Skip to content

อาชีพที่คาดว่า AI จะมาแทนที่ ในอนาคตอันใกล้

อาชีพที่คาดว่า AI จะมาแทนที่ เมื่อพูดถึงคำนี้ หลายคนก็เสียวสันหลังว่า งานที่เราทำอยู่ตอนนี้เราจะโดนเครื่องจักรกลหรือปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลายแทนที่ด้วยหรือไม่ เพราะการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI  เป็นที่พูดถึงและมีการใช้กันมาก บวกกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้บริษัทใหญ่ต่าง ๆ ทั่วโลก  กำลังนำ AI เข้ามาใช้แทนที่การทำงานของคนในบางสายงานในอนาคตเพิ่มขึ้นส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มปลดพนักงาน เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ และนี่เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของโลกที่ AI ได้คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ ดังนั้เราต้องร้เท่าทัน เพื่อจะได้ปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ 

เรามาทำความรู้จักกับ AI กันสักนิดค่ะ  AI หรือภาษาไทยว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีฟังก์ชันที่สามารถทำงานได้เหมือนกับมนุษย์ และสามารถเลียนแบบการทำกิจกรรมของมนุษย์ได้ เช่น การเรียนรู้ การวางแผน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นตัวช่วยมนุษย์ในการคิด ซึ่งจะเน้นไปในเรื่องของการประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพราะ AI สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าสมองของมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน AI ยังไม่สามารถทำหน้าที่ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสได้ 

หลักการทำงานของ AI เป็นอย่างไร? และจุดประสงค์ของการใช้งานเทคโนโลยี AI คืออะไร?​

ระบบ AI ทำงานโดยการรับข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และประมวลผล เพื่อให้ได้ผลตอบกลับมา ไม่ว่าจะผ่านการใช้คำพูด ข้อความ หรือการกระทำต่างๆ ผลที่ตอบกลับมาก็อยู่ที่ว่าเราต้องการให้ตอบกลับมาเป็นแบบไหน และเอาผลลัพธ์นั้นมาใช้ประโยชน์ให้ตรงกับจุดประสงค์ของเรา อีกทั้งยังสามารถใช้รูปแบบการทำงานนี้เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อในอนาคตได้ เช่น แชทบอทที่ตอบข้อความอัตโนมัติได้เหมือนกับคน หรือความสามารถในการจดจำภาพ ซึ่งการทำงานของระบบทั้งหมดนั้นต้องถูกเขียนโปรแกรมขึ้นมา โดยการเขียนโปรแกรมของ AI นั้นจะเน้นไปที่ทักษะการรับรู้ต่าง ๆ ดังนี้ (ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คืออะไร หลักการทำงาน และการใช้ในอุตสาหกรรม, ม.ป.ป.)

  • การเรียนรู้ (Learning) โดยจะเน้นไปที่การรับข้อมูล และสร้างกฎสำหรับการเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งกฎนั้นเรียกว่า อัลกอริทึม (Algorithms) คือ กระบวนการแก้ปัญหาที่อธิบายเป็นขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน
  • การใช้เหตุผล (Reasoning) เน้นการตัดสินใจเลือกอัลกอริทึมที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • การแก้ไขข้อผิดพลาด (Self-correction) ในส่วนนี้จะได้รับการออกแบบเพื่อปรับแต่งอัลกอริทึมให้วิเคราะห์ได้อย่างละเอียด เพื่อรับประกันว่าจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
  • การมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เป็นส่วนที่ใช้เครือข่ายประสาทเทียม อิงตามกฎ วิธีทางสถิติ และเทคนิคอื่น ๆ เพื่อให้สามารถสร้างภาพใหม่ ๆ เพลงใหม่ หรือแนวคิดใหม่ ๆ ได้

โดยจุดประสงค์หลักของการใช้เทคโนโลยี AI ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ช่วยวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจำนวนมากมายได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกมาใช้กับธุรกิจ หรือการดำเนินงานได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงใช้ค้นหาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ได้จาดชุดข้อมูลที่มี เพื่อยกระดับให้ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมมีศักยภาพที่แข็งแกร่งในการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว

ผู้รับผิดชอบด้านการเงินของธนาคาร

คุณเคยถามคำถามกับแชทบอทเกี่ยวกับการเปิดบัญชีออมทรัพย์หรือไม่ ธนาคารของคุณเคยโทรหาคุณเพื่อยืนยันกิจกรรมบัญชีบนบัตรเครดิตของคุณหรือไม่ นี่เป็นเพียงตัวอย่างสองสามวิธีที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังดำเนินการอย่างเงียบ ๆ เบื้องหลังเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การธนาคารของคุณและมันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วเขาจะใช้ AI ในด้านการเงินมีประโยชน์อะไรบ้าง? ช่วยให้การทำงานประจำและกระบวนการตัดสินใจเป็นอัตโนมัติขึ้น ช่วยให้ประหยัดเวลาและทรัพยากร ช่วยเราตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกงบัตรเครดิตของลูกค้าได้ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของบุคคลและส่งสัญญาณเตือนหากมีบางอย่างผิดปกติหรือขัดแย้งกับรูปแบบการใช้จ่ายแบบเดิม ช่วยลดความจำเป็นในการทำงานซ้ำๆ หรือกระบวนการอัตโนมัติ เช่น การตรวจสอบเอกสารหรือดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันเป็นไปโดยอัตโนมัติ เพื่อให้พนักงานมีเวลาทำงานในโครงการเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมมากขึ้น เป็นต้น

นักวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Analysts)

อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน คาดการณ์แนวโน้มตลาด และแม้แต่ให้คำแนะนำการลงทุน

ในอีกสิบปีข้างหน้า ความต้องการนักวิเคราะห์การเงินอาจลดลงอย่างมากในบริษัทการเงินหลายแห่ง หาก AI กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้สำหรับการจัดการพอร์ตโฟลิโอและการตัดสินใจซื้อขาย ตลาดงานกำลังเปลี่ยนไปอันเป็นผลจากการจัดการงานซ้ำๆ ตามกฎเกณฑ์ที่รวดเร็วและแม่นยำของ AI 

“เนื่องจาก AI และ Big Data ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อการตัดสินใจทางการเงินจึงเพิ่มมากขึ้น เราคาดหวังว่าจะมีโมเดลการทำนายที่ซับซ้อนมากขึ้น การประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และบริการทางการเงินที่ปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จะมีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือกับความซับซ้อนของตลาดยุคใหม่ และขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับองค์กรของตน”

เจมี่ มาร์แชลล์ ผู้ก่อตั้งด้านเทคโนโลยี

นักวิเคราะห์การเงิน รายงานของคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงินพบว่างานด้านการธนาคารในสหราชอาณาจักร 28% มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

พนักงานขายของตามห้าง

เมื่อเดินตามห้างสรรพสินค้า โชว์รูมรถยนต์ หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ คุณอาจไม่ต้องการให้พนักงานขายเข้ามาแนะนำตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ หลาย ๆบริษัท ได้เพิ่มความเป็นส่วนตัวและอำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าสามารถ จ่ายเงินได้ด้วยตัวเอง และผู้บริโภคหลาย ๆ คนในปัจจุบัน หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจจากอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาพนักงานขายของตามห้างอีกต่อไป แต่พนักงานที่มีประสิทธิภาพคือ พนักงานที่สามารถนำ AI พนักงานขายที่ดีที่สุดคือผู้ที่สามารถผสมผสานความสามารถของ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของตนเองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น เพราะเมื่อเราเข้าสู่ยุคใหม่นี้ ชัดเจนว่าบทบาทของพนักงานขายไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังพัฒนา และผู้ที่ปรับตัวได้จะยังคงเติบโตต่อไป เช่น ช่วยให้พนักงานสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เช่น กล้วย เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์สุกแค่ไหน จากนั้น แดชบอร์ดดิจิทัลจะใช้ generative AI เพื่อให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรกับสินค้าดังกล่าว ลดความผิดพลาดจากการตัดสินใจของมนุษย์หากไม่มีคำแนะนำจากข้อมูล และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือด้านการขาย เพราะ AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ระบุลูกค้าเป้าหมายที่เป็นไปได้ และสร้างเนื้อหามัลติมีเดียที่ปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้า แต่ในด้านของการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ด้านสติปัญญาทางอารมณ์หรือการขายที่ซับซ้อน ความไว้วางใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ยังคงเป็นหลักการสำคัญ เดด้วย  อาจจะยังทดแทนไม่ได้ในตอนนี้  อย่างไรก็ตาม (Gaurav Aggarwal, 2024)

ทหาร (Soldiers)

ผู้เชี่ยวชาญทางทหารมั่นใจว่าสนามรบในอนาคตจะประกอบด้วยหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง มีการใช้หุ่นยนต์อย่างมากในการปฏิบัติการทางทหารสำหรับงานต่างๆ เช่น การสอดแนม ข่าวกรอง และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อเร็ว ๆ นี้หัวหน้ากองทัพอังกฤษกล่าวว่า “ในไม่ช้าหุ่นยนต์อิสระสามารถจัดตั้งกองทัพอังกฤษได้หนึ่งในสี่ภายในปี 2030 ”

นักรังสีวิทยาและช่างเทคนิคการวินิจฉัย

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Digital Health พบว่า AI สามารถตรวจจับโรคในภาพทางการแพทย์ด้วยความแม่นยำในระดับเดียวกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

เภสัชกร (Pharmacists)

ร้านขายยากำลังใช้ ขั้นตอนวิธี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสั่งยาตามประวัติผู้ป่วยและจัดการสินค้าคงคลัง ความเป็นไปได้ที่ AI จะทำให้บางงานที่นักเคมีเคยทำเป็นระบบอัตโนมัตินั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงาน ส่งผลให้เภสัชกรในอุตสาหกรรมนี้ต้องเลิกจ้างอย่างน้อย 50 %

“หากเภสัชกรไม่สามารถพิสูจน์คุณค่าของตนเองนอกเหนือจากบทบาทที่มีอยู่ ระบบอัตโนมัติจะเข้ามาช่วย เพราะท้ายที่สุดแล้วค่าใช้จ่ายจะถูกกว่า” ดร. มาริลิน สเต็บบินส์ ศาสตราจารย์ด้านเภสัชศาสตร์และรองประธานฝ่ายนวัตกรรมทางคลินิกที่ UCSF กล่าว

การกรอกใบสั่งยาและการจัดการสินค้าคงคลังเป็นตัวอย่างสองประการของงานที่สามารถทำให้อัตโนมัติได้เพื่อลดความจำเป็นในการแทรกแซงของมนุษย์ แม้ว่างานซ้ำซากที่นักเคมีทำหลายอย่างสามารถทำให้อัตโนมัติได้ แต่ในบางสถานการณ์ การควบคุมดูแลโดยมนุษย์ยังคงมีความจำเป็น

“ รูปแบบปัจจุบันของการใช้ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมที่มีคุณสมบัติเกินมาตรฐานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวในการจ่ายยาอาจถูกแทนที่ด้วยรูปแบบใหม่ 2 ระดับที่เกี่ยวข้องกับเภสัชกรที่ “จ่ายยา” และ “ไม่จ่ายยา” ”

กรรมการตัดสินกีฬา

AI สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมกีฬาได้อย่างไรนั้น จะบอกว่า AI มีความสามารถในการวิเคราะห์เชิงทำนายที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและผลลัพธ์ในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกีฬาเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้เล่น และวางแผนกลยุทธ์  รวมถึงสามารถระบุรูปแบบที่อาจไม่ชัดเจน ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจเชิงรุกและมีข้อมูลเพียงพอ ช่วยให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์โดยคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตโดยอิงจากข้อมูลปัจจุบันได้อย่างแม่นยำ กรรมการตัดสินที่เป็นคนจึงอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป (Simone Bradley, 2023)

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ /โบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์

อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นเสมือนผู้จัดการที่เป็นตัวกลางของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และหน้าที่นี้อาจจะถูกคุกคามจากเทคโนโลยี AI ได้ค่อนข้างสูง  อาจจจะถูกนำมามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยประหยัดเวลาของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ และยังทำนายเกี่ยวกับตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น แนวโน้มตลาด รายการทรัพย์สิน และพฤติกรรมของลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ตัดสินใจได้อย่างครบถ้วนทั้งราคา การตลาด และการจัดการทรัพย์สินได้ นอกจากนี้ยังช่วยด้านการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการตอบคําถามของลูกค้า เช่น การนำแชทบอทมาให้บริการเพราะสามารถให้บริการได้หลายภาษา พร้อมให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และตอบคําถามของลูกค้าได้  และใช้ในการผลิตเนื้อหา โฆษณาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่าน เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านข่องทางที่ต้องการ รวมทั้งการอัปเดตโซเชียลมีเดีย และจดหมายข่าว และอื่นๆ อีกมากมายอีกด้วย

ตัวแทนบริการลูกค้า (Customer Service Representatives)

อุตสาหกรรมที่ AI ส่งผลกระทบมากที่สุดคือฝ่ายบริการลูกค้า โดยคำถามเกี่ยวกับฝ่ายบริการลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้รับการจัดการโดยแชทบอทและผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI

พวกเขาสามารถใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติและการเรียนรู้ของเครื่องจักรเพื่อแก้ปัญหาทั้งแบบง่าย ๆ และแบบซับซ้อนกว่านั้นได้ การศึกษาวิจัยของ Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2027 ฝ่ายบริการลูกค้า 25% จะใช้แชทบอท AI ซึ่งจะช่วยลดความต้องการเจ้าหน้าที่ที่เป็น

ฝ่ายบริการลูกค้าที่ทำงานโดยมนุษย์อาจมีอารมณ์หรือบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป การตอบคำถามหรือพูดคุยอาจมีความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง และตำแหน่งนี้ได้ถูกแทนที่ไปบ้างแล้วด้วยแชทบอท บริษัทหลายแห่งพึ่งพา AI ในการตอบคำถามที่พบบ่อย และแชทบอทยังรองรับการหาข้อมูลจำนวนมากโดยไม่จำกัดอีกด้วย

ปัจจุบันการได้พูดคุยสื่อสารกับฝ่ายบริการลูกค้าที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็น AI Chatbot นั้นดูจะกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว นั่นเพราะความสามารถของ AI ในยุคปัจจุบันนั้นสามารถที่จะคำนวณและลอกเลียนแบบการทำงานของมนุษย์บางส่วนได้ ทำให้ AI สามารถทำการโต้ตอบกับลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลหรือตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและอัตโนมัติ  โดยการศึกษาในปี 2022 ของบริษัทวิจัยเทคโนโลยีอย่าง Gartner ยังได้คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีแชทบอทนั้นจะกลายมาเป็นช่องทางหลักของการให้บริการลูกค้าของบริษัทต่าง ๆ กว่า 25% ภายในปี 2570 นั่นหมายความว่า AI นั้นจะกลายมาเป็นเครื่องมือที่สำคัญขององค์กรรอบโลกในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและช่วยลดการทำงานของพนักงานทั่วไปลงได้เป็นอย่างมากนั่นเอง

ภาพจาก Freepix

พนักงานต้อนรับในร้านอาหาร

ทว่าการมาถึงของหุ่นยนต์ในร้านอาหารก็มีอีกหลายมุมให้ตระหนัก โดยเฉพาะประเด็นการ ‘แย่งงาน’ ซึ่งเป็นข้อควรระวังสำคัญที่ทุกวงการกำลังถกเถียงเพื่อหาทางออก และกับหุ่นยนต์ในร้านอาหารนั้นก็ดูเหมือนว่าการแย่งงานอาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในร้านอาหารเชนที่ต้องการพนักงานทำงานลักษณะรูทีน แต่ในอีกมุม การเกิดขึ้นของหุ่นยนต์ในร้านอาหารก็พลิกเป็นการช่วยเหลือแรงงานกลุ่มเปราะบางได้เช่นกัน อย่างในร้าน Dawn Avatar Robot Cafe ในประเทศญี่ปุ่น คาเฟ่เก๋ในโตเกียวที่บริการด้วยหุ่นยนต์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าหุ่นยนต์แต่ละตัวนั้นเป็น ‘ตัวแทน’ ของพนักงานผู้พิการแต่ละคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหรือโรงพยาบาล โดยอาศัยการควบคุมหุ่นยนต์ผ่านระบบสัมผัสหรือการสั่งการผ่านดวงตา (eye tracking) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งเรื่องการสร้างงานให้กับกลุ่มผู้พิการ รวมถึงสร้างความโดดเด่นทางการตลาดให้กับร้านคาเฟ่แห่งนี้ในอีกทาง…และนั่นน่าจะเป็นภาพแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ในร้านอาหารซึ่งมีความเป็นไปได้ในหลากหลายรูปแบบ และคงดีไม่น้อยหากมันจะเป็นรูปแบบที่เป็นมิตรต่อทั้งนายจ้างและแรงงานในโลกที่กำลังปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวันนี้

ผู้ตรวจสอบประกัน

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

คนเลี้ยงสัตว์

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

พนักงานรับโทรศัพท์

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติแทบจะทุกหน่วย

งาน ให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

แชทบอทและผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับการสอบถามของผู้บริโภค ข้อเสนอส่งเสริมการขาย และแม้แต่การโทรติดต่อแบบไม่ได้นัดหมาย ระบบเหล่านี้ไม่เคยหยุดทำงานเลยและสามารถจัดการการสนทนาจำนวนมากได้ในคราวเดียว รวมถึงเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ได้ทันที ด้วยแชทบอท AI ที่ลดต้นทุนการตลาดทางโทรศัพท์ได้มากถึง 80% การตลาดทางโทรศัพท์ซึ่งเป็นอาชีพที่เน้นที่มนุษย์กำลังลดน้อยลง

ผู้ดูแลเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

แคชเชียร์

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ กำลังนำตัว AI ที่มีความสามารถมาทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์แทนคนหรือระบบที่สามารถทำหน้าที่แทนแคชเชียร์ได้เลย เพียงแค่สแกนคิวอาร์โค๊ด (QR Code) ลงในระบบ ระบบจะคิดเงิน ทอนเงินให้อัตโนมัติ สะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก สิ่งที่เราต้องทำก็เพียงแค่หยิบสินค้าลงตะกร้าแล้วเดินผ่านเครื่องออกมาเลย โดยไม่ต้องต่อแถวรอนานก็สามารถจ่ายเงินได้เองในเวลาอันรวดเร็ว เช่น Amazon, Trigo, AiFi, Walmart, Microsoft และ Bingobox เป็นต้น

บริการขายปลีก (Retail)

การสั่งซื้อผ่านช่องทางอัตโนมัติต่างๆได้เข้ามาแทนที่การซื้อโดยตรงกับพนักงานขาย โดยสังเกตจากผู้ค้าหลายรายที่มุ่งเน้นไปที่การสั่งซื้อด้วยตนเองและตัวเลือกการชำระเงิน AI 
หุ่นยนต์กำลังเข้ามาแทนที่งานของพนักงานขายในกลุ่มธุรกิจช็อปปิ้งหลายแห่ง นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของเครื่อง AI ยังแสดงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ลูกค้าอาจสนใจในอนาคตอีกด้วย

พนักงานแคชเชียร์ร้านค้าปลีก (Retail Cashiersฉ

ระบบแคชเชียร์ปลีกแบบดั้งเดิมเริ่มสูญเสียฐานลูกค้าให้กับระบบชำระเงินอัตโนมัติ เช่น ระบบที่พบในร้านค้าที่ไม่มีแคชเชียร์ของ Amazon ระบบเหล่านี้ใช้เซ็นเซอร์ กล้อง และอัลกอริทึม AI เพื่อติดตามการซื้อและจัดการการชำระเงินโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ แนวโน้มนี้คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น โดยผู้ค้าปลีกหลายรายวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันมาใช้เพื่อลดต้นทุนแรงงาน

พนักงานต้อนรับในสถานบันเทิง พนักงานฉีกตั๋ว

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

พนักงานแจกไฟในคาสิโน

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

พน้กงานทำเล็บ

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

พนักงานตรวจสอบ/อนุมัติผู้สมัครบัตรเครดิต

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

ซอฟต์แวร์บัญชีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์สามารถจัดการธุรกรรมทางการเงิน ปรับปรุงงบการเงิน และจัดทำแบบแสดงรายการภาษีได้แล้ว เจ้าหน้าที่ บัญชีมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้พัฒนาขึ้น คาดว่าภายในปี 2030 งานบัญชีจะถูกควบคุมโดยอัตโนมัติทั้งหมด ทำให้แทบไม่มีช่องว่างให้มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง

พนักงานเก็บเงิน

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

ผู้ช่วยทนายความ (Paralegal) เลขาทนาย

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

ผู้ช่วยฝ่ายกฎหมาย (Legal Assistants) | เลขานุการด้านกฎหมาย (Legal Secretary)

เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยเหลือทนายความโดยทำให้การทำงานอัตโนมัติ เช่น การวิเคราะห์สัญญา การตรวจสอบเอกสาร และแม้แต่การคาดการณ์ผลลัพธ์ของคดีบทบาทของผู้ช่วยทางกฎหมายมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้สามารถประมวลผลเอกสารทางกฎหมายจำนวนมหาศาลได้เร็วกว่ามนุษย์มาก

“AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานด้านกฎหมายอย่างรวดเร็ว โดยผู้เชี่ยวชาญ 67% คาดการณ์ว่า AI จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือมีผลกระทบสูงในอุตสาหกรรมของตนในอีก 5 ปีข้างหน้า”

“Forrester คาดการณ์ว่าเกือบ 80% ของงานในภาคกฎหมายจะถูกปรับเปลี่ยนใหม่อย่างมีนัยสำคัญด้วยเทคโนโลยี AI”

นาธาน (นาธาน เดรเปอร์ โอลเซ่น) โอลเซ่น , NDO SEONDO ท้องถิ่น SEO

ปัจจุบัน องค์กรทางกฎหมายเริ่มนำระบบ Automation เข้ามาใช้แทนที่ตำแหน่งงานเลขานุการแล้วกว่า 30,000 ตำแหน่ง ยิ่งกว่านั้น อ้างอิงจาก Deloitte report ยังคาดการณ์อีกด้วยว่า ภายในอีก 20 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีอย่าง Cloud Computing และ AI จะเข้ามามีอิทธิพลในวงการกฎหมาย และเป็นผลให้คนอีกราวๆ 114,000 คน จะต้องตกงานในท้ายที่สุด

อาชีพด้านงานกฎหมาย (Paralegals/Legal Assistants)

แม้แต่อาชีพที่ดูจะจำเป็นต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์เป็นหลักอย่างงานด้านกฎหมายนั้นก็ไม่ได้ปลอดภัยจากการเข้ามาของ AI โดยรายงานล่าสุดจาก Goldman Sachs นั้นได้ระบุว่า Generative AI นั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อเหล่านักกฎหมายในสหรัฐอเมริกาได้

โดยสาเหตุนั้นก็มาจากรูปแบบการทำงานของเหล่านักกฎหมายบางส่วน ที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลในแต่ละคดีความที่รับผิดชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ AI สามารถเข้ามาทำสิ่งนี้ได้โดยไม่เกิดอคติขึ้นจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมานั่นเอง

แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงเห็นด้วยหากจะกล่าวว่าอย่างไรเสียมนุษย์ก็ยังคงต้องการผู้แนะนำด้านกฎหมายที่เป็นมนุษย์ด้วยกันเองมากกว่า AI เพราะการทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการนั้นก็เป็นความสามารถประเภทหนึ่งที่ AI ยังไม่สามารถก้าวข้ามมนุษย์ไปได้

พนักงานต้อนรับในโรงแรม (Lobby Receptionist)

ขณะนี้ในบางโรงแรมของญี่ปุ่นได้นำ AI มาทำงานแทนคนแล้ว โดยจะทำหน้าที่เช็คอิน เช็คเอ้าท์ และให้ความช่วยเหลือแขกผู้เข้าพักของโรงแรมได้เป็นอย่างดี เช่น โครงการ Smart Hotel in Hospitality industry 4.0 concept ซึ่งนอกจาก AI จะมาแทนในแผนกต้อนรับแล้วยังวางแผนจะนำระบบ Automation ซึ่งเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติมาใช้ภายในห้องของโรงแรมอีกด้วย

สภาพแวดล้อมของโรงแรมและสำนักงานของบริษัทต่างๆ ถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ระบบเช็คอินอัตโนมัติเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ระบบที่ใช้ AI ในปัจจุบันมักทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ในการจัดการงานต่างๆ เช่น การบันทึกข้อมูลผู้มาเยี่ยม การกำหนดตารางนัดหมาย และการตอบคำถามพื้นฐาน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการนำหุ่นยนต์ที่ใช้ AI มาใช้จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้พนักงานต้อนรับที่เป็นมนุษย์ ใน ทศวรรษหน้า

พนักงานขายโทรศัพท์

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

พนักงานป้อนข้อมูล บริษัทให้บริการป้อนข้อมูลลงเครื่อง (Data Entry Clerks)

การป้อนข้อมูลเป็นงานที่ซ้ำซากจำเจมาก และเป็นงานที่เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถประมวลผลข้อมูลที่มีโครงสร้างจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้พนักงานที่เป็นมนุษย์  ช่วยลดข้อผิดพลาดของมนุษย์ และยังช่วยจัดการปริมาณงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย จากการศึกษาของ McKinsey พบว่า งานป้อนข้อมูลมากถึง 38% จะสามารถทำงานอัตโนมัติได้ภายในปี 2030

จากรายงานของ McKinsey Global Institute พบว่าเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถจัดการงานประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติได้ถึง 69%

 พนักงานขายโฆษณา (Advertising Salespeople)

อาชีพนี้มีโอกาสถูกแทนที่ 54% เพราะการโฆษณาปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจากสื่อดั้งเดิมไปเป็นสื่อดิจิทัลมากขึ้น และสื่อใหม่เหล่านี้สามารถสร้างระบบให้ผู้ใช้บริการซื้อโฆษณาได้ด้วยตัวเอง จึงไม่มีพนักงานขายมาเกี่ยวข้องในสื่อดิจิทัล ประกอบกับความนิยมในสื่อดั้งเดิมลดลง ยิ่งทำให้อาชีพนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง การคาดการณ์นี้จะส่งผลต่อการขายโฆษณาลดลง 3%

ร้านตัดเสื้อ (เย็บมือ)

การเย็บผ้า ด้วยการนำ AI มาช่วยนั้นทำให้เราสร้างสรรค์ดีไซน์ที่หลากหลายและไม่ซ้ำใครได้อย่างไม่จำกัด ประะหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาวาดแบบด้วยมือ ปรับแต่งได้ง่ายและสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดของดีไซน์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือ AI สำหรับออกแบบเสื้อผ้ามากมาย เช่น Midjourney, Stable Diffusion, RunwayML เป็นต้น แต่ละเครื่องมือจะมีฟังก์ชันและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน เพียงแค่สร้าง Prompt และบอกว่าคุณต้องการให้ AI สร้างภาพแบบไหน ยิ่งคุณอธิบายรายละเอียดได้ชัดเจนเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งตรงใจมากขึ้นเท่านั้น ปรับแต่งภาพได้ ปรับแต่งสี รูปทรง และรายละเอียดต่างๆ ได้ตามต้องการ

ช่างซ่อมนาฬิกา

นาฬิกาเป็นเครื่องบอกเวลาก็จริง แต่หากเป็นนาฬิกาหรูก็จะเป็นมากกว่ากลไกบอกเวลา แต่มันคือสัญลักษณ์ของงานฝีมือ ความพิเศษ และมรดกทางวัฒนธรรม แต่เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมนาฬิกาก็ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในตลาดแมสอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทในโลกแห่ง Haute  Horology อย่างคาดไม่ถึง แล้วเจ้า AI ก็จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูทั้งหลาย โดยเป็นการนำปัญญาประดิษฐ์ผสานตัวเองเข้ากับมรดกของนาฬิกาชั้นสูงได้อย่างไร

 

 

 

 

 (Nitnada Panpipat Herve, 2025) 

ตัวแทนส่งแบบฟอร์มภาษี

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

ผู้ช่วยบรรณารักษ์

พนักงานรับโทรศัพท์เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ทุกวันนี้มีระบบตอบรับอัตโนมัติทำให้ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลางอีกต่อไป

ช่างแกะสลัก

นักจิตวิทยา

ในอนาคต ไม่ยากเลยที่จะมี Social Robot สำหรับใช้สอนเด็กออทิสติก หรือหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่มาคอยอยู่เคียงข้างคนสูงอายุ ที่ป่วยด้วยโรคความจำเสื่อม นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาก็มีการใช้ นักบำบัดแบบเวอร์ชวลในการสกรีนทหารที่ประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานว่าป่วยด้วยโรค PTSD หรือไม่แล้วเช่นกัน

(หมายเหตุ : PTSD เป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดขึ้นหลังจากประสบเหตุการณ์ที่น่ากลัวและร้ายแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

เหตุการณ์ที่ทำให้เกิด PTSD ไม่ใช่เหตุร้ายทั่วๆไป เช่น หกล้ม รถเฉี่ยวกัน หรือลืมของไว้บนรถแท็กซี่ แต่จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวและร้ายแรงมากจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เข่น สึนามิ น้ำป่า ดินถล่มทับบ้าน พายุพัดบ้านพัง เกิดเหตุวินาศกรรม สงคราม จลาจล โดนปล้นหรือข่มขืน โดยที่ผู้ที่ป่วยเป็น PTSD อาจเป็นผู้ประสบเหตุเองโดยตรงหรือเพียงแค่ได้เห็นเหตุการณ์หรือได้รับรู้เรื่องราวจากข่าวหรือคำบอกเล่าของผู้อื่นก็ได้ แต่จะต้องมีปฏิกริยาเป็นความตื่นกลัวและรู้สึกว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (อ้างอิงข้อมูลจาก ศูนย์วิทยบริการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)

อาลีบาบา 1 ใน 3 ของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ได้เริ่มเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้แล้วในปี 2018 โดยประหยัดทรัพยากรคน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะหุ่นยนต์ไม่มีขีดจำกัดของด้านกำลังกาย สามารถทำงานตามโปรแกรมที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม ในอนาคตคาดว่าหลายๆบริษัทคงจะเปลี่ยนจากคนมาเป็นหุ่นยนต์แทนเช่นกัน

ผู้ตรวจสอบและจัดการเรื่องเคลม

พนักงานบัญชี (Bookkeeping Clerks) จ่ายบิล ตรวจสอบบัญชี

ทุกวันนี้งานด้านบัญชี เช่น  การลงรายรับ-รายจ่าย การจ่ายบิบ หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบบัญชี  สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูป และ AI งานแทนคนได้  ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่บัญชีอีกต่อไป ก็สามารถสรุปรายรับ-รายจ่ายหรือยอดขายในแต่ละวันได้ด้วยตัวเอง

ซอฟต์แวร์บัญชีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์สามารถจัดการธุรกรรมทางการเงิน ปรับปรุงงบการเงิน และจัดทำแบบแสดงรายการภาษีได้แล้ว เจ้าหน้าที่ บัญชีมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้พัฒนาขึ้น คาดว่าภายในปี 2030 งานบัญชีจะถูกควบคุมโดยอัตโนมัติทั้งหมด ทำให้แทบไม่มีช่องว่างให้มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ประมาณร้อยละ 25.4 มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบ AI

มีโอกาสที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการทำบัญชีเป็นอาชีพมาช้านาน ปัจจุบันแทนที่จะใช้มนุษย์ในการป้อนข้อมูลและทำบัญชี บริษัทใหญ่ๆมักใช้ระบบ AI และ Machine Learning ในการเก็บข้อมูลกันอย่างแพร่หลายแล้ว

พนักงานตรวจสินค้า แยกประเภท สุ่มตัวอย่าง วัดสินค้า

ทุกวันนี้งานด้านบัญชี เช่น  การลงรายรับ-รายจ่าย การจ่ายบิบ หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบบัญชี  สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูป และ AI งานแทนคนได้  ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่บัญชีอีกต่อไป ก็สามารถสรุปรายรับ-รายจ่ายหรือยอดขายในแต่ละวันได้ด้วยตัวเอง

ปัจจุบันเครื่องมือวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลตลาดจำนวนมหาศาลได้เร็วกว่ามนุษย์ เครื่องมือเหล่านี้สามารถระบุแนวโน้ม คาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภค และให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติได้แม่นยำกว่านักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์ การวิจัยตลาดจะถูกครอบงำด้วยเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปี 2030 ซึ่งหมายความว่านักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์จะมีบทบาทน้อยลง

พนักงานคลังสินค้า (Warehouse Worker)

พนักงานธนาคาร (Bank Teller)

ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่าง นับตั้งแต่การโอนเงิน ถอนเงิน ไปจนถึงลงทุน ก็สามารถทำผ่านสมาร์ทโฟนได้ิย่างง่ายดาย เป็นผลให้จำนวนผู้เข้าใช้บริการธนาคารมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นพนักงานธนาคารก็อาจจะไม่จำเป็นสำหรับโลกแห่งอนาคตอีกต่อไปเช่นกัน 

พนักงานฉายภาพยนตร์

ช่างซ่อมกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ภาพถ่าย

นักวิเคราะห์วิจัยการตลาด

ผู้ประกาศข่าว (Journalism)

ในโลกปัจจุบันที่ถูกครอบคลุมด้วยดิจิทัล เทคโนโลยีคือพลังขับเคลื่อนการทำข่าว ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เกี่ยวข้องกับงานคิดเป็นประมาณ 10-12% ของฟังก์ชันทั้งหมดในอุตสาหกรรม เช่นการทำงานของ AI ที่เกิดขึ้นแล้วในวงการข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นบทความที่เขียนด้วย AI การถอดเสียงบทสัมภาษณ์ทางเสียงและวิดีโอ การแจ้งเตือนข่าวสารเร่งด่วน และสำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนได้ค้นพบความก้าวหน้าโดยการใช้หุ่นยนต์เป็น ‘English AI Anchor’ 

ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตนักข่าวอาจถูกแทนที่ด้วยและยังประกอบด้วยเหตุผลที่ว่าระบบ AI และหุ่นยนต์ทั้งหมดไม่มีอคติหรือความคิดเห็นทางการเมืองใดๆ จึงเป็นข้อดีของการนำเสนอข่าวในอนาคตอีกด้วย ที่มา : saviom.com 

ธุรกิจนำเที่ยว (Travel Agent)

ย้อนกลับไปในยุคที่เทคโนโลยียังไม่เฟื่องฟู การวางแผนเดินทางและจัดหาที่พักนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เราจำเป็นต้องพึ่งพาตัวแทนนำเที่ยว เพื่อค้นหาตั๋วเครื่องบินและที่พักสุดคุ้ม อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน บนโลกอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์มากมายอย่าง เช่น Skyscanner และ Trivago ที่คอยเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักให้เราโดยอัตโนมัติ ทำให้ธุรกิจนำเที่ยวแบบดั้งเดิมซบเซาลงไปในที่สุด  

พนักงานเก็บเงิน (Cashier)

‘Cashless Society’ กำลังได้รับการพูดถึงในสังคมอย่างกว้างขวาง ณ ปัจจุบัน การเติบโตของการโอนผ่านสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่งสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้เงินสดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกว่านั้น ซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าหลายแห่งก็เริ่มเปิด Self-service เพื่อให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้ด้วยตนเองเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ พนักงานเก็บเงินจึงอาจไม่ใช่ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่อีกต่อไป

พนักงานส่งจดหมาย (Mail Carrier)

ขณะที่พนักงานส่งพัสดุกำลังเจริญรุ่งเรืองจากการเติบโตของ E-commerce แต่สำหรับพนักงานส่งจดหมายนั้น อนาคตมืดมนลงไปทุกที เนื่องจากคนรุ่นใหม่แทบไม่มีใครเขียนจดหมายสำหรับสื่อสารอีกแล้ว และเอกสารจำพวกใบเสร็จหรือจดหมายทางธุรกิจ ก็ถูกปรับเป็นรูปแบบ Online มากขึ้น เพราะฉะนั้น หากใครกำลังสนใจงานในสายนี้ ก็อาจจะต้องพิจารณาดูอีกที

นักวิเคราะห์สินเชื่อของสถาบันการเงิน

ช่างแว่นตาและคอนแทคเลนส์

ช่างผสมและฉีดยาฆ่าแมลง

ช่างทำฟันปลอม

ช่างวัดและทำแผนที่

ช่างดูแลสวนและที่ดิน

พนักงานบังคับดูแลเครื่องมือที่ใช้ก่อสร้าง

พนักงานขายตามบ้าน คนขายหนังสือพิมพ์ตามถนน คนขายตามร้านข้างทาง

ช่างทาสี ช่างติดวอลล์เปเปอร์

นักแสดง

ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล ทำให้เราได้เห็นนักแสดงที่เสียชีวิตไปแล้วอย่าง Peter Cushing และอีกหลายคนกลับมามีชีวิตโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ได้ใหม่ แถมยังสมจริงมากอีกด้วย นั่นจึงทำให้ในอนาคต อาชีพนักแสดง อาจกลายเป็นอาชีพที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทคโนโลยีแทนแล้วนั่นเอง

พนักงานส่งของ คนขับรถ

ในไม่ช้าพนักงานส่งของจะถูกแทนที่ด้วยโดรนหรือหุ่นยนต์ รวมไปถึงรถยนต์ไร้คนขับซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขับรถอีกต่อไป

พนักงานผู้ผลิตสิ่งทอ (Textile Worker)

การลดลงของจำนวนพนักงานผู้ผลิตสิ่งทอ ไม่ได้เกิดจากความต้องการสินค้าสิ่งทอที่ลดลงแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะกระบวนการผลิตที่พึ่งพาเครื่องจักร และAI ที่เพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งแรงงานและฝีมือมนุษย์ไม่จำเป็นสำหรับการผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทออีกต่อไป

ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ (Print Media Industry)

คาดการณ์ว่า ธุรกิจสื่อสิงพิมพ์แบบดั้งเดิมจะซบเซาลงไป เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะอ่านหนังสือจากโลกออนไลน์มากกว่าหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษ เพราะฉะนั้น อาจจะถึงเวลาที่เราต้องละทิ้งสิ่งเก่าๆ เพื่อไปเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆอย่างโลกออนไลน์แทน 

พนักงานผลิตและประกอบ

คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 งานการผลิตทั่วโลกมากถึง 20 ล้านตำแหน่งอาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

พนักงานชงกาแฟ (Barista)

นยนต์บาริสต้าสามารถให้บริการลูกค้าในร้านกาแฟ ตอบโจทย์ทั้งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และรวมถึงการบริการอัตโนมัติที่รวดเร็วมากขึ้น ใช้แรงงานคนน้อยลง สามารถทำได้หลายหน้าที่ และจดจำสูตรกาแฟได้มากถึง 120 สูตร และอาจจะมากขึ้นกว่านี้ในอนาคต เช่น Café X หุ่นยนต์บาริสต้าที่ออกแบบโดย Ammunition Group ซึ่งเป็นทีมออกแบบเดียวกันกับหูฟังและลำโพงสุดล้ำอย่าง Dr. Dre นั่นเอง

พ่อครัว (Chef)

หุ่นยนต์ Flippy ซึ่งสร้างโดย บริษัท หุ่นยนต์ Miso Robotics มีประสบการณ์ในการทำครัวอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงที่สำคัญที่สุดคือ การพลิกเบอร์เกอร์โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ที่ร้านอาหาร CaliBurger ใน Pasadena และตอนนี้ได้ย้ายไปทำงานใน Walmart เพราะทำได้รวดเร็วมากกว่าคน ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องรอนานอีกต่อไป

คนขับรถบรรทุก และขับแท็กซี่

เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยตนเองกำลังก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีบริษัทอย่าง Tesla และ Waymo เป็นผู้นำ

คาดการณ์ว่ารถยนต์ไร้คนขับจะเข้ามาแทนที่อุตสาหกรรมขนส่งทางรถบรรทุกและแท็กซี่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในเส้นทางระยะไกลที่คนขับมักจะเหนื่อยล้าได้ง่าย ภายในปี 2030 รถบรรทุกและแท็กซี่ไร้คนขับอาจสูญเสียตำแหน่งงานขับรถไปหลายล้านตำแหน่งทั่วโลก

พนักงานขับรถส่งสินค้า

โดรนและระบบโลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังถูกทดสอบมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจัดการการจัดส่ง ผู้เล่นรายใหญ่  เช่น Amazon และ UPS กำลังลงทุนอย่างหนักในระบบการจัดส่งด้วยโดรนซึ่งในที่สุดแล้วอาจเข้ามาแทนที่คนขับส่งของที่เป็นมนุษย์สำหรับการจัดส่งในระยะทางสั้น ระบบการจัดส่งที่ขับเคลื่อนด้วย AI คาดว่าจะครองตลาดภายในสิ้นทศวรรษนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้มีความก้าวหน้า

AI ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจมากมายให้กับอุตสาหกรรมการจัดส่ง ได้ปรับปรุงการทำงานด้านลอจิสติกส์และซัพพลายเชนต่างๆ ล่าสุดเราก็ได้เห็นโดรนและหุ่นยนต์เข้ารับช่วงต่อในบริการจัดส่งแล้ว นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการขนส่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อหุ่นยนต์อัตโนมัติได้รับความนิยมในปีต่อๆ ไป

พนักงานขับรถ (Delivery Driver) (Taxi Drivers)

Security Robot K5 คือหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท KNIGHTSCOPE หน้าตาอาจจะคล้ายๆเจ้าหุ่นยนต์ R2D2 ในภาพยนตร์ Star War แต่มีคุณสมบัติเพียบ ทั้งติดกล้องความละเอียดสูง หมุนได้ 360 องศา ที่สามารถบันทึกทุกสิ่งรอบตัว, ไมโครโฟนที่มีคุณภาพสูงในการบันทึกเสียง, เซนเซอร์ต่างๆ เช่น เซนเซอร์ระยะล้ำ, เซ็นเซอร์ความเร็วแผ่นป้ายทะเบียนแสกน, เซ็นเซอร์คุณภาพอากาศ, การถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรด และอื่นๆอีกมากมาย ถือเป็นหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคน จึงเกรงว่าภายในอนาคต การใช้คนปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจมีน้อยลง และบริษัทที่นำหุ่ยนต์นำร่องตัวนี้ไปทดลองคือ บริษัท Microsoft

Waymo ของ Alphabet เป็นบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับในแอริโซนา โดยนำเสนอบริการแบบ Uber ที่ทำงานผ่านแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ บริษัท ได้เปิดตัว Waymo One ซึ่งจะเปิดให้บริการสำหรับผู้ขับขี่ในพื้นที่รถไฟใต้ดินฟีนิกซ์ ก่อนที่จะมีการเปิดตัวในวงกว้างทั่วทั้งชุมชน ผู้บริโภคจะดาวน์โหลดแอปที่ใช้งานได้เช่น Uber หรือ Lyft ยืนยันสถานที่รับของคุณป้อนสถานที่ที่คุณต้องการไปและสุดท้ายแจ้งราคาโดยประมาณก่อนที่คุณจะขอขึ้นรถอย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องพึ่งพนักงานขับรถเลย ทำให้พนักงานขับรถไม่จำเป็นอีกต่อไป และยังปลอดภัยอีกด้วย

กรณีนี้อาจต้องยกเคสของอูเบอร์ (Uber) กับลิฟต์ (Lyft) สองผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ในสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นตัวอย่าง เพราะทั้งสองบริษัทต่างออกมาเปิดเผยถึงแผนในอนาคตของบริษัทแบบไม่ปิดบังว่า มีแผนจะพัฒนารถอัตโนมัติออกมาใช้งาน โดยตอนนี้อยู่ขั้นทดสอบแล้ว (แน่นอนว่ามีคนขับแท็กซี่ออกมาประท้วงมากมาย) เหลือแค่รอให้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่าน ก็อาจให้บริการได้ ซึ่งอาจเป็นช่วงปี ค.ศ. 2020 ที่หลายคนรอคอย

พนักงานรักษาความปลอดภัย (Security Guard)

บริษัท JD.com ได้นำรถส่งของที่ใช้ระบบ AI นำทาง มาใช้ส่งของให้กับผู้ใช้บริการ โดยรถส่งของอัตโนมัตินี้ไม่มีคนขับ แต่สามารถส่งของได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง ไม่มีตกหล่น เพราะมีระบบตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งเสมอ อาชีพพนักงานส่งของจึงเป็นอีกอาชีพนึงที่อาจจะถูก AI เอาไปครองได้ง่าย (ที่มา : JD.com)

ความต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลดลงเนื่องจากระบบเฝ้าระวังด้วย AI มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบเหล่านี้รวมถึงเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและการวิเคราะห์พฤติกรรมสำหรับการตรวจสอบพื้นที่กว้าง

ระบบเหล่านี้สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง ระบุความผิดปกติ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ที่สำคัญกว่านั้น เป็นเพียงการลงทุนครั้งเดียว คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินไปตลอดชีวิต ดังนั้น คาดว่าความต้องการบุคลากรด้านความมั่นคงของมนุษย์จะลดลงอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 พนักงานห้าง พนักงานร้านขายปลีก

เมื่อมีการใช้เทคโนโลยี  AI  ที่สามารถประมวลผลด้วยภาพและข้อมูลจากตัวเซ็นเซอร์ที่ดูว่าลูกค้าซื้ออะไรในร้าน แล้วเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากบัญชีของลูกค้าได้ทันทีหรือชำระค่าสินค้าผ่าน e-Wallet ในสมาร์ทโฟนได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องมีพนักงานประจำร้านอีกต่อไปแล้ว

พนักงานให้บริการลูกค้า (Costumer Service)

เป็น AI ที่ทำหน้าที่คอยตอบคำถาม ให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร โดยที่ลูกค้าไม่ต้องรอสายนานเพราะคนรับสายลูกค้ามีจำนวนไม่เพียงพอ และสามารถช่วยลูกค้าแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ธนาคารเพื่อการก่อสร้างจีน (China Construction Bank)

แม้ว่าการโต้ตอบระหว่างมนุษย์ยังมีคุณค่าในการบริการลูกค้า แต่แชทบอทและผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเข้ามาแทนที่ การศึกษาวิจัยของ Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 การโต้ตอบด้านบริการลูกค้า 95% จะดำเนินการโดย AI

 

พนักงานแนะนำสินค้า/พนักงานขาย (Retail Salesperson)

โดยตัวหุ่นยนต์จะทำหน้าที่บอกรายละเอียดให้กับลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง เพียงแค่ลูกค้าเลือกข้อมูลสินค้าที่อยากทราบผ่านหน้าจอ ตัวหุ่นยนต์ก็จะอธิบายรายละเอียดสินค้านั้นๆให้ลูกค้าฟังได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับ หรือสามารถบอกเส้นทางภายในร้านได้อีกด้วย เปิดตัวที่แรกคือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

 พนักงานพิสูจน์อักษร นักตรวจทาน (Proofreaders)

ตอนนี้มีโปรแกรมที่ช่วยพิสูจน์ตัวอักษรทำให้ไม่จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ช่วยในการพิสูจน์ตัวอักษรอีกแล้ว

เครื่องมือ AI เช่น Grammarly และซอฟต์แวร์ประมวลผลภาษาอื่นๆ มีความแม่นยำสูงขึ้นในการตรวจหาข้อผิดพลาดด้านการสะกด ไวยากรณ์ และแม้แต่รูปแบบภาษา ระบบเหล่านี้เรียนรู้จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่และปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บทบาทของผู้ตรวจทานที่เป็นมนุษย์ลดน้อยลงเรื่อยๆ คาดว่าAI จะสามารถดำเนินการตรวจทาน ได้ 90% ภายในปี 2030 แม้แต่การเขียนงานก็ยังคงดำเนินการร่วมกับมนุษย์โดยใช้เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์

ดังนั้นจะเห็นได้ว่างานที่ต้องใช้ทักษะในเชิง Soft Skill หรืองานที่ต้องใช้ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ยังไม่สามารถแทนที่ด้วยAI  ได้ แต่ก็ไม่ควรประมาทเพราะในอนาคตเทคโนโลยีก้าวล้ำอาจพัฒนาความสามารถของ AI ได้อย่างรวดเร็วจนสามารถทำงานแทนที่แรงงานของมนุษย์ได้ทั้งหมดก็เป็นได้ ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัวและหมั่นพัฒนาศักยภาพในเชิง Soft Skill ใหม่ ๆ ให้ตัวเอง เพื่อความอยู่รอดและไม่เป็นดาวร่วงจนถูก AI แย่งงานไปในที่สุด

เห็นได้เลยว่าหุ่นยนต์ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของเราอย่างเต็มตัวแล้ว และด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีสมองกล (AI) ในอนาคตเราจะได้เห็นเทคโนโลยีล้ำ ๆ แบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลยแหละ

ดังนั้นเราสามารถเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยชีวิตมนุษย์ให้สะดวกสบายและดีขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะมาทดแทน ยังมีกิจกรรมและสิ่งต่างๆอีกมากมายที่ยังคงต้องใช้มนุษย์ในการสร้างสรรค์และควบคุมอยู่ เพียงแต่นำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบร่วมให้สามารถทำได้ดีและง่ายขึ้น

จะเห็นได้ว่า ชื่ออาชีพที่หลาย ๆ คนคิดว่ายังปลอดภัยนั้น เริ่มถูกบรรจุเข้าไปในฐานข้อมูลของอาชีพที่มีแนวโน้มว่าจะถูก AI เข้ามาแทนที่มากขึ้นทุกที แม้กระทั่งงานที่ต้องใช้ศิลปะสูง เช่น ครู หรือนักแสดง ดังนั้น การเตรียมตัวให้อยู่รอดในโลกแห่งการทำงานในยุค AI ครองเมือง จึงควรเริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้ ด้วยการมองหาทักษะใหม่ ๆ ที่ทำให้เราโดดเด่นเหนือ AI หรือสามารถอยู่ในบทบาทที่ได้รับสิทธิในการควบคุม AI ได้ ไม่ใช่รอจนวันนั้นมาถึงแล้วถูก AI ควบคุมแทนเสียเอง

โปรดทราบว่า AI เป็นมากกว่าเครื่องมือที่ใช้แทนแรงงานมนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์มักจะช่วยเสริมศักยภาพของมนุษย์ ในสาขาต่าง ๆ เช่น การแพทย์ AI ช่วยเหลือแพทย์โดยวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์หรือแนะนำแผนการรักษา แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงทำโดยมนุษย์ แม้ว่า AI จะช่วยเหลือและเร่งงานบางอย่างได้ แต่แพทย์ก็ยังมีความจำเป็นเมื่อต้องเข้าใจสถานการณ์เฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคนและตัดสินใจอย่างเห็นอกเห็นใจ

งานที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะของมนุษย์ เช่น ความเห็นอกเห็นใจ ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญาทางอารมณ์ และความสามารถในการเจรจาต่อรองในสถานการณ์ทางสังคมที่ท้าทาย จะเป็นงานที่ได้รับการปกป้องจาก AI มากที่สุด

ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ AI งานในบางภาคส่วนอาจจะหายไป แต่บทบาทที่เน้นที่ผู้คนจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น แม้ว่า AI จะกำหนดอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ยังมีพื้นที่ว่างมากมายสำหรับงานที่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ดีที่สุด

เอกสารอ้างอิง

5 สายงานรอด-ร่วง ยุค AI ครองเมือง. SCB ไทยพาณิชย์. https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/salary-man/jobs-in-ai-era

15 งานที่จะถูกแทนที่ด้วย AI ภายในปี 2030?. (ม.ป.ป.). GAPER. https://gaper.io/15-jobs-will-ai-replace-by-2030/

“จับตาดู” 10 อันดับอาชีพที่ AI จะเข้ามาแทนที่คน!. (2021, 24 กุมภาพันธ์). DayWork.https://daywork.co/blog/company/AI-replace-human/

นิพนธ์ นาชิน. (28 กรกฎาคม 2567). AI ในร้าน. อาหาร: 9 วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหาร. ALPHASEC. https://www.alphasec.co.th/post/ai-ในร้านอาหาร-9-วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหาร

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คืออะไร หลักการทำงาน และการใช้ในอุตสาหกรรม). (ม.ป.ป.). DIA.  https://shorturl.asia/LyWoC

เปิด 10 อาชีพเสี่ยงถูกเลิกจ้าง มีโอกาสตกงานมากที่สุด ปี 2568 ในยุค AI เข้ามาแทนที่. (9 มีนาคม 2568). ฐานเศรษฐกิจ. https://shorturl.asia/LyWoC

13 อาชีพ “มีแววตกงาน” ในอนาคต หาก AI และหุ่นยนต์เข้ามาทดแทน. (16 สิงหาคม 2022 2568). SPRING. https://shorturl.asia/LyWoC

Admin. (6 มีนาคม 2017). ระวัง ! 9 อาชีพ ที่จะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์ AI. Positioning. https://positioningmag.com/1118179

Connext Team. (7 พฤษภาคม 2021). 10 อาชีพ ที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและ AI ภายใน 10 ปีข้างหน้า. บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด. https://techsauce.co/talentsauce/talent-insights/10-jobs-will-be-replaced-by-technology-and-ai-by-the-next-10-years

Gaurav Aggarwal. (2024. 8 October). Is AI actually replacing sales reps? Forbes. https://www.forbes.com/councils/forbestechcouncil/2024/10/08/is-ai-actually-replacing-sales-reps/

Nitnada Panpipat Herve. 2025, Mar 20). นวัตกรรม AI ที่กำลังก้าวเข้ามาปฏิวัติแวดวงนาฬิกาหรูยุคใหม่. Tatler. https://www.tatlerasia.com/style/watches/ai-meets-haute-horology-how-artificial-intelligence-is-redefining-the-luxury-watch-industry-th

Simone Bradley. (2023, 19 December). How AI can be used in the sports industry. Rocketmakers https://www.rocketmakers.com/blog/ai-in-sports

10-jobs-will-be-replaced-by-technology-and-ai-by-the-next-10-years

Facebook Comments

facebook comments