วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร

วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร

ประวัติความเป็นมาวัดท่าโพธิ์วรวิหาร อ.เมือง จ. นครศรีธรรมราช

อยากเป็นนายให้อยู่วัดท่าโพธิ์ อยากกินขนมโคให้อยู่วัดวัง อยากเป็นช่างให้อยู่วัดจันทร์ ”

วัดท่าโพธิ์วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีความเป็นมาเริ่มต้นในยุคกรุงศรีอยุธยา ก่อนได้รกร้างไปหลายร้อยปี จนได้มีการบูรณะพลิกฟื้นกลับมาเป็นวัดอีกครั้ง

จากการค้นคว้าและเขียนประวัติความเป็นมาของวัดท่าโพธิ์วรวิหาร โดยครูน้อม อุปรมัย อดีตสมาชิกผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช 4 สมัย ได้กล่าวประวัติของวัดท่าโพธิ์ไว้ ในหนังสือที่ระลึกของวัดท่าโพธิ์ไว้ ว่า แต่เดิมแล้ววัดท่าโพธิ์นั้นตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ โดยปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปยุคโบราณองค์ใหญ่ ที่มีการสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระประธานของพระอุโบสถ ความเป็นมาเริ่มต้นของวัดท่าโพธิ์ สันนิษฐานว่า ได้สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในราวปี พ.ศ. 2027 ซึ่งชื่อของวัด มาจากภูมิประเทศของวัด ที่ตั้งอยู่ใกล้กับท่าน้ำ และมีต้นโพธิ์เป็นจุดสังเกต

วัดท่าโพธิ์ ได้เจริญสืบความเป็นวัดอยู่ราว 144 ปี ใน พ.ศ. 2171 รัชสมัยของสมเด็จพระอาทิตย์วงศ์ วัดท่าโพธิ์ถูกทำลายจากการรุกรานของกองทัพจากนครรัฐยะโฮร์ ในสงครามการรุกรานเมืองนครศรีธรรมราชครั้งนั้น วัดท่าโพธิ์ถูกเผาเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟูกลับคืนสภาพได้เลย ผู้คนจึงเรียกวัดท่าโพธิ์แห่งนั้นว่า วัดท่าโพธิ์เก่า และถึงแม้ว่าท่าโพธิ์ถึงวัดจะร้าง แต่ก็ยังคงชื่ออยู่ในฐานะท่าที่ใช้ในการสัญจรไปยังตัวเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นสายน้ำที่เชื่อมต่อไปยังคลองท่าเรียน ที่สามารถพายเรือขึ้นไปยังคลองท่าดี ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวเหนือบนลานสกาได้

วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร


ต่อมาในยุคสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งตั้งให้หลวงสิทธินายเวร (หนู) ขึ้นเป็นพระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าประเทศราชเสมอด้วยเมืองเชียงใหม่ ทางด้านเจ้าพัฒน์ เชื้อพระวงศ์บ้านพลูหลวงที่หลบหนีลี้ภัยมายังนครศรีธรรมราช ได้สมรสกับท่านหญิงนวล ธิดาคนโตของพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) โดยในยุคประเทศราช พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ได้แต่งตั้งเจ้าพัฒน์ขึ้นเป็นอุปราช เรียกกันว่า อุปราชพัฒน์ ซึ่งอุปราชพัฒน์ได้ทำการตั้งวังขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของท่าโพธิ์ ต่อมาเมื่อถึงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครศรีธรรมราชถูกลดฐานะเป็นเมืองในระดับเจ้าพระยามหานครตามเดิม และทางราชสำนักได้แต่งตั้งให้เจ้าพัฒน์ขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชถัดจากพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู)

เมื่อเจ้าพัฒน์ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแล้ว จำต้องสละวังที่อยู่เดิมเพื่อไปอาศัยยังวังเจ้าเมือง (ปัจจุบันวังเจ้าเมือง อยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช) เจ้าพระยานครฯ (พัฒน์) จึงได้ถวายพื้นที่วังของตนเพื่อสร้างเป็นวัด เรียกกันว่า “ วัดท่าโพธิ์ใหม่ ” ซึ่งวัดท่าโพธิ์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในวัดที่อุปถัมภ์โดย สกุล ณ นคร ในตลอดการดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองของเจ้าพระยานครฯ (พัฒน์) ได้ทำการสร้างวัดท่าโพธิ์แห่งนี้ จนกระทั่งเจ้าพระ ยานครฯ (พัฒน์) ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2358 เจ้าพระยานครฯ (น้อย) เจ้าเมืองนครท่านถัดมา จึงได้นำอัฐฐิของเจ้าพระยานครฯ ( พัฒน์ ) มาบรรจุในเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังพระประธาน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงผู้สร้างวัด

วัดท่าโพธิ์ เท่าที่มีการสืบทราบ มีรายชื่ออดีตเจ้าอาวาสดังต่อไปนี้ คือ
1. พระครูกาเดิม (ปุ่น) ( ยุครัชกาลที่ 3)
2. พระอธิการบุญจันทร์ (ยุครัชกาลที่ 3)
3. พระอธิการศรีปาน (ยุครัชกาลที่ 4)
4. พระอธิการหนู (ยุครัชกาลที่ 4)
5. พระอธิการศรีไหม ( ยุครัชกาลที่ 5)

หลังการมรณภาพของพระอธิการศรีไหม วัดท่าโพธิ์ได้รกร้างลงถึง 2 ปี เพราะขาดกำลังคนที่จะเข้าไปดูแล จากที่ครูน้อม อุปรมัยได้บรรยายในงานเขียนของท่าน วัดท่าโพธิ์ได้ร้างจนสภาพเปลี่ยนเป็นป่าละเมา มีต้นไม้และวัชพืชงอกเต็มพื้นที่ จนท่านเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม ณ นคร) ได้นิมนต์พระครูการาม (จู) เจ้าอาวาสวัดมเหยงค์ มาเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ ซึ่งพระครูการาม (จู) ได้พัฒนาบูรณะวัดท่าโพธิ์ จนกลับฟื้นคืนสภาพความเป็นวัด
ภายหลังการมรณภาพของพระครูการาม (จู) เจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์รูปต่อมา คือ พระมหาม่วง สิริรัตน์ (ต่อมาดำรงสมณศักดิ์เป็นพระรัตนธัชมุนี หรือที่รู้จักกันว่า ท่านเจ้าคุณวัดท่าโพธิ์ บ้างก็เรียกท่านเจ้าคุณม่วง) เนื่องจากท่านพระรัตนธัชมุนี (พระมหาม่วง สิริรัตน์) เป็นพระผู้พัฒนาการศึกษา ดำเนินการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม โดยท่านได้ดำเนินการสร้างโรงเรียน สถาน ศึกษาสำหรับกุลบุตร กุลธิดาทั่วภาคใต้ จึงทำให้วัดท่าโพธิ์ ถูกยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้น วรวิหาร ในปี พ.ศ. 2460 ซึ่งเป็นปลายยุคสมัยรัชกาลที่ 6

สิ่งสำคัญคู่วัด

  1. พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย

2. พระอุโบสถ

สร้างในสมัยเจ้าพระยานคร (น้อย ณ นคร) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ พ.ศ. 2354 รูปแบบคล้ายพระวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระดอุบสถเดิมไม่มีเฉลียงด้านข้าง มีแต่มุขด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อ พ.ศ. 2440 ในรัชสมัยรัชาการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระรัตนธัชมุณี (ม่วง) เป็นเจ้าอาวาส พระศิธริรรมบริรักษ์ (ถัด ณ นคร) ปลัดเมืองได้เป็นแม่กองปฏสังขรณ์ ได้ขยายเฉลียงออกโดยรอบ พร้อมทั้งซ่อมแซมวัตถุต่าง ๆ ภายในอุโบสถและซุ้มเสมา และได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกในปี พ.ศ. 2475 ต่อมาพระอุโบสถได้รับความเสียหายจากวาตภัยและอุทกภัย ทางวัดจึงได้ระดมทุน และแล้วเสร็จในเดือนเมษาน พ.ศ. 2528 

3. พระประธานในพระอุโบสถ

เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่ององค์ใหญ่ สร้างคู่กับพระอุโบสถ มีพระประธาน 2 องค์ คือองค์หน้าเป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 42 นิ้ว พระศกเป็นก้นหอย พระเกตุมาลารูปเปลวไฟ เดิมอยู่วัดมเหยงคณ์ ที่ฐานมีคำจารึกว่า “คุณนายละออสร้าง พุทธศักราช 2460 พรรษา” และพระประธานองค์ใหญ่ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ทำด้วยปูนปั้น ปิดทอง ประดับกระจก ปางมารวิชัย หน้าตักกว่าง 3 ศอกคืบ สร้างในสมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) คู่กับพระอุโบสถ

4. อาคารที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน คือ ตึกรัตนธัชมุนี เป็นตึกก่อด้วยอิฐถือปูน พระรัตนธัชมุนี (ม่วง) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมโกศาจารย์ ได้ใช้ช่างก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459 ด้วยทุนส่วนตัว สร้างตามแบบจากรูปถ่ายบ้านพักของผู้สำเร็จราชการรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อครั้งพระรัตนธัชมุนี (ม่วง) ไปตรวจการศึกษามณฑลภูเก็ต พระธรรมปาลจารย์ (เอี่ยม) เจ้าคณะมณฑลภูเก็ตได้นิมนต์พระรัตนธัชมุนีไปเยี่ยมคณะสงฆ์ไทยในรัฐปีนัง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตเป็นผู้จัดเรือพาหนะและอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปและกลับ พระรัตนธัชมุนี (ม่วง) พอใจในแบบบ้านพักผู้สำเร็จราชการรัฐปีนังเป็นอันมากจึงได้ให้ช่างถ่ายภาพไว้แล้วนำมาก่อสร้างขึ้นในวัดท่าโพธิ์

5. พระพุทธธรรมจักร องค์ที่ 56

6. หอระฆัง

7. ซุ้มประตูทางเข้าวัด

และในวันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2564 สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช โดยกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน เข้าดำเนินการเคลี่อนย้ายครุภัณฑ์ตู้จัดแสดงและทำความสะอาด ณ ตึกรัตนธัช วัดท่าโพธิ์วรวิหาร ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี (สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช, 2021)

วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร
วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร
วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร

เอกสารอ้างอิง

ธรรมะไทย. (ม.ป.ป.). วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร. https://www.dhammathai.org/watthai/dbview.php?No=180
กรมศิลปากร. (2536). ประวัติวัดท่าโพธิ์วรวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช. กรมศิลปากร. https://www.finearts.go.th/nakhonsithammaratlibrary/view/19597-%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%D1%B5%EF%BF%BD%EF%BF%BD%D1%B4%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%E2%BE%B8%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD-%EF%BF%BD%D1%A7%EF%BF%BD%EF%BF%BD%D1%B4%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%D5%B8%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%EF%BF%BD%D2%AA
ภูมิ จิระเดชวงศ์. (2026, 5 สิงหาคม). “ อยากเป็นนายให้อยู่วัดท่าโพธิ์ อยากกินขนมโคให้อยู่วัดวัง อยากเป็นช่างให้อยู่วัดจันทร์ ”… [facebook]. https://www.facebook.com/search/top?q=วัดท่าโพธิ์วรวิหารนครศรีธรรมราช
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช, 2021, 9 พฤศจิกายน). วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2564 สำนักศิลปากรที่ 12... [facebook].  https://www.facebook.com/search/top?q=วัดท่าโพธิ์วรวิหารนครศรีธรรมราช

วัดวาอาราม. (2020). วัดท่าโพธิ์ วรวิหาร. [ภาพ]. https://www.facebook.com/c.vejpas/posts/วิหาร-อนุสรณ์สถานพระรัตนธัชมุนี-ถนนท่าโพธิ์-ตท่าวัง-อเมืองนครศรีธรร/2758625441090105/?locale=th_TH

Views: 0

Comments

comments

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

Scroll to Top