ความสุข แบบลากอม ไม่มากไม่น้อยเกินไปในแบบลากอม ปรัชญาการใช้ชีวิตของสวีเดน
ความสุข แบบ LAGOM หรือ ลากอม คือ “ความพอดี” เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตของชาวสวีเดน เป็นแนวคิดที่เดินบนทางสายกลาง ไม่นิยมความฟุ้งเฟ้อ และไม่ทำอะไรที่น้อยเกินไป ทั้ง
- อยู่แบบ ลากอม : ให้ความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็น ไม่แบ่งแยกระดับชั้น มีช่วงเวลาพักดื่มกาแฟ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในสถานที่ทำงานด้วย
- กินแบบ ลากอม : เสาะหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ เน้นปรุงอาหารเอง และรับประทานอย่างพอประมาณ
- สไตล์ ลากอม เรียบง่ายแต่ดูดี เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ความรู้สึกแบบ ลากอม : รักชีวิตกลางแจ้ง เดินเท้าแทนการนั่งรถ มุ่งเข้าหาธรรมชาติ
ดังสุภาษิตของสวีเดน ที่ว่า “ความพอดีนี่แหละ ดีที่สุด”
ชวนอ่าน กันค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขของเรา เราสามารถเลือกได้
ชื่อเรื่อง : LAGOM ความพอดีนี่แหละดีที่สุด ผู้เขียน : Linnea Dunne (ลินเนีย ดันน์) ผู้แปล :รัตนา ธรรมพักตรกุลสำนักพิมพ์ : สเต็ปส์ ชื่อเรื่องต้นฉบับ : Lagom : The Swedish Art of Balanced Living สำนักพิมพ์ต้นฉบับ : Gaia, a division of Octopus Publishing Group Ltd. ยืมอ่านได้จากห้องสมุด : BJ1498 ด6ล 2562
อยู่แบบ ลากอม
เป็นความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน โดยจริงจังกับการทำงาน แต่ให้ความสำคัญกับเวลาพักอย่างเท่าเทียมกันด้วย โดยจะเลิกงานทันทีเมื่อหมดเวลา โดยระหว่างทำงานก็มี ฟิกา หลายครั้งตามความเหมาะสม
Fredagsmys ศุกร์สบาย — มีเวลาสบาย กับคนที่คุณรัก คือมีความรู้สึกเป็นกันเองในเย็นวันศุกร์ ที่จะใช้เวลาสบาย ๆ กันคนที่รัก
ความเสมอภาคและชีวิตครอบครัว — คือพ่อบ้านเลี้ยงลูก มีสวัสดิการสำหรับเด็กและเศรษฐกิจที่ดี คุณพ่อต้องช่วยเลี้ยงลูกด้วยและมีสิทธิ์ลาคลอด จนมีคำเรียกว่า “lattepappor” หรือคุณพ่อลาเต้ คือ คุณพ่อเข็นรถเด็กมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือถ้วยกาแฟ
เวลาของฉัน — ความคิดสร้างสรรค์และความสำคัญของการพักผ่อน ชาวสวีเดนรักการเข้าร่วมชมรมและทำกิจกรรมกลุ่ม เด็ก ๆ เมื่อโรงเรียนเลิกจะมีกิจกรรม ฟริติดส์ (fritids) เป็นการใช้เวลาพักผ่่อนของเด็ก ๆ
กินแบบ ลากอม : อาหาร เครื่องดื่ม และ ฟิกา

ฟิกา : รางวัลชีวิต ชาวสวีเดน กินกาแฟติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก และฟิกา เป็นเสมือนรางวัลสำหรับวัฒนธรรมที่ใส่ใจกับการรับประทานอาหารอย่างสมดุลและดีต่อสุขภาพ
— ชินนามมอนบัน เป็นขนมที่บอกความเป็น ฟิกา ได้มากที่สุดแล้ว เป็นขนมที่มีกลิ่นหมอกรุ่นไปด้วบอบเชยและผงกระวานนิด ๆ

กินและสังสรรค์ — มีหัวข้อใดที่คุยสนุกและอร่อยไปกว่าอาหารอีกหรือ
มาปิกนิกกันเถอะ — การสังสรรค์แบบ ลากอม ที่ทำได้ง่ายและไม่แพง
Elderflower Cordial เป็นดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกของฤดูร้อนที่สดชื่นและมีประโยชน์มากมาย มีเกลื่อนไปทั้งเมือง
Elderflower Cooler เครื่องดื่มเย็นชื่นใจ ที่ทำมาจากน้ำเชื่อมเอลเดอร์ฟลาวเวอร์

ขนมปังแป้งข้าวไรย์และธัญพืช เป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็น ลากอม
อาหารนอร์ดิกแบบใหม่ เป็นการกลับสู่การหาอาหารจากธรรมชาติและปลูกเอง
บอกลาฤดูร้อน –เฉลิมฉลองของขวัญจากธรรมชาติ เป็นการเฉลิมฉลองปาร์ตี้กุ้งเคย์ฟิช

คีชเนยแข็งเวสเตอร์บ็อตเทิน เป็นอาหารทีเหมา่ะงานเลี้ยงและโอกาสสำคัญ พ้อมด้วยบลูเบอร์รี่และวานิลลา ทั้งที่หาซื้อหรือทำเองจากใน
ครัว ปาร์ตี้จะจัดในเดือนสิงหา
คม
ความเสมอภาคและชีวิตครอบครัว — คือพ่อบ้านเลี้ยงลูก มีสวัสดิการสำหรับเด็กและเศรษฐกิจที่ดี คุณพ่อต้องช่วยเลี้ยงลูกด้วยและมีสิทธิ์ลาคลอด จนมีคำเรียกว่า “lattepappor” หรือคุณพ่อลาเต้ คือ คุณพ่อเข็นรถเด็กมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือถ้วยกาแฟ

ความรักการทำสวน — เคล็ดลับการปลูกพืชผักเองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขัดแย้งกับสังคมที่กลไกของสังคมที่มุ่งเน้นการบริโภค จึงต้องมีวิธีในการปลูกผักในที่จำกัด ปลูกพืชหมุนเวียน เพาะเมล็ดในฤดูหนาว

พอประมาณกับทุกอย่าง — มีความมัธยัสถ์ ขนมหวาน และอาหารเช้า เน้นทำอาหารเอง จึงมีเมนูที่ออกมามากมาย เช่น เค้กสตอร์เบอร์รี่เมอแรง ไวน์แดงร้อนผสมเครื่องเทศ เป็นต้น
สไตล์ ลากอม : การแต่งบ้านและแฟชั่น
การออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างในสวีเดนจะเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ไม่ว่าแฟชั่นบนแคทวอล์ก เสื้อผ้าในร้าน จนถึงของตกแต่งบ้าน นักออกแบบก็ทำให้เก๋ไก๋ดูดีได้
–เก๋ไก๋ เน้นประโยชน์ใช้สอย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะ
แต่งตัวแบบ ลากอม — เก๋ รักธรรมชาติ และมีวัฒนธรรม

มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น การมัดจุกผมแบบ ลิกกี ลี บัน (Lykke Li Bun)ที่กำลังเป็นที่นิยม ผู้นำเทรนด์ คือ ลิกกี ลี นักร้องชื่อดังของชาวสวีเดน นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
มีทัศนคติแบบ functionalist คือเน้นประโยชน์ใช้สอยและการช้อปปิ้งแชอย่างมีเหตุผล คือ ไม่วิ่งตามแฟชั่น นึกถึงความสบายเป็นอันดับแรก
ชั้นวางของ — สร้างความโปร่งโล่ง โดยใช้ที่ว่างตามแนวกำแพงเป็นที่เก็บของ ช่วยให้มีพื้นที่โล่งโปร่ง หรือสร้างพื้นที่เก็บของใต้บันได หรือวางตามแนวกำแพง เพื่อวางต้นไม้หรือของตกแต่งบ้านที่ซื้อมาจากตลาดนัด หรือจะวางหนังสือเล่มโปรดหรือของจุกจิกอื่น ๆ จนทำให้บ้าน ไม่น้อยไม่มาก อย่างที่ต้องการ

ความรักการทำสวน — เคล็ดลับการปลูกพืชผักเองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขัดแย้งกับสังคมที่กลไกของสังคมที่มุ่งเน้นการบริโภค จึงต้องมีวิธีในการปลูกผักในที่จำกัด ปลูกพืชหมุนเวียน เพาะเมล็ดในฤดูหนาว

บ้านสไตล์ ลากอม — เป็นบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย บ้านมีของน้อยชิ้น เน้นสีขาวและมีแสงสว่าง ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบๆ

สบาย ๆ แบบ ลากอม — ใช้เวลาว่างด้วยการทำงานฝีมือ วันหยุดเดินเล่นตลาดนัดที่เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ความรู้สึกแบบ ลากอม : สุขภาพและความสุข
ชาวสวีเดนรักการออกกำลังกายกลางแจ้ง และถือเป็นเคล็ดลับของความสุขอันยั่งยืน
–ออกกำลังกายอย่างเป็นธรรมชาติ ตามสวนสาธารณะ และมีกิจกรรมหลากหลายเป็นกลุ่ม ๆ

เดินทางอย่างสนุกด้วยการปั่น
จักรยาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งทุกอารมณ์ ทุกฤดูกาล เช่น เล่นปาหิมะ เล่น KUBB คูบบ์ หรือหมากรักชาวไวกิ้ง
การเข้าสังคม แบบ ลากอม : มิตรสหาย ชมรม และเพื่อนบ้าน
ชาวสวีเดนอาจจะค่อนข้างสงวนท่าทีในตอนแรก แต่มีการสมาคม ชมรม และมิตรภาพในหมู่เพื่อนบ้าน
–ภาษาที่ใช้เน้นการใช้สอยและตรงไปตรงมา
— มีการเข้าร่วมชมรม เพื่อสร้างความผูกพัน
— คู่หู ลากอม มีการวางแผนและมิตรภาพแบบ 360 องศา
— เพื่อนบ้านแบบสวีเดน มีส่วนร่วมในการทำความสะอาดและห้องซักผ้ารวมกัน
นอกจากนี้ยังมี
— การท่องเที่ยวแบบ ลากอม
— ลากอมกับชีวิตสีเขียว ที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมของชาวสวีเดน เช่น การรีไซเคิลให้เป็นนิสัย และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ร้านขายของแบบคิดตามน้ำหนัก เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือการสร้างนิสัย “สีเขียว” เพื่อความยั่งยืนและใส่จิตวิญญาณให้กับบ้าน การคิดก่อนซื้อ เป็นเคล็ดลับการสร้างนิสัยการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แล้วเราได้รับอิทธิพลของ lagom อย่างไรบ้าง
ฮุกกะ : ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก
“Hygge” /ฮุกกะ/ (น.) ศิลปะในการสร้างความใกล้ชิดผูกพัน ความรู้สึกผ่อนคลายในจิตวิญญาณ การหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน
“ฮุกกะ” คำภาษานอร์เวย์โบราณมีความหมายว่า “ความเป็นอยู่ที่ดี”
ไมก์ วิกิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุข ผู้เขียนพาเราไปรู้จัก “ฮุกกะ” ในหลายแง่มุม อาหาร บ้าน มุมมองความคิด ให้หาความสุขจากสิ่งรอบตัว “ฮุกกะ” ในแบบของตัวเอง ผู้เขียนเริ่มต้นให้เรารู้จัก ‘ฮุกกะ’ ในบทแรก “แสง” ชาวเดนมาร์กมีวันพิเศษเกี่ยวกับเทียนคือวันที่ 4 พฤษภาคม วันลูสเฟสต์หรืองานฉลองแสงสว่าง ชาวเดนมาร์กเกินครึ่งจุดเทียนเกือบทุกวัน ชาวเดนมาร์กติดนิสัยการจุดเทียนแม้จะเป็นเวลาเช้าก็ตาม
“ชาวเดนมาร์กแต่ละคนจุดเทียนไขปีละประมาณ 6 กิโลกรัม” (หน้า 18)
บทที่ 1 โคมไฟ ชาวเดนมาร์กเลือกโคมไฟติดไว้ตามจุดสำคัญเพื่อสร้างแสง โคมไฟที่ออกแบบสวยงามที่สุดในโลกมาจากการออกแบบในเดนมาร์ก เช่น โคมไฟของ โพล เฮนนิงเซน, อาร์น ยาค็อบเซน และ แวร์เนอร์ แพนตัน การจัดแสงและกลิ่นเพื่อให้เกิดบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้านเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฮุกกะ
บทที่สอง เราต้องคุยกันเรื่องฮุกกะ
“คำประกาศเจตนาฮุกกะ 1.บรรยากาศ 2.ความใส่ใจ อยู่กับปัจจุบัน ปิดโทรศัพท์ 3.ความสุข กาแฟ ช็อกโกแลต คุกกี้ เค้ก ลูกกวาด 4.ความเท่าเทียม 5.ความซาบซึ้งใจ 6.ปรองดอง 7.ความสบาย 8.สงบศึก 9.ความผูกพัน 10.ที่หลบภัย” (หน้า 52-53)
บทที่สาม ด้วยกัน ฮุกกะเป็นศิลปะการขยายพื้นที่ส่วนตัวให้คนอื่นเข้ามาด้วย
“ชาวเดนมาร์กเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ … เกือย 60% บอกว่าจำนวนคนที่เหมาะจะฮุกกะมากที่สุดคือ 3-4 คน” (หน้า 68)
บทที่สี่ อาหารและเครื่องดื่ม
ชาวเดนมาร์กดื่มกาแฟมากกว่าชาวอเมริกันเสียอีก จนมีคำภาษาเดนมาร์กที่ควบรวมคำว่ากาแฟและฮุกก้าเข้าด้วยกัน นั่นคือ ‘Kaffehygge’ สำหรับคนเดนมาร์ก พิธีกรรมการต้มและชงกาแฟที่พิถีพิถัน การละเลียดกาแฟทีละนิด การดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมอย่างช้าๆ คือฮุกก้า เครื่องดื่มร้อน (hot drink) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของฮุกก้า เพราะเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่น สดชื่น และทำให้รู้สึกสบายตัวซึ่งเป็นการเสริมพลังกายใจอย่างที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง
บทที่ห้า เสื้อผ้า
ชาวเดนมาร์กนิยมโทนสีผ่อนคลาย แต่งกายแบบลำลอง เรียบโก้ น้อยชิ้น ดูดี แต่ไม่เนี้ยบ
บทที่หก บ้าน
ชาวเดนมาร์กภาคภูมิใจในการสร้างพื้นที่ที่อบอุ่นแสนสบายในแบบฮุกก้า หมอนนิ่ม ๆ หลายใบ โซฟาตัวใหญ่และผ้าห่มเนื้อนุ่มพรมหนานุ่ม ผ้าม่านหน้าต่างเป็นเดรปหลายชั้นเพื่อป้องกันไอของลมหนาวที่จะเข้ามาในบ้าน
บทที่เจ็ด ฮุกกะนอกบ้าน
การออกไปหาเพื่อนฝูงและลองทำกิจกรรมผจญภัยในฤดูหนาวด้วยกันคือฮุกก้า การรวมกลุ่มเพื่อนและออกไปเดินเล่นกับธรรมชาติในฤดูหนาว และการธรรมชาติเข้ามาเชื่อมโยงในบ้าน เช่น เชื่อมต่อบ้านกับส่วนที่เป็นสวนเข้าด้วยกัน และการวางต้นไม้เขียวไว้ข้างหน้าต่าง การได้รับพลังงานจากธรรมชาติเป็นหัวใจหนึ่งของฮุกก้า
…
ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่าชาวเดนมาร์ก ‘ฮุกกะ’ กันในรูปแบบไหน ฮุกกะมีอยู่อย่างหลากหลาย เน้นความเรียบง่าย ช่วงเวลาของฮุกกะคือช่วงเวลาของความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ หนังสือเล่มนี้บอกความสุขตามแนวฮุกกะของชาวเดนมาร์ก อ่านจบก็จะพบว่าไม่ยากหากเราจะทำ ฮุกกะฉบับความสุขของตัวเราเอง เพราะความสุขมีได้ทุกที่ทุกเวลา
Share This


