเภอฉวางและอำเภอทุ่งใหญ่ เข้าเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเขตอำเภอพระแสง อำเภอนาสาร ไปรวมกับแม่น้ำคีรีรัฐนิคม (แม่น้ำพุมดวง) ที่อำเภอพุนพิน เรียกว่า “แม่น้ำตาปี” แล้วไหลลงสู่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดของภาคใต้2) คลองปากพูน
คลองนอกท่า ใกล้ปากน้ำเรียกว่าคลองปากพูน เป็นคลองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาแต่สมัยโบราณ สมัยก่อนท่าแพในด้านเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นท่าเรือสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชมาเป็นเวลานาน ก่อนที่การคมนาคมจะมีความสะดวกอย่างปัจจุบัน การเดินทางจากตัวจังหวัดไปยังอำเภอชายฝั่งทะเลด้านเหนือ คืออำเภอท่าศาลา สิชล และทางใต้คืออำเภอปากพนัง หัวไทร หรือเชียรใหญ่ จะต้องลงเรือที่ท่าแพทั้งสิ้น และรวมถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญคือ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้คลองนี้เป็นเส้นทางลำเลียงทหาร การสู้รบระหว่างทหารไทยและทหารญี่ปุ่นจึงเกิดขึ้นที่บ้านท่าแพ มีอนุสาวรีย์บริเวณยุทธภูมือ คือ อนุสาวรีย์วีรไทย
3) ต้นน้ำเกิดจากแหล่งน้ำหลายสาขาในเขตเทือกเขานครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่เขาคีรีวง เขตตำบลกำโลน อำเภอลานสกา ไหลผ่านอำเภอเมือง ต้นน้ำเรียกว่า คลองท่าดี ผ่านตำบลกำแพงเซา ตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง เมื่อไหลมาถึงสันทรายซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมือง คลองแบ่งแยกเป็นหลายสาขา สายหนึ่งไหลเลียบตัวเมืองขึ้นไปทางตะวันออกผ่านตัวเมือง ที่สะพานราเมศวร์ ตำบลท่าวัง ผ่านตำบลท่าซัก ออกทะเลที่ปากพญาเรียกว่า คลองปากพญา ซึ่งเป็นคลองที่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของจังหวัดมีหลักฐาน ว่าแต่เดิมมีขนาดกว้างและลึก เรือกำปั่นขนาดใหญ่เข้ามาติดต่อค้าขายได้ถึงตัวเมืองนครศรีธรรมราช เคยพบซากเรือขนาดใหญ่และปืนใหญ่ที่ตำบลท่าซัก แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว
4) คลองเสาธง
5) คลองกลาย

6) คลองท่าทน
ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราชตอนบน ไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอสิชล
7) คลองน้ำตกโยง
8) คลองมีน
10) คลองท่าเลา
10) คลองท่าโลน
ต้นน้ำเกิดจากภูเขาปลายเบิกใกล้ ๆ กับภูเขาวังหีบในอำเภอทุ่งสง ไหลลงทางใต้ ผ่านบ้านท่าเลา บ้านเป็นคุ้ง ที่ว่าการอำเภอทุ่งสงด้านตะวันออก บ้านในหวัง บ้านด่านปาบ บ้านห้วยขัน แล้วรวมเข้าเป็นลำน้ำเดียวกันกับคลองท่าเลา ไหลผ่านภูเขากลาย บ้านเขาโร เข้าอำเภอห้วยยอด อำเภอเมืองตรัง และออกทะเลอันดามันในเขตอำเภอกันตังที่ปันหยี จังหวัดตรัง
