คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในกาสที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ค.ศ. 1972 (1972 Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) หรือ “อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก” นับว่าวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในระดับชาติและท้องถิ่นในการอนุรักษ์ การคุ้มครอง และการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมการสืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งมรดกโลกดังกล่าวให้คงอยู่สืบไป สร้างความภาคภูมิใจให้แก่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ตลอดจนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ  ด้วยคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV) นั้น  OUV แล้วคำว่า “คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล” คืออะไรและมีหลักเกณฑ์อย่างไร
“คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล” ย่อมาจาก Outstanding Universal Value หรือ คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล หมายถึง คุณค่าทางวัฒนธรรม และ/หรือ คุณค่าทางธรรมชาติที่มีความสำคัญเหนือกว่าขอบเขตพรมแดนของประเทศ และมีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติทั้งในปัจจุบันและชนรุ่นหลัง ดังนั้น การปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดต่อประชาคมระหว่างประเทศทั้งมวล (UNESCO, 2026) โดย UNESCO ได้กำหนดเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล จำนวนทั้งสิ้น 10 ข้อ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม หรือธรรมชาติที่ต้องการนำเสนอเพื่อพิจารณาเป็นมรดกโลกอันเป็นสากล จะต้องมีคุณค่าตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างน้อย 1 ข้อ และจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เลือกดเสนอคุณค่าชองวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นมรดกโลก ราชอาณาจักรไทย ภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญ 2 ข้อ ดังนี้

หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 (ii)

  • เป็นการแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่ทางวัฒนธรรมใดใดของโลก ผ่านการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือด้านเทคโนโลยี ด้านอนุสรณ์ศิลป์ ไปจนถึงการวางผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์ต่าง ๆ โดยวัดพระมหาธาตุ  แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา ความต่อเนื่องทางจิตวิญญาณ 
  • สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะ จากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่ได้รับการถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทรมาเป็นเวลาประมาณ 1,500 ปี 
  • มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและทรงคุณค่า ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งที่สำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ศิลปะปาละจากนาลันทา ศิลปะชวาภาคกลาง ศิลปะศรีลังกา และศิลปะมอญจากเมียนมาทางตอนใต้ จึงเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและสถาปัตยกรรมในมวลมนุษย์อย่างชัดเจน  โดยรูปแบบสถาปัตยกรรม การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และประเพณีที่ยังคงดำรงอยู่ของอารามแห่งนี้ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย

หลักเกณฑ์ข้อที่ 5 (Vi)

  • ความเชื่อมโยงโดยตรงหรือมีความเป็นรูปธรรมต่อเหตุการณ์หรือประเพณีที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต ความคิด ความเชื่อ มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะและงานวรรณกรรมที่มีความสลักสำคัญในระดับสากล
  •  วัดพระมหาธาตุเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของประเพณีที่ยังดำรงอยู่ด้วยระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม ความเชื่อในศาสนาฮินดู และพุทธศาสนาในกาลต่อมา ดังเห็นได้จากการบูชา การทำบุญ และประเพณีประจำปี ลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังสืบทอดอยู่ในอารามแห่งนี้ เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ การแสดงโนรา การบูชาบรรพบุรุษ พิธีพราหมณ์ งานศิลปะเฉพาะถิ่น และประเพณีท้องถิ่น ต่างสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กับชุมชนรายรอบอย่างชัดเจน อีกทั้งเป็นแนวทางให้กับอารามและชุมชนอื่น ๆ บนคาบสมุทรภาคใต้ของไทยและภูมิภาคอื่น ๆ ได้ปฏิบัติตามอีกด้ว

และเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังคงสืบทอดอยู่ ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จนถึงปัจจุบันนี้ ได้แก่ เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ  พิธีกรรมโนราโรงครู พิธีกรรมแบบพราหมณ์ และประเพณีสวดด้าน ที่ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างวัดพระมหาธาตุฯ กับชุมชนโดยรอบอย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวัดและชุมชนอื่น ๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศอีกด้วย

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เป็นประเพณีที่มีมาช้านานและแสดงถึงการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความศรัทธาที่เหนียวแน่นของชาวนครศรีธรรมราชที่มีต่อพระพุทธศาสนา และยังคงมีประเพณีนี้มาอย่างยาวนานและยั่งยืน

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

สวดด้าน : จากภูมิปัญญาสู่ประเพณี

สวดด้าน ประเพณีที่มีมาแต่โบราณของชาวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการสวดที่พระวิหารคดทั้งสี่ด้าน ใช้สำเนียงถิ่นใต้ ปัจจุบันชาวเมืองนครศรีธรรมราชได้รื้อฟื้นกลับมาใหม่และปฏิบัติสืบต่อกันเรื่อยมา ช่วงเทศกาล “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” พระภิกษุ สามเณร พุทธศานิกชน จะมาร่วมสวดจากบทร้อยกรอง เป็นทำนองสรภัญญะ ภาษาถิ่นใต้ เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ สวดด้าน มีเฉพาะในวิหารคด พระด้าน ระเบียงรอบพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองนครศรีธรรมราช เท่านั้น

แหล่งที่มาข้อมูล

UNESCO World Heritage Convention. (2026). Outstanding Universal Value (UOV). https://whc.unesco.org/en/glossary/327
UNESCO. Selection criteria. Accessed July 24, 2026. Available from https://whc.unesco.org/en/criteria/

วัณณสาสน์ นุ่นสุข, วิรุจ ถิ่นนคร และ ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์. (2568). เอกสารนำเสนอขอประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช. แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ และ ทัศณีย์ ทัศระเบียบ. จังหวัดนครศรีธรรมราช.
ศุภาวีร์ รักษา. (2569, 4 สิงหาคม). คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล 2 ข้อ ที่ใช้ในการยื่นพิจารณาวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_165383 

 

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร : มรดกแห่งความศรัทธาอันล้ำค่าของนครศรีธรรมราช

Views: 1

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

Scroll to Top