Skip to content

LAGOM : ความพอดีนี่แหละดีสุด

ลากอม

ความสุข แบบลากอม ไม่มากไม่น้อยเกินไปในแบบลากอม ปรัชญาการใช้ชีวิตของสวีเดน

ความสุข แบบ LAGOM หรือ ลากอม คือ “ความพอดี” เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตของชาวสวีเดน เป็นแนวคิดที่เดินบนทางสายกลาง ไม่นิยมความฟุ้งเฟ้อ และไม่ทำอะไรที่น้อยเกินไป ทั้ง 

  • อยู่แบบ ลากอม  : ให้ความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็น ไม่แบ่งแยกระดับชั้น มีช่วงเวลาพักดื่มกาแฟ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในสถานที่ทำงานด้วย
  • กินแบบ ลากอม : เสาะหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ เน้นปรุงอาหารเอง และรับประทานอย่างพอประมาณ 
  • สไตล์ ลากอม  เรียบง่ายแต่ดูดี เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ความรู้สึกแบบ ลากอม  : รักชีวิตกลางแจ้ง เดินเท้าแทนการนั่งรถ มุ่งเข้าหาธรรมชาติ

ดังสุภาษิตของสวีเดน ที่ว่า “ความพอดีนี่แหละ ดีที่สุด”

ชวนอ่าน กันค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขของเรา เราสามารถเลือกได้

lagom
lagom

อยู่แบบ ลากอม

เป็นความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน  โดยจริงจังกับการทำงาน แต่ให้ความสำคัญกับเวลาพักอย่างเท่าเทียมกันด้วย โดยจะเลิกงานทันทีเมื่อหมดเวลา โดยระหว่างทำงานก็มี ฟิกา หลายครั้งตามความเหมาะสม 

ลากอม

Fredagsmys ศุกร์สบาย — มีเวลาสบาย กับคนที่คุณรัก คือมีความรู้สึกเป็นกันเองในเย็นวันศุกร์ ที่จะใช้เวลาสบาย ๆ กันคนที่รัก

ลากอม   ความเสมอภาคและชีวิตครอบครัว —  คือพ่อบ้านเลี้ยงลูก มีสวัสดิการสำหรับเด็กและเศรษฐกิจที่ดี คุณพ่อต้องช่วยเลี้ยงลูกด้วยและมีสิทธิ์ลาคลอด จนมีคำเรียกว่า “lattepappor” หรือคุณพ่อลาเต้ คือ คุณพ่อเข็นรถเด็กมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือถ้วยกาแฟ

ลากอมเวลาของฉัน —  ความคิดสร้างสรรค์และความสำคัญของการพักผ่อน ชาวสวีเดนรักการเข้าร่วมชมรมและทำกิจกรรมกลุ่ม เด็ก ๆ เมื่อโรงเรียนเลิกจะมีกิจกรรม ฟริติดส์ (fritids) เป็นการใช้เวลาพักผ่่อนของเด็ก ๆ 

กินแบบ ลากอม : อาหาร เครื่องดื่ม และ ฟิกา

ลากอม

ฟิกา : รางวัลชีวิต  ชาวสวีเดน กินกาแฟติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก  และฟิกา เป็นเสมือนรางวัลสำหรับวัฒนธรรมที่ใส่ใจกับการรับประทานอาหารอย่างสมดุลและดีต่อสุขภาพ 

— ชินนามมอนบัน เป็นขนมที่บอกความเป็น ฟิกา ได้มากที่สุดแล้ว เป็นขนมที่มีกลิ่นหมอกรุ่นไปด้วบอบเชยและผงกระวานนิด ๆ  

ลากอม

กินและสังสรรค์ — มีหัวข้อใดที่คุยสนุกและอร่อยไปกว่าอาหารอีกหรือ

มาปิกนิกกันเถอะ — การสังสรรค์แบบ ลากอม ที่ทำได้ง่ายและไม่แพง

Elderflower Cordial เป็นดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกของฤดูร้อนที่สดชื่นและมีประโยชน์มากมาย มีเกลื่อนไปทั้งเมือง

Elderflower Cooler เครื่องดื่มเย็นชื่นใจ ที่ทำมาจากน้ำเชื่อมเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ 

ลากอม

 

ขนมปังแป้งข้าวไรย์และธัญพืช เป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็น ลากอม 

อาหารนอร์ดิกแบบใหม่ เป็นการกลับสู่การหาอาหารจากธรรมชาติและปลูกเอง

บอกลาฤดูร้อน –เฉลิมฉลองของขวัญจากธรรมชาติ เป็นการเฉลิมฉลองปาร์ตี้กุ้งเคย์ฟิช 

quiche

คีชเนยแข็งเวสเตอร์บ็อตเทิน เป็นอาหารทีเหมา่ะงานเลี้ยงและโอกาสสำคัญ พ้อมด้วยบลูเบอร์รี่และวานิลลา ทั้งที่หาซื้อหรือทำเองจากใน

ครัว ปาร์ตี้จะจัดในเดือนสิงหา

คม 

ลากอมความเสมอภาคและชีวิตครอบครัว —  คือพ่อบ้านเลี้ยงลูก มีสวัสดิการสำหรับเด็กและเศรษฐกิจที่ดี คุณพ่อต้องช่วยเลี้ยงลูกด้วยและมีสิทธิ์ลาคลอด จนมีคำเรียกว่า “lattepappor” หรือคุณพ่อลาเต้ คือ คุณพ่อเข็นรถเด็กมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือถ้วยกาแฟ

garden

ความรักการทำสวน — เคล็ดลับการปลูกพืชผักเองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขัดแย้งกับสังคมที่กลไกของสังคมที่มุ่งเน้นการบริโภค  จึงต้องมีวิธีในการปลูกผักในที่จำกัด ปลูกพืชหมุนเวียน เพาะเมล็ดในฤดูหนาว 

ลากอม

พอประมาณกับทุกอย่าง — มีความมัธยัสถ์ ขนมหวาน และอาหารเช้า  เน้นทำอาหารเอง จึงมีเมนูที่ออกมามากมาย เช่น เค้กสตอร์เบอร์รี่เมอแรง ไวน์แดงร้อนผสมเครื่องเทศ เป็นต้น  

สไตล์ ลากอม : การแต่งบ้านและแฟชั่น

การออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างในสวีเดนจะเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ไม่ว่าแฟชั่นบนแคทวอล์ก เสื้อผ้าในร้าน จนถึงของตกแต่งบ้าน นักออกแบบก็ทำให้เก๋ไก๋ดูดีได้

–เก๋ไก๋ เน้นประโยชน์ใช้สอย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะ 

แต่งตัวแบบ ลากอม — เก๋ รักธรรมชาติ และมีวัฒนธรรม 

 

มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น การมัดจุกผมแบบ  ลิกกี ลี บัน (Lykke Li Bun)ที่กำลังเป็นที่นิยม ผู้นำเทรนด์ คือ  ลิกกี ลี นักร้องชื่อดังของชาวสวีเดน นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย 

มีทัศนคติแบบ functionalist คือเน้นประโยชน์ใช้สอยและการช้อปปิ้งแชอย่างมีเหตุผล คือ ไม่วิ่งตามแฟชั่น นึกถึงความสบายเป็นอันดับแรก 

 ชั้นวางของ —  สร้างความโปร่งโล่ง  โดยใช้ที่ว่างตามแนวกำแพงเป็นที่เก็บของ ช่วยให้มีพื้นที่โล่งโปร่ง หรือสร้างพื้นที่เก็บของใต้บันได หรือวางตามแนวกำแพง เพื่อวางต้นไม้หรือของตกแต่งบ้านที่ซื้อมาจากตลาดนัด หรือจะวางหนังสือเล่มโปรดหรือของจุกจิกอื่น ๆ จนทำให้บ้าน ไม่น้อยไม่มาก อย่างที่ต้องการ

garden

ความรักการทำสวน — เคล็ดลับการปลูกพืชผักเองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขัดแย้งกับสังคมที่กลไกของสังคมที่มุ่งเน้นการบริโภค  จึงต้องมีวิธีในการปลูกผักในที่จำกัด ปลูกพืชหมุนเวียน เพาะเมล็ดในฤดูหนาว 

บ้านสไตล์ ลากอม — เป็นบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย บ้านมีของน้อยชิ้น เน้นสีขาวและมีแสงสว่าง ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบๆ  

ลากอม

สบาย ๆ แบบ ลากอม — ใช้เวลาว่างด้วยการทำงานฝีมือ วันหยุดเดินเล่นตลาดนัดที่เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความรู้สึกแบบ ลากอม : สุขภาพและความสุข

ชาวสวีเดนรักการออกกำลังกายกลางแจ้ง  และถือเป็นเคล็ดลับของความสุขอันยั่งยืน

ลากอม–ออกกำลังกายอย่างเป็นธรรมชาติ ตามสวนสาธารณะ และมีกิจกรรมหลากหลายเป็นกลุ่ม ๆ 

ลากอมลากอมเดินทางอย่างสนุกด้วยการปั่น

จักรยาน  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งทุกอารมณ์ ทุกฤดูกาล เช่น เล่นปาหิมะ เล่น KUBB คูบบ์ หรือหมากรักชาวไวกิ้ง 

การเข้าสังคม แบบ ลากอม : มิตรสหาย ชมรม และเพื่อนบ้าน

ชาวสวีเดนอาจจะค่อนข้างสงวนท่าทีในตอนแรก แต่มีการสมาคม ชมรม และมิตรภาพในหมู่เพื่อนบ้าน

–ภาษาที่ใช้เน้นการใช้สอยและตรงไปตรงมา

— มีการเข้าร่วมชมรม เพื่อสร้างความผูกพัน

— คู่หู ลากอม  มีการวางแผนและมิตรภาพแบบ 360 องศา 

— เพื่อนบ้านแบบสวีเดน มีส่วนร่วมในการทำความสะอาดและห้องซักผ้ารวมกัน

นอกจากนี้ยังมี

— การท่องเที่ยวแบบ ลากอม 

— ลากอมกับชีวิตสีเขียว ที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมของชาวสวีเดน เช่น การรีไซเคิลให้เป็นนิสัย และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ร้านขายของแบบคิดตามน้ำหนัก เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ  หรือการสร้างนิสัย “สีเขียว” เพื่อความยั่งยืนและใส่จิตวิญญาณให้กับบ้าน การคิดก่อนซื้อ เป็นเคล็ดลับการสร้างนิสัยการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  

แล้วเราได้รับอิทธิพลของ lagom อย่างไรบ้าง

บ้านเราได้นำแนวคิดแบบ ลากอม มาปรับใช้หลายด้าน
1. นำแนวคิดมาออกแบบบ้านตามแนวคิด แบบ ลากอม เช่น บ้านแสนศิริ
หรือคนที่ชอบแนวคิดนี้ก็นำมาปรับสไตล์การออกแบบและตกแต่งบ้าน แบบ ลากอม ได้ตามความชอบ ตกแต่งบ้านให้มีความสุข lagom Not too much
 
2. การออกแบบเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องตกแต่งต่าง ๆ ด้วยแนวคิดที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลกด้วย อย่าง IKEA ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนที่ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   โดย IKEA (อิเกีย หรือ ไอเกีย) ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านการสินค้าราคาเป็นมิตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยคำว่า “IKEA” เป็นคำย่อที่มาจากตัวอักษรแรกของคำดังต่อไปนี้ I และ K มาจาก Ingvar Kamprad ชื่อของผู้ก่อตั้ง E มาจาก Elmtaryd (เอล์มตารี้ด) เป็นชื่อฟาร์มของเขา และ A มาจาก Agunnaryd (ออนอุนนารี้ด) เป็นบ้านเกิดของ Ingvar อยู่ทางตอนใต้ของสวีเดน 
3. แบรนด์ fjallraven kanken แบรนด์กระเป๋าที่ล่าสุดใช้วัสดุรีไซเคิล 100% เลย
4. การมัดผมจุกแบบ ลิกกี ลี บัน ที่เป็นที่นิยมทั้งหญิงและชาย 

ฮุกกะ : ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก

ฮุกกะ
  • “Hygge” /ฮุกกะ/ (น.) ศิลปะในการสร้างความใกล้ชิดผูกพัน ความรู้สึกผ่อนคลายในจิตวิญญาณ การหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน 

    “ฮุกกะ” คำภาษานอร์เวย์โบราณมีความหมายว่า “ความเป็นอยู่ที่ดี”

    ไมก์ วิกิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุข ผู้เขียนพาเราไปรู้จัก “ฮุกกะ” ในหลายแง่มุม อาหาร บ้าน มุมมองความคิด ให้หาความสุขจากสิ่งรอบตัว “ฮุกกะ” ในแบบของตัวเอง ผู้เขียนเริ่มต้นให้เรารู้จัก ‘ฮุกกะ’ ในบทแรก “แสง” ชาวเดนมาร์กมีวันพิเศษเกี่ยวกับเทียนคือวันที่ 4 พฤษภาคม วันลูสเฟสต์หรืองานฉลองแสงสว่าง ชาวเดนมาร์กเกินครึ่งจุดเทียนเกือบทุกวัน ชาวเดนมาร์กติดนิสัยการจุดเทียนแม้จะเป็นเวลาเช้าก็ตาม

    “ชาวเดนมาร์กแต่ละคนจุดเทียนไขปีละประมาณ 6 กิโลกรัม” (หน้า 18)

    บทที่ 1  โคมไฟ ชาวเดนมาร์กเลือกโคมไฟติดไว้ตามจุดสำคัญเพื่อสร้างแสง โคมไฟที่ออกแบบสวยงามที่สุดในโลกมาจากการออกแบบในเดนมาร์ก เช่น โคมไฟของ โพล เฮนนิงเซน, อาร์น ยาค็อบเซน และ แวร์เนอร์ แพนตัน   การจัดแสงและกลิ่นเพื่อให้เกิดบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้านเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฮุกกะ

    บทที่สอง เราต้องคุยกันเรื่องฮุกกะ

    “คำประกาศเจตนาฮุกกะ 1.บรรยากาศ 2.ความใส่ใจ อยู่กับปัจจุบัน ปิดโทรศัพท์ 3.ความสุข กาแฟ ช็อกโกแลต คุกกี้ เค้ก ลูกกวาด 4.ความเท่าเทียม 5.ความซาบซึ้งใจ 6.ปรองดอง 7.ความสบาย 8.สงบศึก 9.ความผูกพัน 10.ที่หลบภัย” (หน้า 52-53)

    บทที่สาม ด้วยกัน ฮุกกะเป็นศิลปะการขยายพื้นที่ส่วนตัวให้คนอื่นเข้ามาด้วย 

    “ชาวเดนมาร์กเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ … เกือย 60% บอกว่าจำนวนคนที่เหมาะจะฮุกกะมากที่สุดคือ 3-4 คน” (หน้า 68)

    บทที่สี่ อาหารและเครื่องดื่ม

    ชาวเดนมาร์กดื่มกาแฟมากกว่าชาวอเมริกันเสียอีก  จนมีคำภาษาเดนมาร์กที่ควบรวมคำว่ากาแฟและฮุกก้าเข้าด้วยกัน นั่นคือ ‘Kaffehygge’ สำหรับคนเดนมาร์ก พิธีกรรมการต้มและชงกาแฟที่พิถีพิถัน การละเลียดกาแฟทีละนิด การดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมอย่างช้าๆ คือฮุกก้า เครื่องดื่มร้อน (hot drink) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของฮุกก้า เพราะเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่น สดชื่น และทำให้รู้สึกสบายตัวซึ่งเป็นการเสริมพลังกายใจอย่างที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง

    บทที่ห้า เสื้อผ้า

    ชาวเดนมาร์กนิยมโทนสีผ่อนคลาย แต่งกายแบบลำลอง เรียบโก้ น้อยชิ้น ดูดี แต่ไม่เนี้ยบ

    บทที่หก บ้าน

    ชาวเดนมาร์กภาคภูมิใจในการสร้างพื้นที่ที่อบอุ่นแสนสบายในแบบฮุกก้า หมอนนิ่ม ๆ หลายใบ โซฟาตัวใหญ่และผ้าห่มเนื้อนุ่มพรมหนานุ่ม ผ้าม่านหน้าต่างเป็นเดรปหลายชั้นเพื่อป้องกันไอของลมหนาวที่จะเข้ามาในบ้าน

    บทที่เจ็ด ฮุกกะนอกบ้าน

    การออกไปหาเพื่อนฝูงและลองทำกิจกรรมผจญภัยในฤดูหนาวด้วยกันคือฮุกก้า การรวมกลุ่มเพื่อนและออกไปเดินเล่นกับธรรมชาติในฤดูหนาว และการธรรมชาติเข้ามาเชื่อมโยงในบ้าน เช่น เชื่อมต่อบ้านกับส่วนที่เป็นสวนเข้าด้วยกัน และการวางต้นไม้เขียวไว้ข้างหน้าต่าง การได้รับพลังงานจากธรรมชาติเป็นหัวใจหนึ่งของฮุกก้า

    ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่าชาวเดนมาร์ก ‘ฮุกกะ’ กันในรูปแบบไหน ฮุกกะมีอยู่อย่างหลากหลาย เน้นความเรียบง่าย ช่วงเวลาของฮุกกะคือช่วงเวลาของความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ หนังสือเล่มนี้บอกความสุขตามแนวฮุกกะของชาวเดนมาร์ก อ่านจบก็จะพบว่าไม่ยากหากเราจะทำ ฮุกกะฉบับความสุขของตัวเราเอง เพราะความสุขมีได้ทุกที่ทุกเวลา

Share This

Facebook
Twitter
Email
Print

Facebook Comments

facebook comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.