ในฐานะที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถือกำเนิดเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐรุ่นบุกเบิกแห่งหนึ่ง ที่ได้ดำเนินการบริหารและการจัดการมหาวิทยาลัยตามปรัชญา ปณิธาน และหลักการของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน จึงมีทุนทางปัญญาที่สะสมและพัฒนาจากประสบการณ์ตรง และการปฏิบัติงานจริง ในระบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ความดำริริเริ่มในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรแก่การชื่นชมยินดี เป็นดำริชอบที่ก่อให้เกิดการเพิ่มทุนทางปัญญา เพื่อพัฒนาการบริหารและการจัดการมหาวิทยาลัยรูปแบบนี้ให้ดำเนินไปถูกทาง ถูกวิธีและบังเกิดผลดีต่อวงการอุดมศึกษามากยิ่งขึ้น

          ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐลำดับที่สอง ในวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕  การก่อเกิดซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น เป็นการตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระจายและขยายโอกาสทางด้านการอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและชนบท  ซึ่งนโยบายการจัดตั้งมหาวิทยาลัย นอกจากจะเป็นการขยายโอกาสแล้วถือได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา คือ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล มีสถานภาพพิเศษที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีลักษณะเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ที่มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมให้มีลักษณะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Residential University และเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน โดยมีภารกิจ ๔ ด้าน คือ การสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และเพื่อสังคมและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จึงถือได้ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ มหาวิทยาลัยที่พัฒนามาสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลเป็นแห่งที่สองของประเทศไทย ต่อจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และหลังจากนั้นได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สามต่อจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

          จึงนับได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้บริหารในฐานะอธิการบดีคนแรกและนายกสภามหาวิทยาลัยทั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมทั้งได้สร้างความเข้าใจแก่สาธารณะมาโดยตลอดในบทบาทมหาวิทยาลัยของรัฐ ทำให้ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง 

ประวัติและผลงาน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน

เกิดวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๗

– อักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๒
– ครุศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๔
– M.A. บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย Minnesota สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๐๗
– Ph.D. บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย Minnesota สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๑๐
– ประกาศนียบัตรการบริหารมหาวิทยาลัย (AACTE Administrative Internship) มหาวิทยาลัย Akron, Ohio สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๑๒
– ว.ป.อ. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๑๙ – ๒๕๒๐

๑) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ๒๕๒๔
(๒) ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๒๘
(๓) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of the University – D.U.) มหาวิทยาลัย The Open University ประเทศอังกฤษ พ.ศ. ๒๕๒๙
(๔) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Letters) มหาวิทยาลัย Andhra Pradesh Open University ประเทศอินเดีย พ.ศ. ๒๕๓๔
(๕) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เทคโนโลยีสังคม) มหาวิทยาลัยเกริก พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) วิทยาการสารสนเทศดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๔๔
(๗) ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การศึกษาทางไกล) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๔๖
(๘) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการความรู้) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.๒๕๔๗
(๙) วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Science) มหาวิทยาลัยเปิดแห่งฮ่องกง (The Open University of Hong Kong) พ.ศ. ๒๕๔๘
(๑๐) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (บริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. ๒๕๕๐
(๑๑) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Letters) มหาวิทยาลัยเปิดวาวะซาน (Wawasan Open University) ประเทศมาเลเซีย พ.ศ.๒๕๕๑
(๑๒) พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๒
(๑๓) ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๒
(๑๔) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ.๒๕๕๒
(๑๕) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Philosophy) มหาวิทยาลัย National Taiwan University of Science and Technology พ.ศ.๒๕๕๗
(๑๖) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Philosophy) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2560
(๑๗) ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์ด้านการพัฒนาประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑ 
(๑๘) นักบริหารการศึกษาดีเด่น ภาควิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๖
(๑๙) รางวัลเกียรติคุณนักการศึกษาดีเด่น (Distinguished Fellow) จากสภาการศึกษาเพื่อการสอนระหว่างประเทศ (International Council on Education for Teaching) พ.ศ. ๒๕๒๗
(๒๐) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น (Outstanding Achievement Award) จากมหาวิทยาลัย Minnesota สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๒๙
(๒๑) รางวัลข้าราชการดีเด่นครุฑทองคำ พ.ศ. ๒๕๒๙ จากสมาคมข้าราชการพลเรือน
(๒๒) รางวัลกิตติคุณสังข์เงิน ในฐานะนักบริหารการศึกษาดีเด่น พ.ศ. ๒๕๓๔ จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย
(๒๓) นักรัฐประศาสนศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๖ จากสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย
(๒๔) นักนวัตกรรมทางการศึกษาดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๖ จากสมาคมนิเทศการศึกษาแห่งประเทศไทย
(๒๕) ข้าราชการแห่งปี จากหนังสือพิมพ์หลักไท พ.ศ. ๒๕๓๗
(๒๖) นักอักษรศาสตร์ดีเด่น พ.ศ. ๒๕๓๘ จากสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
(๒๗) คนโคราชกิตติมศักดิ์ จากจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๓๙
(๒๘) บุคคลดีเด่นแห่งปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จากสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรแห่งนครราชสีมา
(๒๙) เมธีแห่งศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา (FELLOW OF ACEID) องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) พ.ศ.๒๕๓๙
(๓๐) บุคคลตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๐ จากมูลนิธิเพื่อสังคมร่วมกับหนังสือพิมพ์ เส้นทางเศรษฐกิจ
(๓๑) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น (WACE Special Award) จาก World Association for Cooperative Education พ.ศ. ๒๕๔๔
(๓๒) รางวัลเกียรติคุณเข็มกิตติการทองคำและโล่กิตติการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๔๔
(๓๓) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น (Meritorious Service Award) จาก Asian Association of Open Universities พ.ศ. ๒๕๔๕
(๓๔) ผู้บริหารดีเด่น การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
(๓๕) ปูชนียาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๐
(๓๖) ศาสตราภิชาน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๒
(๓๗) โล่สามศรเกียรติยศ อธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๕๑
(๓๘) ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิและทำคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม ของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๒
(๓๙) ได้รับการประกาศเกียรติคุณยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย” โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในวันสหกิจศึกษาไทย เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๒
(๔๐) ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ในฐานะผู้ริเริ่มและประกอบคุณูปการต่อกิจกรรมค่ายอาสาสมัคร ในโอกาสครบ ๕๐ ปี ค่ายอาสาสมัคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
(๔๑) ได้รับการยกย่องให้เป็น ALL-TIME FAME 2010 โดยมูลนิธิฟุลไบรท์ไทยและมูลนิธิการศึกษาไทย – อเมริกัน
(๔๒) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น The Darrell Bloom Award จาก International Council on Education for Teaching (ICET) พ.ศ. ๒๕๕๖
(๔๓) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น The Mr. Donald Maclaren, Jr Academic Award 2013 จากสมาคมสหกิจศึกษาโลก (World Association of Cooperative Education – WACE)
(๔๔) ได้รับตำแหน่ง Chairman Emeritus of AUAP (Association of Universities of Asia and the Pacific) เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
(๔๕) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น ๒๐๑๖ Lifetime Achievement Award จาก Southern African Society for Cooperative Education (SASCE)
(๔๖) รางวัลเกียรติคุณผลงานดีเด่น The University of Cincinnati: Hall of Honor in Cooperative Education ๒๐๑๗
(๔๗) PRINCIPAL FELLOW of the Higher Education Academy ๒๐๑๙, United Kingdom
(๔๘) โล่เชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณประโยชน์แก่วงการการศึกษาทั่วไป ประจำปี ๒๕๖๕

๑. ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
(๒) นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
(๓) นายกสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

๒. ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.๒๕๔๙ – ๒๕๕๑)
(๒) สมาชิกวุฒิสภา (พ.ศ.๒๕๓๑ – ๒๕๓๔ และ ๒๕๓๘ – ๒๕๔๓)
(๓) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๓๔ – ๒๕๓๕)
(๔) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อและประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร (พ.ศ.๒๕๔๔ – ๒๕๔๗)

๓. ตำแหน่งหน้าที่อื่นในอดีต

(๑) อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายมัธยม พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๓
(๒) เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๔ – ๒๕๑๖
(๓) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๖ – ๒๕๑๗
(๔) รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๓๐
(๕) ประธานอนุกรรมการพิจารณาศึกษา และจัดทำโครงการมหาวิทยาลัยเปิดทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๙ – ๒๕๒๑
(๖) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๐
(๗) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๒๑
(๘) นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๒๑ – ๒๕๒๗ และ พ.ศ. ๒๕๓๒ – ๒๕๓๕
(๙) อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑ – ๒๕๓๐
(๑๐) ประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ – ๒๕๒๔
(๑๑) ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๐ – ๒๕๓๗
(๑๒) นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๓๑ – พฤษภาคม ๒๕๓๓
(๑๓) นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๔
(๑๔) รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. พ.ศ. ๒๕๓๔ – ๒๕๓๕ 

(๑๕) นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๓๕ – ๒๕๓๘ 

(๑๖) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๓๕ – ๒๕๔๓ 

(๑๗) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ – ๒๕๔๑ 

(๑๘) คณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๓๖ – ๒๕๔๓ 

(๑๙) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ – ๒๕๔๑ 

(๒๐) ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจัดงานแสดงเกษตรและอุตสาหกรรมโลก พ.ศ. ๒๕๓๘ 

(๒๑) คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๔๒ 

(๒๒) นายกสภาสถาบันราชภัฎราชนครินทร์ พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๔๓ 

(๒๓) กรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒๔) ประธานกรรมการ สถาบันการบินพลเรือน พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ 

(๒๕) กรรมการบริหาร สภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ 

(๒๖) ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๔ 

(๒๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๔ 

(๒๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙ 

(๒๙) ประธานกรรมการติดตามตรวจสอบประเมินผล สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๙ 

(๓๐) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๕๑ 

(๓๑) นายกสภามหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๕๐ 

(๓๒) นายกสภามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๖๐

 (๓๓) อธิการบดีสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๕๐ 

(๓๔) นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๕๔ 

(๓๕) กรรมการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๕ 

(๓๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๕๘ 

(๓๗) นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๕๙ 

(๓๘) กรรมการสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๔๒–พ.ศ. ๒๕๖๐ และอุปนายกสภา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.๒๕๕๓–พ.ศ. ๒๕๖๐

 (๓๙) ที่ปรึกษาสำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา 

(๔๐) นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑-พ.ศ. ๒๕๖๔


๕. ผลงาน 

๕.๑ ผลงานทางวิชาการ 

(๑) งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่เกี่ยวกับอุดมศึกษา ๕ เรื่อง

(๒) งานแต่งตำรา ได้เขียนตำราตีพิมพ์เผยแพร่และใช้ประกอบการสอนและการศึกษาค้นคว้า ระดับอุดมศึกษา ๑๐ เล่ม 

(๓) บทความทางวิชาการ ได้เขียนบทความเกี่ยวกับการศึกษา ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการต่างๆ ทั้ง ในและนอกประเทศ จำนวนประมาณ ๖๐ เรื่อง 

๕.๒ ผลงานปฏิบัติงานด้านการบริหารและการพัฒนา 

(๑) เป็นผู้บุกเบิก และจัดระบบงานวางแผนการศึกษาและวิจัยสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการมี ส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษา และการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ 

(๒) เป็นผู้จัดวางระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู (ก.ค.) และร่วมจัดวางรูปแบบการบริหาร การประถมศึกษา 

(๓) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและจัดวางระบบงานของทบวงมหาวิทยาลัย 

(๔) เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งภาควิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

(๕) เป็นผู้ก่อตั้งและอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช บุกเบิกการใช้การศึกษา ทางไกลเพื่อสร้างความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา 

(๖) เป็นผู้ก่อตั้งและอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกในประเทศไทย 

(๗) บุกเบิกรูปแบบของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ 

(๘) เป็นผู้ก่อตั้งและรักษาการอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

(๙) เป็นผู้ดำเนินการปฏิรูประบบราชการและระบบข้าราชการพลเรือน ในฐานะผู้รักษาการในตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ. พ.ศ. ๒๕๓๔ – ๒๕๓๕ 

(๑๐) เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา และร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญและประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษา 

๕.๓ ผลงานด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรม 

(๑) เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้ระบบการศึกษาทางไกล ให้โอกาสผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้อย่างกว้างขวาง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้รับการ กำหนดจาก UNESCO ให้เป็นสถาบันที่เป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยเปิดในระบบการสอนทางไกล ที่ใช้สื่อประสมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และสภาการศึกษาทางไกลระหว่างประเทศยกย่องให้ เป็นมหาวิทยาลัยเปิดดีเด่นของโลก 

(๒) เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใน กำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเป็นแห่งแรก ถือเป็นต้นแบบของ มหาวิทยาลัยอิสระที่ใช้รูปแบบใหม่ของการบริหารเพื่อประสิทธิภาพและความเป็นเลิศทางวิชาการ 

(๓) เป็นผู้ดำเนินการปฏิรูประบบราชการและระบบข้าราชการพลเรือน เพื่อให้สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบัน และรองรับทิศทางการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยการ ยกร่างพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่ และยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน 

(๔) เป็นผู้บุกเบิกการวางระบบการวางแผนพัฒนาอุดมศึกษาและระบบงานวิจัยสถาบันและสารสนเทศ การอุดมศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

(๕) เป็นผู้บุกเบิกการจัดการศึกษาระดับปริญญาที่บูรณาการการเรียนกับการทำงานในรูปของสหกิจ ศึกษา (Cooperative and Work-Integrated Education) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖

(๖) เป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาหลักสูตรและการเปิดสอนสหกิจศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นแห่งแรกในโลก ในปี พ.ศ ๒๕๕๖

 

– มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
– มหาวชิรมงกุฎ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
– ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
– เหรียญจักรพรรดิมาลา ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๐
– เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา (สาขาศึกษาศาสตร์) ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
– เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้น ๑   ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒
– เหรียญกาชาดสัมมนาคุณ ชั้น ๑
– Grand Decoration of Honour in Gold with Star ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๗ (สาธารณรัฐออสเตรีย)

ฉบับปรับปรุง มีนาคม ๒๕๕๖

ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ – วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑

ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๑ – วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปี พ.ศ. ๒๕๓๓

จากปลัดทบวงมหาวิทยาลัยสู่ประธานคณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ นี่เองที่แผนพัฒนาการอุดมศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จัดทำสำเร็จ เป็นผลให้มหาวิทยาลัยใหม่อีก ๔ แห่ง ริเริ่มขึ้นมาพร้อม ๆ กับมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวรที่จังหวัดพิษณุโลก มหาวิทยาลัยบูรพาที่จังหวัดชลบุรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นปรากฏเป็นรูปร่างหลังสุด  แต่ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งขณะนั้นก็คือ ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ชี้แจงว่า 

“… หากจะให้ได้มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดต้องใจเย็น ๆ และมหาวิทยาลัยที่นครศรีธรรมราชจะเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบแนวใหม่ที่สุด มีครบทั้งกลุ่มสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีสภาพเป็นเมืองมหาวิทยาลัย และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ …”

และในวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งปลัดทบวง มหาวิทยาลัยเป็นประธาน มติดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินโครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย  ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทำหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำโครงการ พร้อมทั้งยกร่างพระราชบัญญัติในการจัดตั้ง นอกจากนี้ก็ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ตลอดจนดำเนินการจัดซื้อจัดหา  พิจารณาชดใช้ค่าอาสินแก่ราษฎรในบริเวณที่ดินที่คณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดให้เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย

“ ถ้าอยากได้มหาวิทยาลัยที่ดีจริง ๆ ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอยกับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว ซึ่งแก้ปัญหาเดิม ๆ ไม่ได้ไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรก็ขอให้ใช้โอกาสศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการปัจจุบันสู่อนาคต จัดทำโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแบบใหม่ที่สมบูรณ์โดยมองไปข้างหน้า ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ศึกษา วิเคราะห์ ระดมความคิดที่สะท้อนความต้องการทั้งส่วนของชาวนครศรีธรรมราชประเทศและประชาคมโลกด้วย…”
“ …ตอนนั้นผมเป็นปลัดทบวงอยู่ก็โชคดี ได้จัดทำแผนระยะยาว ๑๕ ปี การอุดมศึกษาไทย มีผลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ไปจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งได้นำมาเป็นกรอบและแนวทางในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของเรา   ถือว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  เกิดตามแผนและโตตามแผนทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความคิดของใครคนใด คนหนึ่งและเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่มีการทำอย่างต่อเนื่องโดยยึดแผน ขณะเดียวกันก็มีความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย…”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน สำรวจที่ดินอันเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย
ปี พ.ศ. ๒๕๓๔

สำรวจที่ดินเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๔  ทบวงมหาวิทยาลัยได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นครศรีธรรมราช เรื่องขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ ในเขต หมู่ที่ ๒ ๓ ๖ ๘ และ ๑๐  ตำบลไทยบุรี หมู่ที่ ๒ ตำบลโพธิ์ทอง และหมู่ที่  ๑  ๕ ๖  และ  ๙  ตำบลหัวตะพาน  อำเภอท่าศาลา อันมีพื้นที่รวมประมาณ ๑๓,๓๘๖ ไร่ เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ดำเนินการเข้าสำรวจตรวจสอบและสอบสวน รวมทั้งได้จัดการประชุมสภาตำบลทั้ง ๓ ตำบลแล้ว ก็มีมติว่าที่ดินสาธารณ ประโยชน์นี้ ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ให้ใช้เป็นสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๓,๓๘๖ ไร่ และอำเภอท่าศาลาก็มีความเห็นว่าควรอนุมัติให้ทบวงมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทั้ง ๒ แปลงดังกล่าวเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่ตั้งขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ 

ระหว่างนี้มีการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน การจ่ายเงินค่าชดเชยทรัพย์สินและผลอาสินแก่ราษฎรในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย รวมทั้งมีการขอพระราชทานนามมหาวิทยาลัย และวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อม พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” อันเป็นสร้อยพระนามในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในขณะนั้น

ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ปี พ.ศ. ๒๕๓๕

กำเนิดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ 

          ด้วยเหตุนี้  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงถือเอาวันที่  ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย และให้วันที่ ๒๙ มีนาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์      

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่ง รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ปี พ.ศ. ๒๕๓๖

แต่งตั้งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เกษม  สุวรรณกุล เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยท่านแรก ซึ่งในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๓๕ มีมติแต่งตั้งศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ท่านเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  โดยดำรงตำแหน่งรักษาการแทนอธิการบดีตั้งแต่วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ รวมระยะเวลา ๖ ปี ๔ เดือน 

           และท่านยังดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

บรรยากาศการปฏิบัติงานและการประชุม ณ หน่วยประสานงาน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร ณ อาคารทบวงมหาวิทยาลัย
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ นครศรีธรรมราช
ปี พ.ศ. ๒๕๓๖

จัดตั้งฐานที่ตั้งสำหรับบริหารงาน จำนวน ๒ แห่ง

๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖  จัดตั้งสำนักงานอธิการบดี และหน่วยประสานงานหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร ณ อาคารทบวงมหาวิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เพื่อประสานงานกับส่วนกลาง การจัดประชุมสำคัญ  รวมทั้งวางระบบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย

วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปิดสำนักงานศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สนามหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้สำนักงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มี ๒ แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และนครศรีธรรมราช

จากความเป็นนักบริหารของท่าน ได้มีการจัดตั้งสถานที่ปฏิบัติงาน ทั้ง ๒ แห่ง คือกรุงเทพมหานคร และนครศรีธรรมราช หรือเรียกกันติดปากว่า นปม. กทม. และ นปม. นศ. เพื่อให้การบริหารงาน การประสานงาน การจัดประชุมต่าง ๆ มีความสะดวกและคล่องตัว และการก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ดังนั้นบุคลากรในหน่วยงานหรือสังกัดเดียวกัน จะปฏิบัติงานทั้ง ๒ แห่ง การบริหารงานและการก่อสร้างมหาวิทยาลัยเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้  

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (ในขณะนั้น) เสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ปี พ.ศ. ๒๕๓๙

พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (ในขณะนั้น) เสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงถือว่าวันนี้เป็นวันมงคลยิ่งของชาวมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่นั้นมา โดยในวันดังกล่าวมีการนำแผ่นหินที่จารึกดวงชะตาของสถานที่ที่จะก่อสร้างและวางศิลาตามฤกษ์

มุมมองเกี่ยวกับแนวคิดและอนาคตของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

แนวคิดในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดจากการเรียกร้องต้องการของประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อตอนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้ง สิ่งแรกที่ต้องฟังคือต้องฟังเสียงประชาชน เพราะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่เหมือนที่อื่น เพราะที่อื่นส่วนมากรัฐบาลมีแผนมีการกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะตั้งที่ไหน ด้วยเหตุผลอะไร แต่ที่นี่มีลักษณะพิเศษเพราะว่าได้รับการเรียกร้องต้องการให้เกิดมหาวิทยาลัยให้เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องมาหลายปี  จนกระทั่งได้รับมอบหมายให้มีการจัดตั้ง ซึ่งมีคณะกรรมการอยู่แล้ว ชื่อว่าคณะกรรมการรณรงค์ให้มีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เจาะจงเลย ก็เห็นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มตัวแทนของความต้องการที่แท้จริง ต้องมีการรับฟังความเห็น นอกจากให้เข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ก็มีการรับฟังความเห็นและได้ย้ำว่าถ้าอยากได้มหาวิทยาลัยดี ๆ จะต้องใจเย็น ๆ มหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวและการจะได้มหาวิทยาลัยดี ๆ จะต้องมีแผนงานที่ดี ต้องเริ่มต้นจากตรงนั้น และแผนงานที่ดีจะต้องสะท้อนจากความต้องการปัจจุบัน แล้วก็สะท้อนสิ่งที่คิดว่าจะเป็นไปในอนาคต ไม่ใช่แต่เพียงจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือภาคใต้ แต่ว่าทั้งประเทศและจริง ๆ ก็เชื่อมโยงไปสู่ประชาคมโลกด้วย เพราะฉะนั้นจึงมีแผนระยะยาวมาตั้งแต่ต้นไม่ได้ตั้งแบบฉุกละหุก ไม่ได้ก่อตั้งโดยเร่งด่วนจนเกินไป แต่ว่าได้มีการศึกษาวิเคราะห์และระดมความคิดที่สะท้อนความต้องการทั้งของส่วนของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งส่วนความต้องการของประเทศ ทั้งส่วนที่มองไปสู่ในอนาคตในประชาคมโลกด้วย โดยได้อาศัยแนวทางของแผนระยะยาว ๑๕ ปีมาเป็นกรอบและแนวทางในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เกิดตามแผน และก็ใช้คำนี้มาตลอดและมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็โตตามแผน  ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความคิดของใครคนใดคนหนึ่งและเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ว่ามีการทำอย่างต่อเนื่องสืบเนื่องโดยยังยึดแผน 

อนาคตของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สิ่งที่อยากเห็นก็คืออยากเห็นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่อนาคต มีความเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีความเป็นเลิศ  มีการสะท้อนความเป็นไทย  คนไทยอยู่ที่ไหนก็ต้องแสดงว่าฉันเป็นคนไทย แล้วก็มีคุณลักษณะต่าง ๆ มีความเป็นตัวของตัวเอง มีอัตลักษณ์  ประการที่สองคงต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นสากลมากขึ้นเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับทั่วโลกได้  และเพื่อให้ผลผลิตและผลลัพธ์ของมหาวิทยาลัยเข้าสู่เวทีโลก เพราะว่าต่อไปนี้มหาวิทยาลัยจะต้องมีบทบาทสำคัญมาก ๆ เรื่องของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน  ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะที่มีการบริหารจัดการที่คล่องตัวเพราะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแห่งแรก ๆ ของประเทศเพราะมีประสบการณ์ด้านนี้เต็มที่ ควรจะนำโอกาสของการเป็นมหาวิทยาลัยไทย และเตรียมเป็นมหาวิทยาลัยสากลเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ อนุรักษ์สิ่งที่ดีของไทยและคงต้องคำนึงถึงผลผลิต ผลลัพธ์เข้าสู่เวทีโลก  ตลาดแรงงานและคุณภาพก็ต้องเป็นคุณภาพระดับสากล  เรื่องบัณฑิตไทยต่อไปในอนาคตจะต้องมีภาษาที่สองที่ใช้การได้  ก็เลือกเอาภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือภาษาจีนก็ได้  ในขณะเดียวกันคิดว่าการผลิตทรัพยากรมนุษย์หรือทรัพยากรบุคคลบางด้าน เช่น แต่ก่อนคิดว่าผลิตบัณฑิตก็พอแล้ว ที่นี้ยังไม่พอจะต้องเป็นหน่วยงานที่สามารถถ่ายทอดความรู้  เพราะเช่นนั้นเมื่อเราเป็นแหล่งผลิตความรู้เรื่องการค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ แซงขึ้นมาเป็นภารกิจคู่ซึ่งไม่ทำไม่ได้ต้องทำให้ดีด้วย และในเรื่องที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นแล้วจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่ต้องไปไกลในระยะต้น ตอนแรกมหาวิทยาลัยต้องพิจาณาบทบาทตัวเองในบริบทของท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยว่าอยู่ตรงไหน  แล้วก็จะผูกกับอาเซียนได้แค่ไหน มหาวิทยาลัยจะผูกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แค่ไหน มหาวิทยาลัยจะมีบทบาทตรงนี้ได้แค่ไหน  ตรงนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นนานาชาติ ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะเริ่มจากปริมณฑลแคบลงแล้วก็สานต่อไปในระดับโลกได้

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ให้เกียรติปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ครูในฝัน”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ปี พ.ศ. ๒๕๕๘

ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ครูในฝัน”

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ให้เกียรติปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ครูในฝัน” เนื่องในโอกาสสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครบปีที่ ๒๓ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ห้อง ๒๐๓ อาคารวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยในตอนต้นได้บอกเล่าถึงความต้องการที่จะเป็นครูในวัยเด็กว่า มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นครูตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน ครูคนแรก คือ พ่อ ที่สอนการเขียนอ่าน พร้อมทั้งเป็นผู้แนะแนวทางด้านการศึกษาในอนาคตว่า ควรจะเป็นครู เพราะเป็นคนที่อ่านหนังสือเร็ว จับใจความเก่ง จึงเกิดความฝังใจตั้งแต่นั้นมาที่จะมีอาชีพเป็นครู

กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โล่ประกาศเกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น และรางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปฐากถาพิเศษ “ธรรมัตตาภิบาลรากฐานของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ”
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙

ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ธรรมัตตาภิบาล รากฐานของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ"

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปาฐกถาพิเศษ “ธรรมัตตาภิบาลรากฐานของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” เนื่องในโอกาสสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครบปีที่ ๒๔ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรทางวิชาการระดับสูง ให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก และประกาศนียบัตรเฉพาะเรื่อง ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องใช้ความรู้ทางวิชาการในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกันผู้ที่ทำงานสายสนับสนุนก็จำเป็นต้องเข้าใจด้านวิชาการเช่นกัน ทั้งนี้ ในส่วนของนักศึกษาก็มีความคาดหวังที่จะได้เรียนรู้ทางวิชาการในสาขาวิชาชีพที่ชอบเพื่อจบเป็นบัณฑิตทางวิชาชีพสายนั้นๆ ซึ่งงานขององค์กรจะประสบความสำเร็จได้อยู่ที่ตัวจักรสำคัญ คือ “คน” นั่นเอง

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
เป็นประธานในพิธีทำบุญทางศาสนาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย ครบปีที่ ๒๕
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
กล่าวแสดงความยินดีกับปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อาจารย์ดีเด่นและนักศึกษารางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ ในงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
เข้าร่วมพิธีเปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระยะแรก
ปี พ.ศ. ๒๕๖๐

เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานในพิธีทำบุญทางศาสนาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย ครบปีที่ ๒๕ (๒๙  มีนาคม ๒๕๖๐)

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประสบการณ์ของการตั้งมหาวิทยาลัย มีความตั้งใจที่จะทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยในอุดมคติในทุกด้าน เป็นมหาวิทยาลัยที่เลือกเอาประสบการณ์ส่วนดีของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มารวมไว้ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัย เป็น “ตักศิลา” ของภาคใต้ เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศไปสู่สากล ๒๕ ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่วันนั้นเราเป็นมหาวิทยาลัยที่ทันสมัยที่สุด การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งที่ 2 ของประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานชื่อ“วลัยลักษณ์” อันเป็นสร้อยพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ท่านนั้น มีไม่กี่มหาวิทยาลัยที่ได้รับพระราชทานชื่อ ซึ่งถือเป็นมิ่งมงคลอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้วางระบบการศึกษาและการบริหารที่ทันสมัย สภามีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการที่ทำได้เอง ทำให้มีการตั้งชื่อหน่วยงานในลักษณะที่เหมาะ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่มีคณะวิชาแต่เราเรียกของเราว่า “สำนักวิชา” เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยทั่วโลกถือเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ได้ทำเพื่อให้แตกต่างจากคนอื่น แต่ทำเพราะต้องการให้เป็นเรื่องที่เหมาะสมในการที่จะพัฒนาในอนาคตต่อไป เราได้ตั้งระบบที่ต้องการจะให้ทันโลก ทันสมัย เป็นสากลนับตั้งแต่ก่อตั้ง เน้นการเป็นพลเมือง พลโลก การผลิตบัณฑิตให้มีลักษณะตาม “ศึกษิต” ๖ ประการ แล้วถ้าใครทำได้ที่นี่ก็จะมีรางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะต่อไป

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ าสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวแสดงความยินดีกับปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อาจารย์ดีเด่นและนักศึกษารางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ ในงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙

 

๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐  ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมพิธีเปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระยะแรกอย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดศูนย์การแพทย์อย่างเต็มรูปแบบในปี ๒๕๖๔ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดจากการเรียกร้องของประชาชนชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งในขณะนั้นได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้ง โดยได้รับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการรณรงค์ให้มีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนชาวนครศรีธรรมราชที่สะท้อนถึงความต้องการอย่างแท้จริง คณะกรรมการฯ ชุดนี้ เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดการศึกษาและวางแผนการก่อตั้งระยะเวลา ๑๐ ปี พร้อมย้ำว่า มหาวิทยาลัยที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว จะต้องมีแผนงานที่ดีที่สะท้อนจากความต้องการปัจจุบัน และเชื่อมโยงไปยังอนาคต ไม่ใช่แต่เพียงจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือภาคใต้ แต่ว่าทั้งประเทศและประชาคมโลกด้วย

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
กล่าวต้อนรับเนื่องในพิธีเปิดโรงพยาบาลสัตว์เล็ก วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ร่วมเปิดป้ายอาคารสถาบันภาษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
บรรยายพิเศษเรื่อง การเรียนการสอนและการใช้ภาษาอังกฤษในยุคไทยแลนด์ ๔.๐
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เข็มและโล่กิตติการ
ปี พ.ศ. ๒๕๖๑

กล่าวต้อนรับ เปิดป้ายอาคารและบรรยายพิเศษ

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑  ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กล่าวต้อนรับเนื่องในพิธีเปิดโรงพยาบาลสัตว์เล็ก วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี ณ โรงพยาบาลสัตว์เล็กฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑  ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและพัฒนาการเรียนการสอน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันภาษา ร่วมกันเปิดป้ายอาคารสถาบันภาษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Walailak University Language Institute (WULI) มุ่งเสริมสร้างสมรรถนะสากลให้แก่นักศึกษา ก้าวสู่ความเป็นเป็นนานาชาติภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ทันสมัย

๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยายพิเศษเรื่อง การเรียนการสอนและการใช้ภาษาอังกฤษในยุคไทยแลนด์ ๔.๐ ให้แก่ผู้บริหาร อาจารย์และนักเรียน ในกิจกรรม Walailak University Language Institute Festival & Walailak Young Ambassador Camp 2018 ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร กล่าวถึง ไทยแลนด์ ๔.๐ ว่า เป็นโมเดลการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยมุ่งมั่นให้เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแข่งขันได้ การทำให้สังคมและเศรษฐกิจเข้มแข็งในทุกด้านนี้ ปัจจัยที่สำคัญคือ ทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ มึความรู้ความสามารถ โดยมีการศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ถือเป็นหัวรถจักรที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาให้ประเทศไทยใน ๒๐ ปี ข้างหน้าเป็นประเทศในโลกที่ ๑ ทั้งนี้ การจะพัฒนาหัวรถจักรจำเป็นต้องเร่งรัดพัฒนามหาวิทยาลัยเข้าสู่ระดับโลก ซึ่งไทยแลนด์ ๔.๐ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมต่อเนื่องจากยุค Automation, Globalization และ Digitalization

๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑  ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เข็มและโล่กิตติการ โล่ประกาศเกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น และโล่รางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐ 

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
กล่าวแสดงความยินดี
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
แถลงข่าวเนื่องในวันสหกิจศึกษาไทย​ ครั้งที่ ๑๐
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ร่วมเปิดศูนย์อาหารช่อประดู่
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒

ปาฐกถาพิเศษ ร่วมแถลงข่าว ร่วมเปิดศูนย์อาหาร

๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เนื่องในโอกาสปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร กล่าวว่า ในฐานะพนักงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะต้องรู้จักสถานะของมหาวิทยาลัยในสังคมไทยว่า เป็นองค์กรทางวิชาการ ระดับสูงของสังคม (Academic Organisation) เป็นองค์กรพหุกิจ (Multi-Tasks) ทำหน้าที่หลายด้าน ประกอบด้วย การสอนที่เป็นการสร้างคน การวิจัยที่เป็นภารกิจฝาแฝดกับการสอน เป็นการแสวงหาและสร้างความรู้ใหม่ สร้างนวัตกรรม ด้วยกระบวนการวิจัย ใช้วิชาการในการแก้ปัญหาสังคมและนำมาใช้ในการสอน การบริการวิชาการ เป็นการนำเอาวิชาการที่เราเสริมสร้างและสร้างสรรค์ไปสู่สังคมและประชาชน และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นสถาบันทางวัฒนธรรม เป็นธรรมแห่งความเจริญ ซึ่งทั้ง ๔ ภารกิจ เป็นการสร้างคน สร้างความรู้และสร้างนวัตกรรม เพื่อไปสู่ความเป็นเลิศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นไทยแลนด์ ๔.๐ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศในโลกที่ 1

๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครบปีที่ ๒๗ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันครบรอบ๒๗ ปี บริเวณลานเพลินตา อาคารไทยบุรี ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน “รู้สึกยินดีที่วาระหนึ่งได้มาร่วมงานในวันนี้ทั้งในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความยินดีเป็นพิเศษที่ได้กลับมาเห็นความเจริญก้าวหน้าขององค์กรที่ได้มีส่วนร่วมก่อตั้ง ในฐานะแทนผู้ก่อตั้งทุกคนมีเจตนาที่ดี และขอบคุณที่หน่วยงานที่ริเริ่มไว้เจริญก้าวหน้า และด้วยพละกำลังที่พอจะมีทุกคนพร้อม ที่จะสนับสนุน ส่งเสริม ให้การทำงานของอธิการบดีผู้บริหารและบุคลากรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่นและในฐานะเป็นนายกสภาซึ่งมีหน้าที่กำกับ ส่งเสริม สนับสนุนให้ฝ่ายบริหารสามารถดำเนินงานและนำพาองค์กรไปสู่ความเจริญก้าวหน้าไปสู่เป้าหมาย…”

๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดงานแถลงข่าวเนื่องในวันสหกิจศึกษาไทย ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย และนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์ สุขสอาด  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประธานเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาภาคใต้ตอนบน ดร.อรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยุพาวดี สมบูรณกุล ประธานคณะทำงานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ร่วมแถลงข่าว

๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เนื่องในโอกาสปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ (๒/๒๕๖๒) ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่า เป็น“มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ” ที่มีการเรียนการสอนทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เป็นแห่งที่สองของประเทศ ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะมีความเป็นอิสระเสรีภาพทางวิชาการ มีความคล่องตัว สามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการตนเอง โดยมีความมุ่งมั่นสร้างศักยภาพและความพร้อมในการเผชิญการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งศตวรรษที่ 21”

๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ร่วมเปิดศูนย์อาหารช่อประดู่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อย่างเป็นทางการ โดยมีร้านอาหารหลากหลายที่มีมาตรฐานเปิดให้บริการ กว่า ๗๐ ร้าน พร้อมควบคุมคุณภาพอาหาร ความสะอาด ปลอดภัย และส่งเสริมให้มีการลดใช้โฟมและถุงพลาสติก ภายใต้แคมเปญรักษ์โลก

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ“แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
เป็นประธานพิธีเปิด“ซุ้มประตูวลัยคม”
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ได้รับพระราชโองการโปดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ปี พ.ศ. ๒๕๖๓

ปาฐกถาพิเศษ เป็นประธานเปิด“ซุ้มประตูวลัยคม”

๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ าสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ“แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เนื่องในโอกาสการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ (๑/๒๕๖๓) โดยมีคณะผู้บริหารคณาจารย์ รวมถึงพนักงานใหม่เข้าร่วมประมาณ ๘๐ คน ณ ห้องประชุม ๔ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนาพัฒนานวัตกรรม

๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธาน “ปฐมนิเทศบุคลากรใหม่” ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี กล่าวต้อนรับและบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วย OKRs สู่ World Ranking University

และวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานพิธีเปิด“ซุ้มประตูวลัยคม” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมพิธี รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์  วุฒิสุทธิเมธาวี  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวรายงาน  พร้อมด้วยนายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าศาลา ผู้นำท้องถิ่นและชุมชนใกล้เคียงมหาวิทยาลัย แขกผู้มีเกียรติ  ผู้บริหาร  บุคลากร และนักศึกษาเข้าร่วมพิธี บริเวณด้านหน้าซุ้มประตูวลัยคม  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

       ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิจิตร ศรีสอ้าน ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๑ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๙กราคม ๒๕๖๑ นั้น ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลับ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ เห็นว่า นายวิจิตร ศรีสอ้าน จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ จึงได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว

          บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๔

ประกาศ ณ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์​ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์"
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “UKPSF กับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทย”
ปี พ.ศ. ๒๕๖๔

ปาฐกถาพิเศษ

๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ณ หน่วยประสานงาน ม.วลัยลักษณ์​ กทม.​ ​ ศาสตราจารย์​ ดร.​สมบัติ​ ธำรงธัญวงศ์​ อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์​ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ในสาขาศึกษาศาสตร์ โดยจะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ในวันจันทร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ าสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร จัดกิจกรรมปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2564 (1/2564) เพื่อให้บุคลากรใหม่ได้พบปะผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยลัยและได้รับรู้ถึงแนวทางในขับเคลื่อน และเป้าหมายของมหาวิทยาลัย และได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติตนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้อง 

๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔  ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “UKPSF กับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทย” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ“การปฏิรูปการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและพัฒนาการเรียนการสอน เป็นผู้ดำเนินรายการและอาจารย์ ดร.สุธัญญา ด้วงอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการเรียนการสอน กล่าวสรุปผลจากการนำระบบ UKPSF มาใช้กับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย Mr.Lan Hall, Head of Membership (International), Adcance HE, Ms.Kathy Wright,  Asistant Director, Knoeledge ,Innovation and Delivery (KID), Advance HE และ Assoc. Prof. Dr. Andy Hudson, Advance HE Consultant ร่วมกล่าวแสดงความยินดีแก่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และผู้ผ่านการรับรองมาตรฐาน UKPSF ทั้งหมด

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน กับการพัฒนามหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในประเทศไทย

         บทบาทของศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน กับการพัฒนามหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐในประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน  เป็นบุคคลหนึ่งที่ทุ่มเททํางานด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ต่อเนื่องยาวนาน เกิดคุณูปการอย่างมากต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ จากพื้นฐานที่ท่านได้ศึกษาด้านการศึกษาโดยตรงตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึง ระดับปริญญาเอก และได้รับราชการในตําแหน่งอาจารย์ รวมถึงหน้าที่ในการบริหารงานด้าน การศึกษามาโดยตลอด  ทําให้มีมิติและมุมมองทางด้านการศึกษาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รวมถึงมีความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมด้านการศึกษาใหม่ ๆ ให้กับวงการการศึกษาไทย ซึ่งในบางครั้งที่ดูเหมือนว่าการจัดการและการบริหารงานด้านการศึกษาของไทยมีปัญหาและไม่สามารถหาทางออกได้ ท่านได้ใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานหาแนวทางที่เป็นทางออกที่ดีเพื่อการพัฒนาวงการศึกษาของไทย ถือได้ว่าเป็นนักบริหารและนักพัฒนา นักปฏิรูปการศึกษา และนักนวัตกรรมทางด้านการศึกษา คนสําคัญของประเทศไทย

         มีผลงานที่ท่านเป็นผู้ริเริ่มและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทยในหลายประการ อาทิ เช่น เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและจัดวางระบบงานของทบวงมหาวิทยาลัย ก่อตั้งและเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนในระบบทางไกลคือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อตั้ง และเป็นอธิการบดีคนแรกมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
สุรนารี และรักษาการแทนอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว ท่านยังเป็นบุคคลสําคัญในการปฏิรูปการศึกษาและเป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งประกาศใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ และดํารงตําแหน่งประธาน กรรมการปฏิรูปการศึกษา จนได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยซึ่งมีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๑ สิ่งที่เป็นจุดเด่นของท่านที่แตกต่างไปจากนักปฏิรูปการศึกษาคนอื่น คือท่านจะเป็นนักปฏิรูปการศึกษาคนแรกที่นําเอาแนวปฏิบัติที่ตนได้วางไว้มาปฏิบัติในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

         ริเริ่มก่อตั้งและบุกเบิกมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยใช้ระบบการสอนทางไกลในระดับอุดมศึกษาของประเทศ เป็นการสร้าง ทางเลือกใหม่ให้กับคนจํานวนมากที่ไม่พร้อมจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยระบบปิด และวางรากฐานความคิดไปสู่การปฏิบัติ จนนับเป็นรูปแบบใหม่ของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และได้พิสูจน์ว่าสามารถสนองตอบต่อความต้องการของสังคมไทยได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ จนองค์การ UNESCO ยกย่องให้เป็นสถาบันที่เป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนระบบทางไกลที่ใช้สื่อประสมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อีกทั้งสภาการศึกษาทางไกลระหว่างประเทศยกย่องให้เป็นมหาวิทยาลัยเปิดดีเด่นของโลก

        ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน  เป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ โดยท่านได้ให้สัมภาษณ์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า “เรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ”   ชื่อทางการเราเรียกว่า  มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ  ซึ่งแต่เดิมมามหาวิทยาลัยของรัฐจัดเป็นส่วนราชการและสังกัดกระทรวงต่าง ๆ มหาวิทยาลัย ดําเนินการมาเป็นเวลาถึงครึ่งศตวรรษ จึงพบว่าประสบกับปัญหามากมายหลายประการ เช่น ขาดความเป็นอิสระ ขาดความคล่องตัว และขาดเสรีภาพทางวิชาการ  ซึ่งเป็นผลสรุปจากที่มีการระดมสมอง โดยชาวมหาวิทยาลัยทั้งหลายร่วมกันคิด ในที่สุดจึงได้เสนอต่อรัฐบาลในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ว่ามหาวิทยาลัยจะต้องมีการพัฒนารูปแบบให้เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งดําเนินการกันอยู่ในนานาอารยะประเทศ องค์กร อิสระดังกล่าวมีชื่อเรียกกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ว่ามหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐบาล ที่ใช้ในกํากับของรัฐบาลก็เพื่อเป็นการยืนยันว่ายังเป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาไปสู่การเป็นหน่วยงานของเอกชน”

         เป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกรูปแบบของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ที่เป็นอิสระที่รูปแบบใหม่ของการบริหารเพื่อประสิทธิภาพและความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้วยการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และดํารงตําแหน่งอธิการบดีคนแรกของทั้งสองมหาวิทยาลัย ซึ่งนับว่าท่านเป็นผู้นําด้านนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างแท้จริง

         ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เมื่อวัน ที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นหาวิทยาลัยที่เน้นการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสาขาวิชาต่าง ๆ โดยท่านกล่าวว่า “การตัดสินใจเลือกรูปแบบมหาวิทยาลัย แบบเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือที่เรียกว่ามหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐบาลนี้ กลายเป็นต้นแบบและเป็นความหวังของชาวมหาวิทยาลัยทั้งมวล ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยของรัฐที่อยู่ในระบบราชการมาก่อน ได้พยายามดิ้นรนที่จะออกจากระบบราชการติดต่อกันมาเป็นเวลา ๓๐ ปี แต่ยังไม่สําเร็จ เมื่อเกิด มทส. จึงทําให้ให้ความหวังที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยในรูปแบบใหม่นี้ เป็นความจริงที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ ความสําเร็จหรือความล้มเหลวของ มทส. จึงเป็นมหาวิทยาลัยในฝัน (Dream University) ของคนทั้งหลาย” 

         ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐลําดับที่สอง ในวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ การก่อเกิดซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น เป็นการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระจายและขยายโอกาสทางด้านการอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและชนบท ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาคหนึ่งในภาคที่ได้รับการจัดตั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยในช่วงนั้นได้พิจารณาเห็นว่ามหาวิทยาลัยภูมิภาคที่มีอยู่แล้วไม่กระจายพอ รัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มมหาวิทยาลัย ๕ แห่ง เพื่อกระจายไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ และมีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นหนึ่งใน ๕ แห่งนั้นด้วย ซึ่งนโยบายการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนอกจากจะเป็นการขยายโอกาสแล้ว  ถือได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในด้านอุดมศึกษา คือ เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐบาล มีสถานภาพพิเศษที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีลักษณะเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ที่มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมให้มีลักษณะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Residential University และเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ตั้งอยู่ในอุทยานการศึกษา โดยถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของ “อุทยาน เฉลิมพระเกียรติ” ซึ่งก็จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีอุทยานการศึกษา “เฉลิมพระเกียรติ” และมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ โดยมีภารกิจ ๔ ด้าน คือการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการเพื่อสังคมและการทํานุบํารุงศิลปะวัฒนธรรม จึงถือได้ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือมหาวิทยาลัยที่พัฒนามาสู่มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐบาลเป็นแห่งที่สองของประเทศไทยต่อจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยสาระสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของมหาวิทยาลัยในรูปแบบนี้ คือ มหาวิทยาลัยจะยึดหลักการสำคัญว่า การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดระดับสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาระบบการจัดการที่เป็นของตนเอง คล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้ และมหาวิทยาลัยยึกหลักการบริหารและจัดการที่ดี (Good Governance)  ดังนั้น จึงถือได้ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นผลจากความคิดริเริ่มของศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน และเป็นวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย

         กล่าวโดยสรุปได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและบริหารในฐานะอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมทั้งได้สร้างความเข้าใจแก่สาธารณะมาโดยตลอดในบทบาทของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ทําให้ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในกํากับ ของรัฐ รวมทั้งสิ้น ๑๓ แห่ง (ในขณะนั้น)  (มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ในทัศนะศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน, ๒๕๕๒) 

ภาพในความทรงจำ : ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน กับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สารสนเทศของศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”
รายละเอียด
เรียบเรียงโดย งานหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

Visits: 368

Facebook Comments

facebook comments