ผ้าลายอย่าง
บทความ,  มุมมอง

ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต

ผ้าลายอย่าง เป็นเครื่องแต่งกายของคนไทยในสมัยโบราณอีกประเภทหนึ่งที่เราหลายคนอาจจะไม่รู้จักเลย หรือหากรู้จักก็จะไม่ค่อยทราบถึงความหมาย  ที่ไปที่มา และรายละเอียด  วันนี้อยากชวนทุกคนดูละคร เรื่อง พรหมลิขิต นอกจากจะสนุกกับเนื้อหาประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นการเรียนรู้เรื่อง ผ้าลายอย่าง ซึ่งเป็นการแต่งกายในสมัยอยุธยาที่มีลักษณะเฉพาะอีกด้วย

 

ความหมายของผ้าลายอย่าง

มีการบัญญัติศัพท์ให้เรียกชื่อผ้าชนิดนี้ว่า “ผ้าลายอย่าง” (Siamese chintz) ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ไม่มีการอธิบายคำศัพท์เฉพาะของคำว่า “ผ้าลายอย่าง” ไว้อย่างชัดเจน หากแต่มีการอธิบายคำศัพท์ของคำว่า “ผ้า” และคำว่า “ลายอย่าง” ไว้ดังนี้ “ผ้า” น. สิ่งที่ทำด้วยเยื่อใย เช่น ฝ้าย ไหม ขนสัตว์ โดยวิธีทอหรืออัดให้เป็นผืน มักเรียกตามลักษณะ ของสิ่งที่ทำ เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนสัตว์ หรือตามลักษณะที่ใช้ เช่น ผ้ากราบ ผ้าอาบ ผ้าอ้อม “ลายอย่าง” น. ลายตัวอย่างที่ใช้เป็นแบบ เช่น ลายถ้วยชาม ลายผ้า  ลายที่ส่งไปเป็นตัวอย่างให้ทำเข้ามาขาย เมื่อนำทั้งความหมายของคำว่า “ผ้า” และคำว่า “ลายอย่าง” มารวมกัน จึงหมายถึง “สิ่งทอที่มีการออกแบบลวดลายส่ไปผลิตและนำเข้ามาขาย” นอกจากนี้ยังมีการให้ความหมายของคำว่า “ผ้าลายอย่าง” ไว้อีก เช่น 

 จารุภรณ์  ศรีจันทร์ (2561) ได้ให้ความหมายของ “ผ้าลายอย่าง” หมายถึง ผ้าชั้นสูงของราชสำนักไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาสำหรับพระมหากษัตริย์หรือ ราชวงศ์ชั้นสูง สมัยรัตนโกสินทร์เรียกว่า “ผ้าเขียนลายทอง” เป็นผ้าที่ราชสำนักออกแบบลายแล้วส่งไปเขียนหรือพิมพ์ที่ประเทศอินเดีย โดยใช้ผ้าขาวพื้นทอมาจากเมืองแมนเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ไม่มีจ าหน่ายในท้องตลาด  คงใช้ในราชสำนักเท่านั้น ผ้าฝ้ายที่เขียนหรือพิมพ์ลายตามอยางที่ช่างไทยออกแบบและส่งไปผลิตที่อินเดียใช้ สำหรับเป็นผ้านุ่งของพระมหากษัตริย์ ข้าราชสำนักมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายจนถึงสมัยกรุง รัตนโกสินทร์ซึ่งผ้าลายอย่างเป็นผ้าแพรอย่างหนึ่งที่พิมพ์ขึ้นหรือเขียนลาย เช่น ผ้าพิมพ์และผ้าเขียนลายทอง ซึ่งใช้กับพระเจ้าแผ่นดินไปถึงชั้นพระองค์เจ้าแบ่งออกเป็น “ลายอย่าง” กับ “ลายนอกอย่าง”.. หรือ ณัฏฐภัทร จันทวิช (2545) ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “ผ้าพิมพ์ เป็นผ้าลายที่ไทยสั่งพ่อค้าอินเดียไปจัดท าตามแบบและลายไทยที่สั่งไป เช่น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ พรหมก้านแย่ง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์เทพนมก้านแย่ง ลายดาราลาย ลายแก้วชิงดวง และลายกินรี เป็นต้น ผ้าพิมพ์ที่มี ลายตามกระบวนลายไทยดังกล่าวเรียกว่า ผ้าลายอย่าง”

จึงอธิบายได้ว่า  “ผ้าลายอย่าง คือ ผ้าที่ราชสำนักกรุงศรีอยุธยาสั่งให้ช่างชาวอินเดียผลิตในรูปแบบผ้าที่มีการตกแต่งลวดลายลงบนผ้าพื้นด้วยเทคนิคการเขียนหรือการพิมพ์ เข้ามาขายให้กับราชสำนักกรุงศรีอยุธยา โดยทางราชสำนักกรุงศรีอยุธยากำหนดให้ช่างอินเดียใช้ลวดลายตามแบบอย่างที่ทางราชสำนักต้องการ เช่น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์พรหมก้านแย่ง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์เทพนมก้านแย่ง ลายดาราราย ลายแก้วชิงดวง และลายกินรี เป็นต้น แล้วส่งกลับมายังราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ทำให้ผ้าชนิดนี้ถูกบัญญัติศัพท์ เรียกว่า “ผ้าลายอย่าง” คือ ทำตามอย่างที่กำหนดให้ผ้าลายอย่างเป็นผ้าที่ใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง ดังนั้นในอดีตผ้าเหล่านี้จึงไม่มีการผลิตและจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปในสยาม  และนิยมใช้ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น” (สถาบันอยุธยาศึกษา, 2565) 

            ผ้าลายอย่างจะเป็นผ้าทรงสำหรับกษัตริย์เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ข้าราชสำนัก ส่วนสามัญชนจะนุ่งได้ก็ต่อเมื่อได้รับพระราชทานตามบรรดาศักดิ์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อหามานุ่งได้ตามอำเภอใจ และเป็นผ้าที่ใช้ในราชสำนักในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นผ้าฝ้ายที่เขียนหรือพิมพ์ลายตามอย่าง ออกแบบโดยราชสำนักสยามและส่งไปพิมพ์ที่อินเดียเพราะเป็นแหล่งผลิตผ้าทอที่มีคุณภาพเยี่ยมในสมัยนั้น  และส่วนประกอบองผ้าลายอย่าง มี 3 ส่วนคือ (NATTAPATY, 2020)

1. ท้องผ้า หมายถึง พื้นที่ส่วนใหญ่ของผ้าบริเวณตรงกลาง
2. สังเวียนหรือขอบผ้า หมายถึง ลายบริเวณล้อมรอบท้องผ้าตามแนวยาว

3. กรวยเชิงหรือเชิงผ้า หมายถึง ลายบริเวณล้อมรอบท้องผ้าด้านกว้าง ซึ่งกรวยเชิงจะเป็นเครื่องบ่งชี้สถานะของผู้สวมใส่  

ผ้าลายอย่าง

          ส่วนมากลายที่พิมพ์จะเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายก้านแย่ง หรือลายพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยามักเป็นลายเทพพนม และก้านแย่งเทพรำ  ซึ่งชนิดของผ้าลายอย่างมี 4 ชนิด ได้แก่
          1. ผ้าพื้นสี (กลางผืนผ้าเป็นสีใดสีหนึ่ง เช่น สีแดง สีขาว) และชายผ้ามีลายกรวยหลายชั้น
          2. ผ้าท้องลาย (กลางลายผืนผ้าทำเป็นลวดลายเต็มทั้งผืน) และชายผ้ามีลายกรวยหลายชิ้น 

          3. ผ้าท้องลายและชายผ้ามีลายกรวยชั้นเดียว 
          4. ผ้าท้องลายและเชิงชายผ้ามีลายกรวยรอบ 
          ส่วนผ้าลายนอกอย่าง เป็นลายที่ช่างอินเดียคิดขึ้นมาเพื่อเลียบแบบผ้าลายอย่างของราชสำนักสยาม เนื่องจากเห็นว่าผ้าลายอย่างนี้ขายดีมากจึงคิดลวดลายเลียนแบบขึ้นมา โดยการผสมผสานลวดลายของทางอินเดียเพิ่มเข้าไปแต่พยายามปรับลายให้เข้ากับลายไทยแล้วส่งกลับมาขายที่อยุธยาซึ่งดูคล้ายลายของเรา จึงเรียกว่า “ลายนอกอย่าง” ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ข้าหลวงในวังและชาวบ้านที่มีฐานะนิยมซื้อหามานุ่งกัน ผ้าลายอย่างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ก็ยังใช้กันอยู่บ้างแต่ไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนสมัยอยุธยา เพราะในสมัยรัชกาลที่ 5 ข้าราชการเริ่มแต่งกายเป็นสากลมากขึ้น เหมือนเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มใหม่ ยูนิฟอร์มเก่าจึงกลายเป็นของสะสมเป็นมรดกตกทอด บ้างถวายวัด บ้างก็เปื่อยเสื่อมสภาพไปตามเวลา อีกทั้งขั้นตอนการทำก็ยุ่งยาก มีให้เห็นน้อยมากส่วนใหญ่จะพบเพียงในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ปัจจุบันผ้าลายอย่างมีให้เห็นบ้าง เช่น ในละคร บุพเพสันนิวาสที่เคยโด่งดังเมื่อปี 2561 และเรื่องพรหมลิขิตที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ (ผ้าลายอย่างผ้าพิมพ์ลายอันงดงามของกรุงศรีอยุธยา, 2564) 

ตัวอย่างลายผ้าลายอย่างสมัยอยุธยา (ภาพจาก ผ้าลายอย่างโบราณ Thai Chintzได้แก่

ผ้าลายอย่าง
ลายแก้วกุดั่น
ผ้าลายอย่าง
ลายเทพนมก้านแย่งครุฑยุดนาค
ผ้าลายอย่าง
ลายกินรี
ผ้าลายอย่าง
ลายเทพรำก้านแย่ง
ผ้าลายอย่าง
ลายเทพนมทรงหน้ากาล

วันนี้ จึงได้นำเรื่องราวและตัวอย่างของผ้าลายอย่าง ที่มีปรากฎในละครเรื่องพรหมลิขิตเท่านั้น มาให้ทุกคนรู้จักกันผ่านภูษาการแต่งกายของตัวละครกันค่ะ ทั้งภาพและเนื้อหามาจากเพจ “ภูษาผ้าลายอย่าง” 

ผ้าลายอย่าง และผ้าลายในละครพรหมลิขิต

ผ้าลายอย่างและผ้าลาย ในละครพรหมลิขิตที่ออกแบบขึ้นใช้ในการถ่ายทำละครเรื่องนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 10 ลาย ดังนี้

  1. ลายสายสุคนธ์
  2. ลายพุดกรอง
  3. ลายปานบุหงา
  4. ลายหิมพานต์ สีเหลืองหรดาน
  5. ลายกุดั่นทรงเครื่องใหญ่
  6. ลายเครือพุดตาน
  7. ลายแก้วชิงดวง
  8. ลายริ้วก้านต่อดอก
  9. ลายแก้วมาลินี
  10. ลายกุดั่นปรางรัญจวน

ลายผ้าทั้งหมดนี้ ออกแบบโดย อาจารย์ธนิต พุ่มไสว เพื่อเป็นการรังสรรค์ผลงานให้เป็นที่น่าจดจำสำหรับละครแห่งปีที่ทุกท่านรอคอย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปกรรมสมัยอยุธยา เนื่องจากผ้าลายอย่างและผ้าลายที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันมีน้อยเต็มที จึงต้องผูกลายขึ้นใหม่โดยอิงจากศิลปกรรมดังกล่าว ให้มีความสอดคล้องกับยุคสมัยและแนวทางของละครมากที่สุด ดังนั้น ผ้าลายอย่างที่ออกแบบขึ้นใหม่ทุกลวดลายในละครเรื่องพรหมลิขิต จึงถือเป็นงานลิขสิทธิ์ของภูษาผ้าลายอย่างเท่านั้น (ภูษาผ้าลายอย่าง, ม.ป.ป.)

 

1. ลายสายสุคนธ์

จัดอยู่ในผ้าตระกูลลายริ้ว ออกแบบเป็นเครือดอกไม้ เลื้อยพันกัน เป็นริ้วเป็นสายขึ้นไปดุจมีขีวิต ผ้าตระกูลลายริ้วนี้ แต่เดิมใช้เป็นผ้านุ่งได้ทั้งชายและหญิง ต่อมาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้ยกบทบาทให้เป็นผ้าเฉพาะบุรุษเพศ จะเห็นได้จากการนำผ้าลายริ้วมาตัดเป็นสนับเพลา ผ้าลายริ้วในละครเรื่องนี้จึงมีหน้าที่ส่งเสริมเอกลักษณ์ ความเป็นสมัยอยุธยา ให้นักแสดงที่สวมใส่โดดเด่นชัดเจนยิ่งขึ้น

2. ลายพุดกรอง

จัดเป็นผ้าลายดอกประเภทหนึ่ง ออกแบบเป็นดอกพุดร้อยกรอง ผูกกันเป็นกระบวนลายดอกประจำยาม กระจายทั่วท้องผ้า บนพื้นสีฟ้าเทา ผืนนี้แปลกกว่าผืนอื่น ตรงมีหน้าผ้าเชิงกรวยเพียงชั้นเดียว ผูกเป็นลายดอกไม้ลดรูปบนพื้นแดง ดูแปลกตา เรียบง่าย แต่เป็นลายที่ส่งเสริมบุคลิคของนักแสดงให้โดดเด่น น่าค้นหา ไม่จำเจ

3. ลายปานบุหงา

ลายปานบุหงา เป็นผ้าลายดอกประเภทหนึ่ง ออกแบบและผูกกันขึ้นใหม่เป็นลายประจำยามสี่กลีบ สลับคั่นด้วยลายดอกจอกแปดกลีบ บนพื้นสีแดงเข้ม แผ่เป็นลายกุดั่นทั้งผืนทั่วท้องผ้า ได้แรงบันดาลใจการจัดผังลายจากศิลปกรรมสมัยอยุธยา ผืนนี้เป็นผืนที่งดงามด้วยรูปแบบพิเศษ คือมีหน้าผ้ากรวยเชิงสองชั้น มีสังเวียนแม่ลายลูกขนาบ และช่อแทงท้อง งดงามดั่งนิมิตร เสริมส่งให้ผู้สวมใส่ดูสุขุม มากด้วยอำนาจ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน สามารถนุ่งได้ทั้งชายและหญิง

4. ลายหิมพานต์ สีเหลืองหรดาน

ลายหิมพานต์ สีเหลืองหรดาน (ผ้าที่ใช้ในละครนำผ้าลายนี้ไปเขียนทอง ให้เป็นผ้าเขียนลายทอง)  ลายนี้เป็นลวดลายที่งดงาม เขียนขึ้นเป็นลายสัตว์หิมพานต์ในทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีชื่อว่าไตรเทพปักษีหรือไกรเทพปักษี มีราชวัตร (ราชวัตร หมายถึง รั้ว) ทำเป็นลายนกการเวก บนพื้นสีเหลืองหรดาน มีสังเวียนเป็นลายคชสีห์ และนาคปักษิณ กัดช่อกนกเริงเล่นหยอกเย้ากันไปมา มีกรวยเชิงสามชั้นตามอย่างราชสำนักโบราณ ประกอบด้วยลายนาค อัปสรสีห์ หงส์ ปลาศฤงคมัศยา เงือก กินรี และติณสีห์ ล้วนเป็นสัตว์มงคล และงดงามตามตำนานไตรภูมิ

5. ลายกุดั่นทรงเครื่องใหญ่

ลายกุดั่นทรงเครื่องใหญ่  ผ้านุ่งพระเจ้าเสือในละครพรหมลิขิต แรงบันดาลใจจากลวดลายสมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นกระบวนลายสมัยอยุธยา ลักษณะเป็นลายกุดั่นดอกลอยทรงกลม มีกลีบโดยรอบ ล้อมด้วยราชวัตร แตกลายด้วยแม่ลายย่อมุมสิบสอง เชื่อมลายด้วยลายก้ามปูพิเศษด้วยเป็นการห้ามลายและเชื่อมลายในตัว มีหน้าผ้าสามชั้น มีสังเวียน มีลูกขนาบเต็มอย่างยศผ้าโบราณโทนสีเลือกใช้โทนสีโบราณ ท้องผ้านั้นได้แรงบันดาลใจจากต้นเสาพระตำหนักของเจ้าพระขวัญ ที่สมเด็จพระเจ้าเสือถวายให้สมเด็จพระสังฆราชแตงโม (ทอง) ที่วัดน้อยปักษ์ใต้ที่เมืองเพชร ปัจจุบันปรากฎหลักฐานที่ศาลาการเปรียญสมัยอยุธยาที่สมบูรณ์ที่สุดในวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี 

6. ลายเครือพุดตาน

ผ้าผืนนี้แปลกตาจากทุกลายที่เคยทำมา มีลักษณะเป็นริ้วตั้งฉากสลับกันเล็กใหญ่ ลักษณะลายนี้มีมาแต่โบราณ ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย ลักษณะริ้วตั้งนี้เองที่ทำให้ผู้สวมใส่ดู สูง ไม่อ้วน ดูผอม งดงาม ลักษณะลาย เป็นกระบวนลายโบราณ ที่ผสมผสานเอาดอกพุดตานดอกไม้มงคลของไทยและจีน นำมาออกแบบกับวิหคน้อย ให้มีลักษณะที่งดงามแปลกตา อีกทั้งมีหน้าผ้าสามชั้น ผูกลายเป็นดอกไม้ไทยประดิษฐ์ต่าง ๆ บนพื้นสีแดง เข้ม เหลืองนวล และแดงสังเวียนเป็นลายดอกพุดตานบนพื้นสีฟ้าโทนโบราณ งดงามอย่างน่าอัศจรรย์

7. ลายแก้วชิงดวง

ลายนี้เป็นลายแก้วชิงดวงทรงเครื่อง ลวดลายสลับซับซ้อนกว่าลายแก้วชิงดวงรุ่นปัจจุบัน ท้องผ้าสีลูกผักปลัง มีกรวยเชิงสามชั้น โดดเด่นด้วยกรวยเชิงสีเขียวไข่กา

8. ลายริ้วก้านต่อดอก

ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ลายผ้าโบราณ มีลักษณะเป็น ริ้วตั้งใหญ่สลับเล็ก โดยใช้สีแดงสลับดำแซมเหลือง มีลายก้านต่อดอกเกลียวกนกเคล้าพันกันในริ้วนั้นอย่างงดงาม ผ้าลายริ้วนี้เป็นกระบวนลายที่มีมาแต่สมัยอยุธยา เดิมเป็น ผ้าราชสำนักที่ใช้ได้ทั้งชายหญิง แต่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้จำกัดบทบาทผ้าลายริ้วให้เป็นเพียงผ้าประจำบุรุษ ผืนนี้ใช้กระบวนสีดำแดงเป็นหลัก แล้วตัดด้วยสีฟ้า เพื่อให้ดูไม่เลี่ยน และเสริมให้ดูงดงามยิ่งขึ้น

9. ลายแก้วมาลินี

ผ้าลายดอกพิเศษ ออกแบบเป็นลายก้านต่อดอก เกี่ยวพันกันเป็นลายผ้า ผ้าลายนี้หากเพ่งพินิจแล้ว จะเหมือนดอกไม้มีชีวิต ดูสละสลวย เพราะออกแบบให้มีช่องไฟที่พอเหมาะ ดูไม่อึดอัด บนพื้นสีม่วงที่คนโบราณเรียกว่าสีเม็ดมะปราง ผืนนี้มีกรวยเชิงสองชั้น คือสีแดง และสีเหลือง สีเหลืองนี้เองที่ทำให้ผ้าดูสนุกสนาน ด้วยว่าเป็นสีคู่ปฏิปักษ์ ราวกับลายหยอกเอินกันอย่างน่าอภิรมย์ มีสังเวียนแม่ลายลูกขนาบ ดูอ่อนหวานยิ่งนัก

10. ลายกุดั่นปรางรัญจวน

ผ้าลายนี้ออกแบบเป็นลายประจำยามสี่กลีบ เชื่อมกันด้วยลายฟองมัน คั่นสลับกันทั่วท้องผ้า บนพื้นสีแดงลิ้นจี่ เพี้ยนคำมาจาก (อินจี) คือแมลงชนิดหนึ่ง มีกรวยเชิง 2 ชั้น ประกอบแม่ลายลูกขนาบ อย่างโบราณ ผ้าผืนนี้ให้อารมณ์อ่อนหวาน เคร่งขรึม ตามนิสัยของคนสยามสมัยโบราณ

นอกจากดูละครสนุก ได้อรรถรสแล้ว สิ่งประกอบที่สำคัญในละครแต่ละเรื่องก็เป็นสิ่งที่น่ารู้น่าศึกษา ยิ่งเป็นละครย้อนยุค นอกจากเราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้ว ยังได้เรียนรู้องค์ประกอบที่สำคัญอื่น ๆ อีกด้วย อย่างในเรื่อง พรหมลิขิต หรือบุพเพสันนิวาส เครื่องแต่งกายที่เราเห็นจากละครก็มีความสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ของแต่ละคนแต่ละผืนผ้าก็ยังมีลักษณะพิเศษ เครื่องแต่งกายเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่า และหาดูได้ยากมาก ๆ ในปัจจุบัน และคนทำละครเองก็มีความตั้งใจในการศึกษา และถ่ายทอดออกมาให้เป็นไปตามประวัติศาสตร์มากที่สุด  ดังนั้น เครื่องแต่งกายของแต่ละตัวละครในเรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก  ดูละครสนุกแล้ว ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้ว ยังได้รู้จักสิ่งที่หายากและมีคุณค่าอีกอย่างหนึ่งคือ ผ้าลายอย่าง ที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังสืบทอดมา ถึงแม้จะมีน้อยมาก แต่ก็ยังมีผู้เห็นคุณค่าและมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความงามของเครื่องแต่งกายในฉากของละคร  เกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์ละคร ที่เห็นความสำคัญของเครื่องแต่งกายที่มีคุณค่าให้เราได้รับรู้ ผ่านการรวบรวมข้อมูล อ้างอิงมาเพื่อสร้างสรรค์ให้เห็นถึงคุณค่าของมรดกเหล่านี้  ดังคำที่ว่า

“สิ่งที่เราไม่เคยเห็นใช่ว่าจะไม่เคยมีเคยอยู่ สิ่งที่เรารู้แล้วอาจจะไม่ได้รู้จนหมดจด”  

บรรณานุกรม

จารุภรณ์ ศรีจันทร์. (2561). การเขียนผ้าลายอย่างในจิตรกรรมฝาผนังวัดไชยทิศ กรุงเทพมหานคร เพื่อการอนุรักษ์โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น]. สถาบันอยุธยาศึกษา. https://www.aru.ac.th/chulaphat/download/pdf/2.data_chintz.pdf?fbclid=IwAR0QUtFwv6Pwx_bZTQi1tyRN5kQim8DrQ5SZb0Ddm_O8N9vNA9x3i1_A2EM
ณัฏฐภัทร จันทวิช. (2545). ผ้าพิมพ์ลายโบราณในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร.

ผ้าลายอย่าง ผ้าพิมพ์ลายอันงดงามของกรุงศรีอยุธยา. (25 พฤษภาคม 2564). กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. http://www.culture.go.th/culture_th/ewt_news.php?nid=5773&filename=i

ภูษาผ้าลายอย่าง. (ม.ป.ป.). [ภูษาผ้าลายอย่าง]. Facebook. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2566, จาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100077758510371

อยุธยาศึกษา. (2565). ผ้าลายอย่างอยุธยา. สถาบันอยุธยาศึกษา. https://www.aru.ac.th/chulaphat/download/pdf/2.data_chintz.pdf?fbclid=IwAR0QUtFwv6Pwx_bZTQi1tyRN5kQim8DrQ5SZb0Ddm_O8N9vNA9x3i1_A2EM

NATTAPATY. (9 ก้นยายน 2020). ผ้าลายอย่าง/ผ้าลายอย่าง…แต่งกายอย่างอยุธยา. THAI STYLE STUDIO 1984. https://thaistylestudio1984.com/b/ผ้าลายอย่าง-ผ้าลายอย่าง-แต่งกายอย่างอยุธยา/

ชวนอ่าน (March 2, 2024) ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต. Retrieved from https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/.
"ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต." ชวนอ่าน - March 2, 2024, https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/
ชวนอ่าน November 22, 2023 ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต., viewed March 2, 2024,<https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/>
ชวนอ่าน - ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต. [Internet]. [Accessed March 2, 2024]. Available from: https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/
"ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต." ชวนอ่าน - Accessed March 2, 2024. https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/
"ชวนรู้จัก ผ้าลายอย่าง ผ่านภูษาจากละครพรหมลิขิต." ชวนอ่าน [Online]. Available: https://library.wu.ac.th/content/siamese-chintz/. [Accessed: March 2, 2024]

Visits: 235

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.