สถานที่ตั้ง
ซ. วังสาย ม.6 ต. ลานสกา อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช
สถานที่ใกล้เคียงที่ไม่ไกลกัน มีวัดลานสกาใน และวัดน้ำรอบ ซึ่งเป็นวัดโบราณในยุคเดียวกับวังโบราณ ให้ได้สักการะบูชา รำลึกถึงอดีตบรรพชนชาวนคร
แผนที่
หากเอ่ยถึง “อำเภอลานสกา” จังหวัดนครศรีธรรมราช คนส่วนใหญ่จะนึกถึงภาพของที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย และซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาและหุบเขาอย่างห้วยพานหรือคีรีวง แต่ในอีกมิติหนึ่งของประวัติศาสตร์ ลานสกากลับมีเรื่องราวทางตำนานและพงศาวดารท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าอันน่าภาคภูมิใจและควรค่าแก่การจดจำ โดยเฉพาะเรื่องราวของ “วังโบราณลานสกา” สถานที่แห่งนี้ถูกเล่าขานสืบต่อกันมาว่าเป็นอดีตที่พำนักของกษัตริย์ในตำนานผู้ปกครองเมือง ร่องรอยของอารยธรรมและเรื่องเล่าพื้นบ้านได้ร้อยเรียงให้เห็นว่า ดินแดนกลางอ้อมกอดแห่งธรรมชาตินี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิชัยภูมิทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังเป็นปราการทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต
ประวัติความเป็นมา
จากการสืบค้น ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช และเอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พบข้อมูลที่ตรงกันว่า ในราวพุทธศตวรรษที่ 18 (ช่วง พ.ศ. 1700-1800) ได้เกิดเหตุการณ์วิปโยคขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราช มีโรคระบาดที่เรียกว่า “ไข้ห่า” หรือในภาษาถิ่นเรียกว่า “ไข้ยมบน” ได้แพร่ระบาดอย่างรุนแรง ผู้คนล้มตายดุจใบไม้ร่วง จนเกินกำลังที่แพทย์หลวงและพิธีกรรมดั้งเดิมจะต้านทานได้ การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พงษาสุระ) กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งราชวงศ์ปทุมวงศ์ ตัดสินใจทิ้งเมืองชั่วคราวเพื่ออพยพไพร่พลและราชบริพารหนี “ลมพิษ” ไปยังทิศตะวันตก มุ่งสู่เทือกเขาหลวงอันศักดิ์สิทธิ์ ใจกลางหุบเขา “ลานสกา” และเรียกเมืองของพระองค์ว่า ” มลราช ” ได้สถาปนาพระราชวังที่ในหุบเขา ” เขาวัง ” และได้ให้พระนนทราชา อุปราชของพระองค์ สร้างวังหน้าที่ “บริเวณน้ำตกหนานโจน ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณวังโบราณลานสกาที่มีการขุดค้นพบกันในปัจจุบัน
หลังจากที่พระพนมวังและนางสะเดียงทอง ได้มาฟื้นฟูบูรณาการบ้านเมืองใหม่ ทำให้เมืองมลราช กลายเป็นชุมชนลานสกา และค่อย ๆ ลดบทบาทลงจนเป็นชุมชน ๆ หนึ่งในที่สุด ด้วยภูมิประเทศแปรเปลี่ยน ทำให้วังโบราณค่อย ๆ จมลงในดินทีละนิด
ในยุคหลังถัดต่อกันมา บริเวณใกล้กับวังโบราณลานสกา ได้มีการสร้างวัดขึ้น เรียกว่า “ วัดน้ำรอบ ” ต่อมาได้มีการย้ายวัดน้ำรอบไปสร้างในบริเวณที่มีอาณาเขตกว้างขวางกว่า วัดน้ำรอบเดิมจึงร้างลง
ในปี 2510 ได้บูรณะขึ้นมาใหม่ได้มีการนำพระพุทธรูปจำลององค์ พระเจ้าศรีธรรมโศกราช มาประดิษฐานที่นี่ด้วยในปี 2515 เพื่อเตือนใจว่าที่นี่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชมาแต่ครั้งก่อน
ต่อมาในราว พ.ศ. 2514 หลวงพ่อขาบ ฐิตสังวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ (น้ำรอบใหม่) ได้ร่วมกับนายแนบ ขุนทรานนท์ ได้อัญเชิญพระรูปพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ที่ใช้ต้นแบบจากวิหารสามจอม นำมาประดิษฐานที่บริเวณวังโบราณลานสกา เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจว่าครั้งหนึ่งที่แห่งนี้เคยเป็นที่หลบภัยของพระเจ้าศรีธรรมโศก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2514 ได้มีการสร้างพระรูปพระเจ้าศรีธรรมโศกขึ้น โดยใช้ต้นแบบจากองค์พระในวิหารสามจอม
ปี 2518 ที่นี่ได้เกิอุทกภัยพระพุทธรูปองค์นี้ได้สูญหายไป ต่อจากนั้นชาวบ้านได้กล่าวขานกันว่า องค์พระได้มาเข้าฝันบอกว่าจมอยู่ไนน้ำนานแล้วให้ช่วยเอาขึ้นมาด้วยชาวบ้านก็ช่วยกันขุดแต่ก็ไม่สามารถหาเจอ จนกระทั่งในปี 2546 ได้ทำการขุดค้นอีกครั้งและได้ทำการบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ได้ค้นพบชิ้นส่วนองค์พระในคราวนั้นและในเดือนกรกฎาคม 2546 ได้มีการค้นพบแท่นประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชโดยกล่าวกันว่า การต้นพบนั้นมาจากการเข้าฝัน
ทำไมต้องเป็น ลานสกา?
ในทางยุทธศาสตร์และภูมิศาสตร์ ลานสกาคือ จุดที่ปลอดภัยสมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานั้น เนื่องจาก
1. ชัยภูมิหุบเขากระทะ : ลานสกาถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน เสมือนกำแพงธรรมชาติที่กั้นขวางเชื้อโรคและศัตรู
2. แหล่งน้ำบริสุทธิ์ : เป็นต้นน้ำที่มีน้ำไหลเย็นตลอดปี เชื่อว่าความเย็นและความบริสุทธิ์ของน้ำจากยอดเขาหลวงสามารถชำระล้างและโรคภัยได้
3. ถ้ำและเพิงผา: มีลักษณะเป็นถ้ำและลานหินกว้าง เหมาะแก่การตั้งทัพและหลบซ่อนผู้คนจำนวนมาก # นี่่คือชัยภูมิซ่อนแผ่นดิน ป้อมปราการธรรมชาติ
4. ภูมิปัญญาพราหมณ์และกำเนิด “หัวนะโม” ซี่งการอพยพครั้งนี้มีสิ่งที่สำคัญ คือการผสานไสยศาสตร์เข้ากับวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและบำบัดโรค
พิธีหุงปรอท: พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ทรงปรึกษากับคณะพราหมณ์ปุโรหิต จึงได้จัดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ขึ้นที่ต้นน้ำลานสกา โดยการนำ “ปรอท” มาหุงและซัดด้วยว่านยาตามตำราไสยเวทโบราณ จนแข็งตัวเป็นก้อนโลหะศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า “หัวนะโม” และการจัดการโรคระบาด : พระองค์โปรดให้หว่านโปรยหัวนะโมลงในแหล่งต้นน้ำและรอบเขตที่พักอาศัย # นัยยะทางจิตวิญญาณ : เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
# นัยยะทางวิทยาศาสตร์ : ปรอทและว่านยาอาจมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อบางชนิดในน้ำ ทำให้ชาวเมืองได้ดื่มกินน้ำที่สะอาดขึ้น โรคระบาดจึงค่อยๆ สงบลง และได้สถาปนาพระราชวังที่ในหุบเขา ” เขาวัง ” และได้ให้ พระนนทราชา อุปราชของพระองค์ สร้างวังหน้าที่ ” บริเวณน้ำตกหนานโจน ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณวังโบราณลานสกาที่มีการขุดค้นพบกันในปัจจุบัน
หลักฐานเชิงประจักษ์ในปัจจุบัน
วัตถุพยานทางโบราณคดี เม็ดเงินหัวนะโมโบราณที่ขุดค้นพบในพื้นที่นครศรีธรรมราช นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความเชื่อ ระบบคติ และเครือข่ายเศรษฐกิจ ศาสนาในสมัยโบราณ วัตถุเหล่านี้มิได้เป็นเพียงโบราณวัตถุ หากยังคงได้รับการยกย่องเป็นเครื่องรางคู่บ้านคู่เมือง สืบทอดความศรัทธาจากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างไม่ขาดสาย
และปัจจุบัน ยังคงมีโบสถ์เก่าและเป็นสถานที่เชื่อมโยงกับ “พ่อท่านวิน” รวมถึงตราสัญลักษณ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลลานสกา (อบต.ลานสกา) ที่ได้นำรูปพระเจ้าศรีธรรมโศกราชมาเป็นตราสัญลักษณ์ขององค์กร
แหล่งอ้างอิง
เอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อบต.ลานสกา (ข้อมูลจากการสำรวจแหล่งโบราณคดีวังโบราณ)
พิพิธภัณฑ์หาดทรายแก้ว. (2020, 7 เมษายน). หัวนอโม เหตุใด ? ถึงต้องประกอบพิธีกรรมที่ วังโบราณลานสกา(วังพระเจ้าศรีธรรมโศกราช) อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช…….[facebook]. https://www.facebook.com/SaiKaewBeachMuseum/posts/วนอโม-เหตุใด-ถึงต้องประกอบพิธีกรรมที่-วังโบราณลานสกาวังพระเจ้าศรีธรรมโศกราช-อล/678101522958859/
ภูมิ จิระเดชวงศ์.(2025, 30 ธันวาคม). วังโบราณลานสกา ชัยภูมิซ่อนแผ่นดิน. facebook.com/jiradejwong/posts/วังโบราณลานสกา-ชัยภูมิซ่อนแผ่นดินตามรอยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช-จากวิกฤตไข้ห่าสู่ขุน/2315909955556389/
ศูนย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม. (2016, 14 กันยายน). วังโบราณลานสกา. [facebook]. https://www.facebook.com/วังโบราณลานสกา-ในพุทธศตวรรษที่-๑๗-๑๘-พระเจ้าศรีธรรมโศกราช-ทรงอพยพพลหนีโรคระบาดไข/1119086368172407/vanvipnakhon/posts/
รังสิต ทองสมัคร. (2021, 27 ตุลาคม). นคร (มีวัด) วังโบราณลานสกา ลานสกาใน อ.ลานสกา. [ภาพ]. https://www.facebook.com/photo/?fbid=5686984408010303&set=a.5969246876450720
Views: 22







