มาตาลดา-ภูเมฆ-ไตรฉัตร เป็นนิยายชุดที่ฟีลกู้ดที่คนทุกวัยอ่านได้ เรื่อง มาตาลดานั้น ทั้งมาตลดาและเป็นหนึ่งคือความแตกต่างที่ลงตัว มาตาลดาผู้น่ารัก สดใส มองโลกในแง่ดี พร้อมที่จะแจกจ่ายความรัก และความสดใสให้กับทุกคน ส่วนเรื่องภูเมฆ ซึ่งเป็นน้องชายมาตาลดา แต่ทั้งคู่ถูกแยกกันเพราะพ่อแม่แยกทางกัน แต่ภูเมฆเป็นคนมีจิตใจดี มีความมุ่งมั่นและซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง เรื่องนี้ชวนให้เราปรับแนวคิด ปรับมุมมองในสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ และเราจะมองเห็นความสวยงามที่อยู่รอบตัวเราได้ และเรื่องไตรฉัตรซึ่งเป็นผลผลผลิตจากครอบครัวที่มีปัญาหา ทำให้เขามีบาดแผลจากครอบครัว แต่เขามีหลักคิดในการตัดสินใจ มีเหตุผลในการกระทำที่ต่างกัน ทำให้สามารถผ่านพ้นจากวิกฤตได้ ชวนคุณอ่านเรื่องราวทั้ง 3 เรื่อง ต่อเนื่องกันได้เลย
มาตาลดา
ผู้เขียน: ณัฐณรา
มาตาลดา หญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความแตกต่าง และความหลากหลายทางเพศ มาตาลดามีพ่อที่มีจิตใจเป็นผู้หญิง แม้จะแตกต่างจากคนอื่น แต่มาตาลดาก็ยอมรับในความแตกต่างนี้ได้ และไม่เคยรู้สึกว่าผิดปกติ หรือเป็นปมด้อย มาตาลดาเป็นคนมองโลกในแง่ดี มองทุกอย่างในด้านบวก และสามารถค้นหามุมดีๆ จากเรื่องต่างๆ ได้เสมอ มาตาลดาเติบโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่น ทั้งความรักจากพ่อ ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนๆ เดียวกัน ความรักจากน้าๆ ป้าๆ ในคณะนางโชว์ที่พ่อของมาตาลดาเป็นเจ้าของ พ่อของมาตาลดารักมาตาลดาและทุ่มเทความรักให้มาตาลดาเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่พ่อของมาตาลดามีปัญหาการไม่ยอมรับจากครอบครัวเพราะตัวเองไม่ได้เป็นผู้ชายตามมาตรฐานที่สังคมกำหนด แต่พ่อของมาตาลดาไม่เคยเอาความขาดหรือปัญหาของตัวเองมาเป็นอุปสรรคในการเลี้ยงดูมาตาลดาให้โตขึ้นมาอย่างอบอุ่นและเพียบพร้อมด้วยความรัก
คุณหมอปุริม หรือเป็นหนึ่ง ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่ดีงาม เป็นหมอที่เก่ง เป็นคนที่เรียนเก่งมาก เป็นที่ยกย่องและยอมรับ ภาพลักษณ์ภายนอกคือคนที่ดีพร้อมทุกอย่าง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจกลับเป็นความว่างเปล่า เพราะเป็นหนึ่งเติบโตมาจากครอบครัวที่เข้มงวด พ่อของเป็นหนึ่งเคยลำบากมาก่อน จึงเข้มงวดกับเป็นหนึ่งเพราะไม่อยากให้ลูกต้องมีชีวิตที่ลำบากเหมือนตัวเอง รักที่มากเกินไป ความเป็นห่วงที่มากเกินพอดี กลายเป็นความกดดัน และการทำร้าย ทำให้เป็นหนึ่งเติบโตมาแบบที่รู้สึกขัดแย้งกับตัวเอง พยายามทำทุกอย่างตามความคาดหวังของพ่อ เพื่อความสบายใจของพ่อ จนต้องละทิ้งความรู้สึกของตัวเอง
มาตาลดาและเป็นหนึ่งคือความแตกต่างที่ลงตัว มาตาลดาผู้น่ารัก สดใส มองโลกในแง่ดี พร้อมที่จะแจกจ่ายความรัก และความสดใสให้กับทุกคน แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูขาดๆ เกินๆ ไม่ดีงามตามมาตรฐานของสังคม แต่มาตาลดาไม่เคยเก็บเรื่องเหล่านี้มาเป็นปัญหาและยังคงใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขต่อไป ในขณะที่เป็นหนึ่งผู้สมบูรณ์แบบเพียบพร้อมแต่ขาดความรักมาเติมเต็มและหล่อเลี้ยงจิตใจ มาตาลดาจึงเป็นเหมือนน้ำเย็นสดชื่นที่ทำให้หัวใจของเป็นหนึ่งได้สดใส ชุ่มชื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ความรักของทั้งคู่ถูกขัดขวาง ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวของเป็นหนึ่งผู้สมบูรณ์แบบ แต่ทั้งคู่กลับจับมือร่วมกันฝ่าฟันทุกๆ ปัญหามาได้ และได้รับการยอมรับจากทุกคนในที่สุด
ทุกๆ ตัวละครในเรื่องมาตาลดาก็ไม่ได้แตกต่างกับชีวิตจริง บางคนก็มีปัญหาไม่ต่างกัน และการจัดการปัญหาของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เพราะเหตุปัจจัย และเหตุผลตั้งต้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งวิธีคิด สังคมแวดล้อม การตัดสินใจ ล้วนมีผลกับทุกๆ เรื่องราวที่เข้ามา แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือจิตใจของตัวเอง ถ้าหากสิ่งที่ทำไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดศีลธรรม ไม่ได้ทำร้ายตัวเอง และไม่ได้ทำร้ายคนอื่น ถึงแม้ใครจะไม่ยอมรับ แต่หากตัวเองยอมรับได้และมีความสุขกับทางที่เลือก ก็ไม่ผิดที่จะตัดสินใจในแบบที่เหมาะสมและดีกับตัวเองที่สุด
ภูเมฆ
ผู้เขียน: ณัฐณรา
ภูเมฆ น้องชายของมาตาลดา ทั้งคู่ถูกแยกกัน เพราะพ่อแม่แยกทางกัน มาตาลดาอาศัยอยู่กับพ่อ ส่วนภูเมฆอาศัยอยู่กับแม่ และย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ภูเมฆมีความสามารถพิเศษสามารถฟังสัตว์รู้เรื่อง สิ่งนี้กลายเป็นทั้งพรสวรรค์ และฝันร้ายของภูเมฆ เพราะได้เรียนรู้ว่า สัตว์ก็มีทั้งดีและแย่ไม่ต่างจากคน ภูมฆกลับมาอยู่เมืองไทย และได้มีโอกาสได้ใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกมนุษย์ทำร้าย เมื่อภูเมฆได้รู้ว่ามีบางคนใช้สัตว์บังหน้า หาผลประโยชน์จากสัตว์ทั้งการทารุณสัตว์เพื่อเรียกร้องความสงสารและเงินบริจาค การกักขังทำร้ายสัตว์เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
ภูเมฆมีจิตใจดี และมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทำร้าย พยายามหาวิธี จนกระทั่งสามารถช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทำร้ายได้ และภูเมฆได้มีโอกาสได้รู้จักกับลินจง ทั้งคู่สนิทกันเพราะมีสัตว์เป็นตัวเชื่อมโยง ภูเมฆได้รู้ว่าลินจง มีจิตใจดี และอ่อนโยน ขัดกับหน้าตาที่ชอบทำหน้าเฉยชา ไม่สนใจโลก
ภูเมฆมีความมุ่งมั่น และซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงความรู้สึกของตัวเอง มีความชัดเจน และเปิดเผย ต่างกับลินจงที่ต้องเก็บกดทุกความรู้สึกเพราะปมที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน ไม่มีครอบครัวที่อบอุ่น รู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนกาฝากที่มาอาศัยป้าอยู่ กลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวป้ากับลูกสาว ต่างคนต่างมีปมในใจ แต่ไม่ยอมสื่อสารออกมาตรงๆ ต่างคนต่างคิด และตัดสินตามความเข้าใจของตัวเอง จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
ถึงแม้ป้าจะทำไม่ดี หรือพูดไม่ดีใส่ลินจงแต่ลินจงก็ยังรัก และถือว่าป้าเป็นครอบครัวของตัวเอง อดทนทุกอย่าง และพยายามช่วยเหลือป้า แม้ลูกของป้าจะไม่ชอบลินจงและทำไม่ดีใส่ แต่ลินจงก็ไม่เคยถือสา พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ จนเมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่ทุกอย่างระเบิดออกมา ต่างคนต่างได้รู้ว่าต่างคนต่างคิดอะไรอยู่ เมื่อยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไป นำมาซึ่งโอกาสในการแก้ปัญหา และเคลียร์ใจเคลียร์ความรู้สึก
ทุกคนทุกชีวิตมีเงื่อนไข และเหตุผลไม่เหมือนกัน ไม่มีผิดหรือถูก เพราะไม่มีมาตรฐานในการตัดสิน เพียงแค่ความไม่รู้ เพียงแค่ความไม่แน่ใจ เพียงแค่การคิดบนพื้นฐานและเหตุผลที่ตัวเองมี แต่ไม่เคยเข้าใจเหตุผลของคนอื่น ความไม่เข้าใจ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น แต่ถ้าหากย้อนกลับมาคิดดีๆ ทบทวนดีๆ จะเห็นได้ว่า ทุกๆ ปัญหาล้วนเกิดมาจากมุมมองของตัวเอง การไม่ยอมรับตัวเอง การพยายามปฏิเสธความจริง นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ มากมาย ภาพลักษณ์ภายนอก สิ่งที่เห็นไม่อาจบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ แม้จะมองเห็นความไม่สวยงาม แต่หากหยุดมองดีๆ ในความไม่สวยงามก็ยังมีความสวยงามซ่อนอยู่ เราจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นแค่นั้นเอง ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีถูกหรือผิด มีแค่รู้หรือไม่รู้ เข้าใจหรือไม่เข้าใจ เพียงแค่ทำความเข้าใจ ตั้งสติดีๆ ก็จะมองเห็นความจริง และเส้นทางที่ควรจะเดินต่อไป ปรับตัวปรับใจของตัวเอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมอง แล้วจะมองเห็นความสวยงามที่มีอยู่รอบๆ ตัว
ไตรฉัตร
ผู้เขียน: ณัฐณรา
ไตรฉัตร ตัวละครที่ดูเหมือนร้ายจากเรื่องมาตาลดา แต่ในความเป็นจริง ไตรฉัตรก็คือผลผลิตจากครอบครัวที่มีปัญหา ไตรฉัตรมีแม่ที่เป็นคนเก่ง ฉลาด แต่กลับไม่พอใจในสิ่งที่มี ทั้งๆ ที่แม่ของไตรฉัตรเป็นคนเก่ง แต่เพราะปมจากการถูกเปรียบเทียบจากครอบครัว และคนรอบข้าง ทำให้แม่ของไตรฉัตรต้องจมอยู่กับการเปรียบเทียบตัวเอง กับพี่สาวของตัวเองต้องดีกว่า ต้องรวยกว่า ต้องเด่นกว่า ต้องหนือกว่าพี่สาวทุกอย่าง แต่ในที่สุดแม่ของไตรฉัตรกลับล้มเหลวในชีวิต ครอบครัวพังทลาย กลายเป็นโรคซึมเศร้า
ในขณะที่พ่อของไตรฉัตร ต้องคอยรับแรงกระแทกจากแม่ กดดันจากงาน และครอบครัว ทำให้ต้องออกไปแสวงหาการยอมรับจากนอกบ้าน ไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทำร้ายไตรฉัตรกับแม่อย่างสาหัส
กว่าที่ไตรฉัตรกับแม่จะฟื้นตัวกลับมา จะสามารถกลับมามีชีวิตปกติได้ ต้องอาศัยเวลาในการเยียวยา ไตรฉัตรต้องสูญเสียทั้งคนรัก และเวลาในชีวิต เพื่อกอบกู้ตัวเองและแม่กลับมาให้ยืนได้อีกครั้ง ต้องหอบแม่ไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูตัวเอง
ไตรฉัตรกลับมาประเทศไทย เพราะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ ถึงแม้พ่อจะทำร้ายตัวเองกับแม่อย่างหนัก แต่ไตรฉัตรก็ยังพยายามที่จะทำหน้าที่ลูกที่ดี ถึงแม้พ่อเองจะยังไม่สำนึก ยังเรียกร้อง ยังทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของไตรฉัตร แต่ไตรฉัตรก็ยังพยายามจะดูแลพ่อ
การกลับมาประเทศไทย ทำให้ไตรฉัตรได้เจอกับคนรักเก่า และได้รู้ใจตัวเองว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยลบช่วงเวลาดีๆ ระหว่างกันออกไปได้ การที่ต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว การเลี้ยงดูที่บิดเบี้ยวของพ่อแม่ ทำให้ไตรฉัตรมีปมในใจ คิดและทำตามความเข้าใจของตัวเอง จนทำให้ต้องเสียใจจากผลการตัดสินใจของตัวเอง
ในขณะที่โจ้ หรือจัตุรัส ที่เติบโตมาจากความบิดเบี้ยวจากการเลี้ยงดูของครอบครัวไม่ต่างจากไตรฉัตร แต่โจ้เลือกที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง ทำร้ายทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง จนสุดท้ายไม่เหลือใครที่จะอยู่เคียงข้างในท้ายที่สุด
ครอบครัวมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ถ้าตั้งต้นที่ครอบครัวอบอุ่น การเลี้ยงดูแบบเต็มไปด้วยความรัก และความเข้าอกเข้าใจกัน เด็กก็เติบโตมาอย่างมั่นคงทั้งทางด้านอารมณ์ และจิตใจ แต่หากครอบครัวมีแต่ความรุนแรงทั้งการกระทำทางร่างกายและจิตใจ เด็กก็จะได้รับผลกระทบแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเลี้ยงดูจากครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดพฤติกรรมของเด็กคนหนึ่งให้เติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดีหรือแย่ แต่ท้ายที่สุดแล้วการตัดสินใจของเด็กก็มีผลไม่ต่างกัน
ทุกตัวละครในเรื่องนี้ต่างก็มีบาดแผลจากครอบครัว โตมาจากครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์หรือดีพร้อม แต่แต่ละตัวละครก็มีหลักคิดในการตัดสินใจ เหตุผลในการกระทำที่ต่างกัน ถึงแม้ครอบครัวจะไม่อบอุ่น แต่หากได้ไปอยู่ในสังคมที่คอยโอบอุ้ม ช่วยเหลือ ขัดเกลาให้กลับมาในทางที่ถูกต้องได้ มีคนที่เข้าใจ และคอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง ก็สามารถเป็นจุดหักเหที่สำคัญในชีวิตได้
