อ่างเก็บน้ำคลอง กะทูน : สวิสต์เซอร์แลนด์แดนใต้

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน

อ่างเก็บน้ำคลอง ” กะทูน “

โครงการอ่างเก็บน้ำคลอง “ กะทูน ” ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านกะทูน ต. กะทูน อ. พิปูน จ. นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน ซึ่งประสบเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2531 จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น เพื่อเป็นการบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ของลุ่มน้ำตาปีตอนล่าง ความจุ 70.50 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 12,500 ไร่ สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2540 ปัจจุบันอยู่ภายใต้ความดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 15 

กะทูน หรืออ่างเก็บน้ำกะทูน  เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) 

อดีตที่ผ่านมา

 สืบเนื่องมาจากปี 2531 เดือนพฤศจิกายน ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทำให้พื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรและทรัพย์สินของรัฐเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9)  ทรงห่วงใยต่อปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับวิธีการบรรเทาอุทกภัยและฟื้นฟูพื้นที่ได้รับความเสียหาย ให้กรมชลประทานร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่  24  ธันวาคม 2531  โดยได้พิจารณาพื้นที่บริเวณบ้านกะทูนเหนือและบ้านกะทูนใต้ สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สำหรับบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำตาปีตอนล่าง ในเขตอำเภอพิปูน และอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งครอบคลุมพื้นที่  12,500 ไร่ 

กะทูน

พิกัดที่ตั้ง

อ่างเก็บน้ำกะทูน  เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9 ) 

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาอุทกภัย พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำตาปีตอนล่าง ทำเลที่สร้างเขื่อนดินในเป็นที่ตามมาตราส่วน 1:250,000 แผ่น ระว่าง 4926 III  พิกัด 47 ..P HK 580–465 อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 24 เมตร ยาวประมาณ 1,964 เมตร โดยมีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อน 114 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำฝนทั้งปีในพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อนเฉลี่ยทั้งปี 1,890 มิลลิเมตร                           

การใช้ประโยชน์

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูนเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย และ ใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก ในพื้นที่สองฝั่งคลองกะทูนและแม่น้ำตาปีทางตอนล่าง ประมาณ 12,500 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป  อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีฉากหลังเป็นขุนเขาที่สวยงาม จนได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ “

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาอุทกภัย พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำตาปีตอนล่าง ทำเลที่สร้างเขื่อนดินในเป็นที่ตามมาตราส่วน 1:250,000 แผ่น ระว่าง 4926 III  พิกัด 47 ..P HK 580–465 อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 24 เมตร ยาวประมาณ 1,964 เมตร โดยมีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อน 114 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำฝนทั้งปีในพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อนเฉลี่ยทั้งปี 1,890 มิลลิเมตร                                     

กิจกรรมการท่องเที่ยว “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ “

อ่างเก็บน้ำกะทูน  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศเงียบสงบ มีทิวทัศน์รายรอบที่สวยงาม ชวนให้นักท่องเที่ยวที่หลงไหลการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติชมวิวทะเลสาบเหนืออ่างเก็บน้ำพร้อมฉากหลังที่เป็นทิวเขาเรียงรายเป็นแนวยาวทั้ง 4 ด้านโอบล้อมบริเวณอ่างเก็บน้ำ บรรยากาศดี รวมถึงการล่องเรือชมภูมิทัศน์พร้อมรับฟังประวัติชุมชม ”หมู่บ้านวิปโยค”  ที่ถูกน้ำท่วมหนักในปี พ.ศ. 2531 โดยเฉพาะในระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ถือเป็นช่วงที่สวยที่สุด สามารถล่องเรือชมความงดงามของธรรมชาติ และในบางจุดของอ่างเก็บน้ำ เราสามารถมองเห็นซากของหมู่บ้านที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งคือ ”หมู่บ้านวิปโยค”  หมู่บ้านกะทูนในอดีตนั่นเอง ในช่วงที่น้ำลดมาก ๆ ก็สามารถมองเห็นภาพซากของหมู่บ้านวิปโยคที่จมอยู่ใต้น้ำได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกหลากหลายที่รอนักท่องเที่ยวมามาสัมผัสด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยาน ชมทะเลหมอกยามเช้า ดูนกนางนวลแกลบอพยพ เดินป่าท่องชมธรรมชาติ ชมน้ำตกหนานน้ำฟุ้ง พร้อมแวะชิมอาหารอร่อยจากร้านอาหารที่ตั้งอยู่เรียงรายบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ได้ตลอดเส้นทาง                                   

กะทูน
อ
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
แดดส่องสวยงาม
กะทูน
กะทูน
น้ำในคลอง
กะทูน

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ของที่นี่คือการนั่งชมบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบเหนืออ่างเก็บน้ำ ที่มีฉากหลังเป็นขุนเขาเขียวขจีสุดโรแมนติก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้” โดยเฉพาะในระหว่างเดือน ธันวาคม-เมษายน ถือเป็นช่วงที่สวยที่สุด สามารถล่องเรือชมความงดงามของธรรมชาติ และในบางจุดของอ่างเก็บน้ำ เราสามารถมองเห็นซากของหมู่บ้านที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งคือหมู่บ้านกะทูนในอดีตนั่นเอง”     

กะทูน
กะทูน
กะทูน
อ
อ
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
อ
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน
กะทูน

รำลึกถึงหมู่บ้าน กะทูน ในอดีต

ชุมชนกะทูนจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ชุมชนกะทูนในอดีตเป็นตำบลหนึ่ง ในอำเภอฉวาง โดยในปีพุทธศักราช 2515 ได้ยกฐานะเป็นตำบลพิปูนและแยกตัวออกจากอำเภอฉวาง มาเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอพิปูน

 ชุมชน กะทูน ในอดีตเป็นพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกลจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชประมาณ 109 กิโลเมตร 

ชุมชนกะทูน เป็นชุมชนกลางหุบเขาที่มีอายุยาวนานมากว่า  300 ปี  วิถีชีวิตของชาวกะทูนในอดีต มีอาชีพหาของป่า ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และปลูกข้าว  ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เป็นสังคมแบบเกื้อกูลที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  โดยมีพุทธศาสนาเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยมีวัดที่สําคัญคือวัดศรีมาราม หรือ วัดกะทูนเหนือ ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมือง มีคลองกะทูนไหลผ่าน

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน  พุทธศักราช 2531  ได้เกิดอุทกภัยครั้งรุนแรง กระแสน้ำป่าอันเชี่ยวกราดได้พัดพาเอาบ้านเรือนของชาวบ้าน ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทรัพย์สินและพื้นที่ทำมาหากินสูญเสียเกือบทั้งหมด ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวกะทูน ชาวกะทูนที่รอดชีวิตต้องอพยพไปอาศัยในที่ต่าง  ๆ และ สร้างชุมชนใหม่ขึ้นมาที่บ้านห้วยช่อง ซึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินสำหรับปลูกบ้านเรือนให้หลังละ 50 ตารางวา  การสร้างบ้านนั้นทางรัฐบาลช่วยเหลือในส่วนของวัสดุสําหรับปลูกบ้าน หากครอบครัวไหนมีเงินก็จะสามารถสร้างบ้านได้ตามความชอบของตนเองได้ แต่ก็ยังมีบางครอบครัวที่ไม่ได้รับจัดสรรในหมู่บ้านห้วยช่องง ไปอยู่ที่ชุมชนอื่น ๆ ที่รัฐจัดสรรให้ เช่น ที่ตําบลกุแหระ อําเภอทุ่งใหญ่

ซึ่งจากจากเหตุการณ์ครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) พระองค์ทรงมีพระราชดําริให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ํา เพื่อการบรรเทาอุทกภัยและฟื้นฟูพื้นที่อ่างเก็บน้ําแห่งนี้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีพของชาวชุมชนกะทูนซึ่งในปัจจุบันได้สร้างประโยชน์มากมาย ให้แก่ชาวชุมชนกะทูน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การปศุสัตว์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามจนกระทั่งปัจจุบัน

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ปี 2531 ดินโคลนถล่ม “ตำบลกะทูน”

ย้อนหลังไปเมื่อ 30 ปีก่อน (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2531) ภัยพิบัติดินโคลนถล่มที่ตําบลกะทูน อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
ก่อนวันเกิดเหตุ 3-4 วันได้เกิดพายุดีเปรสชั่น มีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน ทําให้พื้นดินรวมทั้งเชิงเขาที่ชาวบ้านขึ้นไปปลูกยางพาราบนพื้นที่เดิมที่เปรียบเสมือนฟองน้ํา จนในที่สุดเกินขีดความสามารถในการอุ้มน้ำ ค่อนรุ่งของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 ชาวบ้านที่กําลังนอนหลับพักผ่อนภายในบ้านก็ได้ยินเสียงดังโครมครามพร้อมกับมรสุมกระแสน้ำที่ไหลทะลักมาพร้อมทะเลโคลน ที่มีทั้งท่อนไม้ยางพาราและต้นไม้บนเทือกเขาหลวงเข้าถล่มบ้านเรือนที่พักอาศัยอย่างชนิดตั้งตัวไม่ติด ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านอย่างมากมายมหาศาล มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 230 คน บ้านเรือนเสียหายประมาณ 1,500 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 6,150 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ 

หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงานพยายามเดินทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เต็มไปด้วยความยากลําบาก ช่วงแรกใช้การเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น การค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลายวัน

เหตุการณ์ครั้งส่งผลให้ชาวกะทูนที่รอดตายต้องอพยพไปอยู่อาศัยในที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น กิ่งอําเภอลําทับ จังหวัดกระบี่ นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้  อําเภอควนกาหลง  จังหวัดสตูล ที่ดินป่าสงวนกรุงหยัน ตําบลกุแหระ อําเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดินทุ่งนาเมืองชัย ตําบลท่ายาง อําเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

เป็นพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (ในขณะนั้น) ได้ทรงช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการจัดหาที่พักอาศัยและพื้นที่ทํากินให้กับผู้ประสบภัยอย่างถาวร โดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน “จุฬาภรณ์” และอพยพผู้ประสบภัยเข้าไปอยู่อาศัย มีการส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในหมู่บ้านอย่างครบวงจร

บางเสียงสะท้อนถึงอดีต

ป้าละมัยเล่าให้ฟังว่า “ในปี 2531 วันนั้นฝนตกหนักมาก ตกไม่หยุดมาหลายวัน จนพื้นดินชุ่มน้ำไปหมด น้ำในลำคลอง ต. กะทูนเต็มล้น และมีน้ำจากแม่น้ำตาปีไหลเอ่อขึ้นมาสมทบ บ้านป้ามีสองชั้น ป้าเลี้ยงหมูหลายตัว ก่อนค่ำเมื่อน้ำเริ่มท่วมชั้นล่าง ป้าจึงต้อนหมูขึ้นไปอยู่บนบ้านชั้นสอง น้ำมาเร็วมาก ท่วมถึงหน้าต่างชั้นสอง หมูว่ายน้ำหายออกไปหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รถปิ๊กอัพที่จอดอยู่ชั้นล่างถูกน้ำท่วม ระดับน้ำท่วมสูงจนเกือบถึงขื่อหลังคาบ้าน สักครู่ก็มีท่อนซุงลอยมามากมาย บ้านป้ามีท่อนซุงใหญ่มาขวางทางน้ำเอาไว้ ต่อมาก็มีต้นมะพร้าวต้นมะม่วงไหลมาติดซุงเต็มไปหมด
กะทูน
บางถ้อยคำจากบทสัมภาษณ์ ของ สมาชิกหมายเลข 1903884
“ป้าคะ ท่อนซุงที่น้ำพามา เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าหรือเปล่าคะ” ฉันสงสัยว่าท่อนซุงมาได้อย่างไร
กะทูน
คำถาม
“เป็นต้นไม้จากภูเขาที่ล้มมาทั้งต้น มีกิ่งก้านพร้อม แต่เมื่อไหลมาตามน้ำ ได้หมุน ๆ พัดไปเรื่อย ๆ ผ่านสิ่งใดก็หมุนจนกิ่งก้านหักไปหมด เหลือแต่ท่อนซุงเป็นท่อน ๆ กลม ๆ เมื่อมาถึงบ้านป้า” “น้ำมาตอนกลางคืน สูงเกือบถึงขื่อหลังคาชั้นสอง...พอรุ่งเช้าน้ำก็ลดไปหมด แต่พื้นที่ทั้ง 4 หมู่บ้านก็ถูกถมด้วยทรายราบเรียบเตียน กลายเป็นทะเลทรายในพริบตา” ป้าละมัยเล่าต่อ “บ้านป้าเป็นบ้านเดียวที่ยังเหลืออยู่ โชคดีที่ป้ากับสามีและลูกหนึ่งคนไม่เป็นอะไร ป้าเห็นบางคนจมหายไปกับตา ป้าช่วยคว้ามือไว้ไม่ทัน ป้าเอาเงินที่เก็บไว้ที่ขื่อใต้หลังคา พอน้ำแห้ง ก็ได้เอาเงินนั้นมาใช้ รถที่จอดไว้ในบ้าน โดนโคลนทับถมสูงถึงสามเมตร บ้านป้าขายของชำ จึงมีอาหาร เช่น ปลากระป๋องที่ยังจมอยู่ในโคลน ไม่โดนน้ำแทงสูญหายไป ป้าก็ขุดเอามากิน แต่สำหรับคนอื่น ๆ ทุกคนสูญสิ้นทุกสิ่ง ไม่ว่าบ้านเรือน คนในครอบครัวอันเป็นที่รัก ไร่นา สวนผลไม้ สัตว์เลี้ยง หมู ไก่ วัว ควาย นอกจากมีคนเสียชีวิตแล้ว ยังมีสัตว์ป่า เช่น เสือ หมี ฯลฯ ที่ตายจากการโดนน้ำพัดพามาจากป่าจากเขาอีกด้วย ที่ ต.กะทูน มีคนอาศัยอยู่มากกว่าอ. พิปูนอีก มีหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน ที่จมในโคลน มีโรงหนัง 2 โรง โรงเรียน 1 โรง ตลาด และมีวัด 1 วัด ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เพิ่งเผาศพได้ศพเดียวก็ถูกน้ำท่วม และวัดนี้ เมื่อสร้างเขื่อนในภายหลังจึงได้ปล่อยให้น้ำท่วมเหลือแต่ปล่องเมรุ ซึ่งยังมองเห็นอยู่ไกลลิบ ๆ ที่ตรงโน้น” ป้าละมัยบอกพร้อมกับชี้มือไปยังเมรุเผาศพที่เห็นได้แต่ไกล ฉันมองตามไป เห็นได้แต่ไกล จริง ๆ ด้วย ยอดเมรุโผล่พ้นน้ำอยู่”
กะทูน
บางถ้อยคำจากบทสัมภาษณ์ ของ สมาชิกหมายเลข 1903884
“น้ำมาตอนกลางคืน สูงเกือบถึงขื่อหลังคาชั้นสอง...พอรุ่งเช้าน้ำก็ลดไปหมด แต่พื้นที่ทั้ง 4 หมู่บ้านก็ถูกถมด้วยทรายราบเรียบเตียน กลายเป็นทะเลทรายในพริบตา”
กะทูน
บางถ้อยคำจากบทสัมภาษณ์ ของ สมาชิกหมายเลข 1903884
“บ้านป้าเป็นบ้านเดียวที่ยังเหลืออยู่ โชคดีที่ป้ากับสามีและลูกหนึ่งคนไม่เป็นอะไร ป้าเห็นบางคนจมหายไปกับตา ป้าช่วยคว้ามือไว้ไม่ทัน ป้าเอาเงินที่เก็บไว้ที่ขื่อใต้หลังคา พอน้ำแห้ง ก็ได้เอาเงินนั้นมาใช้ รถที่จอดไว้ในบ้าน โดนโคลนทับถมสูงถึงสามเมตร บ้านป้าขายของชำ จึงมีอาหาร เช่น ปลากระป๋องที่ยังจมอยู่ในโคลน ไม่โดนน้ำแทงสูญหายไป ป้าก็ขุดเอามากิน แต่สำหรับคนอื่นๆ ทุกคนสูญสิ้นทุกสิ่ง ไม่ว่าบ้านเรือน คนในครอบครัวอันเป็นที่รัก ไร่นา สวนผลไม้ สัตว์เลี้ยง หมู ไก่ วัว ควาย
กะทูน
บางถ้อยคำจากบทสัมภาษณ์ ของ สมาชิกหมายเลข 1903884
นอกจากมีคนเสียชีวิตแล้ว ยังมีสัตว์ป่า เช่น เสือ หมี ฯลฯ ที่ตายจากการโดนน้ำพัดพามาจากป่าจากเขาอีกด้วย ที่ ต.กะทูน มีคนอาศัยอยู่มากกว่าอ. พิปูนอีก มีหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน ที่จมในโคลน มีโรงหนัง 2 โรง โรงเรียน 1 โรง ตลาด และมีวัด 1 วัด ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เพิ่งเผาศพได้ศพเดียวก็ถูกน้ำท่วม และวัดนี้ เมื่อสร้างเขื่อนในภายหลังจึงได้ปล่อยให้น้ำท่วมเหลือแต่ปล่องเมรุ ซึ่งยังมองเห็นอยู่ไกลลิบ ๆ ที่ตรงโน้น” ป้าละมัยบอกพร้อมกับชี้มือไปยังเมรุเผาศพที่เห็นได้แต่ไกล ฉันมองตามไป เห็นได้แต่ไกล จริง ๆ ด้วย ยอดเมรุโผล่พ้นน้ำอยู่”
กะทูน
บางถ้อยคำจากบทสัมภาษณ์ ของ สมาชิกหมายเลข 1903884

การเดินทาง

โดยรถยนต์

      เลือกเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ 

  •  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช
  • เมื่อถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทางประมาณ 780 กิโลเมตร

โดยเครื่องบิน

       สามารถเลือกปลายทางได้ทั้งที่สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ดังนี้

  • ปลายทาง ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ให้เดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 จากนั้นให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4009 และ 4015 รวมระยะทางประมาณ 101 กิโลเมตร
  • ปลายทาง ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช ให้เดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4103 จากนั้นให้เลี้ยวเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 4015 รวมระยะทางประมาณ 97 กิโลเมตร
ที่มาของข้อมูล

กะทูน หมู่บ้านในตำนาน แห่งอำเภอพิปูน @ เมืองคอน (วันน้ำลด). สืบค้นจาก https://pantip.com/topic/38042134

“เขื่อนกะทูน” ขึ้นท็อปเสิร์ชที่เที่ยว จ.นครศรีธรรมราช. สืบค้นจากhttps://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2383392

เขื่อนกะทูน สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ HOT ขึ้นอันดับหนึ่งคำค้นหาใน Google. สืบค้นจากhttps://www.youtube.com/watch?v=q6sol0G5hAg

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกระทูนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. สืบค้นจาก  http://km.rdpb.go.th/Project/View/7776

“จิสด้า” เอาด้วย! เผยภาพ “เขื่อนกะทูน” จากนอกโลก สวยแปลกตาไม่เหมือนใคร. สืบค้นจาก https://mgronline.com/travel/detail/9650000042316

เทศบาลตำบลกะทูน. ประวัติความเป็นมาของกะทูน. สืบค้นจาก https://www.kathuncity.go.th/history.php

พาเที่ยวเขื่อนกะทูน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมชิลไปกับวิวอ่างเก็บน้ำ. สืบค้นจาก https://travel.kapook.com/view255246.html

27 ปี โคลนถล่มกะทูน จากความวิปโยคคืนสู่ความสมบูรณ์. สืบค้นจาก https://www.posttoday.com/social/local/400980

รู้จัก “เขื่อนกะทูน” ทิวทัศน์สวยถูกขนานนาม สวิสต์เซอร์แลนด์แดนใต้. สืบค้นจาก https://www.tnnthailand.com/news/local/112753/

สุธิรา ชัยรักษา เงินถาวร. (2554). การปรับตัวและการจัดการวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาตําบลกะทูน อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิชชา วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 30(2), 2-8.

หมู่บ้านกะทูนโผล่ หลังจมน้ำจากภัยพิบัตินาน 30 ปี. สืบค้นจาก https://news.thaipbs.or.th/content/274530

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/KlongKatoonReservoir/

สื่อมัลติมีเดีย

 เขื่อนกะทูน หรือ อ่างเก็บน้ำกะทูน ต.กะทูน อ.พิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้”. สืบค้นจาก  https://www.youtube.com/watch?v=MQztWQIFkIg

ถ้าน้ำไม่ลดก็คงไม่เห็นสิ่งนี้ (เมืองใต้บาดาลโผล่หลังน้ำในเขื่อนลดลงถึงขีดสุด) ต้องได้เห็นสักครั้ง. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=2RGPwATDAbc

ลิกอร์ มีเดีย. ที่นี่พิปูน. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=a-9MkvwVPrk

มนตรี จำนงค์.  กระทูนสะอื้นปี 31. สืบค้นจาก  https://www.youtube.com/watch?v=RRJ98CMlm4E

หมู่บ้านเก่าจมน้ำ 30 ปี ดูได้อีกแค่ 8 วัน. สืบค้นจาก  https://www.facebook.com/watch/?ref=external&v=496294684168037

 

ที่มาของภาพ

 TAT : Nakhon Si Thammarat + Phatthalung. สืบค้นจาก  https://www.facebook.com/TAT.NST/photos/pcb.2175090086066503/2175089942733184

Wongsakorn Oat Suwannakit. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/photo?fbid=2593685987327173&set=pcb.2593658310663274

กรมชลประทาน. ชล ชวน ชิว อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/photo?fbid=373900738117870&set=pcb.373901848117759

สุรินทร์ สิทธิฤทธิ์. สืบค้นจาก https://bit.ly/2Nt8hxo

อรุณชัย  เจนจิรัฐ. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=868421800030107&id=100005868848712

 

เจ้าของเรื่อง

KhunYa

Librarian

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back To Top
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์