ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มวล.
สำนักงานสีเขียว
หมวด 1 การกำหนดนโยบาย การวางแผนการดำเนินงานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

หมวด 1 การกำหนดนโยบาย การวางแผนการดำเนินงานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

สรุปผลการดำเนินงานโครงการ "สำนักงานสีเขียว (Green office) " ตามเกณฑ์มาตรฐาน
ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เกณฑ์ 1.1 การกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม

สำนักงานจะต้องกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงถึงทัศนวิสัย ความตั้งใจ มุ่งมั่น และหลักการในการทำงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยรวม นโยบายจึงเป็นกรอบสำหรับการดำเนินการของสำนักงาน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับกฎหมาย และเกณฑ์การปฏิบัติให้เป็นสำนักงานสีเขียวของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และปรับปรุงให้การจัดการสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ดีจะต้องมีความชัดเจน และง่ายต่อการอธิบายแก่พนักงานในสำนักงาน รวมถึงบุคคลภายนอกและผู้สนใจทั่วๆไป พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ สะท้อนให้เห็นสภาวะและข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป และเผยแพร่แก่บุคลากรภายในและสาธารณะให้รับทราบทั่วถึงกัน

        มีการกำหนดบริบทองค์กรและขอบเขตของการจัดการสิ่งแวดล้อมในสำนักงานเป็นพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารบรรณสารและสื่อการศึกษา รวม 3 ชั้น ขนาด 10,854 ตารางเมตร  
ชั้น 1 มีพื้นที่ใช้สอย 3,000 ตารางเมตร
ชั้น 2 มีพื้นที่ใช้สอย 3,343 ตารางเมตร
ชั้น 3 มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ  1,936 ตารางเมตร และรวมถึงพื้นที่ที่เป็นทางสัญจร และบริการ รวม 2,365 ตารางเมตร 
และดำเนินกิจกรรมและโครงการตามที่กำหนดไว้ในแผนงาน/โครงการตามที่หมวดทั้ง 6 หมวดกำหนดไว้

     ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม  ได้ดำเนินการประกาศศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษาเรื่องนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา โดยผู้บริหารสำนักงานคือผู้อำนวยการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษาเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 และได้ปรับปรุงเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานด้านการบริหารจัดการองค์กรครั้งที่ 2/2561เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีเนื้อหาที่ครอบคลุมในการรักษาสิ่งแวดล้อม การควบคุม ป้องกันและลดผลกระทบด้านมลพิษและของเสียที่เกิดขึ้นในสำนักงาน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและเผยแพร่ให้บุคลากรรับทราบและเป็นการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้เกี่ยวข้องในและนอกสำนักงานโดยผ่านช่องทางการสื่อสารหลากหลายช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ ป้ายประชาสัมพันธ์ ติดบอร์ดประกาศ บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ facebook page และ LINE สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) คลิปสั้น ๆ ผ่านช่อง youtube และการประชุมพนักงานในหน่วยงาน โดยผู้บริหารและผู้รับผิดชอบช่องทางการตามที่กำหนดไว้ และมีการติดตามจากผู้บริหารและผู้ที่มีส่วนร่วมตามที่ระบุในการปฏิบัติตามนโยบายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานใน

นโยบายสิ่งแวดล้อม

ผู้บริหารสำนักงานสีเขียว

ผศ.ดร.ศิวนาถ นันทพิชัย

ผู้อำนวยการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา

ดร.ฐิมาพร เพ็ชรแก้ว

รองผู้อำนวยการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา

1. กฎหมายสิ่งแวดล้อม

2. ประหยัดพลังงาน

3. จัดซื้อ/จ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4. เน้นพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน

5. สร้างจิตสำนึก

6.เน้นหลัก 3R
ความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน

8. พื้นที่สีเขียว

9. บำรุง รักษาและปรับปรุงอาคาร

10. สื่อสารให้ทราบทั่วกัน

11. ทบทวนนโยบายอย่างต่อเนื่อง

การบริหารสำนักงานสีเขียว
          มีแผนการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวประจำปี โครงการการดำเนินงานสีเขียว ปี 2561 โดยระบุรายละเอียดการดำเนินงานทุกหมวด  ระบุช่วงเวลาการดำเนินกิจกรรม และมีโครงการ/ย่อยของทุกหมวดที่ระบุเป้าหมายและตัวชี้วัดอย่างชัดเจนด้านการใช้ทรัพยากร พลังงานและของเสีย ดังนี้
        ในการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวประจำปี มีการจัดทำโครงการ และกิจกรรมที่ชัดเจน พร้อมทั้งได้ระบุรายละเอียดการดำเนินงานทุกหมวด  ระบุช่วงเวลาการดำเนินกิจกรรม และมีโครงการ/ย่อยของทุกหมวดที่ระบุเป้าหมายและตัวชี้วัดอย่างชัดเจนด้านการใช้ทรัพยากร พลังงานและของเสีย ดังนี้
  1)  สำนักงานลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบุคคลและองค์กรจากปี 2559 ร้อยละ 2
  2)  บุคลากรในหน่วยงานมีความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวมากกว่าร้อยละ 80  และตระหนักในการใช้              ทรัพยากร รวมถึงแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรต่างๆ เป็นวิธีที่จะช่วยให้รู้จักการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น
  3) มีช่องทางในการประชาสัมพันธ์และการรับรู้ของกิจกรรม/โครงการมากกว่า 6 ช่องทาง
  4) ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง ร้อยละ 5                     5) ปริมาณการใช้พลังงานน้ำ ลดลงร้อยละ 2
  6) ปริมาณการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 1                 7) ปริมาณการใช้กระดาษ ลดลงร้อยละ 5
  8) ปริมาณของเสีย ลดลงร้อยละ 2                                      9) ปริมาณการใช้ทรัพยากรอื่น ลดลงร้อยละ 2
10) ลดค่าใช้จ่ายจากการใช้กระดาษและอุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ มากกว่าร้อยละ 5
11) มีปริมาณการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 50               
12) บุคลากรในหน่วยงานมีสุขภาพอนามัยที่ดีจากการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร
13) มีการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น มากกว่าร้อยละ 50 
ลดก๊าซเรือนกระจกจากปี 2559
1 %
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง
1 %
ปริมาณการใช้พลังงานน้ำลดลง
1 %
ปริมาณการใช้พลังงานเชื้อเพลิงลดลง
1 %
ปริมาณของเสียลดลง
1 %
ปริมาณการใช้ทรัพยากรอื่นลดลง
1 %
ลดค่าใช้จ่ายจากการใช้กระดาษและอุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ มากกว่า
1 %
มีปริมาณขยะนำกลับมาใช้ใหม่
1 %
มีการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
1 %
[table id=37 /]

เกณฑ์ 1.2 คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม

การกําหนดอํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ พิจารณาการให้คะแนนจากการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง ความเหมาะสมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ศักยภาพในการดําเนินระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในสํานักงาน

1.2 การแต่งตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม

          มีการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือทีมงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามอนุมัติโดยผู้บริหารสำนักงาน คณะกรรมการเป็นตัวแทนของทุกฝ่าย/งานและดำเนินกิจกรรมและโครงการตามที่กำหนด ครอบคลุมทุกหมวด และมีการกำหนดอำนาจ บทบาทและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการอย่างชัดเจน ดังนี้ 

1. คณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานด้านการบริหารจัดการองค์กร
2. คณะทำงานด้านการสื่อสารและปลูกจิตสำนึก
3. คณะทำงานการใช้พลังงานและทรัพยากร
4. คณะทำงานการจัดการของเสีย
5. คณะทำงานสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกสำนักงาน
6. คณะทำงานการจัดซื้อและจัดจ้าง 
คณะกรรมการหรือทีมงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการแต่งตั้งมีความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่รับผิดชอบในหมวดที่ตนเองรับผิดชอบและในด้านอื่น ๆ ของสำนักงานสีเขียวได้เป็นอย่างดี  

เกณฑ์ 1.3 การระบุประเด็นปัญหาทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม

สํานักงานจะต้องทําการทบทวนของฝ่ายบริหาร ซึ่งถือเป็นส่วนจําเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะได้ทราบความคืบหน้ารวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในสํานักงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือสร้างความสะดวกและพิจารณาถึงความเหมาะสมของระบบฯ รวมทั้งการให้การสนับสนุนของพนักงานในส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ และยังแสดงให้พนักงานเห็นว่าผู้บริหารยังให้ความสําคัญและสนใจในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายใน  สํานักงานอยู่ซึ่งทําให้ระบบยังดํารงอยู่อย่างเหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ดีสําหรับพนักงานในการเอาใจใส่ระบบการจัดการ ดังกล่าว และทําให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้ทําขึ้นนั้นมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง

1.3 การระบุประเด็นปัญหาทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม

        ผู้บริหารและคณะกรรมการหมวดได้ทบทวนการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคณะกรรมการแต่ละหมวดจะมีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิจารณาประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมกิจกรรมที่ดำเนินการและมีการมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และมีการระบุปัญหาด้านการใช้พลังงาน ทรัพยากร วัตถุดิบ มลพิษ ของเสียของแต่ละกิิจกรรม และมีการระบุปัญหาทางตรงและทางอ้อม ปัญหาผิดปกติ และมีพิจารณาไปถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม   

         หลังจากนั้นคณะกรรมการแต่ละหมวดได้จัดทำรายการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ จัดลำดับความสำคัญและกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา  สามารถสรุปภาพรวมได้ดังนี้

สไลด์1
[table id=38 /]

เกณฑ์ 1. 4 กฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม  จะพิจารณาการให้คะแนนจากการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง ความครบถ้วนของกฎหมายและข้อกำหนดทีเ่กี่ยวข้องที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสำนักงาน

1.4 กฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

         มีการจัดทำทะเบียนระบุปัญหาสิ่งแวดล้อมปี 2561 โดยพิจารณากฎหมายที่จะต้องนำไปใช้ นำประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้จากการระบุประเด็นปัญหามาพิจารณาเพื่อคัดเลือกกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ ได้แก่ กฎหมายควบคุมมลพิษอาคาร น้ำ การจัดการขยะ อัคคีภัย แสงสว่าง บุหรี่ เป็นต้น โดยผู้ที่ทำหน้าที่รวบรวมมีความเข้าใจในการรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมและบอกที่มาที่น่าเชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ที่รวบรวมกฎหมายโดยเฉพาะ เช่น กรมควบคุมมลพิษ (www.pcd.go.th), กรมโรงงานอุตสาหกรรม (www.diw.go.th, สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)(http://www.shawpat.or.th)เป็นต้น และสามารถระบุความเกี่ยวข้องของกฎหมายกับประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

ทะเบียนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและที่เกี่ยวข้อ

รวมทั้งได้ประเมินความสอดคล้องของกฎหมายกับการดำเนินงานการจัดการสิ่งแวดล้อมของสำนักงานครบถ้วน โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดี ได้แก่
การจัดการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับกฎหมาย
จุดรวมพลในการซ้อมหนีไฟและดับเพลิง
การตรวจวัดค่าแสงสว่างในอาคาร
โปรแกรมควบคุมระบบปรับอากาศ
การซ้อมหนีไฟและดับเพลิงเป็นประจำทุกปี
การติดตั้งหลอดไฟ LED
เขตกำหนดการสูบบุหรี่
เส้นทางหนีไฟภายในอาคาร

การคัดแยกขยะตามประเภทที่กฎหมายกำหนด

[table id=46 /]

เกณฑ์ 1. 5 การจัดการก๊าซเรือนกระจก

       สำนักงานจะต้องมีการตรวจสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น เพื่อวิเคราะห์ถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลังจากที่มีการกำหนดมาตรการต่างๆเพื่อให้เกิดการทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากทุกกิจกรรมปฏิบัติงาน และผลที่ได้จะนำไปสู่การจัดการเพื่อลด การปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกของสำนักงานในอนาคตต่อไป

1.5 ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) หมายถึง ก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนหรือรังสีอิินฟาเรดได้ดี 

ก๊าซเรือนกระจกมีหน้าที่รักษาอุณหภูมิในบรรยากาศของโลกให้คงที่ก๊าซเรือนกระจกที่ควบคุมโดยพิธีสารเกียวโต มี 6 ชนิด คือ 1) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 2) ก๊าซมีเทน (CH4) 3) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) 4) ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFC) 5) ก๊าซเพอร์ฟลูออไรด์ (PFC) และ 6) ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6 ) การคำนวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission and Removal) เป็นค่าที่บ่งชี้ถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของสำนักงาน โดยแบ่งกิจกรรมที่ปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกเป็น 3 ประเภท ดังตาราง

การจัดการและจัดเก็บก๊าซเรือนกระจก

– จัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รายเดือน รายปี โดยบันทึกลง ระบบ Carbon Footprint ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
– การคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้สูตร ดังนี้
– การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (KgCO2/เดือน) = ข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) × ค่า Emission Factor (EF)                              – เปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระหว่างปี 2559-2561

เป้าหมายของสำนักงาน กำหนดเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกจากปี 2559 ลงมาร้อยละ 2  แต่ผลจากการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รายเดือน รายปี 2559-2561 ปรากฎว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกปรากฎผลดังนี้ 

ปริมาณ 676.45 tCO2e  ปี 2560 มีปริมาณ 424.58 tCO2e และปี 2561 มีปริมาณ 772.42 tCO2e ไม่บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำ ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากการปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศจากระบบ air cool เป็นระบบ water cool (ซึ่งใช้น้ำในการทำงาน)  และการเปิดให้บริการห้องสมุดเปิดยาวนานขึ้น และมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น

ขอบเขตการดำเนินงาน

ประเภท

ประเภท 1
ประเภท 2
ประเภท 3
รวม

GHG

2559
11.74
606.72
57.99
676.45

GHG

2560
8.70
398.05
17.83
424.58

GHG

2561
0.00
772.42
0.00
772.42

หน่วย

ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
tCO2e
tCO2e
tCO2e
[table id=25 /]

เกณฑ์ 1. 6 แผนงานโครงการที่นำไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติ เพื่อผลักดันให้สำนักงานมีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยทางสำนักงานจะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาปรับปรุงในด้านต่างๆ และเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดสำนักงานจะต้องกำหนดโครงการและกิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
1.6 แผนงานและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของสำนักงานสีเขียว

         โครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานศูนย์บรรณสารฯรายงานโครงการ-Green-Library-Carbon-Footprint-และมาตรการประหยัดพลังงานโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานศูนย์บรรณสารฯ  โครงการสำนักงานสีเขียวศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  มีการจัดทำโครงการและกิจกรรมย่อย ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ได้แก่

  1. โครงการสำนักงานสีเขียวศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  
  2. โครงการการประเมิน Carbon Footprint  และมาตรการประหยัดพลังงาน  
  3. โครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานศูนย์บรรณสารฯ  โดยคณะทำงานหมวด 3 การใช้ทรัพยากรและพลังงาน
  4. โครงการถังหมักรักษ์โลก 
  5. โครงการถังหมักรักษ์โลก เพื่อเป็นปลายทางของขยะเปียก  โดยคณะทำงานหมวด 4 การกำจัดของเสีย
 6. กิจกรรมหิ้วปิ่นโตใส่อาหารและกล่องอาหารปันเพื่อน เพื่อลดขยะในสำนักงาน  โดยคณะทำงานหมวด 4 การจัดการของเสีย
     ในการดำเนินโครงการและกิจกรรมมีการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละคณะทำงานหรือผู้รับผิดชอบจะมีการติดตามความก้าวหน้า  โดยการประชุมร่วมกัน หรือปรึกษาหารืออย่างไม่เป็นทางการ และหากพบว่าการดำเนินงานไม่บรรลุเป้าหมายจะมีการทบทวน ค้นหาสาเหตุ และหากแนวทางแก้ไขในการดำเนินโครงการ  และเผยแพร่ให้พนักงานในสำนักงานได้ทราบและปฏิบัติตาม  
[table id=47 /]